ทุกครั้งที่มีข่าวครอบครัวไม่ได้รับเงินฌาปนกิจ หรือได้รับเงินน้อยกว่าที่คาดหวัง ก็มักจะมีคำถามตามมาว่า "จ่ายมาตั้งนาน ทำไมได้แค่นี้ ?" ยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ที่มีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บางแห่งทยอยยกเลิกกิจการ ก็ยิ่งทำให้สมาชิกจำนวนไม่น้อยตกใจ และตั้งคำถามต่อว่า "แล้วเงินที่จ่ายไป จะได้คืนไหม ?
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนชัดว่า หลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเงินฌาปนกิจอยู่ไม่น้อย วันนี้จึงชวนมาทบทวนกันครั้งว่าเงินฌาปนกิจ คืออะไร และมีเรื่องไหนที่เรามักเข้าใจผิดกันบ้าง
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คืออะไร
เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ คือ เงินที่สมาชิกของสมาคมฌาปนกิจ เช่น ของหมู่บ้าน อสม. ธ.ก.ส. ตำรวจ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันจ่ายเข้าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ “เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข” เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือก็จะช่วยกันจ่ายคนละเล็กคนละน้อย เพื่อรวมเป็นเงินก้อนมอบให้ทายาท
ตัวอย่างเช่น หมู่บ้านหนึ่งมีสมาชิก 100 คน เรียกเก็บเงินสมทบครั้งละ 100 บาท เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต สมาชิกที่เหลือจะจ่ายคนละ 100 บาท รวมเป็น 10,000 บาท แล้วนำเงินดังกล่าวหรือบางส่วนมอบให้บุคคลที่ผู้เสียชีวิตระบุไว้ในใบสมัคร หรือทายาทตามลำดับ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ
5 ความเข้าใจผิด ๆ
เรื่องเงินฌาปนกิจสงเคราะห์
1. เงินฌาปนกิจ คือเงินออม ?
นี่คือความเข้าใจผิดอันดับต้น ๆ เพราะหลายคนมองว่าเงินที่จ่ายทุกเดือน หรือทุกครั้งที่มีสมาชิกเสียชีวิต คือการสะสมเงินของตัวเองไว้ใช้ในอนาคต คล้ายการฝากเงินธนาคารระยะยาว แต่ความจริงแล้ว เงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินออม และไม่ใช่การลงทุนที่หวังผลตอบแทน หากเป็นระบบที่สมาชิกช่วยกันสมทบเงินเมื่อมีผู้เสียชีวิต เปรียบได้กับ "เงินทำบุญ" หรือเงินช่วยเหลือกันในชุมชน
ดังนั้น เงินที่จ่ายไปจะไม่ได้ถูกเก็บสะสมเป็นบัญชีส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ได้มีดอกผลตอบแทนเหมือนการออมเงินทั่วไป
2. ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งได้คืนมาก ?
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือคิดว่าเมื่อจ่ายเงินมา 20-30 ปี เวลาถึงคราวของตัวเองหรือคนในครอบครัว ก็ต้องได้รับเงินหลักแสน หรืออย่างน้อยก็ควรได้มากกว่ายอดที่เคยจ่ายไป
แต่ในความเป็นจริง เงินที่ทายาทจะได้รับไม่ใช่เงินสะสมส่วนตัวของสมาชิก และไม่ได้คำนวณจากยอดที่เราจ่ายรวมตลอดชีวิต เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
-
จำนวนสมาชิกที่ยังคงอยู่ในระบบ ณ เวลานั้น
-
จำนวนผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกัน
-
อัตราเงินสมทบที่เรียกเก็บต่อครั้ง
-
กติกาและโครงสร้างของกองทุน
ยกตัวอย่างเช่น ช่วงก่อตั้งสมาคมใหม่ ๆ อาจมีสมาชิกนับพันคน ทำให้ยอดเงินช่วยเหลือค่อนข้างสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 20-30 ปี สมาชิกบางส่วนเสียชีวิต บางส่วนลาออก สมาชิกใหม่เข้ามาน้อยลง เงินที่ระดมได้ต่อครั้งก็อาจลดลงตามไปด้วย ดังนั้น แม้จะเป็นสมาชิกมานานหลายสิบปี ก็ไม่ได้หมายความว่าเงินที่ได้รับจะมากขึ้นเสมอไป เพราะระบบนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ร่วมช่วยกันในช่วงเวลานั้นเป็นหลัก
3. จ่ายเพื่อส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน ?
4. เงินฌาปนกิจก็เหมือนกับประกันชีวิต ?
5. แม้สมาคมยกเลิกกิจการ เราก็ต้องได้รับเงินคืน ?
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่มักกลายเป็นประเด็นดราม่าคือความเชื่อว่า หากสมาคมฌาปนกิจยกเลิกกิจการ สมาชิกทุกคนจะต้องได้รับเงินที่เคยจ่ายคืนครบถ้วน
แต่ตามหลักการแล้ว เงินที่สมาชิกจ่ายสมทบในแต่ละครั้งได้นำไปใช้ช่วยเหลือผู้เสียชีวิตตามรอบต่าง ๆ แล้ว จึงไม่ได้มียอดเงินสะสมแยกเป็นบัญชีรายบุคคลเหมือนเงินฝากที่สามารถถอนคืนได้ทุกเวลา ดังนั้น การเลิกกิจการไม่ได้หมายความว่าสมาชิกจะได้รับเงินคืนเท่ากับยอดที่เคยจ่ายไปทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หลังจากชำระบัญชีแล้ว หากมีทรัพย์สินเหลืออยู่จะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งหากไม่ได้ระบุไว้ ทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของแผ่นดิน ไม่สามารถนำมาหารแบ่งให้กับสมาชิกได้
ทั้งนี้ การยกเลิกกิจการของสมาคมหรือกองทุนฌาปนกิจ มักเกิดจากหลายปัจจัย เช่น
-
จำนวนสมาชิกลดลง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกเดิมเสียชีวิตเพิ่มขึ้น หรือสมาชิกใหม่มีน้อยลง ทำให้ต้องเรียกเก็บเงินสมทบบ่อยและในอัตราที่สูงขึ้น สมาชิกบางส่วนอาจรับภาระไม่ไหวและลาออก ส่งผลให้เงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ
-
สมาชิกลาออกพร้อมกันจำนวนมาก จากความไม่มั่นใจหรือกระแสข่าวลือ ทำให้ฐานสมาชิกหดตัวอย่างรวดเร็ว
-
การบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพ เงินสำรองไม่เพียงพอ หรือจัดเก็บ-จ่ายล่าช้า จนกระทบสภาพคล่อง
-
ปัญหาความโปร่งใส บัญชีไม่ชัดเจน หรือเกิดข้อขัดแย้งภายในคณะกรรมการ
-
ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เช่น จำนวนสมาชิกขั้นต่ำ การรายงานงบการเงิน หรือเงื่อนไขตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จนอาจถูกเพิกถอนทะเบียนหรือจำเป็นต้องเลิกกิจการ
-
จะเห็นได้ว่า การเลิกกิจการของสมาคมฌาปนกิจมักเป็นผลจากโครงสร้างสมาชิกและการบริหารจัดการ มากกว่าจะเป็นกรณีที่มีเงินค้างคืนสมาชิกในลักษณะเงินออมส่วนตัว





