
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
รถ บ้าน โรงงาน โกดังสินค้าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เจ้าของสามารถเรียกสินไหมทดแทนจากบริษัทประภัยได้หรือไม่ ถ้าได้แล้วมีวิธีดำเนินการอย่างไร
หลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบภาวะน้ำท่วมกะทันหัน น้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายให้กับบ้าน รถ โรงงาน โกดัง สินค้า และทรัพย์สินอีกเป็นจำนวนมาก และเจ้าของบ้านบางหลังได้ทำประกันวินาศภัยเอาไว้กับบริษัทประกันภัย เลยมีข้อสงสัยมาว่า จะสามารถเรียกร้องสินไหมทดแทนในกรณี รถ บ้าน โรงงาน โกดัง สินค้าจมน้ำได้อย่างไร กระปุกดอทคอม ได้ความกรุณาเอื้อเฟื้อข้อมูลจาก decha.com มาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กันค่ะ
หมายความว่า สมมุติรถยนต์เสียหายจนซ่อมไม่ได้ และผู้ทำประกันภัย ทำประกันโดยเอาเงินประกันร้อยละ 80 ของมูลค่ารถยนต์ เช่น รถยนต์ราคา 1 ล้านบาท เอาเงินประกันร้อยละ 80 หรือ 800,000 บาท และรถยนต์นั้นซ่อมไม่ได้เลย รถยนต์เสียหายอย่างสิ้นเชิง บริษัทประกันภัยก็จะจ่ายเงินให้ผู้เอาประกัน 800,000 บาท และผู้เอาประกัน ก็ต้องโอนทะเบียน และให้รถยนต์คันนั้นกับบริษัทประกันภัย และสัญญาประกันภัยนั้นก็จะสิ้นสุดตามไปด้วย
คำว่า "รถยนต์เสียหายสิ้นเชิง" ในทางกฎหมายนั้น คือ รถยนต์เสียหายจนไม่อาจซ่อมจนอยู่ในสภาพเดิมได้ หรือ เสียหายไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่ารถยนต์ขณะที่เกิดความเสียหาย เช่น รถยนต์ราคา 1 ล้านบาท น้ำท่วมทั้งคัน เมื่ออู่ประเมินค่าซ่อมรถยนต์แล้วบอกว่า ค่าซ่อมรถ 700,000 บาท อย่างนี้ผู้เสียหายไม่ต้องซ่อม แต่ยกรถให้ประกันไปเลย

อย่างไรก็ตาม หากผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัย ไม่สามารถตกลงกันได้ เช่น ประกันภัยจะให้ซ่อมที่อู่หนึ่ง แต่เจ้าของรถอาจต้องการซ่อมที่อู่หนึ่ง ก็ควรให้จัดซ่อมโดนอู่กลางประกันภัย ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกันภัย (คปภ.) เป็นผู้แต่งตั้ง มีประมาณ 1,000 กว่าอู่ทั่วประเทศ
ส่วนในกรณีที่โกดังสินค้า บ้านเรือน ถูกน้ำท่วม สามารถเรียกสินไหมทดแทนได้ทั้งหมด แต่นับเฉพาะตัวอาคารเท่านั้น ไม่นับรวมอุปกรณ์อื่น ๆ ในบ้าน เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ยกเว้นผู้เอาประกันภัย จะไปตกลงกันเองให้ครอบคลุมเรื่องอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านด้วย
ผู้ที่ประสบเหตุน้ำท่วมและมีประกันวินาศภัยเอาไว้ คงสบายใจกันได้แล้วว่า อย่างน้อย เรากฎหมายก็เอื้อให้ผู้ทำประกัน สามารถเรียกร้องสินไหมทดแทนได้นะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






