กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เตรียมหักเงินเดือน 0.25% เริ่ม 1 ต.ค. 2569 เช็กเลย ! ใครโดนบ้าง

           กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร หักเงินเท่าไหร่ ใครโดนหักบ้าง แล้วจะได้รับเงินคืนตอนไหน ทุกข้อสงสัยมีคำตอบ
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

           มนุษย์เงินเดือนรู้หรือไม่ว่า นอกจากเราจะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลายคนอาจถูกหักเงินเพิ่มอีก 0.25% ของค่าจ้าง เพื่อนำส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยที่ฝั่งนายจ้างเองก็ต้องจ่ายสมทบในอัตราเท่ากันด้วย 

           อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ลูกจ้างทุกคนที่จะต้องส่งเงินสะสมเข้ากองทุน เพราะกฎหมายแรงงานกำหนดเงื่อนไขและข้อยกเว้นไว้ ใครสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ มาดูรายละเอียดกัน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร
หักเงินไปทำไม

           กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund) เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างที่ไม่มีสวัสดิการด้านเงินออมเพื่อเกษียณ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยลูกจ้างและนายจ้างต้องสมัครสมาชิกและส่งเงินสมทบเข้ากองทุนนี้ทุกเดือน เพื่อเป็นเงินกองกลางที่จะนำมาช่วยเหลือลูกจ้างในกรณีต่าง ๆ เช่น ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือเสียชีวิต เป็นต้น 

           เงินส่วนนี้จึงเปรียบเสมือนเงินสำรองภาคบังคับที่เป็นหลักประกันความมั่นคงเพิ่มเติมให้ลูกจ้างเมื่อต้องออกจากงาน

ใครต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 

           กลุ่มที่เข้าข่ายต้องสมัครเป็นสมาชิกและจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้แก่

  • สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (นับรวมทุกสาขา)
  • สถานประกอบกิจการที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือไม่มีกองทุนสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิต
  • ลูกจ้างที่ยังไม่ผ่านการทดลองงาน หรือยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุนที่ได้รับการยกเว้น เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างกลุ่มนี้เข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
           ทั้งนี้ นายจ้างและลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขไม่สามารถปฏิเสธการเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ เพราะถือเป็นกฎหมายภาคบังคับ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
หักเงินเท่าไหร่ เดือนละกี่บาท

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หักเงินกี่บาท

           เงินกองทุนจะมาจากเงินสะสมของลูกจ้าง และเงินสมทบจากนายจ้าง โดยทั้งสองฝ่ายต้องส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ดังนี้

  • วันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2574 : นายจ้างและลูกจ้างส่งเงินเข้ากองทุน ฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง
  • ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป : นายจ้างและลูกจ้างส่งเงินเข้ากองทุน ฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง

เงินเดือนเท่านี้ ถูกหักเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเท่าไหร่ ?

           หากต้องการทราบว่า เราต้องส่งเงินสะสมเข้ากองทุนเดือนละเท่าไหร่ ให้นำค่าจ้างต่อเดือน x 0.25% เช่น ค่าจ้าง 15,000 บาทต่อเดือน คำนวณได้ดังนี้

           15,000 x 0.25% = 37.50 บาท

           ดังนั้น ลูกจ้างต้องส่งเงินสะสมเข้ากองทุน 37.50 บาทต่อเดือน และนายจ้างต้องสมทบอีก 37.50 บาท รวมเป็น 75 บาทต่อเดือน  

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หักเงินเท่าไหร่

หมายเหตุ : จากหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน ยังไม่มีการกำหนดเพดานค่าจ้างสำหรับการคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบ จึงคำนวณตามอัตราร้อยละของค่าจ้างที่ได้รับ  

 

           ทั้งนี้ อัตรา 0.25% ของค่าจ้าง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 - 30 กันยายน 2574 เท่านั้น และหลังจากนั้นจะต้องส่งเงินสะสมเพิ่มเป็น 0.50% ของค่าจ้าง

ลูกจ้างรายวันคำนวณอย่างไร ?

           กรณีลูกจ้างรายวัน ให้คำนวณจากค่าจ้างที่ได้รับจริงในแต่ละเดือน โดยนำค่าจ้างต่อวัน x จำนวนวันทำงาน x 0.25%

           ตัวอย่าง ค่าจ้างวันละ 400 บาท ทำงาน 25 วัน จะคำนวณได้เท่ากับ 400 x 25 x 0.25% = 25 บาท

           ดังนั้น เดือนนั้นลูกจ้างต้องส่งเงินสะสมเข้ากองทุน 25 บาท แต่หากเดือนไหนมีจำนวนวันทำงานหรือค่าจ้างเปลี่ยนแปลง จำนวนเงินที่ต้องนำส่งก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ใครได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

           จากหลักเกณฑ์ข้างต้น จะเห็นว่ากิจการและลูกจ้างบางกลุ่มได้รับการยกเว้น ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เช่น 

  • สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน
  • บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือมีสวัสดิการจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
  • หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายเฉพาะ
  • กิจการที่กฎหมายกำหนดยกเว้น ไม่ให้นำบทบัญญัติหมวด 13 เรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมาใช้บังคับ เช่น งานประมง มูลนิธิ สมาคม งานบ้านที่มิได้ประกอบธุรกิจ รวมถึงโรงเรียนเอกชนเฉพาะบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น
           อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกจ้างในกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้โดยสมัครใจ เช่น กิจการที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน หรือลูกจ้างในมูลนิธิและสมาคมต่าง ๆ เป็นต้น

ลูกจ้างจะได้เงินคืนเมื่อไหร่

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้เงินคืนเมื่อไหร่

           เงินสะสมที่ลูกจ้างนำส่งเข้ากองทุน รวมถึงเงินสมทบจากนายจ้าง สามารถขอรับคืนได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้
  • ลูกจ้างออกจากงาน : ไม่ว่าจะเป็นการลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง เกษียณอายุ ตกลงเลิกสัญญาจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินสะสมของตัวเอง รวมกับเงินสมทบที่นายจ้างนำส่งเข้ากองทุน และดอกผล (ถ้ามี) โดยนายจ้างต้องออกหนังสือรับรองการสิ้นสุดการจ้างให้
  • ลูกจ้างเสียชีวิต : 
    • กองทุนจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่บุคคลที่ลูกจ้างระบุไว้ในแบบ สกล.5 
    • หากไม่ได้ระบุผู้รับเงินไว้ เงินดังกล่าวจะตกเป็นของทายาทโดยธรรม ได้แก่ บุตร คู่สมรส บิดา และมารดา โดยแบ่งในสัดส่วนเท่า ๆ กัน 
    • หากไม่มีทายาทตามกฎหมาย เงินทั้งหมดจะตกเป็นของกองทุน
          อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการจ่ายเงินคืนให้ลูกจ้าง ยังต้องรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงแรงงาน
           การหักเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ช่วยให้ลูกจ้างมีเงินออมเมื่อออกจากงาน และมีหลักประกันในอนาคต สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้ คือ ตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลของบริษัท ว่าองค์กรของเราเข้าข่ายต้องนำส่งเงินกองทุนนี้หรือไม่ เพื่อที่จะได้วางแผนการเงินและทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์ของตัวเองได้อย่างถูกต้อง

บทความที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของมนุษย์เงินเดือน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เตรียมหักเงินเดือน 0.25% เริ่ม 1 ต.ค. 2569 เช็กเลย ! ใครโดนบ้าง อัปเดตล่าสุด 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:31:48 4,147 อ่าน
TOP
x close