บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ เงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล


บิทคอยน์


            บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ คือเงินเสมือนจริงในโลกดิจิตอล ซึ่งยังไม่มีประเทศไหนยอมรับสกุลเงินนี้อย่างเป็นทางการ รวมทั้งประเทศไทยที่ถือว่าการทำธุรกรรมบิทคอยน์ผิดกฎหมาย

            บิทคอยน์ สกุลเงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล กลายเป็นประเด็นให้คนรู้จักชื่อกันมากขึ้น เมื่อในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เว็บไซต์ เมานท์ก็อกซ์ดอทคอม (MtGox.com) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินบิทคอยน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีปริมาณการแลกเปลี่ยนมากที่สุดในโลก ประกาศล้มละลายกะทันหัน พร้อมยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวกับสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้การทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่ใช้สกุลเงินบิทคอยน์ถูกสั่งระงับชั่วคราว ทำเอาโลกออนไลน์ปั่นป่วนไปไม่น้อย

            อย่างไรก็ตาม กับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หลายคนเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า สกุลเงินบิทคอยน์ คืออะไร แล้วใช้งานกันในโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร กับอีกข้อสงสัยมากมายที่กระปุกดอทคอมขอนำข้อมูลความรู้มาบอกกัน

            สำหรับ บิทคอยน์ (Bitcoin) คือสกุลเงินในรูปแบบดิจิตอลที่ถูกสร้างและเก็บมูลค่าไว้ในโลกออนไลน์ เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยไม่ขึ้นกับสกุลเงินใด ๆ

            ทั้งนี้ มีการระบุว่า สกุลเงินบิทคอยน์ ถูกคิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2552 โดย นายซาโตชิ นากาโมโต้ ชายชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น วัย 64 ปี แต่ภายหลัง นากาโมโต้ ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนคิดค้นเงินเสมือนจริงนี้ คนทั่วไปจึงคาดการณ์ว่า ชื่อ ซาโตชิ นากาโมโต้ อาจเป็นนามแฝงของคน หรือกลุ่มคนที่คิดค้นเงินสกุลบิทคอยน์ก็เป็นได้

            อย่างไรก็ตาม แม้สกุลเงินบิทคอยน์จะถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2552 แต่ก็รู้จักกันในกลุ่มคนสังคมออนไลน์บางส่วนเท่านั้น กระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่หน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ ทำการปิดเว็บไซต์ "ซิลค์โรด" ซึ่งลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและรับธรรมทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม พร้อมกับยึดเงินบิทคอยน์ได้ถึง 26,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 115 ล้านบาท) ชื่อของ "บิทคอยน์" สกุลเงินแห่งโลกดิจิตอล จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเป็นครั้งแรก

            สำหรับการหาเงินบิทคอยน์นั้นสามารถทำได้โดยใช้วิธีที่เรียกว่า "ทำเหมือง" หรือใช้คอมพิวเตอร์ของเรามาเป็นเครือข่ายแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และจะได้รับบิทคอยน์ จำนวน 10 บิทคอยน์ ทุก ๆ 25 นาทีที่เข้าร่วมแก้โจทย์ดังกล่าว

            ขณะที่การจะใช้สกุลเงินบิทคอยน์มาแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้นั้น ผู้ใช้งานจะต้องลงซอฟต์แวร์เพื่อสร้างบัญชี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนในการใช้บริการ ขณะที่ขั้นตอนการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก สามารถซื้อขายกับเงินจริง ๆ ได้ในหลาย ๆ สกุล อีกทั้งยังถ่ายโอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ทำให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นเรื่องง่าย

            ด้วยความสะดวกในการใช้งาน นั่นจึงทำให้ในช่วงหลังมานี้ เริ่มมีร้านค้ายอมรับสกุลเงินบิทคอยน์ในการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยมี เว็บไซต์ MtGox.com ของญี่ปุ่น เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเงินรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนประเทศอื่น ๆ รวมทั้งประเทศไทยเอง ก็มีเว็บไซต์รับแลกเปลี่ยนเงินบิทคอยน์ด้วยเช่นกัน

            อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจนี้เติบโตขึ้นมาก จึงมาพร้อมกับปัญหาการโจรกรรมของกลุ่มแฮกเกอร์ ซึ่งปัญหานี้ทำให้มูลค่าเงินบิทคอยน์ร่วงลงอย่างรวดเร็ว และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สกุลเงินบิทคอยน์ก็ยังคงเป็นแค่เงินเสมือนจริงเท่านั้น เพราะการที่เงินสกุลนี้ไม่มีการรักษามูลค่า และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กำหนดมูลค่า อีกทั้งยังไม่มีหน่วยงานใดควบคุม จึงทำให้ยังไม่มีรัฐบาลประเทศไหนออกมาประกาศยอมรับสกุลเงินดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แม้บางประเทศ เช่น เยอรมนี เริ่มเปิดกว้างและยอมรับ ขณะที่สิงคโปร์มองว่า บิทคอยน์เป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ชำระและบริการได้

            หลายคนอาจสงสัยว่า เงินสกุลนี้ไม่มีการรักษามูลค่าอย่างไร ลองย้อนไปดูอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนธันวาคม 2556 ช่วงนั้นอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่กว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ก่อนจะค่อย ๆ ดิ่งลงมาเรื่อย ๆ มาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และมาอยู่ที่ 135 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2557 อันเป็นผลมาจากการที่หลายบริษัทที่รับแลกเงินบิทคอยน์ต้องปิดตัวลง เพราะเจอภัยจากแฮกเกอร์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า ค่าเงินบิทคอยน์ผันผวนสูงมากและมีโอกาสเสื่อมค่าได้อย่างรวดเร็ว

            ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ระบุไว้ในบทวิเคราะห์เรื่อง "Bitcoin...เงินยุคดิจิตอล กับหลากความเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึง" ถึงข้อจำกัดอีกหลายเรื่องที่ทำให้การใช้เงินสกุลบิทคอยน์มีความเสี่ยงไม่น้อยเลย เช่น การที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับให้เงินสกุลนี้สามารถใช้ชำระหนี้ได้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเป็นในประเทศไทย เรายังไม่มีกฎหมายแลกบิทคอยน์เป็นเงินบาท

            นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยที่เงินบิทคอยน์ไม่มีตัวตนจริง จึงอาจสูญหายได้หากถูกไวรัสที่มือดีปล่อยเข้ามาคุกคามระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงการที่ธนาคารกลางของประเทศนั้น ๆ ยังไม่สามารถควบคุมปริมาณเงินในระบบได้ด้วย

            อีกเรื่องสำคัญที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นกังวลมากก็คือ การที่มีกลุ่มมิจฉาชีพและแก๊งค้ายาเสพติดหันมาใช้สกุลเงินบิทคอยน์ในการฟอกเงินมากขึ้น เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานแต่ละบัญชีเป็นของใคร จึงเป็นช่องทางให้เกิดการเลี่ยงภาษี หรือทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายได้ ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อเกิดการโจรกรรมเงินบิทคอยน์ขึ้นในโลกไซเบอร์ ก็เป็นเรื่องยากที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษด้วย

            เมื่อเป็นเช่นนี้ สกุลเงินบิทคอยน์จึงยังคงเป็นเพียงเงินเสมือนจริงในโลกดิจิตอล ที่ตอนนี้ดูแล้วยังเป็นไปได้ยากที่จะถูกนำมาชำระหนี้ในโลกแห่งความจริงได้ตามกฎหมาย โดยนักวิเคราะห์ทั่วโลกหลายคนก็ได้เตือนให้ประชาชนที่จะใช้เงินบิทคอยน์ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะมีความเสี่ยงหลายประการดังที่ได้กล่าวไป

            ขณะที่ประเทศไทยเองนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาประกาศชัดเจนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 แล้วว่า การทำธุรกรรมใด ๆ ที่ใช้เงินบิทคอยน์ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะระบบดังกล่าวไม่ใช่เงินที่แท้จริง และทำให้ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ห้ามการทำธุรกรรมบิทคอยน์


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


คิดอย่างไรกับเรื่อง: บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ เงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 24 มิ.ย. 2560 , 09:19 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,150.0020,250.00
  • ทองรูปพรรณ19,783.8020,750.00
บิทคอยน์ คืออะไร สกุลเงินบิทคอยน์ เงินเสมือนจริงในระบบดิจิตอล โพสต์เมื่อ 13 มีนาคม 2557 เวลา 09:53:39 43,216 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP