บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2564 ได้เติมเงินส่วนไหนเพิ่มอีกบ้าง โอนเข้าวันไหน มาเช็กข้อมูลบัตรคนจนล่าสุดกัน เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ครม. จึงได้อนุมัติวงเงินสนับสนุนโครงการต่าง ๆ อีกรอบ หนึ่งในนั้นก็คือโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ระยะที่ 3 ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 เพิ่มเติมอีก 300 บาท รวมกับของเดิมเป็น 500 บาท ส่วนจะโอนเข้าบัตรคนจนวันไหนนั้น ลองมาไล่เรียงไทม์ไลน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2564 กันดูเลย ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ได้รับ 300 บาท/เดือน กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท ได้รับ 200 บาท/เดือน ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือในโครงการเพิ่มกำลังซื้อจากเดิม 200 บาท/เดือน (ในเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2564) เป็น 500 บาท/เดือน (ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564) โดยไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถสะสมยอดไว้ในเดือนถัดไป ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้) แบ่งเป็น ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาท/เดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket เฉพาะผู้ถือบัตรใน 7 จังหวัด คือ กทม., นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม) ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/เดือน ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท/เดือน ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้) วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม ปรับเพิ่มจากเดิม 45 บาท/3 เดือน เป็น 55 บาท/3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ใช้สำหรับเป็นส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องรูดบัตร EDC) โดยเงินจะเข้าบัตรทุก 3 เดือน แต่หากไม่ได้ใช้สิทธิ์ภายใน 3 เดือน จะถูกตัดยอดเงินไป ครม. มีมติให้ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีก 12 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 และเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ จากเดิม 230 บาท เป็น 315 บาท กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิ์ตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าเองทั้งหมด ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เรียบร้อย (ถ้าเคยลงทะเบียนแล้วสามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่) ต่ออายุให้จากมาตรการเดิม โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท/เดือน/ครัวเรือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 (สำหรับใบแจ้งค่าน้ำเดือนพฤศจิกายน 2564 - ตุลาคม 2565) กรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระเอง กรณีใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าประปาเองทั้งหมด ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เรียบร้อย (ถ้าเคยลงทะเบียนแล้วสามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่) หมายเหตุ : ต้องนำใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าและใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาไปชำระเงินตามปกติก่อน จากนั้นหน่วยงานจะส่งรายชื่อผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาในวงเงินที่กำหนดให้กรมบัญชีกลาง สั่งจ่ายเงินคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ตามปกติผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนจะได้รับการโอนเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท/เดือน เข้าบัญชีธนาคาร อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 - กันยายน 2565 ครม. มีมติให้เพิ่มเบี้ยความพิการอีก 200 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน สำหรับผู้พิการที่อายุ 18 ปีขึ้นไป และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะแบ่งจ่ายดังนี้ 800 บาท : โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเหมือนเดิม ทุกวันที่ 10 ของเดือน เงินเพิ่มเติมอีก 200 บาท จากกองทุนประชารัฐ : จ่ายเข้ากระเป๋าเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเงินจะเข้าบัญชีวันที่ 22 ของทุกเดือน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถสอบถามได้ที่ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.30 น. หรือที่กรมบัญชีกลาง โทร. 0 2270 6400 ในวัน-เวลาราชการขอบคุณข้อมูลจาก กรมบัญชีกลาง เฟซบุ๊ก สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station