รมว.แรงงาน เผย ตอนแรกตั้งใจจะให้ เรารักกัน ของผู้ประกันตน มาตรา 33 ทั้งหมด 7,000 บาท แต่สุดท้ายจบที่ 4,000 บาท พร้อมบอกชัด ๆ ทำไมจ่ายเป็นเงินสดไม่ได้
หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาโควิด 19 ผ่านโครงการ เราชนะ แล้ว ก็มีเสียงสะท้อนว่า คนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 กลับไม่ได้อะไรเลย จึงทำให้ทางกระทรวงแรงงานจัดโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยคาดว่าจะแจกเป็นเงินประมาณ 3,500-4,500 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง สำหรับคนที่มีเงินฝากรวมกันไม่ถึง 5 แสนบาท
ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มาออกรายการ โหนกระแส และออกมาเปิดเผยถึง 2 ข้อใหญ่ ว่าทำไมโครงการเรารักกัน ถึงไม่จ่ายเป็นเงินสด และตอนแรกมีการเสนอว่าจะให้เงิน 7,000 เหมือน เราชนะ แต่สุดท้ายก็เหลือ 4,000 เพราะอะไร
ทำไมเรารักกัน ได้เงินไม่ถึง 7,000 บาท
นายสุชาติ ได้เผยผ่านรายการโหนกระแส ถึงเบื้องหลังของเรารักกัน ว่า สาเหตุที่ทางโครงการเรารักกันไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ 7,000 บาท เป็นเพราะผู้ที่อยู่ในประกันสังคมมีทั้งหมด 11 ล้านคน ตัดคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทย 1 ล้านคน, กลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 ล้านคน จะเหลือ 9.3 ล้านคน หักคนที่มีเงินฝากเกิน 500,000 บาท จะเหลือถ้วน ๆ ประมาณ 9 ล้านคน
หากจ่ายเงิน 7,000 บาท จะทำให้มีคนได้รับเงินเพียง 4 ล้านคน หากจ่ายด้วยเงิน 4,000 บาท จะทำให้ได้รับเงินกว่า 9 ล้านคน โดยที่ไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียนแต่อย่างใด
ทำไมเอาเงินฝากเป็นเกณฑ์ ไม่เอาเงินเดือนเป็นเกณฑ์
เหตุที่ต้องเอาเงินฝากเป็นเกณฑ์นั้น เพราะมองว่าบางคนที่มีเงินเดือนเยอะก็จะมีภาระเยอะตามมา ปัญหาคือเม็ดเงินที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอช่วยเหลือทุกคนได้หมด ดังนั้น คนที่มีเงินฝากเกิน 500,000 บาท ได้เงินไปเพิ่ม 4,000 บางคนแทบไม่สะเทือน แต่ถ้าคนที่มีเงินฝากไม่ถึง 500,000 บาท ได้เงินไป 4,000 คือมีความหมาย
ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสด
เหตุที่ไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะภาพรวมเศรษฐกิจต้องการให้หมุน 5 รอบ เป็นเงินจีดีพี จะเติบโตในประเทศ ถ้าจ่ายเป็นเงินสดเราจะไม่ได้รอบ แต่ถ้าเงินอยู่ในแอปฯ เงินก็จะหมุนเวียนในประเทศ แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ คนตัวเล็กตัวน้อยก็จะได้เงิน
บางคนรวยจริง เอาเงินไปลงทุนโน่นนี่นั่น แต่ยังได้เงินเรารักกัน เพราะอะไร
เรื่องนี้ต้องมองตรรกะคือ เงินของคนที่ใช้นั้นคือ เงินลงทุน ซึ่งแน่นอนว่ามีได้มีเสีย เงินลงทุนและเงินฝากมันต่างกัน ทางเรารักกันคิดเหมือนเราชนะ หลักการเดียวกัน คือมองเงินฝาก ไม่ได้มองเงินลงทุน
หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาโควิด 19 ผ่านโครงการ เราชนะ แล้ว ก็มีเสียงสะท้อนว่า คนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 กลับไม่ได้อะไรเลย จึงทำให้ทางกระทรวงแรงงานจัดโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยคาดว่าจะแจกเป็นเงินประมาณ 3,500-4,500 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง สำหรับคนที่มีเงินฝากรวมกันไม่ถึง 5 แสนบาท
ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มาออกรายการ โหนกระแส และออกมาเปิดเผยถึง 2 ข้อใหญ่ ว่าทำไมโครงการเรารักกัน ถึงไม่จ่ายเป็นเงินสด และตอนแรกมีการเสนอว่าจะให้เงิน 7,000 เหมือน เราชนะ แต่สุดท้ายก็เหลือ 4,000 เพราะอะไร
ทำไมเรารักกัน ได้เงินไม่ถึง 7,000 บาท
นายสุชาติ ได้เผยผ่านรายการโหนกระแส ถึงเบื้องหลังของเรารักกัน ว่า สาเหตุที่ทางโครงการเรารักกันไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ 7,000 บาท เป็นเพราะผู้ที่อยู่ในประกันสังคมมีทั้งหมด 11 ล้านคน ตัดคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทย 1 ล้านคน, กลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 ล้านคน จะเหลือ 9.3 ล้านคน หักคนที่มีเงินฝากเกิน 500,000 บาท จะเหลือถ้วน ๆ ประมาณ 9 ล้านคน
หากจ่ายเงิน 7,000 บาท จะทำให้มีคนได้รับเงินเพียง 4 ล้านคน หากจ่ายด้วยเงิน 4,000 บาท จะทำให้ได้รับเงินกว่า 9 ล้านคน โดยที่ไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียนแต่อย่างใด
ทำไมเอาเงินฝากเป็นเกณฑ์ ไม่เอาเงินเดือนเป็นเกณฑ์
เหตุที่ต้องเอาเงินฝากเป็นเกณฑ์นั้น เพราะมองว่าบางคนที่มีเงินเดือนเยอะก็จะมีภาระเยอะตามมา ปัญหาคือเม็ดเงินที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอช่วยเหลือทุกคนได้หมด ดังนั้น คนที่มีเงินฝากเกิน 500,000 บาท ได้เงินไปเพิ่ม 4,000 บางคนแทบไม่สะเทือน แต่ถ้าคนที่มีเงินฝากไม่ถึง 500,000 บาท ได้เงินไป 4,000 คือมีความหมาย
เหตุที่ไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะภาพรวมเศรษฐกิจต้องการให้หมุน 5 รอบ เป็นเงินจีดีพี จะเติบโตในประเทศ ถ้าจ่ายเป็นเงินสดเราจะไม่ได้รอบ แต่ถ้าเงินอยู่ในแอปฯ เงินก็จะหมุนเวียนในประเทศ แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ คนตัวเล็กตัวน้อยก็จะได้เงิน
บางคนรวยจริง เอาเงินไปลงทุนโน่นนี่นั่น แต่ยังได้เงินเรารักกัน เพราะอะไร
เรื่องนี้ต้องมองตรรกะคือ เงินของคนที่ใช้นั้นคือ เงินลงทุน ซึ่งแน่นอนว่ามีได้มีเสีย เงินลงทุนและเงินฝากมันต่างกัน ทางเรารักกันคิดเหมือนเราชนะ หลักการเดียวกัน คือมองเงินฝาก ไม่ได้มองเงินลงทุน





