เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คืออะไร ไขข้อสงสัยฮิต 5 ความเข้าใจผิดที่มักทำให้เกิดดราม่า !

           เงินฌาปนกิจ คืออะไร ได้รับเงินเท่าไหร่กันแน่ และหากวันหนึ่งสมาคมฯ ยกเลิกกิจการ สมาชิกจะมีสิทธิ์ได้เงินคืนหรือไม่ ? ไขข้อข้องใจใน 5 ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงินฌาปนกิจ
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์

          ทุกครั้งที่มีข่าวครอบครัวไม่ได้รับเงินฌาปนกิจ หรือได้รับเงินน้อยกว่าที่คาดหวัง ก็มักจะมีคำถามตามมาว่า "จ่ายมาตั้งนาน ทำไมได้แค่นี้ ?" ยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ที่มีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บางแห่งทยอยยกเลิกกิจการ ก็ยิ่งทำให้สมาชิกจำนวนไม่น้อยตกใจ และตั้งคำถามต่อว่า "แล้วเงินที่จ่ายไป จะได้คืนไหม ?

          เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนชัดว่า หลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเงินฌาปนกิจอยู่ไม่น้อย วันนี้จึงชวนมาทบทวนกันครั้งว่าเงินฌาปนกิจ คืออะไร และมีเรื่องไหนที่เรามักเข้าใจผิดกันบ้าง

เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คืออะไร

เงินฌาปนกิจคืออะไร

          เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คือ เงินที่สมาชิกของสมาคมฌาปนกิจ เช่น ของหมู่บ้าน อสม. ธ.ก.ส. ตำรวจ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันจ่ายเข้าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือก็จะช่วยกันจ่ายคนละเล็กคนละน้อย เพื่อรวมเป็นเงินก้อนมอบให้ทายาท

          ตัวอย่างเช่น หมู่บ้านหนึ่งมีสมาชิก 100 คน เรียกเก็บเงินสมทบครั้งละ 100 บาท เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือจะจ่ายคนละ 100 บาท รวมเป็น 10,000 บาท แล้วนำเงินดังกล่าวหรือบางส่วนมอบให้บุคคลที่ผู้เสียชีวิตระบุไว้ในใบสมัคร หรือทายาทตามลำดับ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ

5 ความเข้าใจผิด ๆ 
เรื่องเงินฌาปนกิจสงเคราะห์

เงินฌาปนกิจหมู่บ้าน

1. เงินฌาปนกิจ คือเงินออม ?

          นี่คือความเข้าใจผิดอันดับต้น ๆ เพราะหลายคนมองว่าเงินที่จ่ายทุกเดือน หรือทุกครั้งที่มีสมาชิกเสียชีวิต คือการสะสมเงินของตัวเองไว้ใช้ในอนาคต คล้ายการฝากเงินธนาคารระยะยาว แต่ความจริงแล้ว เงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินออม และไม่ใช่การลงทุนที่หวังผลตอบแทน หากเป็นระบบที่สมาชิกช่วยกันสมทบเงินเมื่อมีผู้เสียชีวิต เปรียบได้กับ "เงินทำบุญ" หรือเงินช่วยเหลือกันในชุมชน

          ดังนั้น เงินที่จ่ายไปจะไม่ได้ถูกเก็บสะสมเป็นบัญชีส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ได้มีดอกผลตอบแทนเหมือนการออมเงินทั่วไป

2. ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งได้คืนมาก ?

          อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือคิดว่าเมื่อจ่ายเงินมา 20-30 ปี เวลาถึงคราวของตัวเองหรือคนในครอบครัว ก็ต้องได้รับเงินหลักแสน หรืออย่างน้อยก็ควรได้มากกว่ายอดที่เคยจ่ายไป

          แต่ในความเป็นจริง เงินที่ทายาทจะได้รับไม่ใช่เงินสะสมส่วนตัวของสมาชิก และไม่ได้คำนวณจากยอดที่เราจ่ายรวมตลอดชีวิต เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • จำนวนสมาชิกที่ยังคงอยู่ในระบบ ณ เวลานั้น

  • จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกัน

  • อัตราเงินสมทบที่เรียกเก็บต่อครั้ง

  • กติกาและโครงสร้างของกองทุน

          ยกตัวอย่างเช่น ช่วงก่อตั้งสมาคมใหม่ ๆ อาจมีสมาชิกนับพันคน ทำให้ยอดเงินช่วยเหลือค่อนข้างสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 20-30 ปี สมาชิกบางส่วนเสียชีวิต บางส่วนลาออก สมาชิกใหม่เข้ามาน้อยลง เงินที่ระดมได้ต่อครั้งก็อาจลดลงตามไปด้วย ดังนั้น แม้จะเป็นสมาชิกมานานหลายสิบปี ก็ไม่ได้หมายความว่าเงินที่ได้รับจะมากขึ้นเสมอไป เพราะระบบนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ร่วมช่วยกันในช่วงเวลานั้นเป็นหลัก

3. จ่ายเพื่อส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน ?

