เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง เช็กสิทธิข้าราชการ มนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ และวิธีเพิ่มบำนาญให้ตัวเอง

          เกษียณแล้วได้เงินอะไร จากไหนบ้าง ชวนข้าราชการ มนุษย์เงินเดือน และฟรีแลนซ์ มาเช็กสิทธิของตัวเอง ทั้งบำเหน็จ บำนาญ และเงินก้อนต่าง ๆ เพื่อเตรียมวางแผนชีวิตให้พร้อมหลังเกษียณ
เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          เมื่อถึงวันเกษียณอายุ เงินเดือนที่เคยเข้าบัญชีทุกเดือนก็หยุดลง แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้หยุดตาม ทั้งค่าครองชีพ ค่ารักษาพยาบาล และการดูแลครอบครัว ดังนั้น นอกจากวางแผนว่าจะต้องออมเงินเท่าไรแล้ว ยังควรรู้ด้วยว่า เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการจากรัฐ เงินออม หรือผลตอบแทนจากการลงทุน เพราะสิทธิของแต่ละอาชีพอาจต่างกัน ไปดูกันว่าแต่ละช่องทางมีเงื่อนไขอย่างไร และเรามีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญจากอะไรบ้าง 

ข้าราชการ เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          ข้าราชการเป็นกลุ่มที่มีระบบบำเหน็จบำนาญรองรับค่อนข้างชัดเจน แต่ก็มีเงินในส่วนที่ได้รับไม่เหมือนกันด้วย ขึ้นอยู่กับการวางแผนการออมของแต่ละคน โดยเงินหลังเกษียณที่ข้าราชการมีสิทธิได้รับ มีดังนี้

1. เงินบำเหน็จหรือบำนาญราชการ

          เมื่อเกษียณอายุราชการ ข้าราชการที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์จะได้รับเงินเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) โดยพิจารณาจากระยะเวลาราชการ เหตุที่ออกจากราชการ และกฎหมายที่ใช้กับแต่ละกรณี

เงินบำเหน็จราชการ

  • เป็นเงินก้อนที่จ่ายครั้งเดียว คำนวณจาก เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุราชการ เช่น อายุราชการ 8 ปี และได้รับเงินเดือนเดือนสุดท้าย 30,000 บาท จะได้รับบำเหน็จก้อนเดียว 240,000 บาท
  • คนที่มีสิทธิได้รับบำเหน็จราชการคือ
    • มีอายุราชการตั้งแต่ 1 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 10 ปี หรือ
    • มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถเลือกรับบำเหน็จแทนบำนาญได้

เงินบำนาญราชการ

  • เป็นเงินรายเดือนที่จ่ายต่อเนื่องตามสิทธิ โดยกรณีเกษียณอายุ ต้องมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จึงจะเลือกรับบำนาญได้
  • วิธีคำนวณเงินบำนาญราชการ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 
    • ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. : คำนวณจาก อายุราชการ x เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ÷ 50 แต่เงินบำนาญต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายตัวอย่างเช่น มีอายุราชการ 15 ปี และเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายอยู่ที่ 40,000 บาท จะได้รับบำนาญเดือนละ 12,000 บาท
    • ข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. : จะใช้สูตร อายุราชการ x เงินเดือนเดือนสุดท้าย ÷ 50

          ถ้าเลือกรับบำนาญ เงินส่วนนี้จะกลายเป็นรายได้ประจำหลังเกษียณ และจะไม่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีก เพราะถือว่าได้รับสวัสดิการรายเดือนจากรัฐอยู่แล้ว ส่วนข้าราชการที่รับเฉพาะบำเหน็จเป็นเงินก้อนอาจมีสิทธิลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพได้ หากมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์

          นอกจากนี้ บางหน่วยงานอาจมีเงินกองทุนหรือสวัสดิการเพิ่มเติมตามระเบียบของต้นสังกัด แต่ไม่ใช่สิทธิกลางที่ข้าราชการทุกคนมี จึงต้องตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลของหน่วยงานโดยตรงว่าหน่วยงานที่สังกัดมีเงินสวัสดิการส่วนไหนอีกบ้าง

2. เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

          กบข. หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ไม่ใช่เงินบำนาญราชการ แต่เป็นเงินเพื่อการเกษียณในบัญชีของข้าราชการที่เป็นสมาชิก ประกอบด้วยเงินสะสมของสมาชิก เงินที่รัฐจ่ายเข้ากองทุน เงินส่วนอื่นตามสิทธิ และผลประโยชน์จากการลงทุน นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถเลือกส่งเงินสะสมส่วนเพิ่มเพื่อเพิ่มเงินเกษียณของตัวเองได้อีกด้วย

          เมื่อเกษียณอายุ ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. จะมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญราชการตามหลักเกณฑ์ พร้อมกับเงินจาก กบข. อีกส่วนหนึ่ง โดยเงิน กบข. จะคำนวณตามยอดเงินและสิทธิของสมาชิกแต่ละคน ซึ่งสามารถเลือกรับเป็นเงินก้อน หรือเลือกจัดการเงินต่อด้วยวิธีต่าง ๆ ตามทางเลือกที่ กบข. กำหนด เช่น ฝากให้กองทุนบริหารต่อหรือทยอยรับเงิน เป็นต้น

มนุษย์เงินเดือน ลูกจ้างเอกชน 
เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          คนทำงานบริษัทหรือพนักงานประจำอาจไม่มีบำนาญจากนายจ้างเหมือนข้าราชการ แต่ยังมีสิทธิอื่น ๆ ซึ่งอาจไม่ได้รับโดยอัตโนมัติ บางรายการต้องยื่นขอ บางรายการต้องสมัครเป็นสมาชิกและส่งเงินสะสมมาตั้งแต่ยังทำงาน ดังนี้

1. บำเหน็จหรือบำนาญชราภาพประกันสังคม

          ลูกจ้างที่ส่งเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 หรือเคยส่งต่อในมาตรา 39 มีสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยลักษณะเงินที่ได้รับแบ่งออกเป็น 2 แบบ

  • ส่งเงินสมทบกรณีชราภาพไม่ครบ 180 เดือน ได้รับบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน
  • ส่งเงินสมทบครบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป ได้รับบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต

          คนที่ใกล้อายุ 55 ปีจึงควรตรวจสอบจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบให้ละเอียด เพราะถ้าขาดเพียงไม่กี่เดือน รูปแบบเงินที่ได้รับอาจเปลี่ยนจากบำนาญรายเดือนเป็นบำเหน็จเงินก้อน รวมถึงควรติดตามสูตรคำนวณบำนาญที่สำนักงานประกันสังคมประกาศใช้ในช่วงที่ยื่นรับสิทธิด้วย

          ทั้งนี้ การขอรับบำนาญชราภาพต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนก่อน เช่น ลาออก จึงไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลประกันสังคมต่อไปได้ แต่กรณีมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไข จะยังได้รับความคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน หลังจากนั้น หากไม่มีสิทธิรักษาอื่น สามารถใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทแทนได้

2. เงินชดเชยเมื่อเกษียณอายุ

          หลายคนเข้าใจว่า ถ้าออกจากงานเพราะครบอายุเกษียณตามปกติ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่จริง ๆ แล้ว กฎหมายคุ้มครองแรงงานถือว่า การเกษียณอายุ คือ การเลิกจ้างรูปแบบหนึ่ง ลูกจ้างภาคเอกชนที่ทำงานต่อเนื่องครบ 120 วันขึ้นไปจึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน

          ทั้งนี้ หากนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับ สัญญาจ้าง หรือข้อตกลง ก็ให้เป็นไปตามเกณฑ์นั้น แต่ถ้าไม่ได้กำหนดไว้ หรือกำหนดอายุเกษียณเกิน 60 ปี ลูกจ้างที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปมีสิทธิแสดงเจตนาขอเกษียณเองได้ โดยแจ้งต่อนายจ้างและจะมีผลเมื่อครบ 30 วันนับจากวันที่แจ้ง ซึ่งนายจ้างก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยเช่นกัน

          ส่วนจำนวนเงินจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาทำงานต่อเนื่อง และค่าจ้างอัตราสุดท้าย โดยเงินชดเชยตามกฎหมายแบ่งเป็น 6 ขั้น ดังนี้

  • ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน (1 เดือน)
  • ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน (3 เดือน)
  • ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน (6 เดือน)
  • ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน (8 เดือน)
  • ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป ได้รับเงินชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน (10 เดือน)
  • ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป ได้รับเงินชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน (ประมาณ 13.3 เดือน)

          ทั้งนี้ ควรตรวจสอบข้อบังคับและเงื่อนไขการจ้างของแต่ละองค์กรประกอบด้วย

3. เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          หากบริษัทที่เราทำงานอยู่จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund (PVD) และเราสมัครเป็นสมาชิกพร้อมส่งเงินสะสมตามเงื่อนไข เมื่อเกษียณก็จะมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนก้อนนี้ ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ เงินสะสมที่หักจากเงินเดือน ผลประโยชน์ของเงินสะสม เงินสมทบจากนายจ้าง และผลประโยชน์ของเงินสมทบ ส่วนจะได้รับมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่สะสม ข้อบังคับกองทุน อายุงาน สัดส่วนเงินสมทบจากนายจ้าง ตลอดจนผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผ่านมา

          ทั้งนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วเงินจาก PVD จะจ่ายออกมาเป็นเงินก้อน แต่ปัจจุบันมีทางเลือกเพิ่มขึ้น คือ สามารถคงเงินไว้ในกองทุนเพื่อให้เงินลงทุนต่อเนื่อง หรือบางกองทุนอาจเปิดให้ทยอยรับเงินเป็นงวด เช่น ทุกไตรมาส ทุกครึ่งปี หรือทุกปี ช่วยเปลี่ยนเงินก้อนให้กลายเป็นกระแสเงินสดคล้ายบำนาญได้ โดยควรตรวจสอบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมกับบริษัทจัดการกองทุนของตัวเอง รวมถึงปรับแผนการลงทุนให้มีระดับความเสี่ยงเหมาะกับช่วงวัยและเวลาที่ต้องนำเงินออกมาใช้

4. เงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

          ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่ได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือระบบช่วยเหลือลูกจ้างกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตตามหลักเกณฑ์ จะถูกจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 

          โดยเงินส่วนนี้มาจากเงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง และผลประโยชน์ที่กองทุนนำไปบริหาร เมื่อสิ้นสุดการจ้างงานไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือเกษียณอายุ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นขอรับเงินก้อนนี้คืนตามเงื่อนไข ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งเงินก้อนที่ช่วยเสริมสภาพคล่องหลังเกษียณได้

5. เบี้ยผู้สูงอายุ

          อีกหนึ่งสวัสดิการพื้นฐานที่รัฐจัดให้กับผู้สูงวัยทุกคนคือ "เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" โดยคนที่มีสัญชาติไทย อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถยื่นลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ภายในช่วงเวลาที่เปิดรับลงทะเบียนในแต่ละปี โดยเงินที่ได้รับจะจ่ายเป็นรายเดือนแบบขั้นบันได คือยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งได้รับเพิ่มขึ้น ดังนี้

  • อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาท/เดือน
  • อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาท/เดือน
  • อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาท/เดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท/เดือน

          ทั้งนี้ การลงทะเบียนทำเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องยื่นซ้ำทุกปี แต่หากมีการย้ายทะเบียนบ้านไปต่างพื้นที่ ต้องไปลงทะเบียนใหม่กับท้องถิ่นแห่งใหม่โดยเร็ว เพื่อไม่ให้สิทธิขาดช่วง

ฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระ เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และคนทำอาชีพอิสระ ไม่มีนายจ้างช่วยส่งเงินสมทบหรือจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เหมือนพนักงานบริษัท จึงต้องวางแผนเกษียณด้วยตัวเองมากขึ้น แต่หากสมัครเข้าระบบและส่งเงินสะสมตั้งแต่ช่วงที่ยังมีรายได้ ก็ยังมีโอกาสได้รับเงินก้อนหรือเงินรายเดือนไว้ใช้หลังเกษียณจากช่องทางต่อไปนี้เลย

1. บำเหน็จชราภาพประกันสังคมมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 และ 3

          คนทำงานอิสระสามารถสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ได้ แต่ความคุ้มครองกรณีชราภาพมีเฉพาะทางเลือกที่ 2 (จ่ายเงินสมทบ 100 บาท) และทางเลือกที่ 3 (จ่ายเงินสมทบ 300 บาท) ซึ่งมีการสะสมเงินสำหรับกรณีชราภาพไว้ส่วนหนึ่ง โดยเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน จะได้รับเป็นเงินก้อนดังนี้

  • ประกันสังคม มาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 : ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 50 บาท/เดือน (ตามจำนวนงวดที่จ่ายเงินสมทบ บวกเงินออมเพิ่ม) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนรายปีตามที่สำนักงานประกาศกำหนด
  • ประกันสังคม มาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 : ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 150 บาท/เดือน (ตามจำนวนงวดที่จ่ายเงินสมทบ บวกเงินออมเพิ่ม) พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนรายปีตามที่สำนักงานประกาศกำหนด และในกรณีที่จ่ายเงินสมทบ 180 เดือนขึ้นไป ยังได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มอีก 10,000 บาท

          ทั้งนี้ ผู้ประกันตนทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติม (ออมเพิ่ม) ได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท

2. เงินจากกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช.

          กอช. หรือกองทุนการออมแห่งชาติ เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญอื่นของรัฐ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 1 จุดเด่นคือออมได้ตามกำลัง เริ่มต้นครั้งละ 50 บาท ไม่บังคับว่าต้องส่งทุกเดือน ขอเพียงไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และทุกครั้งที่ออม รัฐจะช่วยสมทบให้ตามช่วงอายุ สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี ทั้งยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่ออมจริงด้วย

          เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สมาชิกจะได้รับเงินคืนใน 2 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับยอดเงินในบัญชี คือ 

  • เงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพ : สำหรับผู้ที่มียอดเงินถึงเกณฑ์รับบำนาญขั้นต่ำ หรือ 
  • เงินดำรงชีพ : ได้รับเดือนละ 600 บาท สำหรับผู้ที่ยอดเงินยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะรับบำนาญขั้นต่ำ โดยจะทยอยจ่ายไปจนกว่าเงินในบัญชีจะหมด

          ใครที่สนใจควรสมัครและเริ่มออมให้เร็ว เพราะจำนวนเงินหลังอายุ 60 ปีขึ้นอยู่กับยอดสะสม ระยะเวลาออม เงินสมทบจากรัฐ และผลประโยชน์ที่กองทุนได้รับ ยิ่งเริ่มช้า เงินรายเดือนที่คาดว่าจะได้รับก็ยิ่งน้อยลง

3. เบี้ยผู้สูงอายุ

          นอกจากเงินที่สะสมผ่านประกันสังคมมาตรา 40 หรือ กอช. แล้ว คนทำงานอิสระยังอาจได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเมื่ออายุครบ 60 ปี หากมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เงินส่วนนี้เป็นสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐ ไม่ต้องส่งเงินสะสมมาก่อน แต่ต้องลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิกับสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลตามทะเบียนบ้าน โดยจำนวนเงินที่ได้รับจะแตกต่างกันตามช่วงอายุ 

อยากมีเงินเกษียณเพิ่ม 
วางแผนเองได้จากทางไหนบ้าง

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          สำหรับคนที่มองว่าสิทธิและสวัสดิการที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ เรายังสามารถวางแผนเพิ่มเติมตั้งแต่ช่วงที่มีรายได้ เพื่อสะสมเงินก้อนหรือสร้างกระแสเงินสดไว้ใช้ในอนาคตได้เช่นกัน โดยมี 3 ทางเลือกที่น่าสนใจ คือ

1. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

          ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทำงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือคนทำอาชีพอิสระ ก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF เพื่อสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณได้ โดยเฉพาะคนที่มีเงินได้และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เพราะเงินลงทุนใน RMF สามารถนำไปหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

          เงื่อนไขสำคัญคือต้องลงทุนต่อเนื่อง โดยเว้นการลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน ถือหน่วยลงทุนไว้อย่างน้อย 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรก และขายคืนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เมื่อครบเงื่อนไขแล้ว เราสามารถขายออกมาเป็นเงินก้อน ทยอยขายเป็นงวด ๆ หรือปล่อยให้เงินลงทุนเติบโตต่อไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับแผนการใช้เงินของแต่ละคน

          อย่างไรก็ตาม RMF ไม่รับประกันผลตอบแทน เงินลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามนโยบายกองทุนและภาวะตลาด ก่อนเลือกกองทุนจึงควรพิจารณาความเสี่ยง ระยะเวลาลงทุน และตรวจสอบให้มั่นใจว่าแผนการลงทุนสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เราตั้งใจจะเกษียณ

2. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (ประกันออมทรัพย์)

          ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือ ประกันออมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการสร้างเงินก้อนไว้ใช้หลังเกษียณ โดยมีแผนระยะยาวให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 10-25 ปี บางกรมธรรม์ยังมีเงินคืนระหว่างสัญญาให้ด้วย ซึ่งเราสามารถวางแผนเลือกให้วันครบกำหนดสัญญาตรงกับช่วงอายุเกษียณ เพื่อนำเงินก้อนนี้มาเป็นค่าใช้จ่ายสำรอง หรือเป็นเงินทุนดูแลสุขภาพในช่วงที่ไม่มีรายได้ประจำได้

          จุดเด่นคือมีความคุ้มครองชีวิตระหว่างสัญญาและทราบยอดเงินที่จะได้รับแน่นอนล่วงหน้า ทำให้วางแผนการเงินได้แม่นยำ แต่ก็มีข้อควรระวังคือ สภาพคล่องที่ค่อนข้างต่ำ เพราะหากยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนด เงินที่ได้คืนมักจะน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป ดังนั้นจึงควรเลือกแผนที่สอดคล้องกับเป้าหมายเกษียณ และต้องมั่นใจว่ามีกำลังส่งเบี้ยได้ต่อเนื่องจนจบสัญญา

3. ประกันบำนาญ

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          ประกันบำนาญ เป็นประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อสร้างรายได้ประจำในช่วงเกษียณโดยเฉพาะ โดยบริษัทประกันจะเริ่มจ่ายเงินเป็นงวด ๆ ทั้งรายเดือนหรือรายปีตามสัญญา ตั้งแต่เมื่อเราอายุครบ 55, 60 หรือ 65 ปี ไปจนถึงอายุ 80-99 ปี แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละแผน ช่วยให้เรามีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่องแม้ไม่มีเงินเดือนแล้ว เราจึงสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ชัดเจนว่าได้รับเงินเมื่อไร รับนานแค่ไหน และได้เท่าไร ช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายหลังเกษียณได้ง่ายขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ประกันประเภทนี้เป็นสัญญาระยะยาว หากหยุดจ่ายเบี้ยกลางคันหรือยกเลิกกรมธรรม์ก่อนกำหนด ผลประโยชน์อาจไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ จึงไม่ใช่ดูแค่ยอดเงินบำนาญที่จะได้รับ แต่ควรพิจารณาทั้งเบี้ยประกันรวมทั้งหมดตลอดสัญญา อายุที่จะเริ่มรับเงิน และที่สำคัญคือเงื่อนไขความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตในช่วงรับบำนาญ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการเงินนี้ตอบโจทย์ความต้องการและสอดคล้องกับกำลังการจ่ายเบี้ยของเราจริง ๆ

เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง

          ไม่ว่าจะทำอาชีพไหน เราก็มีสิทธิได้รับเงินหลังเกษียณแตกต่างกันไป ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบว่าจะได้รับเงินจากทางไหน ได้เมื่ออายุเท่าไร และเป็นเงินก้อนหรือเงินรายเดือน แล้วนำมาเทียบกับค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะต้องใช้ หากยังไม่เพียงพอ ค่อยวางแผนเติมส่วนที่ขาด เช่น ส่งประกันสังคมให้ครบเกณฑ์ สมัคร กอช. ซื้อประกันบำนาญ หรือลงทุนใน RMF ยิ่งเริ่มเตรียมตัวเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างความมั่นคงให้ชีวิตหลังเกษียณได้มากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้องกับเกษียณและบำนาญ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เกษียณแล้วได้เงินอะไรบ้าง เช็กสิทธิข้าราชการ มนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ และวิธีเพิ่มบำนาญให้ตัวเอง อัปเดตล่าสุด 21 กันยายน 2569 เวลา 13:56:49
TOP
x close