มีเงินเหลือ...โปะบ้านหรือโปะรถก่อนดี

โปะเงินกู้บ้าน โปะรถ

          มีทั้งหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ จะนำเงินก้อนไปโปะอะไรก่อนดีถึงจะคุ้มกว่ากัน มีคำแนะนำมาบอก

          บ้านและรถอาจเป็นเป้าหมายของหลาย ๆ คน ยิ่งเดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอเก็บเงินก้อนใหญ่ก็สามารถเป็นเจ้าของบ้านและรถได้ง่ายขึ้นด้วยการขอสินเชื่อ ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากการขอสินเชื่อก็คือ "ดอกเบี้ย" โดยถ้าเราอยากลดภาระดอกเบี้ยลงก็ทำได้โดยหาเงินมาโปะหนี้ที่เหลืออยู่ แต่สำหรับคนที่ผ่อนทั้งบ้าน และรถ พร้อมกัน ก็อาจมีคำถามเกิดขึ้นว่า ควรนำเงินไปโปะบ้านหรือโปะรถก่อนดี ซึ่ง K-Expert ที่ปรึกษาการเงิน ธนาคารกสิกรไทย มีคำแนะนำมาฝาก

โปะเงินกู้บ้าน โปะรถ

          ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจวิธีคิดคำนวณดอกเบี้ยบ้านและรถก่อนว่าแตกต่างกันยังไง จะได้รู้ว่า ถ้าโปะเงินลงไปแล้ว ยอดหนี้ลดลงมั้ย จ่ายดอกเบี้ยน้อยลงหรือเปล่า

โปะเงินกู้บ้าน โปะรถ

          "ดอกเบี้ยบ้าน" คิดแบบลดต้นลดดอกไปเรื่อย ๆ จนครบสัญญา หรือเงินต้นหมด โดยเงินที่จ่ายไปแต่ละงวด จะไปหักเงินต้นให้ลดลง เมื่อเงินต้นลดลง จำนวนเงินที่เป็นดอกเบี้ยก็ลดลงตามไปด้วย ซึ่งการโปะบ้านจะทำให้ยอดเงินต้นลดลง

          ลองดูตัวอย่างกัน ถ้ายอดขอสินเชื่อบ้านเริ่มแรกอยู่ที่ 3 ล้านบาท ผ่อนไปได้ 1 ปี ทำให้ยอดเงินต้นลดลงเหลือ 2.8 ล้านบาท พอได้รับเงินโบนัสก็นำมาโปะบ้าน 1 แสนบาท จะทำให้จ่ายดอกเบี้ยลดลงเกือบ 5 แสนบาท และระยะเวลาผ่อนบ้านลดลง 2 ปี 3 เดือน ดังนั้น ถ้ามีเงินก้อนแนะนำให้นำมาโปะบ้าน จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย แถมระยะเวลาผ่อนก็ลดลงด้วย

          สามารถคำนวณข้อมูลของตัวเราเองด้วย เครื่องมือช่วยวางแผนเร่งระยะเวลาปลดหนี้บ้าน (K-Expert DIY Tool : Speed Up Home Loan Payment Plan) ได้ที่ k-expert.askkbank.com

          ส่วน "ดอกเบี้ยรถ" จะคำนวณแบบคงที่ตลอดระยะเวลาผ่อน (Flat Rate) โดยเอาจำนวนเงินที่กู้เป็นตัวตั้ง คูณดอกเบี้ยต่อปี และระยะเวลาผ่อน จะได้ยอดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด จากนั้นบวกกลับไปในเงินต้น แล้วหารด้วยจำนวนเดือน จะได้ยอดผ่อนแต่ละเดือนออกมา

          เช่น กู้ซื้อรถ 1 ล้านบาท ผ่อน 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คิดเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด 150,000 บาท รวมกับเงินต้นจะได้ 1,150,000 บาท เมื่อหาร 60 เดือน จะได้ 19,166.67 บาท เป็นยอดเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนจนครบสัญญา ซึ่งการคำนวณดอกเบี้ยโดยรวมเข้าไปในเงินต้นตั้งแต่แรกแบบนี้ ทำให้เงินที่เราจ่ายไปในแต่ละงวดไม่ได้ไปหักเงินต้นให้ลดลงเลย ดังนั้น ถ้ามีเงินแล้วนำไปโปะหนี้รถ ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ย แบบการนำเงินไปโปะหนี้บ้าน

โปะเงินกู้บ้าน โปะรถ

          สรุปว่า ถ้ามีเงินก้อน การโปะหนี้บ้านจะได้ประโยชน์มากกว่า แต่ในกรณีที่ผ่อนรถอยู่เพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีภาระผ่อนบ้าน ถ้ามีเงินก้อนจะมาโปะรถดีมั้ย ขอแนะนำว่า ถ้าเงินก้อนนั้นเพียงพอจะปิดหนี้รถที่เหลืออยู่ ก็สามารถปิดหนี้รถได้ เพราะการปิดหนี้รถ ปกติแล้วธนาคารหรือไฟแนนซ์จะมีส่วนลดดอกเบี้ยให้บางส่วนของยอดดอกเบี้ยที่เหลืออยู่ ซึ่งช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยลงได้ แต่ย้ำว่าต้องเป็นการปิดหนี้ หรือปิดบัญชีเท่านั้น เพราะถ้าเป็นการโปะหนี้เพียงบางส่วนก็ไม่ได้ช่วยให้เราจ่ายหนี้น้อยลง

          เมื่อรู้แล้วว่า ดอกเบี้ยบ้านและรถคำนวณยังไง ถ้ามีเงินก้อน จะเลือกโปะบ้านหรือโปะรถก่อนดี คงตอบได้แบบไม่ต้องลังเลแล้วใช่มั้ยว่า โปะบ้าน เพื่อให้เงินต้นลดลง เมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยก็ลดตาม หนี้ก็หมดไวขึ้น และทำให้บ้านในฝันเป็นของเราอย่างแท้จริง

          K-Expert Action
          • โปะบ้านทุกครั้งที่มีเงินก้อน หรือเพิ่มยอดผ่อนแต่ละเดือนให้มากขึ้น เพื่อลดดอกเบี้ยจ่าย และหนี้หมดเร็วขึ้น
          • เลือกระยะเวลาผ่อนรถให้สั้นที่สุดตามความสามารถในการชำระหนี้เพื่อประหยัดดอกเบี้ยจ่าย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก


มีเงินเหลือ...โปะบ้านหรือโปะรถก่อนดี โพสต์เมื่อ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 15:43:43 13,344 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: มีเงินเหลือ...โปะบ้านหรือโปะรถก่อนดี ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP