x close

15 แฟรนไชส์กาแฟร้านดัง อยากเป็นเจ้าของต้องมีเงินลงทุนเท่าไร

          รวมมิตรแฟรนไชส์กาแฟ 2565 สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจลงทุนเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง มีแบรนด์ไหนให้เลือกซื้อแฟรนไชส์และราคาเท่าไรบ้าง มาดูกันเลย
แฟรนไชส์กาแฟ

          ในยุคหางานยากแบบนี้ หลายคนก็อาจจะอยากลองหาช่องทางเปิดกิจการเป็นของตัวเองเพื่อหารายได้ และการซื้อแฟรนไชส์กาแฟก็เป็นหนึ่งสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่มีคนรู้จักอยู่แล้ว จึงมีลูกค้าขาประจำอยู่พอสมควร แต่เนื่องจากปัจจุบันมีแฟรนไชส์กาแฟให้เลือกหลากหลายแบรนด์มาก ทำให้ตัดสินใจไม่ถูก วันนี้เราจึงคัดเลือก 15 แฟรนไชส์กาแฟแบรนด์ดังมาแนะนำให้ได้พิจารณากัน โดยสามารถลงทุนได้ตั้งแต่งบหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน
1. Cafe Amazon
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Jaaey ladda/Shutterstock.com

          แฟรนไชส์กาแฟของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเริ่มจากเปิดให้บริการในปั๊มน้ำมัน ปตท. ก่อนที่จะขยายสาขาไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยธีมร้านจะเน้นโทนสีเขียว แนวธรรมชาติ ปัจจุบันมีจำหน่ายทั้งกาแฟ ชา นม สมูทตี้ และน้ำผลไม้

ราคาแฟรนไชส์ :

          ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 150,000 บาท ยังไม่รวมค่าก่อสร้าง ตกแต่ง ค่าออกแบบ อุปกรณ์ภายในร้าน หลักประกันสัญญาแฟรนไชส์ ค่าดำเนินการก่อนเปิดร้าน ซึ่งเมื่อรวมแล้วจะมีค่าใช้จ่าย คือ
  • ร้านในอาคาร (Shop) ใช้ทุนรวม 2,349,000-3,709,000 บาท (ไม่รวม VAT)
  • ร้านนอกอาคาร (Stand Alone) ใช้ทุนรวม 2,649,000-4,209,000 บาท (ไม่รวม VAT)

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • เก็บค่า Royalty Fee 3% ของยอดขายรายเดือน
  • เก็บค่า Marketing Fee 3% ของยอดขายรายเดือน
  • มีค่าเช่าเครื่อง Point of Sale (POS) 24,000 บาทต่อปี
  • อายุสัญญา 6 ปี (รีโนเวทร้านทุก ๆ 3 ปี)
ข้อมูลเพิ่มเติม : cafe-amazon.com
2. กาแฟชาวดอย
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Irene.co/Shutterstock.com

          ชาวดอยคอฟฟี่มีต้นกำเนิดจากชนเผ่าพื้นเมืองทางภาคเหนือที่เรียกกันว่า “ชาวดอย” สู่การเป็นแฟรนไชส์กาแฟชื่อดัง ที่ปัจจุบันจำหน่ายทั้งกาแฟ ชา นม ชานมไข่มุก สมูทตี้ และเครื่องดื่มอื่น ๆ

ราคาแฟรนไชส์ : มี 3 ขนาด คือ

  • ร้านขนาด S ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 300,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท (รวม VAT) 
  • ร้านขนาด M ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 600,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท (รวม VAT) 
  • ร้านขนาด L ค่าโครงสร้างโดยประมาณ 1,200,000 บาท และค่าชุดธุรกิจ 430,000 บาท (รวม VAT) 
          หมายเหตุ : ค่าชุดธุรกิจ ได้แก่ เครื่องชง อุปกรณ์ วัตถุดิบ และค่าดำเนินการต่าง ๆ

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • ไม่เสียค่าแฟรนไชส์รายปี
  • ไม่เสียค่าการตลาดรายเดือน หรือเปอร์เซ็นต์การขายรายเดือน
  • ค่าธรรมเนียมการออกแบบเริ่มต้นที่ 15,000-50,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านและขนาดพื้นที่)
  • รับสิทธิ์ใช้เครื่องหมายการค้า 3 ปี
ข้อมูลเพิ่มเติม : chaodoicoffee.com
3. กาแฟมวลชน
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Cafe MuanChon

          แฟรนไชส์กาแฟของบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ที่เน้นการสร้างอาชีพให้กับผู้ประกอบการไทย ภายใต้แนวคิดการทำธุรกิจควบคู่ไปกับสังคมและชุมชน มีโมเดลแฟรนไชส์ให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบคีออส และร้านขนาดต่าง ๆ

ราคาแฟรนไชส์ : มี 4 แพ็กเกจ

  • Special size เริ่มต้น 255,000 บาท
  • Type S ราคาเริ่มต้น 470,000 บาท
  • Type M ราคาเริ่มต้น 655,000 บาท
  • Type L ราคาเริ่มต้น 845,000 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • คิดส่วนแบ่งรายได้ 4% ของยอดขายรายเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : cpretailink.com
4. กาแฟอินทนิล
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Prachana Thong-on/Shutterstock.com

แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : pisanstock/Shutterstock.com

          แฟรนไชส์กาแฟในเครือปั๊มน้ำมันบางจาก (บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด) ที่มาในคอนเซ็ปต์ Natural & Relaxing โดยใช้ต้นอินทนิลเป็นสัญลักษณ์ สื่อถึงความร่มรื่นและธรรมชาติ ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200,000 บาท
  • เงินค้ำประกันสัญญา 100,000 บาท
  • ค่าออกแบบและจัดทำแบบก่อสร้าง 50,000 บาท
  • ค่าบริการ Software ระบบ POS รายปี 27,000 บาท
  • เงินลงทุนค่าอุปกรณ์การขายและวัตถุดิบครั้งแรก ประมาณ 450,000 บาท
  • รวมการก่อสร้างและตกแต่งร้าน ประมาณ 1,000,000-2,000,000 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • ระยะเวลาให้สิทธิ์ 6 ปี
  • เก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (Royalty Fee) 6% จากยอดขาย
ข้อมูลเพิ่มเติม : inthanincoffee.com
5. กาแฟพันธุ์ไทย
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : YAKISTUDIO/Shutterstock.com

          กาแฟพันธุ์ไทยเปิดให้บริการสาขาแรกที่บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2555 เน้นความมีเสน่ห์ของเอกลักษณ์ไทย โดยมีสัญลักษณ์เป็นรูปช้าง ผสมผสานกับความทันสมัย สาขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน PT Station ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนแวะเข้ามานั่งชิลจิบกาแฟ

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 480,000 บาท และใช้งบลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1,000,000-5,000,000 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • เก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (Royalty Fee) 3% ต่อเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : ptgenergy.co.th
6. กาแฟดอยช้าง
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : doichaangcoffee.co.th

          แฟรนไชส์กาแฟดอยช้างจะเน้นการตกแต่งร้านในแนววัฒธรรมชนเผ่าสไตล์ทันสมัย เมื่อเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น จุดเด่นของร้านคือใช้เมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียมจากแหล่งเพาะปลูกดอยช้างที่เดียวเท่านั้น

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (แรกเข้า) 300,000 บาท

  • ค่าประกันแบรนด์ (จ่ายคืนเมื่อครบสัญญา) 100,000 บาท

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าออกแบบ อุปกรณ์ภายในร้าน งานก่อสร้าง ตกแต่ง ติดตั้งระบบ ทำให้มีงบประมาณรวม คือ

    • Coffee Venue 30-100 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนรวมเริ่มต้น 1,700,000 บาท

    • Stand Alone 60-130 ตารางเมตร ใช้เงินทุนรวมเริ่มต้น 2,300,000 บาท

    • ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • อายุสัญญา 5 ปี (รีโนเวทร้านปีที่ 3)
  • เก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (Royalty Fee) 5,000-12,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน
ข้อมูลเพิ่มเติม : doichaangcoffee.co.th
7. Black Canyon
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Weerachai chandang/Shutterstock.com

          ร้านในเครือ Black Canyon ถือกำเนิดขึ้นในปี 1993 ปัจจุบันมีสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 400 แห่ง โดยร้านจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบภัตตาคาร/ร้านอาหารที่จำหน่ายทั้งกาแฟ เครื่องดื่มและอาหารต่าง ๆ กับรูปแบบร้านกาแฟที่จำหน่ายเฉพาะกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่เท่านั้น

ราคาแฟรนไชส์ :

  • Mini-Coffee House

    • ค่าแฟรนไชส์ 1,000,000 บาท

    • ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 300,000 บาท

  • Full-Service Coffee House

    • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 1,200,000 บาท

    • ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 300,000 บาท

  • Coffee Corner / KIOSK & Gelatoni

    • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 600,000 บาท

    • ค่าประกันความเสียหายและหนี้สิน 250,000 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • ระยะสัญญา 10 ปี และต่ออายุได้อีกทุก ๆ 5 ปี
  • เก็บค่า Royalty Fee 3% จากยอดขายก่อนหักภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • เก็บค่า Marketing Fee 2% จากยอดขายก่อนหักภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • กำหนดค่า Royalty Fee และ Marketing Fee รวมกันขั้นต่ำต่อปีสำหรับ Coffee House คือ 250,000 บาท และ Coffee Corner/Gelatoni 150,000 บาท
  • มีค่าสำรวจสถานที่ ค่าออกแบบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม
ข้อมูลเพิ่มเติม : blackcanyonthai.com
8. D'ORO
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Phongsak Meedaenphai/Shutterstock.com

          แฟรนไชส์ร้านกาแฟที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 ปัจจุบันเปิดให้บริการรวมแล้วกว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย โดยเน้นการเปิดสาขาตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา มีจำหน่ายทั้งเครื่องดื่มกาแฟ ชา โกโก้ และสมูทตี้ รวมทั้งเบเกอรี่และอาหารว่าง

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 350,000 บาท
  • ค่าหลักประกันสัญญา (คืนเมื่อสิ้นสุด) 100,000 บาท
  • ค่าก่อสร้างและอุปกรณ์ต่าง ๆ 500,000-2,500,000 บาท

          รวมงบลงทุนเบื้องต้น

  • ร้านภายในอาคาร (Shop) ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 1,600,000-2,100,000 บาท
  • ร้านภายนอกอาคาร (Stand Alone) ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 2,900,000-3,900,000 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • อายุสัญญา 5+5 ปี (รีโนเวททุก 3 ปี)
  • ค่าเช่าเครื่อง POS 20,000 บาทต่อปี
  • เก็บค่า Royalty 4% ของยอดขายรายเดือน
  • เก็บค่า Marketing Fee 2% ของยอดขายรายเดือน
ข้อมูลเพิ่มเติม : d-oro.coffee
9. Coffee Today
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Hi-Point/Shutterstock.com

          Coffee Today แบรนด์กาแฟสดสูตรไทย ๆ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2544 เกิดจากแนวคิดที่อยากลองคิดค้นสูตรกาแฟสดที่สามารถให้คนไทยบริโภคได้อย่างถูกปาก ด้วยราคาที่ไม่แพง สามารถจับต้องได้ง่าย ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยให้บริการดูแลเรื่องการเปิดร้านกาแฟในรูปแบบแฟรนไชส์ตามงบและปัจจัยต่าง ๆ ที่มี

ราคาแฟรนไชส์ : มี 4 รูปแบบ

  • Kiosk (ขนาดเล็ก)

    • งบประมาณ : 100,000-300,000 บาท

    • ค่าแฟรนไชส์ : 30,000 บาท ต่อ 3 ปี

    • ค่า Royalty : 30,000 บาทต่อปี

    • เงินประกัน : 30,000 บาท

  • Coffee Shop (กลาง-ใหญ่)

    • งบประมาณ 300,000-700,000 บาท

    • ค่าแฟรนไชส์ : 50,000 บาท ต่อ 3 ปี

    • ค่า Royalty : 30,000 บาท ต่อ 1 ปี

    • เงินประกัน 30,000 บาท

  • Together (ร่วมกัน)

    • งบประมาณ : 300,000-700,000 บาท

    • ค่าแฟรนไชส์ : 60,000 บาท ต่อ 3 ปี

    • ค่า Royalty : 30,000 บาทต่อปี

    • เงินประกัน : 30,000 บาท

  • Cloud (พิเศษ) สำหรับคนที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว มีธุรกิจหลักอยู่แล้ว

    • งบประมาณ : 4,900 บาทต่อเดือน (สัญญา 1 ปี)

    • ค่าแฟรนไชส์ : 10,000 บาทต่อปี

    • ค่า Royalty : ฟรี

    • เงินประกัน : 30,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : coffeetoday-shop.com
10. กาแฟไร่ช่อลดา
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : raicholadacoffee.com

          แบรนด์กาแฟสดที่ขายทั้งแฟรนไชส์และเปิดคอร์สอบรมเรียนชงกาแฟ ชา อิตาเลียนโซดา และสมูทตี้ กว่า 40 เมนู มีแพ็กเกจสำหรับเปิดร้านกาแฟให้เลือกหลากหลายราคา เริ่มต้นเพียง 13,900 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่บังคับยอดขาย สามารถเปิดร้านในชื่อแบรนด์ของตัวเองได้ด้วย

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ร้านขนาดเล็ก-กลาง เริ่มต้น 13,900 บาท
  • ร้านขนาดกลาง เริ่มต้น 40,900 บาท
  • ร้านขนาดใหญ่ เริ่มต้น 105,500 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์/ชุดกาแฟ เรียนชงกาแฟฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • ฟรีวัตถุดิบและอุปกรณ์เปิดร้านกว่า 65 รายการ อุปกรณ์ทุกอย่างขายขาด
  • รับประกันเครื่องฟรี 1 ปี มีเครื่องสำรองระหว่างซ่อม
  • ไม่กำหนดยอดหรือบังคับยอดในการซื้อกาแฟ 
ข้อมูลเพิ่มเติม : raicholadacoffee.com
11. กาแฟสดเขาทะลุชุมพร
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : khaothaluchumporncoffee.com

          แบรนด์กาแฟที่เริ่มต้นจากการขายในงานสหกรณ์ และได้ขยายไปยังกลุ่ม OTOP ปัจจุบันดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี มีการขยายเพิ่มสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป ประเภทกาแฟคั่วบด คั่วไม่บด และขายแฟรนไชส์ร้านกาแฟสด ใช้งบการลงทุนตั้งแต่ 60,000-500,000 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่และกลุ่มลูกค้า

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ชุดที่ 1 ราคา 59,000 บาท (เฉพาะแบรนด์ พร้อมอบรม)
  • ชุดที่ 2 ราคา 139,000 บาท (พร้อมอุปกรณ์เปิดร้าน)
  • ชุดที่ 3 ราคา 289,000 บาท (พร้อมอุปกรณ์เปิดร้าน)
  • ชุดที่ 4 ราคา 320,000 บาท (พร้อมอุปกรณ์เปิดร้าน)
ข้อมูลเพิ่มเติม : khaothaluchumporncoffee.com
12. กาแฟสด Coffman
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก กาแฟสด coffman

          แฟรนไชส์กาแฟสดที่ไม่มีค่าแรกเข้า เพียงซื้อเซตเครื่องชงและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็สามารถเปิดร้านกาแฟได้ทันที รวมทั้งจะมีคอร์สสอนชงกาแฟฟรีให้สำหรับผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ด้วย

ราคาแฟรนไชส์ :

  • Package Set 1 ราคา 119,000 บาท (เครื่องชง, เครื่องบด, เครื่องปั่นเก็บเสียง, วัตถุดิบ อุปกรณ์ และคอร์สอบรมพร้อมเปิดร้าน)
  • Package Set 2 ราคา 139,000 บาท (เครื่องชง, เครื่องบด, เครื่องปั่นเก็บเสียง, วัตถุดิบ อุปกรณ์ และคอร์สอบรมพร้อมเปิดร้าน + เคาน์เตอร์ 1.5 เมตร)
  • Package Set 3 ราคา 149,000 บาท (เครื่องชง, เครื่องบด, เครื่องปั่นเก็บเสียง, วัตถุดิบ อุปกรณ์ และคอร์สอบรมพร้อมเปิดร้าน + เคาน์เตอร์ 1.5 เมตร แบบมีหลังคา)
  • Package Set 4 ราคา 159,000 บาท (เครื่องชง, เครื่องบด, เครื่องปั่นเก็บเสียง, วัตถุดิบ อุปกรณ์ และคอร์สอบรมพร้อมเปิดร้าน + เคาน์เตอร์ 2.2 เมตร)
  • Package Set 5 ราคา 169,000 บาท (เครื่องชง, เครื่องบด, เครื่องปั่นเก็บเสียง, วัตถุดิบ อุปกรณ์ และคอร์สอบรมพร้อมเปิดร้าน + เคาน์เตอร์ 2.2 เมตร แบบมีหลังคา)

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • ไม่เก็บค่าแฟรนไชส์แรกเข้า
  • ไม่เก็บเปอร์เซ็นต์ยอดขาย
  • มีทีมช่างพร้อมบริการซ่อมเครื่องชงกาแฟถึงที่แบบ on-site service
ข้อมูลเพิ่มเติม : coffmanshop.com
13. True Coffee
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Tump CK/Shutterstock.com

          แบรนด์ร้านกาแฟของบริษัท ทรู ไลฟ์สไตล์ รีเทล จำกัด ในเครือซีพี มีสาขามากมายในประเทศไทย โดยส่วนมากจะอยู่ตามห้างสรรพสินค้าและตามแหล่งสำนักงานออฟฟิศต่าง ๆ

ราคาแฟรนไชส์ :

  • ค่าแฟรนไชส์แรกเข้าอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 2,000,000-5,000,000 บาท

รายละเอียดอื่น ๆ :

  • อายุสัญญา 6 ปี
ข้อมูลเพิ่มเติม : truecoffee.truecorp.co.th
14. Mezzo
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : Bangkoker/Shutterstock.com

แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : napat intaroon/Shutterstock.com

          แบรนด์แฟรนไชส์ร้านกาแฟที่มีร่วม 100 สาขาทั่วประเทศ มีจำหน่ายทั้งกาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ รวมทั้งของหวาน เบเกอรี่ และอาหารว่าง อยากลงทุนแฟรนไชส์สามารถเลือกได้ 2 แบบ คือ แบบกาแฟดริปที่ลงทุนน้อย และแบบร้านคาเฟ่ Mezzo Coffee

ราคาแฟรนไชส์ :

  • MezzoX Drip Cafe ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว ไม่ต้องมีเครื่องกาแฟ เริ่มต้น 350,000 บาท
  • Mezzo Coffee ใช้เงินลงทุนแฟรนไชส์ประมาณ 5,000,000 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม : mezzo.co
15. ตู้เต่าบิน
แฟรนไชส์กาแฟ

ภาพจาก : NPvancheng55/Shutterstock.com

          แบรนด์ตู้กดกาแฟอัตโนมัติที่กำลังมาแรงในขณะนี้ มีมากกว่า 200 จุดทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ออฟฟิศ หรือโรงพยาบาล และมีแผนติดตั้งตู้ในพื้นที่ใหม่ ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน แต่ยังไม่มีการเปิดขายแฟรนไชส์ในขณะนี้ โดยจะมีเพียงแค่ 2 รูปแบบ คือ เจ้าของพื้นที่กับตัวแทนเท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติม : tao-bin.com
          อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง จึงควรพิจารณาไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ และถ้าหากสนใจหรือต้องการข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ กับแบรนด์แฟรนไชส์กาแฟนั้น ๆ ได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
15 แฟรนไชส์กาแฟร้านดัง อยากเป็นเจ้าของต้องมีเงินลงทุนเท่าไร อัปเดตล่าสุด 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 14:12:44 14,313 อ่าน
TOP