x close

เล่นคริปโต Cryptocurrency บิตคอยน์ เสียภาษีไหม ไขข้อสงสัยที่นักลงทุนอยากรู้ ?

          Cryptocurrency เสียภาษีไหม ถ้ามีรายได้จากการเล่นคริปโต ทั้งสายเทรด สายฟาร์ม จะคิดภาษีอย่างไร ลองตามมาอ่าน

คริปโต

          คงยากที่จะปฏิเสธแล้วว่า ตอนนี้คนไทยหันมาเล่นคริปโต หรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) กันมากขึ้น โดยเฉพาะเหรียญยอดฮิตอย่างบิตคอยน์ (Bitcoin) ที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ทั้งจากนักเก็งกำไรและนักขุด ซึ่งก็มีไม่น้อยเลยที่ทำเงินก้อนโตได้จากการลงทุนในเงินดิจิทัล

          และอย่างที่เรารู้ ๆ กันแหละว่า เมื่อมีรายได้เข้ามา สิ่งที่ตามมาคงไม่พ้นเรื่องของภาษี จุดนี้จึงเป็นที่สงสัยของหลาย ๆ คนเลยว่า การลงทุนในรูปแบบนี้จำเป็นต้องเสียภาษีหรือเปล่า แล้วถ้าเสียจะมีหลักเกณฑ์อะไร อย่างไร มาดูกัน

Cryptocurrency เสียภาษีไหม ?


          ช่วงแรกที่คนเพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดทรัพย์สินดิจิทัลใหม่ ยังไม่มีกฎหมายเพื่อการจัดเก็บภาษีชัดเจน จึงไม่ได้เสียภาษีตรงนี้ กระทั่งมีการตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้การถือ ครอบครอง หรือซื้อ-ขายทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือ โทเคนดิจิทัล (Digital Token) เป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี และต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย

          ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา การเล่นคริปโต หรือ โทเคนดิจิทัล ไม่ว่าจะบิตคอยน์ หรือเหรียญ ICO ต่าง ๆ จะต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด 

ภาษีคริปโตต้องจ่ายในกรณีไหนบ้าง ?


          ตามที่กฎหมายระบุไว้ นักลงทุนจะต้องเสียภาษีใน 2 กรณี คือ

1. ขายเหรียญแล้วได้กำไร

          สำหรับสายเทรดในกระดานประเทศไทย เมื่อขายเหรียญได้ในราคาสูงกว่าต้นทุนที่ซื้อมา เราจะไม่ได้กำไรจากการขายเหรียญก้อนนั้นเต็ม ๆ แต่จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ของกำไรที่ได้ทันที

2. ถือหรือครอบครองเหรียญแล้วได้รับผลประโยชน์ส่วนเกิน

          นักลงทุนที่มีเหรียญในครอบครอง เช่น โทเคนต่าง ๆ แม้จะไม่ได้ซื้อ-ขายเหรียญเพื่อทำกำไรก็จริง แต่ถ้าเหรียญที่เราถืออยู่มีส่วนแบ่งกำไร หรือมีผลประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ผู้ออกเหรียญโทเคนดิจิทัลให้เงินปันผลกับนักลงทุน เงินปันผลส่วนนี้ก็จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ก่อนจ่ายให้เราเช่นกัน

บิทคอยน์
 

ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วก็ยังไม่จบ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารออยู่ !


          ใช่ว่าโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้วเรื่องจะจบ เพราะนั่นเป็นเพียงภาษีส่วนแรกเท่านั้น แต่เมื่อการลงทุนในคริปโตสร้างผลกำไรหรือเงินปันผลคืนให้เรา ย่อมถือเป็นรายได้ประจำปีที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ต่ออีกรอบอย่างไม่ต้องสงสัย

          โดยกำไรและเงินปันผลจากการลงทุนคริปโตถูกจัดอยู่ในกลุ่มเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ซ) และ (ฌ) ในประมวลรัษฎากร หมวดเดียวกับกลุ่มเงินได้ดอกเบี้ยเงินปันผล ฉะนั้นโดยหลักการเวลายื่นแบบภาษีเงินได้ฯ ประจำปี ก็ต้องนำตัวเลขกำไรที่ได้มากรอกข้อมูลส่วนนี้ด้วย 

ใช้สิทธิ์ Final Tax ได้ไหม ?


          บางคนอาจมีคำถามว่า ในเมื่อถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว ทำไมต้องเอามายื่นภาษีเงินได้ฯ อีกล่ะ สามารถใช้สิทธิ์ภาษีสุดท้าย (Final Tax) ซึ่งก็คือการเลือกนำมารวมหรือไม่รวมคำนวณการยื่นภาษีเงินได้ฯ เหมือนกับกรณีดอกเบี้ยและเงินปันผลกองทุนรวมได้ไหม ที่พอถูกหักไปแล้วก็ไม่ต้องยื่นภาษีเงินได้ฯ อีก

          เรื่องนี้ตอบชัด ๆ เลยว่า "ไม่ได้" เพราะการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นยังไม่มีกฎหมายให้สิทธิ์ไม่ต้องยื่นภาษี เท่ากับว่ายังไงก็ต้องเสียภาษี 2 ต่อ ทั้งหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

          นอกจากนี้การที่รายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ข้อเสียก็คือ เราจะไม่สามารถหักต้นทุน หรือหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ได้เลยด้วย ต่อให้มีต้นทุนในการเล่นคริปโต ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องขุด การ์ดจอ ค่าไฟฟ้า ฯลฯ ก็ตาม

เล่นคริปโตต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าไร ?


          สำหรับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการลงทุนบิตคอยน์ หรือเงินดิจิทัลอื่น ๆ นั้น ก็จะอิงตามฐานภาษีทั่วไป คือ มีเงินได้สุทธิมากกว่า 150,000 บาทต่อปีขึ้นไป โดยสามารถตรวจสอบฐานภาษีที่ต้องจ่ายได้ตามนี้

ภาษีบิทคอยน์

          เช่น ปีนี้ได้กำไรจากการลงทุนรวม 200,000 บาท นำมารวมกับรายได้จากเงินเดือน 300,000 บาท เท่ากับว่าเรามีรายได้ทั้งหมด 500,000 บาท ถ้ามีตัวช่วยลดหย่อนภาษีหรือถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเท่าไรแล้วก็หักลบกันไป เหลือเงินได้สุทธิเท่าไรก็จ่ายภาษีไปตามอัตราก้าวหน้า

          ดังนั้น ถ้าใครมีกำไรเป็นหลักล้านก็มีโอกาสต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 20-35% เลยทีเดียว

ถ้าเสียภาษีเกิน ก็ขอคืนเครดิตภาษีได้ !


          เนื่องจากกำไรที่ได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้ว แต่บางคนอาจมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเสียภาษี 15% ดังนั้น การยื่นภาษีบุคคลธรรมดาก็สามารถขอคืนเครดิตภาษีได้ และแน่นอนว่าสำหรับคนที่มีรายได้สูงที่มีฐานภาษีมากกว่า 15% ก็ย่อมต้องจ่ายภาษีเพิ่มด้วยตามฐานภาษีของตัวเอง

ได้กำไรต้องเสียภาษี แล้วถ้าขาดทุนล่ะ ?


          กฎหมายระบุว่า ส่วนเกินจากต้นทุนต้องเสียภาษี นั่นหมายความว่าต้องได้กำไร หรือมีส่วนแบ่งผลประโยชน์เกินกว่าต้นทุนเท่านั้นที่ถูกเรียกเก็บภาษี ดังนั้น ถ้าเล่นคริปโตขาดทุนก็ไม่ต้องจ่ายภาษีแต่ประการใด

เทรดในต่างประเทศต้องเสียภาษีในไทยไหม ?

        
          สำหรับคนที่เทรดใน Exchange ต่างประเทศแล้วโอนมาเข้าบัญชีธนาคารของประเทศไทยในปีเดียวกัน และปีนั้นเราพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน กรณีนี้ต้องยื่นภาษีเงินได้ฯ ตามมาตรา 41 ชัวร์ ๆ เพราะถือเป็นแหล่งเงินได้จากต่างประเทศ แต่ถ้าโอนจาก Exchange ต่างประเทศมาเข้าธนาคารไทย คนละปีภาษีกับปีที่เกิดรายได้ขึ้น แบบนี้จะไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมายื่นคำนวณเพื่อเสียภาษี

คริปโต

ภาษีบิตคอยน์ ภาษีคริปโต ไม่ยื่นกรมสรรพากรได้ไหม ?


          หลายคนที่ลงทุนมักจะคิดว่ากรมสรรพากรคงไม่รู้หรอกว่ามีกำไรจากเทรดเลยคิดว่าไม่ต้องยื่นภาษี ก็คงไม่เป็นไร แต่อย่าลืมว่ายังไงเราก็ต้องเอาเหรียญที่มีไปแลกเป็นเงินบาท และโอนเข้าบัญชีธนาคาร เพราะฉะนั้นจะโดนตรวจสอบได้นะว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นผิดปกติหรือเปล่า

          โดยกรมสรรพากรอาจส่งจดหมายมาบอกให้เราอธิบายที่มาของเงินได้ พร้อมโดนภาษีย้อนหลัง ค่าปรับและเงินเพิ่มก้อนโตก็เป็นไปได้ ซึ่งสำหรับคนที่เคยยื่นภาษีเงินได้ฯ อยู่แล้ว กรมสรรพากรจะมีอำนาจในการขอตรวจสอบย้อนหลังได้ 2 ปี และถ้าสรรพากรสงสัยว่าเราจะหนีภาษีก็สามารถขอขยายเวลาตรวจสอบย้อนหลังได้เป็น 5 ปี แต่หากเป็นคนที่ไม่เคยยื่นภาษีเงินได้ฯ เลย ตรงนี้สรรพากรสามารถขอตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 10 ปี

          ดังนั้น ตามหลักการ ถ้ามีรายได้แล้วไม่ยื่นภาษีฯ คือ ผิด

แต่ในทางปฏิบัติอาจจะยังเสียภาษีคริปโตไม่ได้จริง !


          อ่านมาถึงตรงนี้ทุกคนคงพอเข้าใจแล้วว่า ถ้าเล่นคริปโตจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใช่ไหม แต่ ! ในทางปฏิบัติทุกวันนี้ ยังมีความคลุมเครืออยู่พอสมควร โดยเฉพาะปัญหาเหล่านี้

1. ใครต้องเป็นคนหักภาษี ณ ที่จ่าย  

          ในกฎหมายระบุว่า ถ้าเราขายเหรียญได้ในราคาสูงกว่าต้นทุน ก็คือเมื่อได้กำไรจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย คำถามคือ ใครต้องเป็นคนหักภาษี เพราะก็ไม่เคยเห็นศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ในประเทศไทยหักภาษีไว้สักที เนื่องจาก Exchange เป็นเพียงกระดานตัวกลางให้คนมาซื้อ-ขายเหรียญกันและเก็บค่าคอมมิชชั่นเท่านั้น เช่นนี้แล้วคนที่ต้องหักภาษีก็คือคนที่ซื้อเหรียญจากเรามากกว่า

          ทว่า คนที่ซื้อเหรียญก็เป็นเพียงบุคคลธรรมดา (P2P) ซึ่งไม่สามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้เองอีก เลยยังเป็นปัญหาว่าจะหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร ยกเว้นกรณีนิติบุคคลออกโทเคนมาก็อาจจะหักภาษี ณ ที่จ่ายได้เองเวลาจ่ายปันผลให้ผู้ถือเหรียญ

2. ต้องหักภาษีเท่าไร จะรู้ได้ยังไงว่าคนขายมีกำไร

          ถ้าตัดเรื่องใครต้องเป็นคนหักภาษีออกไปก่อน ก็ยังมีคำถามที่สองตามมาคือ แล้วต้องหักภาษีเท่าไรล่ะ ? เพราะกฎหมายไม่ได้บอกว่าให้หักภาษีจากเงินทั้งหมดที่ขายได้ แต่ให้หักจากกำไรที่ได้รับมา ซึ่งคนหักภาษีจะไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่ขายเหรียญให้เราได้กำไรไปเท่าไร

          ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ ถ้า A ซื้อเหรียญมาในราคา 10,000 บาท นำไปขายต่อให้ B ในราคา 15,000 บาท ทาง A รู้ดีว่าตัวเองได้กำไร 5,000 บาท แต่ B จะไม่รู้เลยว่า A มีต้นทุนเท่าไร ที่มาขาย 15,000 นั้นได้กำไรหรือขาดทุน แล้ว B จะหักภาษีจากกำไรของ A ด้วยวิธีไหน แม้จะเป็น Exchange ก็ไม่มีทางรู้ต้นทุนของแต่ละคน

          หรือในกรณีที่ A เทรดเข้าเทรดออกทีละไม้ ไม่ได้ขายทีเดียวทั้งหมด มีโอนเงินเข้า-ออก Wallet เรื่อย ๆ  อาจสับสนอยู่เหมือนกันว่าต้นทุนของเหรียญนี้เป็นเท่าไรกันแน่ เพราะระหว่างการเทรดเหรียญนี้อาจมีทั้งกำไร ทั้งขาดทุน ยิ่งบางคนซื้อเหรียญทิ้งไว้เป็นปี ๆ ค่อยมาขาย เลยไม่มั่นใจว่าแท้จริงแล้วมีกำไรมากน้อยแค่ไหน 

3. จะยื่นภาษีอย่างไร ใช้อะไรเป็นหลักฐาน

          ภาษีคริปโตถือเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ที่ยังไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนว่าต้องยื่นอย่างไร จะคิดภาษีทีละก้อน หรือรวมทีเดียวช่วงปลาย แล้วต้องใช้เอกสารอะไรเป็นหลักฐานว่ามีการซื้อ-ขายทำกำไร ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้ประกาศกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาเลยด้วย

สรุปแล้ว นักลงทุนควรทำอย่างไร ?


          ในเมื่อยังไม่มีความชัดเจนเกิดขึ้นและมีช่องว่างของกฎหมายอยู่พอสมควร สิ่งที่นักลงทุนควรทำก็คือ ต้องเก็บหลักฐานการซื้อ-ขายทุกอย่างให้ครบ โดยบันทึกต้นทุน กำไร ขาดทุน ไว้อย่างละเอียด รวมทั้งหลักฐานการโอนเงินเข้า-ออกจากธนาคารไปยัง Exchange ต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศด้วย เพราะในอนาคตอาจต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี หรือหากถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบจะได้มีข้อมูลไว้ชี้แจงได้ 
 

* หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 16 มิถุนายน 2564


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เล่นคริปโต Cryptocurrency บิตคอยน์ เสียภาษีไหม ไขข้อสงสัยที่นักลงทุนอยากรู้ ? อัปเดตล่าสุด 16 มิถุนายน 2564 เวลา 18:04:02 31,924 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP