
ประธานพร้อมผู้บริหารระดับสูงของโตชิบา รวม 8 ราย ลาออกจากตำแหน่ง่ เซ่นกรณีตกแต่งตัวเลขกำไรบริษัทสูงเกินจริงเกือบ 6 ปี รวมกว่า 4 หมื่นล้าน
รายงานจากเว็บไซต์เดลี่เมล วันที่ 21 กรกฎษคม 2558 ระบุว่า นายฮิซาโอะ ทานากะ ประธานและหัวหน้าคณะผู้บริหารบริษัทโตชิบา พร้อมผู้บริหารระดับสูงอีกรวม 7 ราย ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (21 ก.ค.) สังเวยกรณีตกแต่งบัญชีผลกำไรเกินจริงมาถึงเกือบ 6 ปี เป็นมูลค่ากว่า 151.8 พันล้านเยน หรือประมาณ 4.09 หมื่นล้านบาท
โตชิบาได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) ระบุว่า "เป็นที่เปิดเผยแล้วว่ามีการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้องขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงนี้ขึ้นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมลงทุน ด้วยเหตุนี้ นายฮิซาโอะ ทานากะ ประธานบริษัท และ โนริโอะ ซาซากิ รองประธาน จะลาออกในวันนี้" โดยระหว่างนี้ที่ตำแหน่งว่างลง นายมาซาชิ มุโรมาชิ ประธานกรรมการ จะขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

เรื่องการทุจริตตกแต่งตัวเลขกำไรสูงเกินจริงของโตชิบา ถูกเปิดโปงขึ้นหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบอิสระพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสอบบัญชีการเงินของบริษัทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้โตชิบาต้องแจกแจงรายละเอียดตัวเลขผลกำไร 151.8 พันล้านเยน ที่ได้มาระหว่างเดือนเมษายน 2551-มีนาคม 2557 ใหม่ และยังไม่แน่ชัดว่าการทุจริตเลขกำไรนี้จะส่งผลต่อตัวเลขผลประกอบการปี 2557 ที่สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยหรือไม่
นายทานากะ ซึ่งอายุ 64 ปี และนายซาซากิ อายุ 66 ปี ได้เข้าเป็นทำงานกับโตชิบาในช่วงทศวรรษที่ 70 โดยนายซาซากิ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ระหว่างช่วงเดิอนมิถุนายน 2552-มิถุนายน 2556 อันเป็นช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่เกิดการตกแต่งตัวเลขผลกำไรขึ้น
การโกงตัวเลขผลกำไรอย่างต่อเนื่องมานานหลายปีนี้ เป็นผลพวงหนึ่งจากวัฒนธรรมการบริหารงานในองค์กรญี่ปุ่น ที่บุคลากรชั้นผู้น้อยไม่อาจฝืนคำสั่งจากผู้บริหารตำแหน่งสูงกว่าได้ เมื่อมีการตกแต่งบัญชีตัวเลขที่ผิดปกติจากเบื้องบนลงมา ก็จำต้องรับตัวเลขนั้นไปและตกแต่งบัญชีให้ได้ตามนั้น
อย่างไรก็ตาม ยูทากะ บัน จากสถาบันการเงิน SMBC Nikko Securities Inc. วิเคราะห์ว่า แม้ตัวเลขการโกงบัญชีกำไนของโตชิบาจะมีมูลค่าสูง แต่ก็ไม่น่าส่งผลมากด้านความน่าเชื่อของบริษัท ขณะนายทาโระ อาโสะ รัฐมนตรีว่าการกระทรการคลังของญี่ปุ่น กล่าวถึงกรณีนี้ว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทำลายความน่าเชื่อถือของตลาดญี่ปุ่นในสายตานักลงทุนได้
ภาพจาก KAZUHIRO NOGI / AFP





