
ข้อบกพร่องระหว่างสัมภาษณ์งาน ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำ
เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก jobstutorthailand.com
ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นบ่อยระหว่างการสัมภาษณ์งาน จนอาจทำให้พลาดงานที่คาดหวังไปอย่างน่าเสียดาย จะมีอะไรบ้างวันนี้เรามีคำตอบมาฝาก
สำหรับคนที่ต้องไปสัมภาษณ์งาน ถึงแม้จะเตรียมตัวมาดีอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดอาการประหม่าและเผลอแสดงข้อบกพร่องให้ผู้สัมภาษณ์งานให้เห็น จนอาจทำให้พลาดตำแหน่งงานดังกล่าวไป และเพื่อช่วยให้ผู้สมัครงานทุกคนเตรียมความพร้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น วันนี้กระปุกดอทคอมมีเคล็ดลับดี ๆ จาก jobstutorthailand.com มาแนะนำให้คุณได้รู้จักข้อบกพร่องที่มักเกิดขึ้นในการสัมภาษณ์งานมาฝากกัน ลองไปอ่านคำแนะนำเหล่านี้แล้วหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นกับคุณอีกดีกว่านะคะ
ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำในระหว่างการสัมภาษณ์ โดย jobstutorthailand.com
1. รูปร่างหน้าตาดูโทรม รวมไปถึงการแต่งกาย การแต่งหน้า และการเตรียมตัวในด้านบุคลิกภาพที่ใช้ไม่ได้ (Poor Personal Appearance)
ผู้เข้าสัมภาษณ์เคยทราบหรือไม่ว่า การที่ผู้เข้าสัมภาษณ์แต่งตัวดูดี บุคลิกภาพดีจะทำให้ได้รับโอกาสในการที่จะได้รับการพิจารณาเข้าทำงานสูงมาก ถ้าผู้เข้าสัมภาษณ์แต่งตัวแย่ไม่ถูกกาลเทศะ เช่น ใส่เสื้อแขนสั้นไปสัมภาษณ์งาน หรือใส่กางเกงยีนส์ไป ก็คงจะไม่ได้รับการพิจารณาตั้งแต่ระดับสัมภาษณ์งานสำหรับคนไทย เช่น
กรณีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้หญิง
กรณีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้ชาย
2. ขาดความน่าสนใจและความกระตือรือร้น (Lake of Interest and Enthusiastic)
สมมุติว่า ถ้าผู้สมัครมีทั้งหมด 10 คน แต่ละคนวุฒิการศึกษาเหมือนกัน สถาบันใกล้เคียง ผู้เข้าสัมภาษณ์ควรทำอย่างไรหรือเตรียมตัวอย่างไรให้ดูแตกต่างหรือเด่นกว่าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ หรือเรียกว่า "สะดุดตา" จึงขอแนะนำดังนี้
การที่จะเข้าค้นหาข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ในปัจจุบันวิธีการที่ง่ายที่สุดคือ เข้าไปใน Website ของบริษัทนั้น ๆ มีวิธีการอื่น ๆ เช่น การค้นหาตาม Annual Report (กรณีที่บริษัทมีรายชื่ออยู่ในตลาดหลักทรัพย์), ฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท เป็นต้น
ก่อนไปสัมภาษณ์ ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์รู้เรื่องของบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์มากเท่าใด ก็จะแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เป็นผู้ที่เตรียมพร้อม มีความตั้งใจสูง และมีความสนใจ ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มีความขวนขวายที่จะค้นหาไม่ว่าด้วยการอ่าน หรือการค้นหาตาม Website ก็จะทำให้มีข้อมูลมากขึ้น
สำหรับความเห็นของผู้เขียนแล้ว วิธีการที่ง่ายที่สุด คือการอ่านหนังสือพิมพ์ให้ได้มากฉบับที่สุด ยกตัวเอย่างเช่น ในกรณีของผู้เขียน นิยมที่จะอ่านหนังสือพิมพ์และเข้า Web ทุกวัน โดยปกติผู้เขียนจะอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐซึ่งมีข้อมูลในระดับของชาวบ้าน ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณา และการเคลื่อนไหวของตลาด เพราะไทยรัฐเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีโฆษณาลงอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด และต่อมาผู้เขียนก็จะอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งจะได้ข้อมูลด้านของเศรษฐกิจ, ตลาดหุ้น, สังคมการเมือง รวมไปถึงดูตลาดแรงงานด้วย
นอกจากนี้ผู้เขียนก็จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับการกีฬา เช่น นิตยสาร KICK OFF, SPORT POOL, และ STAR SOCCER ซึ่งผู้เขียนจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านกีฬาทั้งหมด และสำหรับหนังสือพิมพ์อื่น ๆ ที่ผู้อ่านนิยมอ่านเพื่อได้รับข้อมูลข่าวสารทุก ๆ ด้าน เช่น หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, ฐานเศรษฐกิจ, ซึ่งจะได้รับข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการตลาด การเงิน ส่งออก ในลักษณะของมหภาพ และในส่วนของข่าวสารของวงการบันเทิง ผู้เขียนมักนิยมอ่าน MAYA CHANEL เพื่อรับข้อมูลบันเทิง ซึ่งจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการละคร, ดารา ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานในสังคมที่ทุกคนจะต้องพูดกัน
ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ไม่ชอบการอ่าน แต่อยากได้ข้อมูลเพื่อการสัมภาษณ์งานก็ควรจะเริ่มหัดตั้งแต่เริ่มหางานทำใหม่ ๆ จะได้มีประสบการณ์เพียงพอสำหรับใช้ประโยชน์ในการสัมภาษณ์งาน
3. การให้ความสำคัญในเรื่องของเงินเป็นหลัก (Over Emphasis on Money)
กฎเกณฑ์เบื้องต้นที่สมควรจำคือ ถ้าผู้สัมภาษณ์ไม่กล่าวถึงเรื่องเงินเดือนก่อน ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ห้ามเป็นผู้ถามเกี่ยวกับเงินเดือนโดยเด็ดขาด แม้ความรู้สึกของผู้รับการสัมภาษณ์มีความต้องการที่จะทราบเรื่องนี้มากเท่าใดก็ตาม ก็ต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้ แต่ถ้าเป็นสังคมตะวันตกการถามเรื่องเงินเดือนถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่สมควรแสดงออกว่าเราต้องการเงินเป็นหลัก โดยปกติการถามเรื่องเงินเดือนจะเป็นช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์ อย่างไรก็ต้องเก็บระงับความอยากรู้เรื่องเงินเดือนไว้
แต่ถ้าในกรณีที่ผู้สัมภาษณ์เป็นผู้เริ่มถามเรื่องเงินเดือนก่อน ถือเป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์จะต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมที่จะตอบคำถามนี้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์ เช่น สอบถามกับรุ่นพี่หรือเพื่อนที่ทำงานในตำแหน่งที่ผู้สัมภาษณ์สมัคร หรือไม่ก็ต้องเตรียมเหตุผลในการที่ขอเงินเดือนไปว่ามีหลักการคำนวณอย่างไร ไม่ใช่ตอบผู้สัมภาษณ์ไปเพื่อแต่ว่าอยากได้ในจำนวนที่ขอไปโดยปราศจากเหตุผลประกอบ ข้อผิดพลาดในข้อนี้ถือเป็นข้อผิดพลาดที่พบมาก และเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการสัมภาษณ์ เพราะฉะนั้นห้ามเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนนี้เป็นอันขาด
4. การกล่าวอ้างถึงหรือตำหนิบริษัทหรือเจ้านายเก่า (Condemnation of Past Employers)
เวลาผู้สัมภาษณ์ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์จะพยายามพูดให้เข้าตัวให้น้อยที่สุด แต่มิใช่เป็นการยกยอที่ทำงานเดิม เพราะผู้สัมภาษณ์อาจจะคิดว่าในเมื่อที่ทำงานเดิมมีความสมบูรณ์อยู่แล้ว ผู้สัมภาษณ์จะออกมาหางานใหม่ทำเพื่ออะไร การที่จะตำหนิที่ทำงานหรือเจ้านายเก่า ทำได้แต่ควรพูดถึงตามแต่สมควร เช่น บริษัทเดิมก็ดีอยู่แต่อาจจะไกลบ้าน เดินทางไม่สะดวก หรือนายเก่าออกจะปกครองลูกน้องแบบเผด็จการเกินไป ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เป็นต้น และที่สำคัญไม่ควรกล่าวถึงชื่อของนายเก่าออกมาหรือพูดในแง่ลบมากเกินไป ควรจะใช้เหตุผลว่าบริษัทที่จะทำนี้ดีอย่างไร, น่าสนใจอย่างไร, ลักษณะของงานมีความท้าทายอย่างไร แทนที่จะกล่าวถึงบริษัทเก่า, เจ้านายเก่าว่าแย่อย่างไร จะดูเหมาะสมกว่า

5. ความผิดพลาดจากการใช้การตอบโต้ทางสายตากับผู้สัมภาษณ์ (Failure of Look at the interviewer when conversing)
มักจะเกิดคำถามมากมายเมื่อผู้รับการสัมภาษณ์มักจะไม่จ้องหน้าผู้สัมภาษณ์ขณะการสนทนากัน ซึ่งผู้สัมภาษณ์งานจะรู้สึกว่าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้สัมภาษณ์ ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกและความมั่นใจสำหรับผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ ดังนั้นถึงแม้ว่าผู้สัมภาษณ์จะพูดได้ไม่น่าสนใจเท่าใดก็ตาม ผู้รับการสัมภาษณ์จะต้องพยายามใช้การโต้ตอบทางสายตาหรือกริยาท่าทางโต้ตอบการสนทนากับผู้สัมภาษณ์ตลอด
6. การเปิดหรือสิ้นสุดการสอบสัมภาษณ์ด้วยการจับมือแบบไม่เต็มใจ (Limp, Fishy, Handshake)
ในกรณีที่ผู้สัมภาษณ์เป็นบริษัทของชาวต่างชาติ (ฝรั่ง) ผู้รับการสัมภาษณ์ควรที่จะจับมือทักทายด้วยความมั่นใจทั้งก่อนและหลังสัมภาษณ์ โดยการจับแน่น ๆ พอประมาณ ส่วนกรณีที่เป็นคนไทยก็จะหมายถึงการยกมือไหว้ โดยเฉพาะผู้หญิงควรจะไหว้ด้วยความอ่อนช้อยสวยงามและเป็นธรรมชาติ และให้มีการยิ้มเล็กน้อยเพื่อแสดงถึงความจริงใจ (ถ่ายทอดให้ผู้รับไหว้รู้สึกประทับใจในวัฒนธรรมไทย) สิ่งที่เป็นจุดเล็กน้อยเช่นการจับมือหรือการยกมือไหว้แต่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาหรือทดสอบในการสัมภาษณ์งานเช่นกัน
7. การไม่ตรงต่อเวลา (Late to Interview)
การที่จะไปสัมภาษณ์งานนั้น การสำรวจเส้นทางในการเดินทางไปให้ทันเวลาสัมภาษณ์และสามารถช่วยให้ตัดสินใจในด้านอื่น ๆ ได้เช่นกัน เช่น จะต้องใช้ค่ารถเท่าใด มีสถานที่ให้รับประทานอาหารที่ใด, ห้องน้ำอยู่ที่ใด (ข้อนี้ผู้เขียนชอบมาก เพราะสำนักงานที่มีห้องน้ำบรรยากาศดี ๆ ไม่อับ สะอาด) และถ้าหากผู้รับการสัมภาษณ์ทดลองเดินทางไปยังสถานที่สัมภาษณ์ก่อนก็จะทำให้เวลาจริงก็จะมีโอกาสที่จะไปสายได้น้อยมาก
และเมื่อถึงเวลาจริง ก็ควรที่จะไปถึงก่อนเวลาสักประมาณ 15-20 นาที โดยเมื่อไปถึงสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือการเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อเป็นการแสดงว่าตนมาสัมภาษณ์ได้ทันเวลา หลังจากนั้นจึงควรเข้าห้องน้ำเพื่อเป็นการจัดเตรียมตัวเองให้เรียบร้อยและพร้อมที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์งาน และเมื่อแล้วเสร็จก็เข้าไปนั่งรอการสัมภาษณ์ (อย่างอดทน) ห้ามแสดงความหงุดหงิดหรือออกอาการกระวนกระวาย
แต่ถ้ามาสายจริง ๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การขอโทษและบอกเหตุผลในการมาสาย เพื่อให้ได้รับความเห็นใจและให้อภัย ถ้าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มีความสามารถ ผู้สัมภาษณ์ก็อาจให้ความอภัยและมองเรื่องการมาสาย (อย่างมีเหตุผล) เป็นเรื่องเล็กไป แต่สิ่งที่ควรจะกระทำก็คือการมาให้ทันการนัดสัมภาษณ์จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
8. การขาดความสนใจในตัวผู้สัมภาษณ์ (Failed to empress appreciation for interviewer’s time)
การตั้งใจและให้ความสนใจในตัวผู้สัมภาษณ์ถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่งที่ต้องแสดงความสนใจด้วยท่าทาง แววตา กริยา เพื่อให้กรรมการสัมภาษณ์ทราบถึงความตั้งใจในสิ่งที่พูดหรือชี้แจง บางคนชอบที่จะพูดให้คนอื่นฟัง ซึ่งถ้าผู้สัมภาษณ์เป็นบุคคลประเภทนี้ จะต้องระงับใจและอดกลั้นตั้งใจฟัง มิฉะนั้นอาจจะพลาดโอกาสในการได้งานก็เป็นได้
9. การที่ผู้รับการสัมภาษณ์ไม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องงาน (No Question About Job)
การที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องของงานจะทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกว่าผู้เข้ารับการสัมภาษณ์มีความต้องการที่จะมาทำงานจริงๆ ซึ่งคำถามที่ควรถามหรือไม่ควรที่จะถาม เช่น
9.1 "ผมจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ครับ" เป็นคำถามที่ห้ามถามโดยเด็ดขาด หากผู้รับการสัมภาษณ์ถามออกไป โอกาสที่จะพลาดตำแหน่งงานนั้นก็จะมีสูงอย่างแน่นอน เพราะตามธรรมเนียมไทยยังรับไม่ได้เรื่องของการถามเรื่องเงินเดือนก่อน
9.2 "สรุปว่าผมสัมภาษณ์ผ่านไหมครับ" ก็เป็นคำถามที่ห้ามถามเช่นกัน ธรรมดาปกติกรรมการสัมภาษณ์จะไม่วิจารณ์ผู้สมัครในเวลาที่สัมภาษณ์เลย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถามคำถามนี้
เรื่องที่ควรถาม เช่น
9.3 งาน/ลักษณะของงาน/ตำแหน่ง
9.4 ความก้าวหน้าในอาชีพ
9.5 การฝึกอบรม, การศึกษาต่อ
9.6 สวัสดิการของบริษัท
9.7 วัฒนธรรมขององค์กร
9.8 สายการบังคับบัญชา
9.9 ผู้บังคับบัญชา
จริง ๆ แล้วคำถามแรกที่ควรจะถามคือ เรื่องของรายละเอียดของงานที่จะทำ (Job Description) ซึ่งคำถามนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น จุดมุ่งหมายที่ต้องการทำงานนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเป็นผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้ถาม จึงควรถามแต่คำถามหรือไม่ถามอะไรเลย คะแนนก็จะลดลงหรือไม่ได้รับพิจารณาเข้าทำงานก็อาจเป็นได้
10. การตอบคำถามไม่ตรงประเด็นที่ถาม
หลักในการตอบคำถามในการสัมภาษณ์งานที่ดี คือ ต้องตอบให้ตรงคำถาม ไม่พูดจาวกวน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้





