x close

ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ ง่าย ๆ มือใหม่ก็ทำได้

         การยื่นภาษีออนไลน์ ปี 2563 ใครว่ายาก รวมขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ต่อให้เป็นมือใหม่ ยื่นภาษีครั้งแรกก็ทำได้

          สำหรับผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี แล้วไม่อยากเดินทางออกมาข้างนอก เนื่องจากปัญหาของไวรัสโคโรน่าโควิด 19 แล้วละก็ การยื่นภาษีออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งง่าย สะดวก และปลอดภัย โดยกรมสรรพากรได้เปิดเว็บไซต์ให้บริการแก่ประชาชนสามารถยื่นภาษีได้ด้วยตนเองในรูปแบบออนไลน์ ถ้าหากใครยังไม่เคยยื่นภาษีออนไลน์มาก่อน กระปุกดอทคอมได้นำขั้นตอนวิธีการยื่นภาษีออนไลน์พร้อมทั้งคำอธิบายเบื้องต้นมาให้กับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นภาษีออนไลน์ การยื่นภาษีออนไลน์ด้วยตัวเองนั้นไม่ยาก สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่นาที 
 

ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์

 

  ก่อนที่จะยื่นภาษีออนไลน์ จะต้องรู้ก่อนว่าต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 90 กรณีไหนที่เข้าข่าย มีเงื่อนไขอะไรบ้าง คลิกดูรายละเอียดที่นี่ได้เลย เงื่อนไขการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


  ขั้นตอนที่ 1. เข้าสู่เว็บไซต์ epit.rd.go.th ของกรมสรรพากร แล้วเลือกเมนู ยื่นภาษี ภงด 90/91 ตามภาพตัวอย่างด้านล่าง 



  ขั้นตอนที่ 2. สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ ในหน้านี้จะมีช่องให้กรอกข้อมูลอยู่ 2 ช่อง คือ หมายเลขผู้ใช้ และรหัสผ่าน หากใครที่เคยยื่นภาษีออนไลน์มาก่อน สามารถเข้าสู่ระบบได้เลย โดยใส่ข้อมูลในช่องว่างแล้วกด ตกลง แต่ถ้าหากเป็นผู้ยื่นภาษีออนไลน์ครั้งแรก จะต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิกใหม่เสียก่อน โดยกดที่ปุ่ม "สมัครสมาชิก" แล้วใส่ข้อมูลส่วนตัวเข้าไป แล้วทำตามขั้นตอนคำแนะนำที่ระบุเอาไว้ในหน้าการสมัครสมาชิก หรือดูวิธีการสมัครสมาชิกใหม่ได้ที่นี่ วิธีการสมัครสมาชิกใหม่ ในปัจจุบันมีวิธีการเข้าระบบด้วย NDID (National Digital ID) หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ndid.co.th สำหรับในที่นี้เราจะมาพูดถึงขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ในหัวข้อถัดไป 



  ถ้าหากใครที่เป็นสมาชิกอยู่แล้ว แต่ลืมรหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ ให้เลือกที่ปุ่ม ลืมรหัสผ่าน จากนั้นทำตามขั้นตอนคำแนะนำในระบบ หรือเลือก ขอรหัสผ่านใหม่ ก็ทำได้ 

  ขั้นตอนที่ 3. ตรวจสอบข้อมูล หลังจากเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ในหน้า "แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2563 ภ.ง.ด.90/91" ซึ่งจะมีข้อมูลที่เรากรอกไว้ในขั้นตอนของการลงทะเบียน สมัครสมาชิกปรากฏอยู่ ให้เราตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากพบข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงให้รีบแก้ไข เพราะเมื่อกดยืนยันข้อมูลไปแล้ว จะไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีก จากนั้นกดที่ปุ่ม ทำรายการต่อไป
 

ยื่นภาษี


  ขั้นตอนที่ 4. สถานภาพผู้มีเงินได้  "หน้าหลัก" หรือหน้าแรกของการเริ่มต้นขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ เป็นข้อมูลแสดงสถานภาพการสมรสของผู้มีเงินได้ หากมีหรือไม่มีคู่สมรสให้ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
 
ยื่นภาษี


  ในหัวข้อ "สถานภาพผู้มีเงินได้" กรณีที่เป็น "บุคคลธรรมดา" ให้เลือกระหว่าง "โสด/สมรส/หม้าย"

ยื่นภาษี

  กรณีเลือกโสดหรือหม้าย ให้คลิกทำรายการต่อไปได้เลย (*สำคัญ สามารถขึ้นไปดูข้อมูล เงื่อนไขการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ทั้งสองกรณีที่ลิงค์ใต้หัวข้อด้านบน)


ยื่นภาษี

  กรณีเลือกสมรส ต้องกรอกข้อมูลคู่สมรส รวมทั้งข้อมูลการมีเงินได้ ทางด้านขวามือก่อน แล้วจึงเลือกทำรายการต่อไป


