ประกันสุขภาพ มีให้เลือกหลายรูปแบบ โดยเฉพาะแบบเหมาจ่าย แล้วจะเลือกยังไงให้เหมาะกับตัวเองที่สุด มาดูข้อมูลสำคัญและตัวเลือกแผนน่าสนใจก่อนตัดสินใจ แม้ในช่วงต้นปี 2569 จะมีข่าวว่าแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายยอดนิยมบางแผนกำลังจะปิดการขายลงในไม่ช้า แต่ในตลาดประกัน ก็ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่อีกไม่น้อย ดังนั้น ใครที่กำลังวางแผนรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและต้องการแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้น แต่ยังลังเลว่าควรเลือก ประกันสุขภาพที่ไหนดี เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาสรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำและเงื่อนไขที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนทำประกันมาฝากกัน หลายคนยังสับสนระหว่าง “ประกันชีวิต” กับ “ประกันสุขภาพ” หรือบางคนทำประกันชีวิตแล้วเข้าใจว่าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ งั้นเรามาศึกษาความแตกต่างแบบเข้าใจง่าย ๆ กัน เป็นประกันที่เน้นคุ้มครองชีวิต หมายความว่า หากผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (ตามเงื่อนไข) ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนตามทุนประกัน แต่ไม่สามารถนำมาเบิกค่ารักษาพยาบาลตอนเจ็บป่วยได้ เป็นประกันที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลเวลาป่วย เช่น ค่ายา ค่าแพทย์ ค่าห้อง ค่าบริการโรงพยาบาล โดยมีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น ผู้ป่วยใน (IPD) : ใช้เมื่อแอดมิทนอนโรงพยาบาล หรือบางกรณีผ่าตัดเล็กแบบไม่ต้องนอน (Day Case) ผู้ป่วยนอก (OPD) : ใช้กับอาการทั่วไปที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น เป็นหวัด ปวดหัว แล้วไปพบแพทย์กลับบ้าน โรคร้ายแรง : คุ้มครองกรณีตรวจพบโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง หลอดเลือดสมอง โรคไต ฯลฯ ซึ่งต้องตรงตามเกณฑ์ที่บริษัทประกันกำหนด สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าต้องการให้มีคนช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเวลาเจ็บป่วย ควรเลือกทำประกันสุขภาพ โดยบางแผนอาจต้องซื้อควบคู่กับประกันชีวิต ขณะที่บางแผนก็สามารถทำแยกเดี่ยวได้ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท โดยทั่วไป หลังจากกรมธรรม์ได้รับการอนุมัติแล้วยังไม่คุ้มครองทันที เพราะมีช่วงที่เรียกว่า “ระยะเวลารอคอย (Waiting Period)” ซึ่งเป็นช่วงที่ยังไม่สามารถเคลมได้ หากเจ็บป่วยช่วงนี้ต้องจ่ายค่ารักษาเอง โดยมักแบ่งเป็น 30 วันแรก : ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ 90 วันแรก : ไม่คุ้มครองโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง หลอดเลือดสมอง 120 วันแรก : ไม่คุ้มครองโรคบางชนิดที่ต้องใช้เวลาฟักตัว เช่น เนื้องอก นิ่ว ไส้เลื่อน ต้อ ริดสีดวง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นต้น เหตุผลที่มีระยะเวลารอคอย ก็เพื่อป้องกันการทำประกันในช่วงที่รู้ตัวว่าป่วยอยู่แล้ว รวมถึงเป็นการยืนยันว่ามีสุขภาพดีตรงตามที่แจ้งไว้ในใบสมัคร เพราะบางโรคอาจยังไม่แสดงอาการในช่วงแรก ทั้งนี้ ระยะเวลารอคอยและเงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจทำประกัน อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีประกันอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม สัตว์กัด รถชน เป็นต้น จะได้รับความคุ้มครองทันทีโดยไม่มีระยะเวลารอคอย ประกันสุขภาพเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ก่อนตัดสินใจทำควรศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจ เพื่อเลือกแผนที่ตอบโจทย์ตัวเองที่สุด ดังนี้ รูปแบบของประกันสุขภาพที่ให้วงเงินรักษาพยาบาล : หลัก ๆ แบ่งเป็น 2 แบบคือ 1. ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย : เป็นแผนที่กำหนดวงเงินแยกเป็นรายการ เช่น ค่าแพทย์ ค่ายา ค่าห้อง วงเงินต่อรายการจะมีเพดานชัดเจน หากเกินจากนี้ต้องจ่ายเอง ข้อดีคือเบี้ยประกันมักถูกกว่า เหมาะกับคนงบจำกัด หรืออยากมีความคุ้มครองพื้นฐานไว้ก่อน 2. ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย : เป็นแผนที่จ่ายค่ารักษาตามจริง ภายในวงเงินรวมที่กำหนด โดยไม่จำกัดวงเงินย่อยในหลายรายการ ทำให้เรามีโอกาสจ่ายส่วนเกินน้อยกว่า แต่เบี้ยประกันก็มักสูงขึ้นตามความคุ้มครอง การพ่วงประกันชีวิต : กรณีทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันชีวิต : ส่วนใหญ่ต้องทำประกันชีวิตเป็นสัญญาหลักก่อน แล้วค่อยซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาเพิ่มเติม ข้อดีคือสามารถถือความคุ้มครองได้ยาวตามอายุสัญญาหลัก เช่น ถ้าประกันชีวิตคุ้มครองถึงอายุ 90-99 ปี ก็มีสิทธิ์ต่อสัญญาสุขภาพได้ต่อเนื่อง กรณีทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัย : มักเป็นแพ็กเกจที่ซื้อได้เลย ไม่ต้องมีประกันชีวิตก่อน โดยจะรวมความคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุไว้ในแผนเดียว ข้อดีคือขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ซื้อผ่านออนไลน์สะดวก และเบี้ยประกันมักเข้าถึงง่ายกว่า แต่มีข้อสังเกตคือ ความคุ้มครองเป็นแบบปีต่อปี ต้องพิจารณาเรื่องการต่ออายุและเงื่อนไขในอนาคตให้ดี ความคุ้มครองที่ได้รับ : ควรดูรายละเอียดความคุ้มครองของแต่ละแผนให้ครบ ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น วงเงินค่ารักษาพยาบาล : เป็นแบบต่อปี หรือต่อครั้ง ต่อปี คือ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยกี่ครั้งก็ใช้วงเงินรวมกันภายในปีกรมธรรม์ เช่น วงเงิน 1 ล้านบาทต่อปี ก็จะสามารถใช้ได้ไม่เกินนี้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะป่วยกี่ครั้ง ต่อครั้ง คือ หากเจ็บป่วยคนละโรค ก็ใช้วงเงินได้หลายรอบ ไม่ได้จำกัดเพดานวงเงิน เช่น แผนที่ให้วงเงิน 1 ล้านบาทต่อครั้ง หากในปีนั้นเข้าโรงพยาบาล 3 ครั้งด้วยคนละโรค จะมีวงเงินรักษาครั้งละ 1 ล้านบาท รวม 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากเป็นการรักษาตัวด้วยโรคเดิมภายใน 90 วัน ถือเป็นการรักษาครั้งเดียวกัน ดังนั้นจะนับวงเงินรวมกันคือไม่เกิน 1 ล้านบาท ค่าห้อง : ควรเช็กค่าห้องของโรงพยาบาลที่ใช้ประจำ ว่าเพียงพอหรือไม่ โดยหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 แบบ จำกัดค่าห้องต่อวัน : แผนส่วนใหญ่จะกำหนดวงเงินชัดเจน เช่น 3,000 บาทต่อวัน หากค่าห้องสูงกว่านี้ ต้องจ่ายส่วนเกินเอง จ่ายตามจริง (ห้องเดี่ยวมาตรฐาน) : ไม่กำหนดวงเงินตายตัว แต่จ่ายตามราคาห้องเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาลนั้น เช่น หากค่าห้องเริ่มต้น 8,000 บาทต่อวัน ประกันก็จะจ่ายให้ตามนั้น ค่าแพทย์ : บางแผนกำหนดวงเงินไว้ หากมีแพทย์หลายสาขาร่วมรักษา อาจมีส่วนเกินได้ ค่ายากลับบ้าน : บางแผนมีเพดานวงเงิน ต้องตรวจสอบให้ดี ค่าตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล (เช่น 30 วัน) : ครอบคลุมการตรวจก่อนนอนพักรักษาตัว เช่น ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ MRI และการตรวจหลังติดตามอาการตามที่แพทย์นัดหรือไม่ อุบัติเหตุผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : หากไม่คุ้มครอง เราต้องจ่ายเอง หรือทำประกันอุบัติเหตุเพิ่ม ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู (เช่น กายภาพบำบัด) : บางแผนอาจไม่คุ้มครองหรือจำกัดวงเงิน การรักษาเฉพาะทาง (เช่น ล้างไต เคมีบำบัด รังสีรักษา) : ควรเช็กว่าแผนครอบคลุมหรือมีเพดานหรือไม่ หากไม่ได้เหมาจ่ายส่วนนี้ เราอาจต้องจ่ายส่วนเกินเอง ค่าชดเชยรายวัน (ผู้ป่วยใน) : มักมีให้ในเงื่อนไขไม่เคลมค่ารักษา หรือเป็นสัญญาเสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม ผู้ป่วยนอก (OPD) : บางแผนรวมมาให้ แต่หลายแผนต้องซื้อเพิ่ม ความคุ้มครองโรคร้ายแรง : บางแผนเพิ่มวงเงินพิเศษ หรือให้เงินก้อนชดเชยเมื่อป่วยด้วยโรคที่กำหนด ประกันอุบัติเหตุ : ให้เงินก้อนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุ หากไม่ได้รวมมาในแพ็กเกจประกันสุขภาพก็สามารถซื้อเพิ่มได้ ทั้งนี้ ยิ่งมีความคุ้มครองมากเท่าไร เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็มักจะสูงขึ้นตามไปด้วย อายุรับประกันและการต่ออายุ : แต่ละแผนกำหนดช่วงอายุไม่เท่ากัน จึงต้องเลือกแผนที่เราสามารถซื้อได้ และควรเลือกแผนที่ต่ออายุได้ยาวถึงอย่างน้อย 85-90 ปี เพื่อความคุ้มครองระยะยาว ในกรณีเป็นเด็ก บางแผนอาจต้องทำพร้อมผู้ปกครอง หรือเลือกแผนสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : โดยปกติประกันให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่บาทแรก แต่บางแผนก็มีให้เลือกความรับผิดส่วนแรก (Deductible) ซึ่งก็คือ เงินส่วนแรกที่เราต้องจ่ายเองก่อน ส่วนที่เหลือประกันจะช่วยจ่าย เช่น ถ้าเลือก Deductible 20,000 บาท หากค่ารักษา 50,000 บาท เราจะต้องจ่าย 20,000 บาทก่อน ที่เหลืออีก 30,000 บาท ประกันเป็นคนจ่าย ข้อดีคือ ยิ่งเลือก Deductible สูง เบี้ยประกันยิ่งถูกลง (บางแผนอาจลดได้ประมาณ 20-70%) เหมาะกับคนที่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว เช่น ข้าราชการ สวัสดิการบริษัท หรือมีประกันอีกฉบับไว้ช่วยจ่ายส่วนแรก อาณาเขตความคุ้มครอง : ประกันสุขภาพส่วนใหญ่คุ้มครองภายในประเทศไทยเป็นหลัก แต่บางแผนสามารถใช้สิทธิรักษาในต่างประเทศได้ด้วย เหมาะกับคนที่เดินทางบ่อยหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ จึงควรเลือกให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของตัวเอง เบี้ยประกันที่จ่ายไหว : ประกันสุขภาพมักปรับเบี้ยเพิ่มตามช่วงอายุ (เช่น ช่วงอายุลงท้ายด้วยเลข 1 และเลข 6) หรือตามความเสี่ยงของอาชีพ ขึ้นอยู่เงื่อนไขของแต่ละแผน ก่อนตัดสินใจทำ ควรขอดูตารางเบี้ยทุกช่วงอายุ เพื่อประเมินว่ามีความสามารถจ่ายต่อเนื่องได้ถึงวัยเกษียณหรือไม่ เพราะหากจ่ายไม่ไหวแล้วต้องเปลี่ยนแผนใหม่ตอนอายุมากขึ้น อาจเจอข้อจำกัดด้านสุขภาพ ทำให้บริษัทไม่รับประกัน หรือรับประกันแบบมีเงื่อนไข ส่งผลให้ความคุ้มครองลดลงได้ ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน : บางแผนมีสิทธิ์ลดเบี้ยในปีถัดไป หากไม่มีการเคลมต่อเนื่อง หรือร่วมทำกิจกรรมสุขภาพ เช่น ออกกำลังกายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ความมั่นคงของบริษัท : ควรเลือกบริษัทประกันที่มีความน่าเชื่อถือและมีฐานะการเงินมั่นคง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจ่ายค่าสินไหมได้ในระยะยาว รวมถึงพิจารณาชื่อเสียง การให้บริการ และประสบการณ์ของผู้เอาประกันรายอื่นประกอบด้วย ตัวแทนหรือช่องทางการซื้อ : ควรเลือกตัวแทนที่ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา เข้าใจเงื่อนไขประกัน และสามารถดูแลต่อเนื่องได้ในระยะยาว เช่น ช่วยประสานงานเคลม หรือให้ข้อมูลเมื่อมีข้อสงสัย รวมทั้งมีช่องทางติดต่อบริษัทได้อย่างสะดวก เช่น เบอร์สายด่วน, แอปพลิเคชัน หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เมื่อเข้าใจวิธีเลือกซื้อประกันสุขภาพแล้ว คราวนี้มาพิจารณากันว่า มีประกันสุขภาพเหมาจ่ายแผนไหนน่าสนใจบ้าง ในบทความนี้เรารวบรวมแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ยังเปิดขายอยู่ในปี 2569 มาบอกกัน โดยคัดมาทั้งจากฝั่งบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัย ให้คนสนใจทำประกันสุขภาพได้ลองเปรียบเทียบ (เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต) ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจากไทยประกันชีวิตให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งกรณีเสียชีวิต เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล รวมทั้งเงินชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาล รวมไว้ในแพ็กเกจเดียว มีให้เลือก 5 แผน ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่ต้องการ แผนประกัน : มี 5 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 500,000 / 1 ล้าน / 5 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ อายุรับประกัน : 18-70 ปี สัญญาประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ ต่อสัญญาได้ถึงอายุ 99 ปี สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาล ต่อสัญญาได้จนถึงอายุ 69 ปี คุ้มครองถึงอายุ 70 ปี การประกันชีวิต : มีประกันชีวิตเป็นสัญญาหลักรวมอยู่ในแพ็กเกจ ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ตั้งแต่ 0 / 30,000 / 50,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแผน โดยแผน 5 ล้านบาท จะต้องมีความรับผิดส่วนแรกทุกแผน) ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 2 (วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท และไม่มีความรับผิดส่วนแรก) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : ไม่คุ้มครอง ค่าห้อง : 2,000 บาทต่อวัน สูงสุด 365 วัน (ICU จ่ายตามจริง) ค่าแพทย์ : จ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาทต่อครั้ง (สูงสุด 7 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง (สูงสุด 2 ครั้งต่อปี) ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน หรือกรณี Day Case : 1,000 บาทต่อวัน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : สามารถซื้อเพิ่มได้ ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต : 50,000 บาท ข้อมูลเพิ่มเติม : ไทยประกันชีวิต ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจาก Samsung Life Insurance ให้ความคุ้มครองสูงสุด 50 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 2 เท่า สูงสุด 100 ล้านบาท ในกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงหรือป่วยด้วย 20 โรคร้ายแรงตามเงื่อนไข พร้อมรับค่าชดเชยรายวันระหว่างรักษา และรับส่วนลดเบี้ยเมื่อชำระต่อเนื่องโดยไม่มีเคลมครบ 3 ปีกรมธรรม์ หากเลือกแผน 4-6 ยังคุ้มครองกรณีตรวจสุขภาพ คัดกรองโรคมะเร็ง และ/หรือการฉีดวัคซีนให้ด้วย ใครมองหาประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่ายก็ทำแผนได้ เพราะแผนนี้รับตั้งแต่อายุ 30 วัน แผนประกัน : มี 6 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 3 ล้าน / 5 ล้าน / 10 ล้าน / 15 ล้าน / 30 ล้าน และ 50 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ อายุรับประกัน : 30 วัน-65 ปี (ต่ออายุได้ถึง 98 ปี) การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ตั้งแต่ 0 / 25,000 / 50,000 และ 100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแผน) ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 2 (วงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : 10 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ค่าห้อง : 5,000 บาทต่อวัน สูงสุด 365 วัน (ICU จ่ายตามจริง) ค่าแพทย์ : จ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : จ่ายตามจริง (สูงสุด 14 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง (สูงสุด 30 ครั้งต่อปี) ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : ไม่คุ้มครอง ยกเว้นกรณีเป็นผู้ป่วยในแต่ไม่เคลมค่ารักษาพยาบาล จะได้รับ 1,500 บาทต่อวัน (สูงสุด 7 วันต่อปีกรมธรรม์) ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : 8,000 บาทต่อปีกรมธรรม์ ข้อมูลเพิ่มเติม : ซัมซุงประกันชีวิต ประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก FWD แผนนี้ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก พร้อมเงินชดเชยระหว่างการรักษา และเพิ่มค่าห้องเป็น 2 เท่า หากป่วยด้วย 3 โรคร้ายแรง ได้แก่ มะเร็งระยะลุกลาม โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด (ขึ้นอยู่กับแผน) อีกทั้งยังได้รับส่วนลดเบี้ยในปีถัดไป เมื่อไม่มีการเคลมตามเงื่อนไข และกรณีหากเลือกทำแผน 2-6 ยังได้รับความคุ้มครองกรณีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตรเพิ่มเติม แผนประกัน : มี 6 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 1 ล้าน / 3 ล้าน / 6 ล้าน / 12 ล้าน / 40 ล้าน และ 100 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ อายุรับประกัน : แผน 1-4 อายุ 6-75 ปี (ต่ออายุได้ถึงอายุ 98 ปี) แผน 5-6 อายุ 11-75 ปี (ต่ออายุได้ถึงอายุ 98 ปี) การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ตั้งแต่ 0 / 30,000 / 50,000 และ 100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแผน) ตัวอย่างความคุ้มครองแผนโกลด์ (แผน 3 วงเงินคุ้มครอง 6 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 6 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : ได้รับเป็นค่าชดเชย 50,000 บาท และเพิ่มค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการใน รพ. เพิ่มเติมอีก 6,000 บาท ค่าห้อง : 6,000 บาทต่อวัน สูงสุด 365 วัน (ICU จ่ายตามจริง) ค่าแพทย์ : จ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : จ่ายตามจริง (สูงสุด 14 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง (สูงสุด 30 วันต่อครั้ง) ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : ไม่คุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : 5,000 บาทต่อปีกรมธรรม์ ค่าใช้จ่ายกรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตรจากการตั้งครรภ์ธรรมชาติ : เหมาจ่ายตามจริง ข้อมูลเพิ่มเติม : เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ใครกังวลว่าค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องโรงพยาบาลจะไม่เพียงพอ ลองพิจารณาแผน BLA Happy Health Premier จากกรุงเทพประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาแบบต่อครั้ง โดยไม่จำกัดวงเงินต่อปี พร้อมค่าห้องแบบห้องพักเดี่ยวมาตรฐานที่ไม่จำกัดวงเงินเหมือนแผนทั่วไป อีกทั้งยังเพิ่มวงเงินคุ้มครองอีก 10% เมื่อเข้ารักษาด้วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ ในกรณีบาดเจ็บหรือป่วยวิกฤตตามเงื่อนไข ยังได้รับเงินก้อนชดเชย 300,000 บาท เหมาะกับคนที่กังวลโรคร้ายแรงที่ต้องนอนโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม กรณีไม่ได้นอนโรงพยาบาล ความคุ้มครองจะไม่ได้เป็นแบบเหมาจ่ายเต็มรูปแบบ และยังมีการจำกัดวงเงินตามเงื่อนไขประกัน แผนประกัน : มี 3 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 1 ล้าน / 5 ล้าน และ 10 ล้านบาทต่อครั้ง อายุรับประกัน : 11-80 ปี (ต่ออายุได้ถึง 98 ปี) การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ตั้งแต่ 0 / 30,000 / และ 100,000 บาท ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 2 (วงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อครั้ง ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : 5.5 ล้านบาทต่อครั้ง ค่าห้อง : 3,000 บาทต่อวัน หรือค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาลต่อวัน (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) (สูงสุดไม่เกิน 180 วัน) ส่วนค่าห้อง ICU จ่ายตามจริง ค่าแพทย์ : จ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท (สูงสุด 7 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : 2,000 บาทต่อครั้ง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : ไม่คุ้มครอง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : ไม่คุ้มครอง ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : 3 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : ไม่คุ้มครอง ยกเว้นกรณีเป็นผู้ป่วยในแต่ไม่เคลมค่ารักษาพยาบาลจะได้รับเงินชดเชย 2,000 บาท (สูงสุด 10 วันต่อปีกรมธรรม์) ค่าชดเชยสำหรับผู้ป่วยอาการวิกฤต : 300,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : สามารถซื้อเพิ่มได้ ข้อมูลเพิ่มเติม : กรุงเทพประกันชีวิต ประกันสุขภาพ Health Smile จาก Rabbit Life Insurance เป็นแผนเหมาจ่ายที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง พร้อมเพิ่มความคุ้มครองเป็น 2 เท่า เมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกความคุ้มครองเสริมได้ตามต้องการ เช่น เงินชดเชยรายวัน ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) และโรคมะเร็ง โดยทดลองคำนวณเบี้ยและซื้อได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ แผนประกัน : มี 5 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 5 แสน / 1 ล้าน / 2.5 ล้าน / 5 ล้าน และ 10 ล้านบาทต่อครั้ง อายุรับประกัน : 6-75 ปี (ต่ออายุได้ถึง 98 ปี) การประกันชีวิต : ต้องทำประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก (รวมอยู่ในแพ็กเกจ) ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : เลือกได้ตั้งแต่ 0 / 20,000 / 50,000 และ 100,000 บาท ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 4 (วงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อครั้ง ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : 10 ล้านบาทต่อครั้ง ค่าห้อง : 7,000 บาทต่อวัน (สูงสุด 365 วัน) ส่วนค่าห้อง ICU 14,000 บาทต่อวัน (สูงสุด 15 วัน) ค่าแพทย์ : จ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท (สูงสุด 7 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : 100,000 บาทต่อปีกรมธรรม์ ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : สามารถซื้อเพิ่มได้ ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : สามารถซื้อเพิ่มได้ ข้อมูลเพิ่มเติม : แรบบิท ประกันชีวิต มาที่ฝั่งบริษัทประกันภัยบ้าง แผนนี้เป็นประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก AXA Insurance ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่การพบแพทย์ไปจนถึงภาวะฉุกเฉิน โดยรวมความคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุไว้ในแผนเดียว พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ค่าพยาบาลพิเศษ และเงินชดเชยรายวันเมื่อไม่มีเคลม รวมถึงความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (อบ.2) และค่าปลงศพ สามารถเริ่มทำประกันได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน แต่มีเงื่อนไขคือ ผู้เอาประกันที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องสมัครพร้อมผู้ปกครอง และหากทำพร้อมกันทั้งครอบครัว (2 คนขึ้นไป) ยังมีส่วนลดให้ แผนประกัน : มี 4 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 1 ล้าน / 2 ล้าน / 5 ล้าน และ 10 ล้านบาทต่อครั้ง อายุรับประกัน : 6-75 ปี (ต่ออายุได้จนถึงอายุ 99 ปี) การประกันชีวิต : ไม่ต้องพ่วงประกันชีวิต ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : 0 / 20,000 / 40,000 / 100,000 และ 200,000 บาทต่อโรค ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 3 (วงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อครั้ง ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : ไม่คุ้มครอง ค่าห้อง : 10,000 บาทต่อวัน (ห้อง ICU 20,000 บาทต่อวัน) ค่าแพทย์ : จ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : จ่ายตามจริง (สูงสุด 30 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : 40,000 บาทต่อครั้ง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : ไม่คุ้มครอง ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : ไม่คุ้มครอง ยกเว้นกรณีเป็นผู้ป่วยในและไม่เคลมค่ารักษาพยาบาล จะได้ 2,500 บาทต่อวัน (สูงสุด 31 วันต่อปี) ค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลโดยพยาบาลพิเศษ : 1,000 บาทต่อวัน (สูงสุด 30 วันต่อปี) ค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต : 50,000 บาท กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (อบ.2) : 100,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : สามารถซื้อเพิ่มได้ ข้อมูลเพิ่มเติม : แอกซ่าประกันภัย อีกหนึ่งแผนจากบริษัทประกันภัยที่หลายคนสนใจก็คือ ประกันสุขภาพ Active Health จากไทยวิวัฒน์ประกันภัย ที่เน้นดูแลสุขภาพควบคู่กับการให้ความคุ้มครอง โดยมอบส่วนลดเบี้ยประกันรายเดือนสูงสุดถึง 40% เมื่อออกกำลังกายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมรับ Smart Watch สำหรับบันทึกกิจกรรม เพื่อช่วยกระตุ้นให้ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง แต่วงเงินความคุ้มครองของแผนนี้จะไม่สูงมากนัก และต่ออายุได้จนถึงอายุ 70 ปี เท่านั้น แผนประกัน : มี 4 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 1 แสน / 3 แสน / 5 แสน และ 1 ล้านบาทต่อปีกรมธรรม์ อายุรับประกัน : 20-60 ปี (ต่ออายุได้จนถึง 70 ปี) การประกันชีวิต : ไม่ต้องพ่วงประกันชีวิต ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : ไม่มี ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 4 (วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : ไม่คุ้มครอง ค่าห้อง : 10,000 บาทต่อวัน (ห้อง ICU 20,000 บาทต่อวัน) ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ภายใน 30 วัน: คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลหรือค่ายาจากการนัดติดตามอาการ (Follow-up) หลังจากออกจากโรงพยาบาลครั้งนั้นภายใน 30 วันเท่านั้น แต่ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย เช่น ค่าเอกซเรย์ ตรวจเลือด หรือแล็บต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังนอนโรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : ไม่คุ้มครอง กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (อบ.1) : 200,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : 3,000 บาทต่อครั้ง (สูงสุด 30 ครั้งต่อปี) ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : ไม่มี ข้อมูลเพิ่มเติม : ไทยวิวัฒน์ประกันภัย ใครที่ใช้บริการโรงพยาบาลในเครือ BDMS เป็นประจำ อาจสนใจแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย วิริยะ โกลด์ บาย บีดีเอ็มเอส จากฝั่งบริษัทประกันภัย ที่รวมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและอุบัติเหตุไว้ในเล่มเดียว โดยให้วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี พร้อมใช้บริการได้กับโรงพยาบาลชั้นนำในเครือ เช่น โรงพยาบาลในเครือกรุงเทพ, สมิติเวช, เปาโล, พญาไท รวมถึงเครือเกษมราษฎร์ และโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ ทำประกันได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน (กรณีอายุไม่เกิน 15 ปี ต้องสมัครพร้อมผู้ปกครอง) แผนประกัน : มี 4 แผน วงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 6 แสน / 1 ล้าน / 3 ล้าน และ 5 ล้านบาทต่อครั้ง อายุรับประกัน : 15 วัน - 65 ปี (ต่ออายุได้จนถึง 100 ปี ตามเงื่อนไขที่กำหนด) การประกันชีวิต : ไม่ต้องพ่วงประกันชีวิต ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) : 0 / 20,000 / 50,000 และ 100,000 บาทต่อครั้ง ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 4 (วงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาท) ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อครั้ง ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม กรณีป่วยโรคร้ายแรงที่กำหนด : ไม่คุ้มครอง ค่าห้อง : 15,000 บาทต่อวัน (สูงสุด 365 วัน) ส่วนห้อง ICU จ่ายตามจริง (สูงสุด 15 วัน) ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง ค่ายากลับบ้าน : เหมาจ่ายตามจริง (สูงสุด 14 วัน) ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง ค่าล้างไต : 10,000 บาทต่อปี เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง ค่าชดเชยรายวันกรณีเป็นผู้ป่วยใน : ไม่คุ้มครอง ยกเว้นกรณีเป็นผู้ป่วยในและไม่เคลมค่ารักษาพยาบาล จะได้รับ 15,000 บาทต่อครั้ง กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (อบ.2) : 100,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) : สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ ข้อมูลเพิ่มเติม : วิริยะประกันภัย สำหรับกรมธรรม์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568 หลายบริษัทอาจมีการระบุเงื่อนไข "การมีส่วนร่วมจ่าย" (Copayment) ในปีต่ออายุ ซึ่งจะใช้ในกรณีการเคลมที่เข้าเกณฑ์ดังนี้ การเคลมโรคทั่วไปบ่อยครั้ง : หากมีการเคลมโรคที่ไม่รุนแรง (Simple Diseases) เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย หรืออาการเล็กน้อยอื่น ๆ บ่อยเกินไป ยอดเคลมรวมเกินเกณฑ์ : หากยอดการเคลมรวมในปีนั้น ๆ สูงกว่าเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไว้ในกรมธรรม์ ถ้าเข้าเงื่อนไขข้างต้น ในปีที่ต่ออายุกรมธรรม์ บริษัทอาจกำหนดให้เราต้องร่วมจ่ายค่ารักษาเอง (Copayment) ประมาณ 30-50% ของค่ารักษาในครั้งต่อ ๆไป แต่หากในปีนั้น ๆ ไม่มีการเคลม หรือมีการเคลมตามความจำเป็นทางการแพทย์ที่ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ในปีถัดไปก็จะยังได้รับความคุ้มครองเต็ม 100% ตามปกติ ไม่ติดเงื่อนไขการร่วมจ่ายนี้ ผู้ทำประกันต้องมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งพิการ และไม่มีโรคประจำตัว ผ่านการพิจารณาตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ดังนั้นต้องแจ้งประวัติการเจ็บป่วย การผ่าตัด หรือการเข้ารับการตรวจสุขภาพตามความจริงทั้งหมด เพื่อให้บริษัทใช้ประเมินความเสี่ยง หากมีประวัติโรคเรื้อรัง บริษัทอาจขอให้ตรวจสุขภาพเพิ่มเติม หรือพิจารณารับประกันแบบมีเงื่อนไข เช่น ขอยกเว้นการคุ้มครองในโรคที่เป็นมาก่อน หรือรับประกันแบบเพิ่มเบี้ย ทั้งนี้ หากมีการปกปิดข้อมูลแล้วเจ็บป่วยจนบริษัทสงสัยว่าเป็นมาก่อนทำประกัน บริษัทประกันมีสิทธิขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลทุกแห่งเพื่อตรวจสอบ โดยเฉพาะในช่วง 1-3 ปีแรกของการทำสัญญา หากพบว่าเคยรักษาหรือมีอาการมาก่อนแต่ไม่ได้แจ้ง บริษัทสามารถปฏิเสธการเคลมได้ทันที รวมทั้งมีสิทธิบอกล้างสัญญา ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม และบอกเลิกกรมธรรม์ได้ตามกฎหมาย ประกันสุขภาพไม่คุ้มครองภาวะต่าง ๆ ดังนี้ โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน : โรคเรื้อรัง การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติทางร่างกายที่เคยเป็นหรือยังรักษาไม่หายขาดก่อนวันทำสัญญา รวมถึงโรคทางพันธุกรรมที่ตรวจพบ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ : เช่น กามโรค หรือโรคเอดส์ (HIV) รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวเนื่องกัน โรคทางจิตเวช : โรคซึมเศร้า โรคแพนิก หรือความผิดปกติทางบุคลิกภาพ (ยกเว้นบางแผนประกันระดับพรีเมียมที่มีระบุความคุ้มครองพิเศษ) การตั้งครรภ์และคลอดบุตร : รวมถึงการแท้งบุตร การทำแท้ง และการรักษาภาวะมีบุตรยาก (ยกเว้นซื้อความคุ้มครองเสริมเพิ่ม) การรักษาฟันและเหงือก : การอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน หรือทำรากเทียม ยกเว้น กรณีฉุกเฉินจากอุบัติเหตุเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บในระยะแรก การเสริมความงาม : การทำศัลยกรรมตกแต่ง การรักษาสิว-ฝ้า ปัญหาผิวพรรณ รังแค ผมร่วง หรือการลดน้ำหนัก รวมถึงการรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมของวัย (Anti-aging) การรักษาความผิดปกติทางเพศ : การรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงการผ่าตัดแปลงเพศ การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ : การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้สารเสพติด รวมถึงอุบัติเหตุขณะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น เมาแล้วขับ การทำร้ายตัวเอง : การพยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเองไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม พฤติกรรมรุนแรงและอาชญากรรม : การบาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาท การก่ออาชญากรรม หรือขณะถูกจับกุม/หลบหนีการจับกุม กีฬาอันตราย : การแข่งรถ แข่งเรือ แข่งม้า เจ็ตสกี ชกมวย โดดร่ม (ยกเว้นการโดดร่มเพื่อรักษาชีวิต) เล่นบันจี้จัมพ์ หรือการดำน้ำลึก (Scuba Diving) ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ประกันสุขภาพของตัวเองสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ประกันสุขภาพของบิดาหรือมารดา นำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท/ปี โดยแยกวงเงินกับส่วนประกันชีวิตและประกันสุขภาพของตัวเอง สำหรับคนที่มองว่าสิทธิสวัสดิการเดิมที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ ประกันสุขภาพคือหนึ่งตัวช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเงินที่ดี แต่สิ่งสำคัญคือควรเลือกแผนประกันที่พอดีกับความต้องการและงบประมาณในกระเป๋ามากที่สุด เพราะเบี้ยประกันจะปรับเพิ่มขึ้นตามอายุและปัจจัยต่าง ๆ การเลือกแผนที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองที่ต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่กลายเป็นภาระทางการเงินในภายหลัง ประกันควบการลงทุน Unit Linked คืออะไร เจาะลึกสิ่งที่ต้องรู้ พร้อมเช็กแผนไหนดี ประกันลดหย่อนภาษี... ซื้อผิดใช้สิทธิไม่ได้ ชี้เป้า 5 จุดที่หลายคนพลาด ! เช็กลิสต์ ! เรื่องอะไรต้องคิด ก่อนทำประกันสุขภาพ ประกันแบบผู้ป่วยใน แค่นอน 6 ชม. ก็เคลมได้จริงหรือ วิธีร้องเรียน คปภ. ออนไลน์ เคลมประกันไม่ได้ ยื่นเรื่องยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ไทยประกันชีวิต, ซัมซุงประกันชีวิต, เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต, กรุงเทพประกันชีวิต, แรบบิท ประกันชีวิต, แอกซ่าประกันภัย, ไทยวิวัฒน์ประกันภัย, วิริยะประกันภัย