เงินฌาปนกิจ

          จุดประสงค์หลักของเงินฌาปนกิจคือ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพของสมาชิกที่เสียชีวิต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและญาติพี่น้องในช่วงเวลาสูญเสียเท่านั้น และเมื่อมีการจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว กองทุนจะไม่ได้สะสมเงินสำรองในลักษณะบัญชีส่วนตัวของสมาชิก ดังนั้น เงินฌาปนกิจเป็นระบบช่วยเหลือเฉพาะหน้าในยามจำเป็น ไม่ได้มีเงินก้อนหรือเงินตั้งตัวส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต

4. เงินฌาปนกิจก็เหมือนกับประกันชีวิต ?

           ทั้งสองอย่างนี้ต่างกันชัดเจน เพราะเงินฌาปนกิจคือเงินช่วยเหลือกันในชุมชนเพื่อแบ่งเบาภาระการจัดงานศพ ไม่ได้มีสัญญาชัดเจนเหมือนประกันชีวิต ไม่มีกรมธรรม์ที่ระบุทุนประกันแน่นอนว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วจะได้เงินเท่าไหร่ ไม่มีการคำนวณความเสี่ยงแบบบริษัทประกันภัย และไม่มีกำไรหรือผลตอบแทนทางการเงิน

5. แม้สมาคมยกเลิกกิจการ เราก็ต้องได้รับเงินคืน ?

เงินฌาปนกิจยกเลิก

          อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่มักกลายเป็นประเด็นดราม่าคือความเชื่อว่า หากสมาคมฌาปนกิจยกเลิกกิจการ สมาชิกทุกคนจะต้องได้รับเงินที่เคยจ่ายคืนครบถ้วน

          แต่ตามหลักการแล้ว เงินที่สมาชิกจ่ายสมทบในแต่ละครั้งได้นำไปใช้ช่วยเหลือผู้เสียชีวิตตามรอบต่าง ๆ แล้ว จึงไม่ได้มียอดเงินสะสมแยกเป็นบัญชีรายบุคคลเหมือนเงินฝากที่สามารถถอนคืนได้ทุกเวลา ดังนั้น การเลิกกิจการไม่ได้หมายความว่าสมาชิกจะได้รับเงินคืนเท่ากับยอดที่เคยจ่ายไปทั้งหมด

          อย่างไรก็ตาม หลังจากชำระบัญชีแล้ว หากมีทรัพย์สินเหลืออยู่จะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งหากไม่ได้ระบุไว้ ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของแผ่นดิน ไม่สามารถนำมาหารแบ่งให้กับสมาชิกได้

ทั้งนี้ การยกเลิกกิจการของสมาคมหรือกองทุนฌาปนกิจ มักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • จำนวนสมาชิกลดลง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกเดิมเสียชีวิตเพิ่มขึ้น หรือสมาชิกใหม่มีน้อยลง ทำให้ต้องเรียกเก็บเงินสมทบบ่อยและในอัตราที่สูงขึ้น สมาชิกบางส่วนอาจรับภาระไม่ไหวและลาออก ส่งผลให้เงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ

  • สมาชิกลาออกพร้อมกันจำนวนมาก จากความไม่มั่นใจหรือกระแสข่าวลือ ทำให้ฐานสมาชิกหดตัวอย่างรวดเร็ว

  • การบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพ เงินสำรองไม่เพียงพอ หรือจัดเก็บ-จ่ายล่าช้า จนกระทบสภาพคล่อง

  • ปัญหาความโปร่งใส บัญชีไม่ชัดเจน หรือเกิดข้อขัดแย้งภายในคณะกรรมการ

  • ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่น จำนวนสมาชิกขั้นต่ำ การรายงานงบการเงิน หรือเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จนอาจถูกเพิกถอนทะเบียนหรือจำเป็นต้องเลิกกิจการ

  • จะเห็นได้ว่า การเลิกกิจการของสมาคมฌาปนกิจมักเป็นผลจากโครงสร้างสมาชิกและการบริหารจัดการ มากกว่าจะเป็นกรณีที่มีเงินค้างคืนสมาชิกในลักษณะเงินออมส่วนตัว

          สรุปได้ว่า เงินฌาปนกิจคือการช่วยกันสมทบ เปรียบเสมือนร่วมใส่ซองช่วยงานศพในนามของชุมชน เมื่อได้ช่วยเหลือไปแล้ว เงินนั้นก็สิ้นสุดภารกิจ ไม่ได้สะสมเป็นบัญชีส่วนตัวของสมาชิก และโดยทั่วไปไม่สามารถเรียกคืนได้เหมือนเงินฝากหรือเงินลงทุน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมกองทุน ควรทำความเข้าใจบทบาทของเงินฌาปนกิจให้ชัดเจน เพื่อจะได้ตั้งความคาดหวังอย่างเหมาะสม และมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของระบบเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขนี้อย่างตรงไปตรงมา

บทความที่เกี่ยวข้องกับเงินฌาปนกิจ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คืออะไร ไขข้อสงสัยฮิต 5 ความเข้าใจผิดที่มักทำให้เกิดดราม่า ! อัปเดตล่าสุด 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16:37:53
TOP
x close