หนึ่งในปัญหาใหญ่ของชาวฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า แรงงานอิสระ หรือผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัวเวลาต้องการขอสินเชื่อ ก็คือ ไม่มีสลิปเงินเดือนมายืนยันรายได้ หรือรายงานการเคลื่อนไหวทางการเงิน (Statement) ไม่สวย ไม่มีประวัติในเครดิตบูโร ทำให้หลายครั้งโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบกลายเป็นเรื่องยาก จนอาจนำไปสู่ปัญหาการกู้นอกระบบที่สร้างภาระหนี้ไม่สิ้นสุด
แต่ทราบไหมว่า ในยุคดิจิทัลแบบนี้ เราสามารถนำประวัติการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟที่ตรงเวลา มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้แล้ว ซึ่งสามารถขอข้อมูลนี้ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ วันนี้เราจะพาไปดูขั้นตอนการขอเอกสารที่ว่านี้ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ทำไมบิลค่าไฟ-ค่าน้ำ
ถึงใช้ยื่นขอสินเชื่อได้
ภาพจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย
หลายคนอาจสงสัยว่า บิลค่าไฟหรือค่าน้ำจะนำไปใช้ยื่นขอสินเชื่อได้อย่างไร ก็ต้องบอกว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Your Data แนวคิดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้ใช้ข้อมูลทางเลือกในการพิจารณาสินเชื่อ
โดยข้อมูลทางเลือกนี้ รวมถึงประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือพฤติกรรมการใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ยืนยันความน่าเชื่อถือทางการเงินสำหรับผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ ไม่มีสลิปเงินเดือน มีประวัติการเงินไม่เพียงพอ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SMEs หากมีพฤติกรรมจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถสะท้อนวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบได้เช่นกัน ทำให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อหรือบริการทางการเงินอื่น ๆ มากขึ้น
ทั้งนี้ เราสามารถขอประวัติการใช้และการชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านแอปฯ ทางรัฐได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
วิธีขอประวัติค่าน้ำ-ค่าไฟ
ผ่านแอปฯ ทางรัฐ
ภาพจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย
สำหรับคนที่จะขอข้อมูลได้ต้องมีชื่อเป็นคู่สัญญาในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟก่อน หลังจากนั้นให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐ ลงทะเบียนใช้งานและยืนยันตัวตนให้สำเร็จเรียบร้อย จากนั้นทำตามขั้นตอนนี้
1. เปิดแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" แล้วเข้าสู่ระบบ
2. เข้าหมวดหมู่ “การเงิน/ประกัน”
3. เลือก "ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน" แล้วกด "อนุญาต"
4. เลือกหน่วยงาน (กปน./ กปภ./ กฟน./ กฟภ.) และทะเบียนผู้ใช้ที่ต้องการขอประวัติการชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ
5. ตรวจสอบข้อมูล และกด "ขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ" แล้วกด "ดาวน์โหลดเอกสาร" โดยเอกสารจะบันทึกอยู่ในมือถือ
6. นำเอกสารที่บันทึกในมือถือไปยื่นสมัครสินเชื่อตามช่องทางที่ผู้ให้บริการสินเชื่อกำหนด
ภาพจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ เราสามารถขอประวัติได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
สำหรับผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวแล้ว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ โดยมีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข
ใช้ยื่นขอสินเชื่อที่ไหนได้บ้าง ?
ธนาคารพาณิชย์
-
ธนาคารทิสโก้
-
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
-
ธนาคารกสิกรไทย
-
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
-
ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)
-
ธนาคารไทยเครดิต
สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
-
ธนาคารออมสิน
-
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank)
-
เงินดีดี (กู๊ดมันนี่)
-
เธียรสุรัตน์ ลีสซิ่ง
-
พี.ซี.ทาวเวอร์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ (1996)
-
โซ สมาร์ท เทค (สินเชื่อเติมดี)
-
มันนิกซ์ (ฟินนิกซ์)
-
สบาย ลีสซิ่ง
-
อบาคัส ดิจิทัล (มันนี่ทันเดอร์)
-
ชูเกียรติ พร๊อพเพอร์ตี้ (ชูเกียรติ ลิสซิ่ง)
-
บิ๊ก มันนี่ พลัส
-
ฟอร์ท สมาร์ท แคปปิตอล (บุญเติม เงินพร้อมทันใจ)
-
แรบบิท แคช
-
ฮิวแมนเชส แคปปิตอล
-
คาร์ด เอกซ์
-
เงินให้ใจ
-
เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส
-
บัตรกรุงศรีอยุธยา
-
พรอมิส (ประเทศไทย)
-
แมคคาเล กรุ๊พ (เงินกู้สมใจ)
-
รีโซลูชั่น เวย์
-
โลตัสส์ มันนี่ เซอร์วิสเซส
-
อยุธยาแคปปิตอล เซอร์วิสเซส
-
เอส 11 กรุ๊ป
ภาพจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย
ภาพจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย





