x close

คนละครึ่ง VS ช้อปดีมีคืน เลือกใช้สิทธิ์โครงการไหน ได้ประโยชน์กับเรามากที่สุด

          ลงทะเบียนคนละครึ่ง หรือใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืน 2563 ดีกว่า ใครยังสงสัยว่า 2 มาตรการนี้แตกต่างกันอย่างไร โครงการไหนคุ้มค่ากว่า มาหาคำตอบกัน
           ช่วงปลายปีนี้ รัฐบาลเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมามากมาย นอกจากเพิ่มวงเงิน 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ก็ยังมีมาตรการ "คนละครึ่ง" และ "ช้อปดีมีคืน" ที่กระตุ้นให้คนนำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ

          อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่ทราบว่า เราสามารถเลือกเข้าร่วมได้เพียง 1 มาตรการเท่านั้น เช่น หากลงทะเบียนคนละครึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการช้อปดีมีคืนได้อีก ดังนั้น เราควรเลือกเข้าร่วมมาตรการไหนดี ถึงจะได้รับประโยชน์มากกว่า ลองมารู้จักแต่ละมาตรการกันเลย 
คนละครึ่ง
คนละครึ่ง

ใครใช้สิทธิ์ได้บ้าง ?

  • มีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นบุคคลสัญชาติไทย
  • อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ลงทะเบียนเมื่อไร ?

  • ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ  www.คนละครึ่ง.com เริ่มวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00-23.00 น.
  • จำกัดจำนวน 10 ล้านสิทธิ์
  • เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 เวลา 06.00-23.00 น.
  • ต้องใช้สิทธิ์ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์ หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ และไม่สามารถลงทะเบียนใหม่ได้

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข

  • รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าซื้อสินค้าให้ 50% ของมูลค่าสินค้า แต่ไม่เกินวันละ 150 บาทต่อวันต่อคน และตลอดทั้งโครงการให้สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ยกตัวอย่าง หากซื้อสินค้าจำนวน 200 บาท เราจ่ายเอง 100 บาท รัฐบาลจ่ายให้ 100 บาท หรือกรณีที่ซื้อสินค้า 400 บาท เราต้องจ่ายเอง 250 บาท รัฐบาลจ่ายให้ 150 บาทต่อวันเท่านั้น
     
  • ใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าได้กับร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย ร้านค้าในตลาด ร้านโชห่วยก็ใช้ได้ หากร้านค้านั้นเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง
     
  • ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้กับสินค้าประเภทสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และบริการ
     
  • ต้องจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เท่านั้น โดยเราต้องเติมเงินเข้าแอปฯ เป๋าตัง ให้เรียบร้อยก่อนซื้อสินค้า จากนั้นนำไปสแกนกับแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง
คนละครึ่ง

ช้อปดีมีคืน
ช้อปดีมีคืน

ใครใช้สิทธิ์ได้บ้าง ?

  • ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีภาษี 2563
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 
  • ไม่ได้ลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่ง

ลงทะเบียนเมื่อไร ?

  • มาตรการช้อปดีมีคืนไม่ต้องลงทะเบียน สามารถซื้อสินค้าและขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมาเป็นหลักฐานในการยื่นแบบภาษีเงินได้ฯ เพื่อลดหย่อนภาษีได้เลย
  • ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563

สิทธิประโยชน์และเงื่อนไข

  • สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการ มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท
  • ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละคนว่าต้องเสียภาษีขั้นไหน ดังนี้
ช้อปดีมีคืน

  • ต้องซื้อสินค้าและบริการจากร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
  • สามารถซื้อหนังสือ และสินค้าโอทอปที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว โดยมีใบเสร็จรับเงิน
  • ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้กับสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, สลากกินแบ่งรัฐบาล, ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ, ค่าที่พักในโรงแรม, ค่าบริการนำเที่ยว, ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ, ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสาร และค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
เลือกใช้สิทธิ์มาตรการไหนดี ?
          เนื่องจาก 1 คน เข้าร่วมได้เพียงมาตรการเดียวเท่านั้น จึงต้องเลือกมาตรการที่เหมาะกับเรามากที่สุด
คนละครึ่ง เหมาะกับใคร ?
  • คนที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย ตลาด ร้านโชห่วย เป็นประจำ
     
  • คนที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ฯ หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี คือ มีรายได้รวมทั้งปีไม่เกิน 310,000 บาท หรือมีเงินเดือนเฉลี่ยไม่เกิน 25,833.33 บาท 
     
  • คนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี คือมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 310,000 บาท แต่มีค่าลดหย่อนส่วนอื่น ๆ ที่ทำให้มีรายได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท จึงไม่ต้องเสียภาษีในปี 2563 

    ทั้งนี้ เนื่องจากคนที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีจะไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายจากโครงการช้อปดีมีคืน ไปขอหักลดหย่อนภาษีได้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนได้
     
ช้อปดีมีคืน เหมาะกับใคร ?
  • คนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี คือมีรายได้ทั้งปีเกิน 310,000 บาท และต้องการซื้อหนังสือ, สินค้า OTOP, ซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เกต ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้
     
  • คนที่มีรายได้มาก ต้องเสียภาษีในอัตราสูง ๆ และต้องการซื้อของมูลค่าสูงภายในปีนี้
     
  • คนที่มีฐานภาษีอัตราสูงจะได้รับประโยชน์มากกว่า เพราะจะได้รับส่วนลดจากการซื้อสินค้ามากกว่า เช่น หากซื้อสินค้า 10,000 บาท คนที่มีฐานภาษี 5% จะได้ลดหย่อนภาษีเพียง 500 บาท ขณะที่คนมีฐานภาษี 30% จะได้ลดหย่อนภาษี 3,000 บาท ดังนั้นคนที่มีฐานภาษีไม่สูงมาก เช่น 5% หรือ 10% อาจยอมเลือกเสียภาษีตามปกติ แล้วพิจารณาลงทะเบียนมาตรการ "คนละครึ่ง" แทนได้เช่นกัน
     
          อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน เพื่อลดหย่อนภาษี ควรพิจารณาว่า เราจำเป็นต้องซื้อสินค้าเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องจ่ายเงินเองเป็นจำนวนมากกว่าส่วนลดที่ได้รับ

          เช่น คนที่มีฐานภาษี 10% หากต้องการลดหย่อนภาษี 3,000 บาท จะต้องซื้อสินค้าเป็นจำนวนถึง 30,000 บาท ส่วนคนที่มีฐานภาษี 30% จะต้องใช้จ่าย 10,000 บาท ถึงจะได้ส่วนลดภาษี 3,000 บาท

          หากตั้งใจจะซื้อสินค้ามูลค่าดังกล่าวนี้อยู่แล้ว ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ลดหย่อนภาษีไปในตัว แต่ถ้าไม่มีแผนจะใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ การไม่เข้าร่วมโครงการแล้วยอมเสียภาษีตามปกติ น่าจะช่วยให้เราประหยัดเงินได้มากกว่า 
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
คนละครึ่ง VS ช้อปดีมีคืน เลือกใช้สิทธิ์โครงการไหน ได้ประโยชน์กับเรามากที่สุด โพสต์เมื่อ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 12:55:51 126,616 อ่าน
TOP