x close

เช็กสิทธิประกันสังคม มาตรา 33, 39, 40 ช่วยเหลืออะไรบ้างในช่วง COVID-19 ระลอกใหม่

          สรุปความช่วยเหลือผู้ประกันตน ประกันสังคม มาตรา 33 39 และ 40 จะได้รับสิทธิ์อะไรบ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 เรื่องสำคัญที่ผู้ประกันตนต้องทราบ

          เพราะการระบาดอย่างรวดเร็วของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ระลอกใหม่ ในช่วงปลายปี 2563 ทำให้พนักงานและลูกจ้างจำนวนไม่น้อยได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างจากการระบาดในช่วงต้นปี แต่หากใครเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33, มาตรา 39 หรือมาตรา 40 ก็ยังได้รับความช่วยเหลือตามสิทธิประกันสังคมอยู่บ้าง ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละมาตรา

          วันนี้เราจึงสรุปมาให้ทราบกันชัด ๆ ว่า สิทธิประกันสังคม ที่ผู้ประกันตนมาตราต่าง ๆ จะได้รับความช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่ นั้นมีอะไรบ้าง และต้องส่งเงินสมทบมานานแค่ไหนถึงจะมีสิทธิ์

ประกันสังคม

ประกันสังคม มาตรา 33
ประกันสังคม

ภาพจาก Tavarius / Shutterstock.com ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

          ผู้ประกันตน มาตรา 33 คือ พนักงาน มนุษย์เงินเดือน หรือลูกจ้างเอกชนที่ยังทำงานกับนายจ้างอยู่ในสถานประกอบการ ซึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้างจะส่งเงินสมทบเดือนละ 5% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 750 บาท ทั้งนี้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID 19 ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จะได้รับสิทธิ์หลายข้อ ทั้งกรณีรักษาพยาบาล กรณีว่างงาน ดังนี้

กรณีตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา

          สามารถตรวจฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม หากเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง คือ

          1. มีอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเร็วเหนื่อย หายใจลำบาก จมูกไม่ได้กลิ่น หรือลิ้นไม่รับรส)
          2. มีประวัติเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง คือ
              - เดินทางมาจากเขตติดโรค หรือพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง
              - ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากเขตติดโรค หรือพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง
              - สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยสงสัย หรือผู้ป่วยยืนยัน
              - เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน
          (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์)

          แต่หากไม่สามารถไปโรงพยาบาลตามสิทธิได้ เช่น ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างพื้นที่ เราสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ หรือโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งตามระบบประกันสังคมได้ก่อนเลย โดยจะเบิกจ่ายเป็นกรณีฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ซึ่งหากเราต้องสงสัยว่าติดเชื้อและต้องถูกกักกัน ให้แจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิเพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

          หากไม่เข้าเกณฑ์ 2 ข้อนี้ แต่อยากตรวจหาเชื้อ สามารถไปตรวจได้ที่สถานพยาบาลต่าง ๆ ที่รับตรวจ โดยต้องออกค่าใช้จ่ายเอง

ตรวจโควิด 19 ที่ไหนดี ตรวจฟรีทำยังไง ถ้าตรวจเจอต้องทำอะไรต่อ ?

กรณีป่วยโควิด 19 ต้องรักษาตัว

           หากตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถเข้ารับการรักษาตัวได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 2 ทาง คือ

           1. ค่าจ้างจากนายจ้าง

           สามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่เกิน 30 วัน/ปี

           2. เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม

           กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนฯ ให้ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง หรือสูงสุดวันละ 250 บาท (คิดจากฐานอัตราเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท) โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับเงินทดแทนฯ ไม่เกิน 365 วัน แต่ต้องมีหนังสือรับรองจากนายจ้างว่าได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยครบ 30 วันทำงานใน 1 ปีปฏิทินแล้ว ส่วนที่ลาป่วยเกิน 30 วัน จึงสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนฯ จากประกันสังคมได้

           ใครมีสิทธิ์ : ต้องส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว

กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย

ประกันสังคม

          สำหรับการระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ จะมีเงื่อนไขการจ่ายเงินชดเชยแตกต่างจากการระบาดรอบแรกเมื่อต้นปี 2563 โดยรอบนี้จะได้รับเงินกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย ตามเงื่อนไขดังนี้

          - ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน เนื่องจากต้องกักตัว หรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค

         -  ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน เนื่องจากนายจ้างต้องหยุดประกอบกิจการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากราชการมีคำสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดต่ออันตราย ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ


          ใครมีสิทธิ์ :

         -  ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนการว่างงานหรือถูกรัฐสั่งให้กักตัว หากส่งเงินสมทบไม่ครบ 6 เดือน จะไม่สามารถรับเงินชดเชยได้

         -  ลูกจ้างจะต้องไม่ได้รับค่าจ้างใด ๆ จากนายจ้างตลอดระยะเวลาที่กักตัว หรือปิดกิจการชั่วคราว หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้บางส่วน หรือทั้งหมดตามปกติ จะไม่สามารถขอรับเงินชดเชยจากประกันสังคมได้

          รับเงินชดเชยเท่าไร : ได้รับเงิน 50% ของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัว หรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือมีคำสั่งปิดสถานที่ แล้วแต่กรณี แต่รวมกันไม่เกิน 90 วัน ดังนั้น จะได้รับเงินสูงสุดไม่เกินเดือนละ 7,500 บาท (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)

          วิธียื่นรับสิทธิ์

          สำหรับลูกจ้าง
          - กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคม กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) ดาวน์โหลดที่นี่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากที่ถูกต้องแล้วนำส่งให้นายจ้างรวบรวมแบบฯ
 
          สำหรับนายจ้าง
          - รวบรวมแบบ สปส.2-01/7 ของลูกจ้าง
          - กรอกแบบฟอร์มยืนยันการหยุดงานของลูกจ้าง ที่นี่ (นายจ้างที่ใช้ระบบครั้งแรกต้องลงทะเบียนเพื่อใช้ระบบก่อน)
          - เมื่อบันทึกข้อมูลลูกจ้างเสร็จสิ้นให้นำส่งแบบฯ และหนังสือข้อมูลดังกล่าวข้างต้นในระบบ e-Service ส่งมายังสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือทางไปรษณีย์ (ลงทะเบียน) ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th
          - หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้างภายใน 5 วันทำการ  
 
แต่กรณีต่อไปนี้ ไม่สามารถขอรับเงินว่างงานจากประกันสังคมได้
          - ลูกจ้างถูกปรับลดเงินเดือน
          - ลูกจ้างยินยอมลางานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay)
          - สถานประกอบการหยุดชั่วคราว ลูกจ้างไม่ต้องมาทำงาน แต่นายจ้างยังคงจ่ายเงินให้ลูกจ้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไรก็ตาม
          - นายจ้างหยุดชั่วคราวเนื่องจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และไม่ให้ลูกจ้างทำงาน (กรณีนี้ นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้าง 75% ของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน)

กรณีลาออกจากงานเอง

          รับเงินชดเชยเท่าไร : หากลาออกเองในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 - 28 กุมภาพันธ์ 2565) จะได้รับเงิน 45% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 90 วัน ดังนั้น จะได้รับเงินสูงสุดไม่เกินเดือนละ 6,750 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)

          ใครมีสิทธิ์ : ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนการว่างงาน และอายุยังไม่เกิน 55 ปี

         วิธียื่นรับสิทธิ์
         - ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน โดยใช้เลขบัตรประชาชนในการเข้าสู่ระบบ กรอกข้อมูลจากบัตรประชาชน พร้อมกรอกเลขหลังบัตรประชาชน (laser Code) จะได้รหัสผ่านเพื่อใช้งานระบบ
         - เมื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยื่นคำขอ "รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) e-form" บนเว็บไซต์
         - รายงานตัวเดือนละครั้ง ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน

กรณีถูกเลิกจ้าง

ประกันสังคม

          รับเงินชดเชยเท่าไร : หากถูกเลิกจ้างในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 - 28 กุมภาพันธ์ 2565) จะได้รับเงิน 70% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไม่เกิน 200 วัน เท่ากับว่าจะได้รับเงินสูงสุดไม่เกินเดือนละ 10,500 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท)

          ใครมีสิทธิ์
          - 
ต้องเป็นผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนการว่างงาน
          - อายุไม่เกิน 55 ปี 
          - ไม่กระทำผิดจนถูกให้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน เช่น ทุจริตต่อหน้าที่, ทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง, จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย, ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร เป็นต้น
 

          วิธียื่นรับสิทธิ์
          - ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน โดยใช้เลขบัตรประชาชนในการเข้าสู่ระบบ กรอกข้อมูลจากบัตรประชาชน พร้อมกรอกเลขหลังบัตรประชาชน (laser Code) จะได้รหัสผ่านเพื่อใช้งานระบบ
          - เมื่อลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยื่นคำขอ "รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) e-form" บนเว็บไซต์
          - รายงานตัวเดือนละครั้ง ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน

การจ่ายเงินสมทบ

          เดือนมกราคม 2564

          ผู้ประกันตนจะได้ปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบประกันสังคม จาก 5% เหลือ 3% เท่ากับว่าจากเดิมเคยส่งเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 750 บาท จะเหลือแค่ 450 บาท 

          เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564

          ผู้ประกันตนจะได้ปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบประกันสังคม เหลือ 0.5% เท่ากับว่าจากเดิมเคยส่งเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 750 บาท จะเหลือแค่ 75 บาท ขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือน เช่น

          - กรณีมีฐานเงินเดือน 15,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม จะส่งเงินประกันสังคมเพียง = 15000*0.5% = 75 บาท
          - กรณีมีฐานเงินเดือน 10,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม จะส่งเงินประกันสังคมเพียง = 10000*0.5% = 50 บาท
          - กรณีมีฐานเงินเดือน 8,000 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม จะส่งเงินประกันสังคมเพียง = 8000*0.5% = 40 บาท

เงินเยียวยา ม.33 เรารักกัน

          เป็นความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยจะแจกเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คนละ 4,000 บาท โดยแบ่งจ่ายสัปดาห์ละ 1,000 บาท รวม 4 ครั้ง ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

          ใครมีสิทธิ์
         
 - ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย
           - เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33
           - ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
           - ไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินรวมกันเกิน 500,000 บาท

          วิธียื่นรับสิทธิ์
           - วันที่ 21 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2564 ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com และตรวจสอบการได้รับสิทธิ
           - วันที่ 8 - 14 มีนาคม 2564 ธนาคารตรวจสอบข้อมูลรวมทั้งประมวลผลคัดกรอง
           - วันที่ 15 - 21 มีนาคม 2564 เปิดให้ประชาชนได้กดใช้งานและกดยืนยันตัวผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

          เงินเข้าแอปฯ วันไหนบ้าง
           - ครั้งที่ 1 : วันที่ 22 มีนาคม 2564 จำนวน 1,000 บาท
           - ครั้งที่ 2 : วันที่ 29 มีนาคม 2564 จำนวน 1,000 บาท
           - ครั้งที่ 3 : วันที่ 5 เมษายน 2564 จำนวน 1,000 บาท
           - ครั้งที่ 4 : วันที่ 12 เมษายน 2564 จำนวน 1,000 บาท

 

ประกันสังคม มาตรา 39
ประกันสังคม

          ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ พนักงาน-ลูกจ้างเอกชนที่เคยเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาไม่น้อยกว่า 12 เดือน แต่ปัจจุบันได้ลาออกจากงานแล้ว ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว และสมัครใจเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิประกันสังคม ภายใน 6 เดือน หลังลาออก ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคโควิด 19 คือ

กรณีตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา

          สามารถตรวจฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม หากเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง คือ

          1. มีอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเร็วเหนื่อย หายใจลำบาก จมูกไม่ได้กลิ่น หรือลิ้นไม่รับรส)
          2. มีประวัติเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง คือ
              - เดินทางมาจากเขตติดโรค หรือพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง
              - ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากเขตติดโรค หรือพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง
              - สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยสงสัย หรือผู้ป่วยยืนยัน
              - เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน
          (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์)

          แต่หากไม่สามารถไปโรงพยาบาลตามสิทธิได้ เช่น ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างพื้นที่ เราสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ หรือโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งตามระบบประกันสังคมได้ก่อนเลย โดยจะเบิกจ่ายเป็นกรณีฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ซึ่งหากเราต้องสงสัยว่าติดเชื้อและต้องถูกกักกัน ให้แจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิเพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

          หากไม่เข้าเกณฑ์ 2 ข้อนี้ แต่อยากตรวจหาเชื้อ สามารถไปตรวจได้ที่สถานพยาบาลต่าง ๆ ที่รับตรวจ โดยต้องออกค่าใช้จ่ายเอง 

กรณีป่วยโควิด 19 ต้องรักษาตัว

          หากตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถเข้ารับการรักษาตัวได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้อันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยและต้องหยุดงาน ตามคำสั่งของแพทย์ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง (วันละ 80 บาท) โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับไม่เกิน 365 วัน

          ใครมีสิทธิ์ : ต้องส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือน ก่อนวันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว

การส่งเงินสมทบ

          เดือนมกราคม 2564

           ปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบประกันสังคม จากเดิมจ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาท จะเหลือจ่ายเพียงเดือนละ 278 บาท 

          เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2564

           ปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบประกันสังคม จากเดิมจ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาท จะเหลือจ่ายเพียงเดือนละ 38 บาท 

กรณีว่างงาน

          ประกันสังคม มาตรา 39 คุ้มครอง 6 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ แต่ไม่คุ้มครองกรณีว่างงาน ดังนั้น ผู้ประกันตนที่หยุดทำงานชั่วคราว หรือไม่ได้ทำงานประจำ จะไม่สามารถรับเงินเยียวยากรณีว่างงานจากประกันสังคมได้ 

          อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตน มาตรา 39 มีสิทธิ์ขอรับเงินช่วยเหลือจากมาตรการ "เราชนะ" ซึ่งจะแจกเงินเยียวยา 7,000 บาท 

เงินเยียวยาโครงการเราชนะ

          ใครมีสิทธิ์
          - ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33
          - ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง
          - ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ไม่เป็นผู้รับบํานาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
          - ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ในปีภาษี 2562
          - ไม่มีเงินฝากรวมทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563

         รับเงินเท่าไร : 7,000 บาท โดยแบ่งการโอนเงินเป็นรอบ ๆ เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง

         วิธียื่นรับสิทธิ์
          - กรณีมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : ไม่ต้องลงทะเบียน รัฐจะโอนเงินเยียวยาเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
          - กรณีเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน : ไม่ต้องลงทะเบียน แต่รัฐจะคัดกรองคุณสมบัติอีกครั้งว่าผ่านเกณฑ์เหรือไม่
          - กรณีไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง หรือเราเที่ยวด้วย : ต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม - 12 กุมภาพันธ 2564 เวลา 06.00-23.00 น.
          - กรณีไม่มีสมาร์ตโฟน : สามารถลงทะเบียนได้ที่ธนาคารออมสิน,  ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

          ตรวจสอบสิทธิได้อย่างไร
          สามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่ www.เราชนะ.com หากไม่ผ่าน และคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข สามารถยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564
          สามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 ทั้งหมดได้ที่นี่

ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม มาตรา 39 ทั้งหมด

ประกันสังคม มาตรา 40
ประกันสังคม

          ผู้ประกันตน มาตรา 40 คือ บุคคลทั่วไปที่ทำอาชีพอิสระ หรือเป็นแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้า แม่ค้า เกษตรกร ช่างก่อสร้าง ฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ และอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 หรือ 39 แต่สมัครใจสมัครเป็นผู้ประกันตนประกันสังคมเพื่อรับสิทธิ์ต่าง ๆ โดยเลือกจ่ายเงินสมทบได้ 3 ทางเลือก คือ

          - ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน รัฐช่วยจ่ายสมทบ 30 บาท/เดือน รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท/เดือน
          - ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน รัฐช่วยจ่ายสมทบ 50 บาท/เดือน รวมเป็นจ่ายสมทบ 150 บาท/เดือน
          - ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน รัฐช่วยจ่ายสมทบ 150 บาท/เดือน รวมเป็นจ่ายสมทบ 450 บาท/เดือน

          อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากสถานการณ์ COVID 19 จะแตกต่างกันไป ตามนี้

กรณีตรวจหาเชื้อและรักษาพยาบาล

          ผู้ประกันตน มาตรา 40 ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากประกันสังคม มาตรา 40 ไม่ครอบคลุมการรักษาพยาบาล หากต้องการใช้สิทธิ์ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา หรือรักษาพยาบาลเมื่อป่วยโควิด-19 ต้องใช้สิทธิบัตรทอง จาก สปสช.

          อย่างไรก็ตาม กรณีแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว 3 วันขึ้นไป หรือกรณีเป็นผู้ป่วยในต้องนอนโรงพยาบาล ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วยให้ ดังนี้

ประกันสังคม มาตรา 40

การส่งเงินสมทบ

          ผู้ประกันตน มาตรา 40 ยังต้องส่งเงินสมทบเท่าเดิม ไม่ได้มีการปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบเหมือนกับผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39

กรณีว่างงาน

          หากผู้ประกันตน มาตรา 40 ต้องหยุดกิจการชั่วคราว หรือว่างงานเพราะปิดกิจการ จะไม่สามารถรับเงินเยียวยากรณีว่างงานจากประกันสังคมได้ เพราะสิทธิประกันสังคม มาตรา 40 ไม่ได้คุ้มครองเรื่องนี้  

          อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตน มาตรา 40 มีสิทธิ์ขอรับเงินช่วยเหลือจากมาตรการ "เราชนะ" ซึ่งจะแจกเงินเยียวยา 7,000 บาท

เงินเยียวยาโครงการเราชนะ

          สามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ทั้งหมดได้ที่นี่

ประกันสังคม มาตรา 40 เพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่อะไรบ้าง

          ใครมีสิทธิ์
          - ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33
          - ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง
          - ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ไม่เป็นผู้รับบํานาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
          - ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 300,000 บาท ในปีภาษี 2562
          - ไม่มีเงินฝากรวมทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563

         รับเงินเท่าไร : 7,000 บาท โดยแบ่งการโอนเงินเป็นรอบ ๆ เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง

         วิธียื่นรับสิทธิ์
          - กรณีมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : ไม่ต้องลงทะเบียน รัฐจะโอนเงินเยียวยาเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
          - กรณีเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน : ไม่ต้องลงทะเบียน แต่รัฐจะคัดกรองคุณสมบัติอีกครั้งว่าผ่านเกณฑ์เหรือไม่
          - กรณีไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง หรือเราเที่ยวด้วย : ต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม - 12 กุมภาพันธ 2564 เวลา 06.00-23.00 น.
          - กรณีไม่มีสมาร์ตโฟน : สามารถลงทะเบียนได้ที่ธนาคารออมสิน,  ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

          ตรวจสอบสิทธิได้อย่างไร
          สามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่ www.เราชนะ.com หากไม่ผ่าน และคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข สามารถยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564
          หากตรวจสอบแล้วพบว่าเราเข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือด้านใด ก็สามารถยื่นเรื่องขอรับสิทธิ์นั้นได้ แต่ถ้ายังมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

* หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่  8 กุมภาพันธ์ 2564

ขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานประกันสังคม, สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ, สำนักงานประกันสังคม, สำนักงานประกันสังคม  
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เช็กสิทธิประกันสังคม มาตรา 33, 39, 40 ช่วยเหลืออะไรบ้างในช่วง COVID-19 ระลอกใหม่ โพสต์เมื่อ 29 เมษายน 2563 เวลา 14:49:22 1,227,628 อ่าน
TOP