
บริษัท พีแอนด์จี (P&G)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @ProcterGamble
P&G เตรียมโละแบรนด์กว่า 100 รายการ หวังลดต้นทุน-เพิ่มกำไรมากขึ้น โดยจะมุ่งเน้นเฉพาะแบรนด์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2557 สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า พีแอนด์จี บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่สุดในโลกจากสหรัฐอเมริกา เตรียมขายแบรนด์ต่าง ๆ กว่า 100 แบรนด์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนและจัดระเบียบพอร์ตสินค้าใหม่ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ โดยหันมาเน้นที่แบรนด์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้เป็นหลัก
เอ.จี.ลาฟลีย์ ประธานบริหารพีแอนด์จี เปิดเผยว่า เขาได้เริ่มจัดระเบียบแบรนด์ตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งซีอีโอเมื่อปีที่แล้ว โดยต้องการหันมาให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีสัดส่วน ของยอดขายรวมกัน 90% มีสัดส่วนของกำไรมากกว่า 95% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอยู่ 70-80 แบรนด์ โดยแบรนด์ท็อป 4 ของบริษัท ประกอบไปด้วย ผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกไทด์, ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแพมเพอร์ส, ยาสีฟันเครสต์ และอุปกรณ์โกนหนวดยิลเลตต์ ส่วนแบรนด์ที่ขายไปคือ ธุรกิจอาหารสัตว์เกือบทั้งหมด เช่น ไอแอมส์และยูคานูบา ซึ่งคิดเป็นเงิน 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานของบริษัท ทำให้การทำการตลาด, วิจัย, พัฒนาสินค้า, กระบวนการผลิต รวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทานของบริษัททำงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการจัดระเบียบหน่วยธุรกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ลาฟลีย์ ปฏิเสธที่จะระบุว่าบริษัทเตรียมที่จะขายแบรนด์ใดบ้าง โดยระบุเพียงว่าอยู่ระหว่างการพูดคุยตกลงกับหลายแบรนด์ แต่ทั้งนี้บริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหน่วยธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ในบ้าน, กลุ่มสินค้ากระดาษ, กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาของสุภาพสตรีและบุรุษ






