แบงก์ชาติ จับตาเงินบาทแข็งค่า หลังพุ่งแรงกว่า 7% สูงสุดในอาเซียน

ค่าเงิน
         
          ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยเงินบาทแข็งค่ากระทบภาคส่งออกไม่มาก มั่นใจส่งออกปีนี้ขยายตัว 5% แม้เงินบาททำสถิติแข็งค่าถึง 7% จากต้นปี มากสุดในอาเซียน อันดับสองของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้

          วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า จากกรณีที่ค่าเงินบาททำสถิติแข็งค่าสูงสุดในรอบ 26 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศเพียงเล็กน้อย เพราะสาเหตุหลักที่เงินบาทแข็งมาจากเงินดอลลาร์ในตลาดโลกที่อ่อนค่า รวมทั้งมั่นใจว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 5% หลังข้อมูลส่งออกของไทยในเดือนมิถุนายน ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขยายตัวถึง 11.7% โดยมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว
          ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 เงินบาทแข็งค่าประมาณ 7% จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เป็นสำคัญ อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมายังมีเงินลงทุนโดยตรงของภาคธุรกิจที่ไหลเข้ามาเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมด้วย แม้ภาพรวมการแข็งค่าของเงินบาทจะสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค แต่ระยะหลังเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว ซึ่งสะท้อนปฏิกิริยาของตลาดที่อ่อนไหวกับความผันผวนในระยะสั้นที่มากเกินไป

          ดังนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จะติดตามสถานการณ์ในตลาดการเงินดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และแนะนำให้ภาคเอกชนควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับกับความผันผวนของตลาดการเงินโลก

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ค่าเงินบาททำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 26 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 โดยหากนับเฉพาะปีนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นไปแล้วถึง 7% ถือได้ว่ามากที่สุดในอาเซียน และแข็งค่าเป็นอันดับสองในเอเชียรองจากเงินวอนของประเทศเกาหลีใต้


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แบงก์ชาติ จับตาเงินบาทแข็งค่า หลังพุ่งแรงกว่า 7% สูงสุดในอาเซียน อัปเดตล่าสุด 25 กรกฎาคม 2560 เวลา 17:04:14 12,450 อ่าน
TOP
x close