บัตรเครดิตเด็กจบใหม่ใบไหนดี ปี 2026 เลือกบัตรเครดิตใบแรกให้คุ้มค่า น่าพกติดกระเป๋า

          บัตรเครดิตเด็กจบใหม่ ที่หลายคนเลือกให้เป็นบัตรเครดิตใบแรกในชีวิต ควรเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่ากับไลฟ์สไตล์การใช้เงินของเรามากที่สุด มาเปรียบเทียบกันเลย
บัตรเครดิตเด็กจบใหม่

          เมื่อก้าวเข้าสู่โลกวัยทำงาน สิ่งหนึ่งที่หลายคนเริ่มมองหาก็คือ บัตรเครดิต คู่ใจสักใบไว้เป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสายช้อปปิ้งออนไลน์ สายเดินทางที่ต้องเติมน้ำมัน จองตั๋วเครื่องบิน หรืออยากได้สิทธิพิเศษดี ๆ อย่างเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดบางอย่างคืนกลับมา แต่สำหรับ First Jobber มือใหม่ คำถามยอดฮิตที่ตามมาก็คือ บัตรเครดิตเด็กจบใหม่ สมัครยากไหม ? แล้วตวรเลือก บัตรเครดิตใบแรกแบบไหนให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรายได้และการใช้จ่ายของเรามากที่สุด วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกัน  

เด็กจบใหม่ทำบัตรเครดิตได้ไหม ?

          แม้จะเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานก็สามารถสมัครบัตรเครดิตได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด โดยเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่มีดังนี้
  • เกณฑ์รายได้ : มีรายได้ประจำขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 15,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบัตรแต่ละใบ)
  • สถานะการทำงาน: เป็นพนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือน หรือมีหลักฐานแสดงรายได้ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
  • อายุงาน : ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ 3-4 เดือนขึ้นไป หรือต้องผ่านช่วงทดลองงานเรียบร้อยแล้ว
  • เอกสาร : เตรียมเอกสารส่วนตัวและเอกสารทางการเงินให้ครบถ้วนตามที่ธนาคารขอ
          อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขรายละเอียด เช่น รายได้ขั้นต่ำ ระยะเวลาการทำงาน หรือข้อจำกัดในบางสายอาชีพ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร จึงควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบเงื่อนไขของบัตรแต่ละใบอย่างละเอียดก่อนการยื่นสมัครทุกครั้ง  

วิธีเลือกบัตรเครดิตสำหรับเด็กจบใหม่

บัตรเครดิตเด็กจบใหม่

          การเลือกบัตรเครดิตใบแรกไม่จำเป็นต้องเลือกใบที่มีสิทธิประโยชน์เยอะที่สุด แต่ควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองมากกว่า ลองพิจารณาจากตรงนี้เลย

  • เช็กเงื่อนไขและคุณสมบัติเบื้องต้น : เริ่มต้นจากการตรวจสอบเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด เช่น อายุ ฐานรายได้ประจำ และอายุงาน ว่าตัวเราผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำเหล่านั้นหรือไม่ ก่อนจะไปดูรายละเอียดในส่วนอื่น
  • เลือกรูปแบบสิทธิประโยชน์หลักที่ต้องการ : บัตรเครดิตส่วนใหญ่จะแยกประเภทสิทธิประโยชน์หลักไว้ชัดเจน เช่น เน้นการสะสมคะแนน เน้นเครดิตเงินคืน (Cashback) หรือเน้นส่วนลดเฉพาะกลุ่มสินค้า ควรเลือกรูปแบบที่คิดว่าเราจะได้ใช้ประโยชน์สูงสุด
  • แมตช์บัตรให้ตรงกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต : ลองสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตัวเองว่าหมดไปกับสิ่งไหนมากที่สุด

               - สายช้อปปิ้งหน้าร้าน/ห้างสรรพสินค้า : เหมาะกับบัตรที่ให้ส่วนลดหรือคะแนนสะสมพิเศษร่วมกับห้างสรรพสินค้าหรือแบรนด์พันธมิตร
               - สายช้อปปิ้งออนไลน์ : เหมาะกับบัตรที่เน้นให้เงินคืนจากการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน คอนเทนต์สตรีมมิง สั่งอาหารเดลิเวอรี หรือมีประกันคุ้มครองสินค้าออนไลน์
               - สายเดินทาง/ท่องเที่ยว : เหมาะกับบัตรที่ให้ส่วนลดตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บริการรถเช่า สิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองที่สนามบิน หรือคุ้มครองด้วยประกันการเดินทาง
               - สายใช้รถประจำ : แนะนำให้เจาะจงเลือกบัตรเครดิตเติมน้ำมัน ที่ให้เครดิตเงินคืนหรือส่วนลดเมื่อเติมน้ำมันกับปั๊มพันธมิตร

  • พิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี : สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แนะนำให้พิจารณาบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ หรือมีเงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมที่ไม่สูงจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดค่าใช้จ่ายแฝงในระยะยาว แม้สิทธิประโยชน์อาจจะไม่หวือหวาเท่าบัตรที่มีค่าธรรมเนียม แต่ก็ปลอดภัยและเหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน
  • เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์เสริมอื่น ๆ : นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์หลัก ควรดูเงื่อนไขเสริมที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว เช่น นโยบายการผ่อนชำระ 0% ความคุ้มครองจากประกันอุบัติเหตุ หรือส่วนลดร้านอาหารทั่วไปที่มักจะสลับหมุนเวียนมาตามฤดูกาล
  • มีแอปพลิเคชันให้ใช้งาน : ควรเลือกสถาบันการเงินที่มีระบบแอปพลิเคชันที่เสถียร สามารถเช็กยอด ตรวจสอบรายการ และกดอายัดบัตรได้เองทันทีในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีช่องทางการติดต่อบริการลูกค้าที่เข้าถึงได้ง่าย 
          หลังจากรู้หลักการเลือกบัตรเครดิตกันไปแล้ว ก็มาดูกันต่อเลยว่า ในปี 2026 มีบัตรเครดิตเด็กจบใหม่ใบไหนบ้างที่น่าสนใจเหมาะเลือกใช้เป็นบัตรเครดิตใบแรก โดยเราคัดเลือกใบที่มีเงื่อนไขไม่ซับซ้อนและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมาฝากกัน

บัตรเครดิตเด็กจบใหม่ใบแรก ใบไหนดี ปี 2026

1. บัตรเครดิต CardX UP2ME

บัตรเครดิต scb CardX UP2ME

ภาพจาก : cardx

          สำหรับ First Jobber สายสะสมพอยต์ที่กำลังมองหาบัตรเครดิตใบแรก บัตร CardX UP2ME (ในเครือ SCB) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ จุดเด่นคือทุกการใช้จ่าย 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน และเรายังสามารถเลือกหมวดไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับตัวเองได้ 1 หมวด (เช่น ท่องเที่ยว, สุขภาพและความงาม, ร้านอาหาร, บันเทิง หรือช้อปปิ้ง) เพื่อรับคะแนน POINTX รวมเป็น 3 เท่า นอกจากนี้ หากใช้จ่ายในหมวดที่เลือกตรงกับเดือนเกิด ก็จะได้รับคะแนนพิเศษเพิ่มเป็น 5 เท่าอีกด้วย ถือว่าตอบโจทย์คนที่อยากบริหารคะแนนสะสมให้คุ้มค่าตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • ใช้จ่ายทุก 25 บาท/เซลสลิป รับ 1 คะแนน POINTX
  • รับคะแนน POINTX สูงสุด 3 เท่า ในหมวดไลฟ์สไตล์ที่เลือกเอง
  • รับคะแนน POINTX สูงสุด 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดไลฟ์สไตล์ที่เลือกเองในเดือนเกิด
  • รับส่วนสดห้องพักในโรงแรม และรีสอร์ตในเครือครอส 
  • ฟรีประกันภัยคุ้มครองการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 4,500,000 บาท
  • ฟรีค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ สูงสุด 10,000 บาทต่อครั้ง 
  • ฟรีค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ หรืออาหารเป็นพิษขณะเดินทางในประเทศ สูงสุด 5,000 บาทต่อครั้ง 
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-70 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีตลอดชีพ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

  • ข้อมูลเพิ่มเติม : cardx.co.th

2. บัตรเครดิต กรุงศรี นาว แพลทินัม

บัตรเครดิต กรุงศรี นาว แพลทินัม

ภาพจาก : krungsricard

          ถูกใจสายช้อปปิ้งออนไลน์ต้องบัตรเครดิตกรุงศรี นาว แพลทินัม ที่ให้เครดิตเงินคืน 5% สำหรับการใช้จ่ายในหมวดออนไลน์ ทั้งการช้อปปิ้ง สั่งอาหาร ดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงการเติมเกมผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมอบคะแนนสะสมพิเศษ 2 เท่า เมื่อใช้จ่าย ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการทั่วโลก สามารถยื่นสมัครได้ง่าย ๆ ทั้งช่องทางเว็บไซต์ หรือผ่านแอปพลิเคชัน U CHOOSE โดยตรง
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • ใช้จ่ายทุก 25 บาท/เซลสลิป รับ 1 คะแนน
  • รับเครดิตเงินคืน 5% เมื่อช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หรือผ่านแอปพลิเคชัน ครบทุก 500 บาท/เซลสลิป
  • รับกรุงศรี พอยต์ 2 เท่า ที่ร้านอาหารทั่วโลก เมื่อรับประทานอาหารครบทุก ๆ 500 บาท/เซลสลิป
  • ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ทั้งในและต่างประเทศ วงเงินสูงสุด 6,000,000 ล้านบาท
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-65 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีตลอดชีพ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

3. บัตรเครดิตยูโอบี ซิมเพิล

บัตรเครดิต uob simple

ภาพจาก : ธนาคารยูโอบี

          บัตรเครดิต UOB SIMPLE เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกบัตรเครดิตใบแรกของเด็กจบใหม่ที่ต้องการพกไว้สำรองจ่ายในยามฉุกเฉิน ด้วยจุดเด่นในการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำคัญหลายส่วน ทั้งฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ไม่มีค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า และไม่มีค่าธรรมเนียมการออกบัตรใหม่ แม้ว่าบัตรใบนี้จะไม่ได้เน้นการสะสมคะแนนเหมือนบัตรอื่น แต่ก็ยังมีสิทธิประโยชน์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ เช่น การรับเครดิตเงินคืนในเดือนเกิด และสิทธิพิเศษซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 1 แถม 1 ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ SF
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • รับเครดิตเงินคืนตามยอดใช้จ่ายจริง สูงสุด 200 บาท สำหรับรายการแรกที่ใช้จ่ายผ่านบัตร ณ ร้านสตาร์บัคส์ ในเดือนเกิด
  • ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 1 ฟรี 1 ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ SF
  • คิดค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 1% ณ ตู้เอทีเอ็มของธนาคารใดก็ได้ทั่วประเทศ (ค่าธรรมเนียมปกติ 3%)
  • คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 10,000,000 บาทต่อบัตร เมื่อชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตยูโอบี ซิมเพิล
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-60 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีตลอดชีพ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

4. บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM

บัตรเครดิต กสิกรไทย KBank PLUSTINUM

ภาพจาก : ธนาคารกสิกรไทย

          ถ้ากำลังมองหาบัตรเครดิตใบแรกที่ให้สิทธิประโยชน์รอบด้าน บัตร KBank PLUSTINUM จากกสิกรไทย ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการรับคะแนนสะสมสูงสุด 3 เท่าในหมวดที่ใช้บ่อยอย่างอาหาร แฟชั่น และห้างสรรพสินค้า พร้อมโอกาสรับ E-Coupon ทุกเดือนเมื่อใช้จ่ายและกดรับสิทธิ์ตามเงื่อนไข สำหรับสายเดินทางก็มีสิทธิเข้าใช้ห้องรับรอง Miracle Lounge ที่สนามบินเมื่อบินไปต่างประเทศ ส่วนในเดือนเกิดก็สามารถนำคะแนนสะสมมาแลกเครดิตเงินคืนได้สูงถึง 25% นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองอย่างประกันอุบัติเหตุรวมอยู่ในบัตรใบเดียว
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • ทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท เท่ากับ 1 K Point
  • รับ K Point รวมสูงสุด 3 เท่า เมื่อใช้จ่ายหมวดร้านอาหาร ร้านแฟชั่น และห้างสรรพสินค้า ตามเงื่อนไข
  • รับฟรี E-Coupon Starbucks / BBQ Plaza / SF มูลค่าสูงสุด 260 บาททุกเดือน เมื่อใช้จ่ายครบ 10,000 บาท/เดือน และกดรับสิทธิ์ตามเงื่อนไข
  • รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 25% เมื่อแลก K Point เท่ายอดใช้จ่ายในเดือนเกิด
  • รับสิทธิ์เข้า Miracle Lounge เมื่อบินไปต่างประเทศ สายการบินไหนก็ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สูงสุด 2 ครั้ง/คน/ปีปฏิทิน มูลค่ารวม 3,000 บาท
  • รับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลคุ้มครองชีวิต สูงสุด 100,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล สูงสุด 5,000 บาท/อุบัติเหตุ เมื่อแลกคะแนนตามเงื่อนไข
  • ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ คุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท เมื่อชำระค่าบัตรโดยสารผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย 
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-70 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : 1,250 บาท/ปี แต่ได้รับการยกเว้นหากใช้จ่ายผ่านบัตรให้ครบ 20,000 บาท/บัตร/ปี หรือใช้จ่าย 12 ครั้ง/บัตร/ปี (ไม่จำกัดยอดขั้นต่ำ)  

