ครม. ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองที่อยู่ 30 ล้านหลังคาเรือน บ้านพังชดเชยสูงสุดหลังละ 1 แสน เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติจากการตั้งรับจ่ายเงินเยียวยาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การวางแผนและถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้าผ่านระบบประกันภัย โดยจะเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
โดยในด้านที่อยู่อาศัยจะดูแลครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน ตามฐานข้อมูลกรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน โดยคุ้มครอง 3 ภัยหลัก ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินชดเชยสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัย

หลักเกณฑ์จ่ายค่าสินไหมทดแทน
- กรณีอุทกภัย จ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และจ่ายเพิ่มสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง
- กรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเพิ่มสูงสุด 95,000 บาท
- ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาทต่อคน
เริ่มให้ความคุ้มครอง
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน ครม. ได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรกรอบวงเงินตามวัตถุประสงค์ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย คัดเลือกบริษัทประกันภัยที่มีความมั่นคงและพร้อมจ่ายสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำหน้าที่รับและเบิกจ่ายงบประมาณไปยังผู้รับประกันภัยตามหลักเกณฑ์
โดย นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลมุ่งมั่นปรับปรุงระบบการจัดการสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่รอการเยียวยาหลังเกิดเหตุ แต่เตรียมระบบถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้าไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับการดูแลทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันภาครัฐก็สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ
ขอบคุณข้อมูลจาก พรรคภูมิใจไทย