  ขั้นตอนที่ 5. "เลือกเงินได้/ลดหย่อน" ให้ใส่ข้อมูลรายการเงินได้พึงประเมินและค่าลดหย่อน

ยื่นภาษี

         
  5.1 รายการเงินได้พึงประเมิน

  ให้เราติ๊กเครื่องหมายหน้าช่องที่เป็นแหล่งที่มาของเงินได้เรา เช่น
 
              - หากมีรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง บำนาญ โบนัส ให้ติ๊กที่ช่อง "มาตรา 40 (1)
 
              - แต่หากมีรายได้จากอื่น ๆ ด้วย ให้ติ๊กช่องอื่นเพิ่มเติม เช่น มีรายได้จากเงินปันผลของกองทุนรวมที่ซื้อไว้ ให้ติ๊กที่ช่อง "มาตรา 40 (8)" กรณีได้รับเงินจากการขายบ้าน ให้ติ๊กที่ช่อง "เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์"

  5.2 เลือกเงินได้ที่ได้รับยกเว้น/ค่าลดหย่อน

  ส่วนนี้คือเรามีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง ให้เลือกที่ช่องนั้น เช่น

             - หากบริษัทมีหักเงินประกันสังคมไป ให้เราเลือกที่ช่อง "เงินสมทบกองทุนประกันสังคม"

             - กรณีดูแลบิดา-มารดา อายุเกิน 60 ปี ให้เลือกช่อง "อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป"

             - หากซื้อกองทุน SSF ไว้ลดหย่อนภาษี ก็เลือกช่อง "ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม SSF"

เมื่อเลือกครบแล้ว ให้กดทำรายการต่อไป


  ขั้นตอนที่ 6. บันทึกเงินได้ ให้ใส่ข้อมูลรายละเอียดเงินได้ และค่าลดหย่อนตามที่เราเลือกมาในหน้า "เลือกเงินได้/ลดหย่อน"


ยื่นภาษี
 
  ส่วนนี้ให้เรากรอกเงินเดือน ค่าจ้างที่เราได้รับ เช่น มาตรา 40 (1) ให้เรากรอกเงินได้พึงประเมิน คือเงินที่เราได้รับจากค่าจ้างทั้งหมด พร้อมทั้งจำนวนภาษีที่บริษัทหักไป หากมีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ให้กรอกตัวเลขนั้นไป

  ส่วนช่อง "เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงินได้" ให้กรอกเลขภาษีของบริษัทที่จ่ายเงินให้เรา ซึ่งจะมีข้อมูลอยู่ในใบ 50 ทวิ

  หากมีเงินได้นอกเหนือจากค่าจ้าง ก็จะมีช่องให้กรอกเพิ่มเติมเมื่อกดไปที่ "ทำรายการต่อไป"


  ขั้นตอนที่ 7. เมื่อกรอกข้อมูลเงินได้เสร็จสรรพ จะมาที่หน้า "บันทึกค่าลดหย่อน"

ยื่นภาษี
     
  ส่วนนี้ให้เรากรอกข้อมูลการลดหย่อนต่าง ๆ เช่น กรณีส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม, ค่าซื้อสินค้าช้อปดีมีคืน ก็ให้กรอกจำนวนเงินที่ซื้อหรือใช้บริการลงไป เสร็จแล้วเลือก "ทำรายการต่อไป"

  ขั้นตอนที่ 8. คำนวณภาษี ซึ่งระบบจะคำนวณให้เรียบร้อยว่าหักอะไรเท่าไร ก่อนสรุปว่าเราต้องเสียภาษีเท่าไร


ยื่นภาษี

  โดยหากข้อมูลระบุว่า "ชำระเพิ่มเติม" แสดงว่าเราต้องเสียภาษีเพิ่มเติมจากเงินที่เราจ่ายไป แต่หากข้อมูลระบุว่า "ชำระไว้เกิน" เท่ากับเราจะได้เงินภาษีคืนกลับมา


ยื่นภาษี
            
  ด้านล่างจะมีข้อความระบุ "การแสดงเจตนาอุดหนุนเงินภาษีให้แก่พรรคการเมืองของผู้มีเงินได้" กรณีเราชำระภาษีไว้เกิน แล้วต้องการบริจาคให้พรรคการเมือง ให้เลือก "ประสงค์จะอุดหนุนเงินภาษี" พร้อมเลือกพรรคการเมืองที่เราต้องการมอบให้ แต่หากต้องการภาษีคืน ให้เลือก "ไม่ประสงค์จะอุดหนุนเงินภาษี" แล้วเลือก "มีความประสงค์จะขอคืนเงินภาษี" จากนั้นกด "ทำรายการต่อไป"
        
  กรณีที่เราผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว กรมสรรพากรจะโอนเงินภาษีคืนให้ทางบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์
 

  ขั้นตอนที่ 9. จากนั้นจะปรากฏหน้า "ยืนยันการยื่นแบบ" ให้เราตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง จากนั้นกด "ยืนยันการยื่นแบบ" เป็นอันเสร็จสิ้น

  ระหว่างนี้หากยังไม่กดยืนยันการยื่นแบบในหน้าสุดท้าย เรายังสามารถกลับไปแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลในหน้าก่อน ๆ ได้นะคะ

  เมื่อกดยืนยันการยื่นแบบนั้น จากนั้นจะมาที่หน้า "ผลการยื่นแบบ" ซึ่งจะแจ้งให้เราทราบว่า ได้เงินภาษีคืนเท่าไร ยื่นแบบวันไหน


ยื่นภาษี

  กรณีต้อง "ชำระภาษีเพิ่มเติม" จะมีรายละเอียดระบุว่า สามารถชำระภาษีเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไหนบ้าง เช่น โอนทางธนาคารหรือ ATM และยังสามารถผ่อนจ่ายได้ด้วย ตรวจสอบข้อมูลการชำระภาษีเพิ่มเติมได้ที่ "การชำระภาษีด้วยวิธีใดบ้าง ?"

 - ผ่อนภาษี ได้ 3 งวด ทางเลือกง่าย ๆ ของคนจ่ายภาษี

วิธีตรวจสอบข้อมูลการขอคืนภาษี


ยื่นภาษี

  หลังจากยื่นภาษีแล้ว 3 วันทำการ สามารถสอบถามข้อมูลการขอคืนภาษีได้ที่กรมสรรพากร rd.go.th ซึ่งเราไม่ควรลืมตรวจสอบนะคะ เพราะกรมสรรพากรอาจเรียกตรวจเอกสารของเราได้ กรณีนี้เราจะต้องนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ สแกนเป็นไฟล์แล้วอัปโหลดผ่านหน้าเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบภายในวันที่กำหนด ซึ่งเมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะดำเนินการคืนเงินภาษีให้ทางบัญชีธนาคารที่เราผูกพร้อมเพย์ไว้ 

  กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90, 91) ขอคืนภาษี และยังไม่ได้รับเงินคืน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร (Call Center) โทร. 1161 หรืองานคืนภาษี สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ


กรอกข้อมูลผิดไป ทำไงดี ?

 สำหรับคนที่ยื่นแบบภาษีทางออนไลน์ไปแล้วและเพิ่งรู้ว่ากรอกข้อมูลผิดไป กรณีนี้จะไม่สามารถกลับไปแก้ไขแบบที่ยื่นไปแล้วได้นะคะ แต่เราจะต้องกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมดผ่านอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง โดยกดเลือกช่อง "ยื่นเพิ่มเติม" ซึ่งกรมสรรพากรจะพิจารณาจากการยื่นแบบครั้งล่าสุดที่เรายื่นไป เพราะฉะนั้นใครกรอกข้อมูลผิดไปก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ ลองทำขั้นตอนตามนี้ดูเลย

 - ยื่นภาษีผิดทำไงดี ไม่ต้องตกใจไป แค่ยื่นใหม่ก็จบแล้ว !


ช่องทางอื่น ๆ สำหรับการยื่นภาษีรายได้ ?

  ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นภาษีรายได้ที่

 - สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (เดิมเรียกว่า สํานักงานสรรพากรเขต/อําเภอ)

 - ธนาคารพาณิชย์ไทย และสาขา ในเขตกรุงเทพมหานคร

 - ที่ทําการไปรษณีย์สําหรับการยื่นแบบ โดยสามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน พร้อมแนบเช็ค (ประเภท ข. ค. หรือ ง.) หรือธนาณัติ (ตามจํานวนเงินภาษีที่ต้องชําระทั้งจํานวน) ส่งไปยังที่อยู่

 กองบริหารการคลังและรายได้ กรมสรรพากร อาคารกรมสรรพากร เลขที่ 90 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

  ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะถือเอาวันที่ลงทะเบียนไปรษณีย์เป็นวันรับแบบและชําระภาษี และจะส่งใบเสร็จรับเงิน
ให้แก่ผู้ยื่นแบบทางไปรษณีย์ลงทะเบียน


 ต่างจังหวัดสามารถยื่นภาษีรายได้ที่

 - สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (เดิมเรียกว่า สํานักงานสรรพากรเขต/อําเภอ)

 - ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ในกรณีสำนักงานสรรพากรอำเภอมิได้ตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอ ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรอำเภอ หรือ

  - สำนักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์ไทย ในเขตอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่


การยื่นภาษีออนไลน์ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ rdserver.rd.go.th

  ขั้นตอนอาจจะดูเยอะ แต่ถ้าเราเตรียมข้อมูลหลักฐานไว้พร้อมแล้ว และลองคลิกตามไปทีละขั้น จะเห็นว่าการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ยากอยางที่เราคิดค่ะ


***หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564

ขอบคุณข้อมูลจาก
กรมสรรพากร, กรมสรรพากร

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ ง่าย ๆ มือใหม่ก็ทำได้ อัปเดตล่าสุด 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:11:04 1,208,380 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP