ประกันสังคม มาตรา 40 จ่ายเบี้ยเท่าไร ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง อัปเดตปี 2569


          ประกันสังคม มาตรา 40 คืออะไร มีสิทธิประโยชน์อะไร ต่างจาก ประกันสังคม มาตรา 33 หรือ ประกันสังคม มาตรา 39 อย่างไร และครอบคลุมความคุ้มครองส่วนไหนบ้าง ล่าสุดให้คนที่มีอายุ 60-65 ปี สมัครได้แล้วด้วย มาอัปเดตข้อมูลปี 2569
 

          หากคุณเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เกษตรกร ฟรีแลนซ์ หรือกลุ่มแรงงานอิสระอื่น ๆ ก็สามารถสมัครประกันสังคม มาตรา 40 เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดี ๆ ได้ โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ทางเลือก ซึ่งแต่ละทางเลือกจะให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน

          ใครที่ยังไม่เข้าใจว่าสิทธิประโยชน์ประกันสังคม ในกลุ่มของมาตรา 40 มีอะไรบ้าง และยังลังเลว่าจะสมัครดีไหม วันนี้เรามีข้อมูลมาฝากกันว่า ประกันสังคม มาตรา 40 คุ้มครองอะไรบ้าง อยากสมัครต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

แรงงาน

ประกันสังคม มาตรา 40 คืออะไร ?


          ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับประกันสังคม มาตรา 40 กันก่อนว่าคืออะไร โดยจุดมุ่งหมายของประกันสังคม มาตรา 40 คือ การขยายระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ รวมถึงผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร รวมไปถึงพนักงานอิสระต่าง ๆ ได้มีหลักประกันในชีวิตนั่นเอง ส่วนค่ารักษาพยาบาลนั้นสามารถใช้บัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) ได้

ประกันสังคม

ประกันสังคม มาตรา 40 ใครสมัครได้บ้าง ?


          ผู้ที่จะสมัครประกันสังคม มาตรา 40 ได้นั้น ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

          1. มีสัญชาติไทย

          2. เป็นชนกลุ่มน้อยซึ่งอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยมีมติ ครม. ผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขบัตรประจำตัวหลักแรกเป็นเลข 6 หรือ 7

          3. เป็นบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราว เพื่อรอการส่งกลับที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย โดยเลขประจำตัวหลักแรกเป็น 0 ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ยกเว้นผู้ที่มีเลขประจำตัวหลักแรกและหลักที่สองเป็น 0)

          4. มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2563)

          5. ต้องเป็นบุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนตามประกันสังคม มาตรา 33 และไม่เคยสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 (บุคคลที่เคยทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนในมาตรา 33 มาก่อนแล้วลาออก แต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมไว้)

          6. ไม่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการต่าง ๆ หรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีลักษณะเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญของส่วนราชการ

          7. ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยขึ้นต้นด้วยเลข 0, 6, 7 (ยกเว้นขึ้นต้นด้วย 00)

          8. หากเป็นผู้พิการให้ระบุลักษณะหรืออาการของผู้พิการโดยละเอียด (ยกเว้นผู้พิการทางสติปัญญาและผู้พิการที่ไม่อาจรับรู้สิทธิที่พึงจะได้รับจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ไม่สามารถสมัครและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้)

อาชีพค้าขาย
ภาพจาก amadeustx/Shutterstock

ประกันสังคม มาตรา 40 จ่ายเงินสมทบเท่าไร สิทธิประโยชน์มีอะไรบ้าง อัปเดตปี 2569

 

ทางเลือกที่ 1 


          ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท ซึ่งรับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ และเงินค่าทำศพกรณีเสียชีวิต

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

          1. กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย
             - นอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 300 บาทต่อวัน ไม่เกิน 30 วันต่อปีปฏิทิน
             - ไม่ได้นอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยนอก) แต่มีใบรับรองแพทย์สั่งให้หยุดงานตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วันต่อปีปฏิทิน
             - กรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกทั้ง 2 ข้อข้างต้น สามารถใช้สิทธิ์รวมกันได้ไม่เกิน 30 วันต่อปีปฏิทิน
             - กรณีไม่ได้นอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยนอก) ได้เงินทดแทน ครั้งละ 200 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี

            ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 3 ใน 4 เดือน ก่อนประสบเหตุอันตรายถึงเจ็บป่วย จึงได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้
 
          2. เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทน 1,000-2,000 บาทต่อเดือน คุ้มครองตลอดชีวิต โดยมีเงื่อนไข คือ

          - จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายใน 10 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 1,000 บาทต่อเดือน
          - จ่ายเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายใน 20 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 1,300 บาทต่อเดือน
          - จ่ายเงินสมทบครบ 24 เดือน ภายใน 40 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 1,600 บาทต่อเดือน
          - จ่ายเงินสมทบครบ 36 เดือน ภายใน 60 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 2,000 บาทต่อเดือน

          3. กรณีเสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ ได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 25,000 บาท (เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายใน 12 เดือน ก่อนเดือนที่เสียชีวิต ยกเว้นกรณีเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายใน 6 เดือน ก่อนเดือนที่เสียชีวิต) และได้เพิ่มเงินสงเคราะห์ให้อีก 8,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือน

ประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือก 1

ทางเลือกที่ 2


          ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ
 
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

          1. เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย และเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ และเงินค่าทำศพ จะได้รับเช่นเดียวกับผู้ประกันตน มาตรา 40 ทางเลือกที่ 1
 
          2. เงินบำเหน็จชราภาพ จะได้รับเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน โดยต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ซึ่งเงินบำเหน็จจะคำนวณจากเงินที่รัฐบาลอุดหนุนเดือนละ 50 บาท นำมาคูณด้วยระยะเวลาที่ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบเพื่อกรณีชราภาพ และบวกด้วยเงินผลกำไรที่สำนักงานประกันสังคมนำเงินส่วนนี้ไปลงทุน

          ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมในรูปแบบการออมเงิน ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท

          นอกจากนี้ ผู้ประกันตนสามารถระบุผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

ประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือก 2

ทางเลือกที่ 3


          ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร
 
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

          1. เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย 

          - กรณีเจ็บป่วยและนอนโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) ให้อยู่ที่ 300 บาทต่อวัน (ไม่เกิน 90 วัน/ปี) 
          - กรณีไม่นอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงานตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท (ไม่เกิน 90 วัน/ปี) 
          - กรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกรวมกันไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน
          - กรณีไปพบแพทย์ (ผู้ป่วยนอก) ได้รับเงินชดเชย 200 บาท/ครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี

          2. เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทน 1,500-3,000 บาทต่อเดือน ตลอดชีวิต โดยมีเงื่อนไข คือ

          - จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายใน 10 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 1,500 บาทต่อเดือน
          - จ่ายเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายใน 20 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 2,000 บาทต่อเดือน
          - จ่ายเงินสมทบครบ 24 เดือน ภายใน 40 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 2,500 บาทต่อเดือน
          - จ่ายเงินสมทบครบ 36 เดือน ภายใน 60 เดือน ก่อนเป็นผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทน 3,000 บาทต่อเดือน

          3. กรณีเสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ ได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท (เมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายใน 12 เดือน ก่อนเดือนที่เสียชีวิต ยกเว้นกรณีเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายใน 6 เดือน ก่อนเดือนที่เสียชีวิต)
 
          4. ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งจะได้รับเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน

          - คำนวณจากเงินที่ผู้ประกันตนและรัฐบาลจ่ายสมทบเพื่อกรณีชราภาพ เดือนละ 150 บาท คูณจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ พร้อมดอกผลจากการนำเงินไปลงทุน
          - กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน รับเงินก้อนอีก 10,000 บาท
          - ผู้ประกันตนสามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน
          - ผู้ประกันตนสามารถระบุผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพได้ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

          5. ได้รับเงินสงเคราะห์บุตร
           - ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน ภายใน 36 เดือน
           - ในระหว่างรับเงินสงเคราะห์บุตร หากเดือนใดไม่ได้ส่งเงินสมทบ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรในเดือนนั้น ๆ
           - ได้เงินสงเคราะห์ 300 บาทต่อเดือน ต่อบุตร 1 คน ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุไม่เกิน 7 ปีบริบูรณ์
           - สามารถใช้สิทธิ์ได้คราวละไม่เกิน 2 คน เช่น หากบุตรคนแรกอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์แล้ว สามารถนำบุตรคนที่ 3 รับเงินสงเคราะห์บุตรแทนได้จนครบอายุ 7 ปีบริบูรณ์

ประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือก 3
 ประกันสังคม มาตรา 40
ภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม
 

ประกันสังคม มาตรา 40 ลดหย่อนภาษีได้ไหม ?


          เงินสมทบในแต่ละปีสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยใช้ใบเสร็จรับเงินที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเป็นหลักฐาน หรือขอหนังสือรับรองการชำระเงินสมทบได้จากสำนักงานประกันสังคม

ประกันสังคม มาตรา 40 สมัครอย่างไร ?


           สำหรับใครที่มองเห็นสิทธิประโยชน์ดี ๆ และต้องการที่จะสมัครประกันสังคม มาตรา 40 สามารถดำเนินการสมัครด้วยตนเองโดยสมัครใจ มีรายละเอียดการยื่นใบสมัครผู้ประกันตน มาตรา 40 ดังนี้
 
1. สมัครผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม

          - คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ www.sso.go.th ของสำนักงานประกันสังคม
          - เลื่อนลงมาด้านล่าง เลือกลงทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แล้วกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
          - รอรับ SMS ยืนยันการสมัคร

2. สมัครผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect

          - ดาวน์โหลดแอปฯ SSO Connect
          - เลือกลงทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แล้วกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
          - รอรับ SMS ยืนยันการสมัคร

3. สมัครที่สำนักงานประกันสังคม คือ

          - กรุงเทพฯ : ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข)

          -  ภูมิภาค : ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา

           หลักฐานการสมัคร

          - บัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน
 
4. สมัครผ่านหน่วยบริการรับสมัครผู้ประกันตนตามมาตรา 40

         เช่น เครือข่ายประกันสังคมทั่วประเทศ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เคาน์เตอร์ห้างบิ๊กซี เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส. โดยยื่นบัตรประชาชนให้พนักงานทำการสมัครให้ได้เลย
 

วิธีจ่ายเงินสมทบประกันสังคม มาตรา 40


          - จ่ายเงินสมทบเป็นรายเดือนวันที่เท่าไรของเดือนก็ได้

          - สามารถจ่ายเงินสมทบงวดปัจจุบัน และล่วงหน้าได้ 12 งวดเดือน

          - หากเดือนใดไม่ได้จ่ายเงินสมทบจะไม่สามารถจ่ายย้อนหลังได้ แต่จะยังคงเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40

          - ผู้ประกันตนทางเลือกที่ 2 หรือ 3 สามารถขอจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมในส่วนของเงินออมกรณีชราภาพเพิ่มได้ ตั้งแต่ 1 บาท แต่สูงสุดไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท และสามารถจ่ายล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน

          - จ่ายเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา หน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานประกันสังคม รวมถึงเคาน์เตอร์เซอร์วิส เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เคาน์เตอร์ ธ.ก.ส. ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ห้างเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ตู้บุญเติม ฯลฯ

           นอกจากนี้ยังสามารถหักผ่านบัญชีธนาคารต่าง ๆ ตามนี้

          - ธนาคารเพื่่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

          - ธนาคารออมสิน

          - ธนาคารกสิกรไทย

          - ธนาคารไทยพาณิชย์

          - ธนาคารกรุงไทย

          - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

          - ธนาคารกรุงเทพ

          - ธนาคารทหารไทยธนชาต

          โดยจะหักเงินทุกวันที่ 20 ของเดือน หากตรงกับวันหยุดจะเลื่อนไปหักบัญชีในวันทำการถัดไป

ประกันสังคม มาตรา 40
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน - Social Security Office

ประกันสังคม มาตรา 40 เปลี่ยนทางเลือกได้ไหม ?


          เราสามารถยื่นขอเปลี่ยนทางเลือกจ่ายเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคม ปีละ 1 ครั้ง โดยเมื่อยื่นขอเปลี่ยนแปลงทางเลือกแล้วจะมีผลในเดือนถัดไป

ผู้ประกันสังคม ทางเลือกที่ 1 หรือ 2 จะขอเปลี่ยนเป็นทางเลือกที่ 3 เพื่อรับเงินสงเคราะห์บุตรได้ไหม ?


          สามารถเปลี่ยนทางเลือกได้ปีละ 1 ครั้ง ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นทางเลือกที่ 3 ได้ แต่จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราได้ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 24 เดือน ภายใน 36 เดือน หรือยัง เท่ากับว่าต้องเปลี่ยนมาเป็นทางเลือกที่ 3 อย่างน้อย 3 ปี จึงจะเบิกเงินสงเคราะห์บุตรได้
 

          สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม มาตรา 40 สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม หรือโทร. 1506

บทความที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคม 




ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม, สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ, เฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน (1), (2), (3), (4), ราชกิจจานุเบกษา   

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ประกันสังคม มาตรา 40 จ่ายเบี้ยเท่าไร ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง อัปเดตปี 2569 อัปเดตล่าสุด 27 มกราคม 2569 เวลา 11:19:11 1,784,911 อ่าน
TOP
x close