ขณะเดียวกันโครงสร้างนักลงทุนไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Mass Affluent ที่มี AUM 1-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานศักยภาพสูง คุ้นเคยกับดิจิทัล อายุประมาณ 30-45 ปี โดยให้ความสำคัญกับการกระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์และตลาดทั่วโลก การเพิ่มสินทรัพย์ที่หลากหลายควบคู่กับสินทรัพย์ดั้งเดิม และพอร์ตที่ยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวตามโอกาสใหม่ ๆ
จากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทีทีบีจึงมุ่งทำให้ Wealth Management เข้าถึงได้สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะลูกค้ากลุ่ม Wealth เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการพัฒนา My Wealth และความร่วมมือกับ Webull ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ทางด้านการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า"
ทั้งนี้ My Wealth จะเป็นผู้ช่วยและผู้ให้คำแนะนำการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Wealth Advisory) ที่ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยลูกค้าสามารถเห็นภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมดที่ลูกค้าถือครองกับธนาคาร (Consolidated Portfolio) อาทิ เงินฝากทั้งสกุลบาทและสกุลเงินต่างประเทศ กองทุนรวม ไปจนถึงหุ้นและ ETF สหรัฐฯ พร้อมฟังก์ชันช่วยลูกค้าตั้งเป้าหมายการลงทุนในระดับบุคคล เปลี่ยนเป้าหมายชีวิตให้เป็นแผนการลงทุนที่ทำได้จริง นำเสนอพอร์ตลงทุนแนะนำ ควบคู่ไปกับการจัดสรรเงินลงทุนอัตโนมัติสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจัดพอร์ตเอง รวมไปถึงการให้คำแนะนำการปรับพอร์ต (Rebalancing) เมื่อทิศทางของตลาดมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ My Wealth ยังมีข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกที่ส่งมุมมองและกลยุทธ์จากทีมผู้เชี่ยวชาญให้ลูกค้าไม่พลาดทุกสัญญาณสำคัญของตลาด
โดยหนึ่งในฟังก์ชันหลักของ My Wealth คือความร่วมมือกับ Webull เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าทีทีบีสามารถลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ได้ผ่านแอปฯ ttb touch นอกจากการเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายกว่าเดิม ลูกค้าจะได้รับความสะดวกจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องบริหารการลงทุนผ่านหลายแพลตฟอร์ม ได้รับความคุ้มค่าเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ธนาคารมอบให้ เช่น เรตแลกเปลี่ยนสกุลเงินในอัตราพิเศษ สำหรับลูกค้าสถานะ Superior ขึ้นไป ดอกเบี้ยเงินบัญชี FCD e-Saving และในอนาคตธนาคารจะมีการนำเสนอสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม ที่สำคัญคือลูกค้าสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจ โอนเงินเข้า-ออกเพื่อการลงทุนได้อย่างไร้กังวลผ่านทีทีบี
สำหรับมุมมองการลงทุนในตลาดโลก นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนไทยให้ความสนใจในการลงทุนระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายพอร์ตไปยังตลาดต่างประเทศ และเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก การเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือการลงทุนที่ครบถ้วนจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์โอกาสและประกอบการตัดสินใจลงทุนในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นางสาวกนกวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า "สำหรับลูกค้าทีทีบีที่มีสถานะ Superior, Reserve Gold, Reserve Platinum และ Reserve Diamond ยังได้รับสิทธิพิเศษด้านอัตราแลกเปลี่ยนในสกุลเงิน USD รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษสูงสุด 3.65% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชี FCD e-Saving หรือมีบัญชีอยู่แล้ว และมีการใช้ผูกกับบัญชี Webull ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน - 31 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนด






