เปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม ประจำปี 2566 ต้องทำอย่างไร ที่ไหนว่าง หรือเต็มแล้วบ้าง มาเช็กกันในปี 2568 ผู้ประกันตนที่ไม่สะดวกไปยังโรงพยาบาลเดิมและต้องการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมใหม่ สามารถทำอย่างไรเพื่อย้ายสิทธิได้ เช็กรายละเอียดเงื่อนไขและวิธีการเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม 2568 ได้ที่นี่ ประกันสังคม ให้สิทธิการรักษาพยาบาลฟรี เมื่อใช้บริการในโรงพยาบาลที่เราเลือกไว้ แต่หากมีเหตุต้องย้ายบ้าน ย้ายสถานที่ทำงาน และไม่สะดวกไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ สามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งหากใครต้องการย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมในปี 2566 ก็ดำเนินการได้ตามวิธีต่อไปนี้เลย เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ประกันสังคม มาตรา 33) หรือมาตรา 39 (ประกันสังคม มาตรา 39) ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ จึงสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ตลอดอายุความเป็นผู้ประกันตน และกรณีสิ้นสภาพจากความเป็นผู้ประกันตนแล้วจะยังสามารถใช้สิทธิต่อไปได้อีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพ ตามปกติจะเปลี่ยนได้ปีละ 1 ครั้ง คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม ของทุกปี อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องขอเปลี่ยนโรงพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 ในระหว่างปี หลายคนอาจย้ายที่พักอาศัย ย้ายที่ทำงาน หรือไม่ได้เลือกสถานพยาบาลเดิมด้วยตัวเองและไม่ต้องการไปรับบริการจากสถานพยาบาลดังกล่าวแล้ว ก็สามารถขอเปลี่ยนโรงพยาบาลนอกช่วงเวลาที่กำหนดให้เปลี่ยนระหว่างปีได้ อย่างไรก็ตาม กรณีเปลี่ยนสถานพยาบาลระหว่างปี ต้องยื่นเรื่องภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ย้ายที่พักอาศัยหรือย้ายสถานที่ทำงานประจำ ต้องเลือกสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดที่ทำงานอยู่ หรือพักอาศัยอยู่จริง หรือพักอาศัยในเขตจังหวัดรอยต่อเท่านั้น และโรงพยาบาลนั้นต้องยังมีโควตาเหลือสำหรับรับผู้ประกันตนรายใหม่ สามารถดำเนินการย้ายโรงพยาบาลได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ 4 วิธี คือ โดยดาวน์โหลดแบบการเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ (สปส.9-02) (คลิกดาวน์โหลด) กรอกข้อมูลต่าง ๆ แล้วนำไปยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทุกแห่งทั่วประเทศ เข้าเว็บไซต์ sso.go.th เลือก "เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน / สมัครสมาชิก" ถ้าเคยลงทะเบียนแล้วให้กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน เพื่อเข้าสู่ระบบ แต่หากยังไม่เคยลงทะเบียนให้ "สมัครสมาชิก" โดยกรอกข้อมูลตามขั้นตอน แล้วล็อกอินเข้าสู่ระบบ ระบบจะมาที่หน้าตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน ให้เราเลือก "ขอเปลี่ยนสถานพยาบาล" กรอกข้อมูลสถานพยาบาลที่ต้องการย้ายสิทธิไป และกดยอมรับข้อตกลง โดยเพิ่มเพื่อน @ssothai ของสำนักงานประกันสังคม กรณีไปยื่นเอกสารที่สำนักงานประกันสังคม จะใช้แบบฟอร์ม สปส.9-02 และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเปลี่ยนโรงพยาบาลผ่านระบบออนไลน์ สามารถเปลี่ยนเองได้โดยไม่ต้องยื่นเอกสาร กรณีเลือกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลหนึ่ง แต่กลับไม่ได้สิทธิในโรงพยาบาลที่เลือกไว้ และมีรายชื่ออยู่ที่โรงพยาบาลอื่นแทน อาจเป็นเพราะโรงพยาบาลที่เราเลือกนั้นรับผู้ประกันตนครบเต็มจำนวนแล้ว หรือโรงพยาบาลแห่งนั้นยังไม่ได้เปิดรับผู้ป่วยประกันสังคม กรณีนี้สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคม หรือโทร. 1506 หลังจากยื่นเรื่องแล้วเราสามารถใช้สิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ได้ตามเงื่อนไข ดังนี้ กรณีสำนักงานประกันสังคมรับเอกสารขอเปลี่ยนโรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 (ก่อน 16.30 น. ของวันที่ 15) เราจะสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งใหม่ได้ในวันที่ 16 ของเดือนนั้น กรณีสำนักงานประกันสังคมรับเอกสารขอเปลี่ยนโรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือน (ก่อน 16.30 น. ของวันสุดท้ายของเดือน) เราจะสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งใหม่ได้ในวันที่ 1 ของเดือนถัดไป จากข้อมูลเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมประกันสังคม และเปิดรับผู้ประกันตนได้อีกจำนวน 91 แห่ง ดังนี้ อย่างไรก็ตาม หากใครไม่ต้องการย้ายโรงพยาบาล คือต้องการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งเดิม ก็ไม่ต้องทำอะไร สามารถใช้สิทธิที่โรงพยาบาลเดิมต่อเนื่องได้เลย ตรวจสุขภาพประกันสังคมฟรี ตรวจอะไรบ้าง เช็กเลย...ใช้สิทธิอย่างไร 3 วิธีเช็กเงินชราภาพประกันสังคม มาตรา 33 และ 39 รู้ไหมเรามีเงินสะสมอยู่เท่าไร ? ขอคืนเงินประกันสังคม บำเหน็จ บำนาญชราภาพ ก่อนอายุ 55 ปี ได้ไหม ถ้าตกงาน หรือลาออก ? เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 สำหรับมนุษย์เงินเดือน ประกันสังคม มาตรา 39 คืออะไร สิทธิประกันสังคม มีอะไรบ้าง ประกันสังคม มาตรา 40 จ่ายเบี้ยเท่าไร ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง ประกันสังคม คลอดบุตร ให้สิทธิ์อะไรบ้าง คุณแม่ป้ายแดงควรรู้ ประกันสังคม ทำฟันอะไรได้บ้าง สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้ประกันตนควรรู้ ! ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานประกันสังคม (1), (2)