รู้จัก Ethereum เงินดิจิทัลมาแรง ที่หลายคนต่างจับตามอง !

          Ethereum คืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้คิดค้น ทำไมถึงได้รับการพูดถึงเป็นจำนวนมาก มาเริ่มทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กัน


eth

          หากใครติดตามข่าวสารในแวดวงการเงินในช่วงนี้ คงจะคุ้นหูกับสกุลเงินดิจิทัลอย่าง "Ethereum หรือ อีเธอร์เลียม" อยู่บ้าง เพราะมีประเด็นให้พูดถึงกันตลอด ไม่แพ้สกุลเงินรุ่นพี่อย่าง Bitcoin เลย แต่เชื่อว่าคงยังมีคนสงสัยว่า Ethereum มีความพิเศษและแตกต่างจากเงินดิจิทัลสกุลอื่นอย่างไร ทำไมหลายคนต่างจับตามองและได้รับความสนใจ วันนี้กระปุกดอทคอม มีคำตอบมาฝากกัน


Ethereum คืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ?


          Ethereum (ETH) เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัล (Cypto currency) ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ทำงานอยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ สกุลเงิน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย Vitalik Buterin เด็กหนุ่มอัจฉริยะชาวรัสเซีย ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ในทีมพัฒนาของ Bitcoin ก่อนจะแยกตัวออกมาสร้าง Ethereum ในปี 2556

อีเธอร์เลียม
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Vitalik Buterin

          โดยทีมพัฒนาต้องการให้ Ethereum สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับ Bitcoin แต่ปรับปรุงข้อบกพร้องต่าง ๆ และเพิ่มความสามารถของเหรียญให้หลากหลายขึ้น ทำอะไรได้มากกว่า Bitcoin ซึ่งก็ทำได้จริง ๆ เพราะปัจจุบัน Ethereum เป็นสกุลเงินที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจประเภทต่าง ๆ ไม่จำกัดแค่การใช้ในธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น

อีเธอร์เลียม

Ethereum กับ Bitcoin ต่างกันตรงไหน ?

          แม้ว่า Ethereum และ Bitcoin จะเป็นเงินดิจิทัลที่มีรูปแบบคล้ายกันมาก ๆ คือ มีเทคโนโลยี Blockchain ทำงานอยู่เบื้องหลัง สามารถขุดได้ ซื้อ-ขายเก็งกำไรได้ รวมถึงมีร้านค้าบางแห่งยอมรับ ให้สามารถนำมาซื้อสินค้าแทนเงินสดได้แล้วเช่นกัน

          อย่างไรก็ดี สิ่งที่ Ethereum แตกต่างจาก Bitcoin เลยก็คือ Ethereum ไม่ได้เป็นแค่สกุลเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีรูปแบบเป็นเหมือน Open Source ที่อนุญาตให้ทุกคนเข้ามาพัฒนา หรือเขียนข้อมูลต่าง ๆ ลงบนสกุลเงินได้ ทำให้เราสามารถสร้างแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ขึ้นมาบนเครือข่าย Ethereum ได้อีกชั้นหนึ่ง จึงช่วยให้ Ethereum มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ต่างจาก Bitcoin ที่เน้นการทำธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว

- บิทคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร เงินยุคดิจิทัลในโลกออนไลน์...โอกาสหรือความเสี่ยง ?

1 Ethereum เท่ากับกี่บาท

           Ethereum เปิดซื้อ-ขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2558 โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแรกไว้ที่ 1 ETH เท่ากับ 2.83 เหรียญสหรัฐ หรือราว 90 บาท หลังจากนั้นมูลค่าของ Ethereum ก็ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในเดือนมกราคม 2561 ราคา Ethereum ทำสถิติพุ่งไปถึงระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐ หรือราว 40,000 บาท แม้ปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2561) ราคา Ethereum จะปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 800 เหรียญสหรัฐ หรือราว 25,000 บาท แต่ก็ยังถือว่าเป็นเหรียญที่มีการเติบโตสูงมากอยู่ดี เมื่อเทียบกับตอนเปิดตัวเหรียญครั้งแรกในปี 2558 

อีเธอร์เลียม
ภาพจาก Coinmarketcap

         ทั้งนี้ ปัจจุบัน Ethereum ถูกขุดไปแล้วกว่า 90 ล้านเหรียญ จากปริมาณเหรียญที่มีทั้งหมดราว ๆ 100 ล้านเหรียญ และเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าการตลาด (market cap) ประมาณ 7.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.5 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจาก Bitcoin เท่านั้น

 
ทำไมคนถึงสนใจลงทุนใน Ethereum

          ช่วงที่ผ่านมา นอกจากมูลค่าเหรียญของ Ethereum จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว ความสามารถของตัวเหรียญเอง ก็เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นมาดูกันว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ Ethereum มีความโดดเด่นและเป็นที่จับตามองของหลายคน

          1. ระบบ Smart Contract

          Smart Contract นับว่าเป็นความเจ๋งและเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ Ethereum ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งาน เขียนโปรแกรมลงไปในข้อมูลของเหรียญได้ โดยจะเป็นการสร้างเงื่อนไขขึ้นมาตามที่เรากำหนด เมื่อมีใครทำตามเงื่อนไขนั้นสำเร็จ ก็จะได้รางวัลที่เรากำหนดไว้เป็นการตอบแทน ทำให้นักพัฒนาจำนวนมากหันมาสนใจ Ethereum และนำระบบ Smart Contract ไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายธุรกิจทั่วโลก ตัวอย่างของการนำระบบ Smart Contract ไปใช้งาน ก็อย่างเช่น

          - การชำระค่าเช่าหอพัก โดยเป็นการทำสัญญาในระบบไว้ว่า ให้ผู้เช่าโอนเงินจ่ายค่าเช่าภายในวันที่ 30 ของแต่ละเดือน ซึ่งหากมีการโอนเงินเข้ามา Blockchain จะบันทึกข้อมูลไว้ ผู้เช่าก็จะสามารถอาศัยในหอพักได้ตามปกติ แต่หากไม่มีการโอนเงินเข้ามา หรือโอนมาไม่ครบ ระบบก็จะทำการล็อกประตูอัตโนมัติ ไม่ให้ผู้เช่าเข้ามาใช้งานหอพักต่อได้ 

          - การชำระค่าบัตรเครดิต โดยผู้ใช้และธนาคารอาจมีการทำสัญญาร่วมกันไว้ว่าให้ระบบตัดเงินจากบัญชีผู้ใช้อัตโนมัติ เพื่อนำไปชำระค่าบัตรเครดิตทุกสิ้นเดือน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคาร หรือโอนเงินด้วยตัวเอง

          - ธุรกิจเช่ารถ อาจมีการออกแบบให้รถยนต์เชื่อมต่อกับระบบ Blokchain ไว้ และจอดทิ้งโดยไม่ต้องมีคนมาคอยเฝ้าก็ได้ เพราะเมื่อมีลูกค้าเห็นรถและสนใจที่จะเช่า ก็เพียงแค่โอนเงินเข้ามาในบัญชีที่เราระบุไว้ ระบบ Smart Contract จะตรวจสอบและเปิดประตูให้ลูกค้าสามารถขับรถออกไปได้เลย

          นอกจากนี้ Smart Contract ยังนำไปประยุกต์ใช้ได้อีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์, โอนเงินข้ามประเทศ, การขอใบอนุญาตต่าง ๆ หรือแม้แต่การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

อีเธอร์เลียม
ภาพจาก Ethereum.org

          2. ความนิยมในการระดมทุนผ่าน ICO

          ICO หรือ Initial Public Offering เป็นรูปแบบการระดมทุนแนวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยจะเป็นการออกเหรียญดิจิทัลชนิดใหม่ขึ้นมา แล้วเปิดขายให้ผู้ที่สนใจนำเงินมาลงทุน เพื่อนำเงินที่ระดมทุนได้ไปต่อยอดธุรกิจ หรือโครงการที่อยากจะทำ และด้วยความสามารถ Smart Contract นี่แหละ จึงทำให้นักพัฒนาสามารถใช้ Ethereurm ออกเหรียญชนิดใหม่เป็นของตัวเองขึ้นมาได้ ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งมีคนใช้ Ethereurm ระดมทุนทำ ICO มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อมูลค่าของ Ethereurm มากเท่านั้น

          ในประเทศไทยเองก็มีบริษัทหลายแหล่งเลือกระดมทุนแบบ ICO ด้วยการออกเหรียญผ่านระบบของ Ethereurm ไม่ว่าจะเป็น Omise ผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ ที่ออกเหรียญดิจิทัลที่ชื่อ OmiseGo (OMG) หรืออย่าง Jmart บริษัทค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี ที่ออกเหรียญดิจิทัลที่ชื่อ JFinCoin

          3. Enterprise Ethereum Alliance (EEA)

          EEA เป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของบริษัทยักษ์ใหญ่และสตาร์ทอัพชั้นนำทั่วโลก เพื่อร่วมกันวิจัยพัฒนา Ethereum ให้ใช้ได้กับธุรกรรมของแต่ละบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 116 บริษัท มีบริษัทชื่อดังของโลกรวมอยู่ด้วย ทั้ง Microsoft, JP Morgan, Toyota และ Intel ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ Ethereum เป็นสกุลเงินที่หลายคนให้ความยอมรับ และมองว่ามีเสถียรภาพกว่าสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ จากการที่มีบริษัทชั้นนำเหล่านี้ ร่วมพัฒนาอยู่ด้วยนั่นเอง

อีเธอร์เลียม

Ethereum ขุดยังไง
 
          สำหรับการลงทุนใน Ethereum นั้น แบ่งได้เป็น 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

          1. การขุด (Mining)

          Ethereum เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่สามารถขุดได้เช่นกัน ซึ่งวิธีการขุด Ethereum ก็ไม่ได้ต่างจาก Bitcoin เลย เพราะมีระบบ Blockchain ทำงานอยู่เบื้องหลังเหมือนกัน โดยนักขุดจะต้องทำการแก้โจทย์สมการในแต่ละ Block ไปเรื่อย ๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคสูง ๆ เพราะยิ่งเครื่องของเรามีกำลังแรงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ขุดเหรียญออกมาจำนวนเยอะ ๆ ได้ในเวลาอันสั้น หรือใครจะเช่าเหมืองคนอื่นขุดแบบ Cloud Mining ก็ได้เช่นกัน และหากแก้สมการสำเร็จก็จะได้เหรียญ Ethereum เป็นการตอบแทน

          อย่างไรก็ดี ความยากของการขุด Ethereum ไม่ได้มีแค่เรื่องอุปกรณ์ที่มีราคาสูงและหายากเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของจำนวน Ethereum ที่เหลืออยู่ในระบบด้วย เพราะยิ่งจำนวนเหรียญเหลือน้อย การแก้สมการก็ยิ่งยากมากขึ้น รวมทั้งต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบัน Ethereum ถูกขุดไปแล้วกว่า 90 ล้านหน่วย จากเหรียญทั้งหมดที่มีประมาณ 100 ล้านหน่วย ไม่ต่างจากบิทคอยน์ที่มีคนขุดกันไปแล้วเป็นจำนวนมาก

- ขุดบิทคอยน์ (Bitcoin) ทำยังไง ทำไมคนทั่วโลกสนใจเป็นชาวเหมือง ?

          2. เทรดด้วยสกุลเงินอื่น (Trading)

          ใครอยากลงทุน Ethereum แต่ไม่ชอบความยุ่งยากในการหาคอมพิวเตอร์แรง ๆ ไปขุดเหรียญ ก็สามารถลงทุนแบบสายเทรดได้ โดยการนำเงินสกุลอื่น ๆ ไปแลก Ethereum มาเก็บไว้ เพื่อเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนตามกลไกของตลาด ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายเว็บไซต์เลย ที่เปิดให้บริการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยน Ethereum  

eth

Ethereum กับความเสี่ยงอะไรที่ต้องระวัง

          แม้หลายคนอาจมองว่าอนาคตของ Ethereum นั้น น่าจะยังสดใสและไปได้อีกไกล แต่ก็ต้องยอมรับว่าการลงทุนใน Ethereum และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ยังมีความเสี่ยงที่สูงอยู่ โดยความเสี่ยงที่ควรระวัง ได้แก่

          - ราคาที่ผันผวน

          หากเรานั่งดูกราฟราคาของ Ethereum นับตั้งแต่เปิดการซื้อ-ขาย ก็จะพบเลยว่าราคามีความผันผวนสูงมาก ไม่ต่างจากสกุลเงินดิจิทัลชนิดอื่นเลย เรื่องนี้จึงยังเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล บวกกับการประเมินมูลค่าของเงินดิจิทัล ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และไม่มีใครประเมินได้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของ Ethereum ที่ควรจะเป็นคือเท่าไหร่กันแน่

          - ความสามารถในการรองรับ ICO จำนวนมาก ๆ

          แน่นอนว่ายิ่งมีคนระดมทุน ICO บนระบบของ Ethereum มากขึ้น ย่อมเป็นผลดีแน่นอน แต่ปัญหาคือ Ethereum จะมีศักยภาพรองรับการลงทุนที่พร้อมกันเป็นจำนวนมาก ๆ ได้ดีพอหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ก็เคยทำให้ระบบของ Ethereum เกิดปัญหามาแล้ว และในอนาคตหากมีการทำ ICO เยอะขึ้น ก็ต้องมาลุ้นกันว่าระบบจะรองรับได้มากน้อยแค่ไหน

          - ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ

          เป็นสิ่งที่ทุกสกุลเงินดิจิทัลต้องเจอเหมือนกันคือ ยังไม่มีองค์กรหรือกฎหมายอะไรออกมารองรับการลงทุนเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายเก็งกำไร ลงทุนขุดเหรียญ หรือแม้แต่การทำ ICO ก็ยังเป็นสิ่งที่คลุมเครืออยู่ว่า ในประเทศไทยสามารถทำได้อย่างถูกต้องหรือไม่

 
         จะเห็นว่าตอนนี้เงินดิจิทัลไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว และกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งนอกจากบิทคอยน์และอีเธอร์เลียมแล้ว ก็ยังมีเงินดิจิทัลสกุลอื่นอีกมากมาย เช่น รู้จัก 5 สกุลเงินดิจิทัลมาแรง ที่มีโอกาสแซงบิทคอยน์ เพราะฉะนั้น การเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่องนี้เอาไว้บ้างก็ไม่เสียหาย ส่วนใครที่คิดจะเข้าไปลงทุนในธุรกิจนี้ ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าเงินดิจิทัลยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน ไม่อย่างนั้นอาจหมดตัวเอาได้ในพริบตา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รู้จัก Ethereum เงินดิจิทัลมาแรง ที่หลายคนต่างจับตามอง ! โพสต์เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 17:27:58 7,393 อ่าน
TOP