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

5. บัตรเครดิต KTC - BANGCHAK VISA PLATINUM

บัตรเครดิต กรุงไทย ktc บางจาก

ภาพจาก : บัตรกรุงไทย

          คนไหนที่ขับรถเป็นประจำ แนะนำให้มองหาบัตรเครดิตเติมน้ำมันติดตัวไว้สักใบ อย่างบัตร KTC - BANGCHAK VISA PLATINUM ที่ให้เครดิตเงินคืน 1% เมื่อเติมน้ำมันใสที่ปั๊มบางจาก ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ตัวบัตรยังมาพร้อมสิทธิพิเศษจาก KTC VISA ที่ให้สิทธิประโยชน์เมื่อช้อปปิ้งออนไลน์หรือสั่งอาหารเดลิเวอรีอีกด้วย
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • ทุก 25 บาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตร รับ 1 คะแนน KTC FOREVER  
  • รับเครดิตเงินคืน 1% สำหรับน้ำมันใส ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก จากยอดชำระไม่เกิน 3,000 บาท /เซลสลิป
  • สิทธิพิเศษเมื่อช้อปออนไลน์และสั่งอาหารเดลิเวอรี กับบัตรเครดิต KTC VISA ผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการ
  • ประกันการเดินทางวงเงินคุ้มครองสูงสุด 8,000,000 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่บัตรเครดิต KTC รับความคุ้มครองอุบัติเหตุวงเงิน สูงสุด 300,000 บาท นาน 90 วันนับจากวันที่เปิดใช้บริการบัตร 
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-80 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีตลอดชีพ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

6. บัตรเครดิต ttb so smart

บัตรเครดิต ttb so smart

ภาพจาก : ธนาคารทหารไทยธนชาต

          บัตรเครดิต ทีทีบี โซ สมาร์ท จากธนาคารทหารไทยธนชาต เหมาะกับคนไม่ถนัดสะสมคะแนน แต่ต้องการเปลี่ยนยอดใช้จ่ายมาเป็นเงินคืน 1% โอนเข้าบัญชีแทน (ตามเงื่อนไขธนาคาร) เปรียบเหมือนได้ส่วนลดไปในตัว ข้อดีอีกอย่างคือ เราสามารถใช้บริการ ttb so goood แบ่งจ่าย 0% นาน 3 เดือนได้เองในแอปพลิเคชัน เมื่อมียอดใช้จ่าย 1,000 บาท/เซลสลิปขึ้นไป
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • รับเงินคืน 1% ทุกการใช้จ่ายเข้าบัญชี ทีทีบี โน ฟิกซ์ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  • ฟรี ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง วงเงินคุ้มครอง 6,000,000 บาท
  • ผ่อน 0% นาน 3 เดือน ทุกร้าน ทุกรายการ ที่มียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลสลิป
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-65 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีตลอดชีพ

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

7. บัตรเครดิตกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม

บัตรเครดิต กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม

ภาพจาก : กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์

          บัตรเครดิตกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม เป็นบัตรที่คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงในแง่ของการผ่อนสินค้า แต่ในมุมของบัตรเครดิตใบนี้ก็มีฟังก์ชันเด่นที่น่าสนใจคือ ทั้งสามารถแบ่งชำระ 0% ได้นานสูงสุด 6 เดือนผ่านแอปฯ U CHOOSE รวมทั้งรับเครดิตเงินคืนทุกเดือนครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายตลอดปี อีกทั้งให้นำคะแนนสะสมแลกเป็นเครดิตเงินคืน เพื่อรับสินค้าและบริการจากร้านค้ามากมายได้อีก ภาพรวมจึงเหมาะกับคนที่ต้องการบัตรใบแรกที่เน้นความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดและการแบ่งชำระเป็นหลัก
สิทธิประโยชน์เด่น ๆ จากบัตรเครดิต
  • แบ่งจ่าย 0% นาน 3 เดือน หรือ 6 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
  • รับเครดิตเงินคืนทุกเดือนเมื่อใช้จ่ายหมวดต่าง ๆ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ช้อปออนไลน์ ช้อปห้างสรรพสินค้า ตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร เติมน้ำมัน เติมเกม ค่ารักษาพยาบาล คลินิกความงาม อุปกรณ์กีฬา ร้านค้าปลอดภาษี อุปกรณ์สมาร์ตโฟน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ
  • แลกคะแนนสะสมเป็นส่วนลด เครดิตเงินคืน ตั๋วชมภาพยนตร์ สินค้าหรือบริการผ่านแอปฯ UCHOOSE  
  • ประกันภัยคุ้มครองการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ และ Payment Gateway สูงสุด 15,000 บาท
  • บริการเบิกถอนเงินสด 24 ชม. โดยไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% 
เงื่อนไขการสมัคร
  • อายุผู้สมัคร : 20-55 ปีบริบูรณ์
  • รายได้ขั้นต่ำ : 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : ฟรี  
  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ฟรีปีแรก ปีถัดไป 535 บาท/ปี (ได้รับการยกเว้นเมื่อมียอดใช้จ่ายสะสม 50,000 บาท/ปี)

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

** เงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

เงินเดือนไม่ถึง 15,000 ทำบัตรเครดิตได้ไหม

          โดยทั่วไปแล้ว คนที่มีฐานเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท อาจมีข้อจำกัดในการสมัครบัตรเครดิต เนื่องจากเป็นเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำมาตรฐานที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเช็กสลิปเงินเดือนแล้วยังไม่ถึงเกณฑ์นี้ ก็อย่าเพิ่งถอดใจ แนะนำให้พิจารณทางเลือกเหล่านี้ก่อน
  • ยื่นรายได้รวม (Combined Income) : หากมีรายได้ประจำอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเดือนหลัก เช่น ค่าตำแหน่ง ค่าเบี้ยเลี้ยงที่ได้เท่ากันทุกเดือน หรือรายได้จากอาชีพเสริมที่มีหลักฐานทางการเงินชัดเจน ถ้านำมารวมกันแล้วเกิน 15,000 บาท ธนาคารบางแห่งอาจนำมาพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
  • ใช้เงินฝากค้ำประกัน : บางธนาคารสามารถให้คนเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท สมัครบัตรเครดิตได้โดยวางเงินฝากเป็นหลักประกันกับธนาคารเพื่อรับวงเงินบัตรเครดิตตามยอดที่เราค้ำประกัน ซึ่งเงินฝากก้อนนั้นจะยังได้รับดอกเบี้ยตามปกติ แต่จะไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้จนกว่าจะยกเลิกบัตร
  • ยื่นเกณฑ์เงินออมหรือเงินลงทุน : สำหรับคนที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่แช่ในบัญชีออมทรัพย์หรือเงินฝากประจำนิ่ง ๆ ย้อนหลัง 6 เดือนตามที่ธนาคารกำหนด หรือมีการลงทุนในกองทุนรวมตามจำนวนที่กำหนด ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการอนุมัติได้โดยไม่ต้องยื่นสลิปเงินเดือน
  • สะสมอายุงานและรอปรับฐานเงินเดือน : ถ้ารายได้รวมยังไม่ถึงจริง ๆ แนะนำให้สร้างประวัติทางการเงินที่ดีไว้ก่อน โดยเดินบัญชี (Statement) ให้สวยงาม และรอจนกระทั่งมีการปรับฐานเงินเดือนหรือมีรายได้รวมถึงเกณฑ์ที่กำหนด จึงค่อยดำเนินการสมัครในภายหลัง
  • เลือกใช้บัตรเดบิตทดแทน : ในกรณีที่ต้องการความสะดวกในการใช้จ่าย ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือสำรองจ่ายค่าบริการต่าง ๆ การใช้บัตรเดบิตที่ผูกกับบัญชีเงินฝากถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้กัน และไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือนในการสมัครด้วย

สมัครบัตรเครดิต ใช้เอกสารอะไรบ้าง

          เอกสารที่ใช้สมัครบัตรเครดิตโดยทั่วไป ได้แก่

  • บัตรประชาชน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน หรือเอกสารอื่น ๆ
  • สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคารและส่วนที่เป็นบัญชีเงินเดือนเข้านับจากปัจจุบันย้อนหลังตามระยะเวลาที่กำหนด
  • รายการเดินบัญชี (Statement) ตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด
          ทั้งนี้ ธนาคารแต่ละแห่งอาจขอเอกสารเพิ่มเติม หรือมีเงื่อนไขแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนสมัครทุกครั้ง

ข้อควรระวังในการใช้บัตรเครดิตใบแรก

บัตรเครดิตใบแรก

          แม้บัตรเครดิตจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คือ เงินในอนาคต หากใช้เพลินจนขาดสติ จากผู้ช่วยทางการเงินอาจกลายเป็นภาระหนี้ก้อนโตได้ โดยเฉพาะชาว First Jobber ที่เพิ่งมีบัตรเครดิตใบแรก ยิ่งต้องระวังและทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ก่อน
  • ไม่ใช้บัตรเครดิตเกินตัว : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
  • ใช้จ่ายเฉพาะรายการที่วางแผนไว้ล่วงหน้า : ควรใช้รูดซื้อของที่เราตั้งใจจะจ่ายอยู่แล้ว ไม่ควรซื้อเพียงเพราะคิดว่าตอนนี้ยังไม่ต้องจ่ายเงินสด
  • ตั้งงบและคุมวงเงินให้ดี : แม้ธนาคารจะอนุมัติวงเงินมาให้สูงมาก แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้จนเต็มวงเงิน โดยควรใช้เท่าที่จำเป็นไม่ให้เกินกำลังจ่ายของตัวเอง
  • ชำระเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนด : เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดดอกเบี้ยสะสม และเป็นการสร้างประวัติทางการเงิน (เครดิตบูโร) ที่ดีสำหรับการทำธุรกรรมในอนาคต
  • หลีกเลี่ยงการจ่ายขั้นต่ำ : การจ่ายขั้นต่ำเรื่อย ๆ แม้จะไม่ทำให้เสียประวัติเครดิต แต่ยอดคงค้างที่เหลือจะถูกคิดดอกเบี้ยทบไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นดินพอกหางหมูโดยไม่รู้ตัว
  • อย่ากดเงินสดถ้าไม่จำเป็นจริงๆ : เพราะการกดเงินสดจากบัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียมการเบิกถอน (บวก VAT) แถมยังเริ่มคิดดอกเบี้ยทันทีตั้งแต่วันแรกที่กด
  • ตรวจสอบยอดใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ: หมั่นตรวจดูรายการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันหรือใบแจ้งยอดทุกเดือน เพื่อช่วยคุมงบไม่ให้บานปลาย และสามารถทักท้วงได้ทันทีหากพบรายการที่ผิดปกติ
  • ระวังอย่าปล่อยให้ค้างชำระ : การผิดนัดชำระเกิน 90 วัน จะกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ทันที ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินยาวนาน และทำให้ขอกู้บ้าน กู้รถ หรือสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคตได้ยากขึ้น
          การมีบัตรเครดิตใบแรกถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างประวัติทางการเงิน หากเลือกบัตรที่เหมาะกับรายได้และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ใช้อย่างมีวินัย ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด ก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี พร้อมทั้งได้รับทั้งความสะดวกและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นหนี้ในระยะยาว 

บทความที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
บัตรเครดิตเด็กจบใหม่ใบไหนดี ปี 2026 เลือกบัตรเครดิตใบแรกให้คุ้มค่า น่าพกติดกระเป๋า โพสต์เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 เวลา 17:34:21 7,475 อ่าน
TOP
x close