ไขข้อสงสัย สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ได้ข้อยุติแล้ว พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ราคาน้ำมันยังไม่ลดลงเท่าที่ควร วิเคราะห์เกิดจากปัจจัยใดบ้าง

แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะยุติลงผ่านข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว พร้อมการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกลับมาใช้งานอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่รองรับน้ำมันราว 20% ของโลก แต่ราคาน้ำมันในหลายประเทศยังไม่ได้ปรับลดลงอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การระงับการสู้รบ การกลับมาเจรจาโครงการนิวเคลียร์ และการหารือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ถือเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดการลงทุนโลก เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพิ่มโอกาสให้น้ำมันกลับเข้าสู่ตลาด และลดแรงกดดันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของข้อตกลงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลายประเด็นสำคัญยังอยู่ระหว่างการเจรจาและอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานในระยะต่อไป
แม้ปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายด้านจะเริ่มคลี่คลาย นักวิเคราะห์ด้านพลังงานมองว่า ตลาดน้ำมันโลกยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว เนื่องจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังไม่ปรับตัวลงเร็วเท่าที่หลายคนคาดหวัง
เหตุผลที่ราคาน้ำมันในตลาดยังไม่ปรับลงเท่าที่ควร
1. ตลาดยังไม่มั่นใจว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ
หลังข้อตกลงสันติภาพ ราคาน้ำมันดิบ เบรนท์ ร่วงลงจากจุดสูงสุดกว่า 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือประมาณ 77-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอยู่พอสมควร นักลงทุนยังคงบวก "ค่าความเสี่ยง" เข้าไปในราคา เพราะเกรงว่าข้อตกลงอาจเปราะบางและสถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดได้อีก
2. น้ำมันยังเดินทางกลับสู่ตลาดโลกไม่เต็มที่
แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งาน แต่ธนาคารและนักวิเคราะห์พลังงานหลายแห่งเตือนว่า การขนส่งน้ำมันจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อจัดการกับเรือที่ค้างอยู่มหาศาลในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การสำรวจและกำจัดทุ่นระเบิดใต้น้ำอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันจะยังไม่สามารถผ่านได้อย่างปลอดภัยในทันที ทำให้อุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกได้ไม่เต็มที่
จากสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ เจ้าของเรือ บริษัทประกัน และลูกเรือจะต้องมั่นใจก่อนว่าการผ่านช่องแคบทำได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่การเดินเรือในระดับปกติจะกลับมาเต็มรูปแบบ ปัจจุบันประกันภัยทางทะเลยังคิดเบี้ยแพง รวมทั้งลูกเรือยังไม่กล้าเข้าพื้นที่ ส่งผลให้น้ำมันยังไหลออกมาไม่เต็มที่
3. ราคาหน้าปั๊มไม่ได้ลงตามน้ำมันดิบทันที
ราคาน้ำมันที่ประชาชนเติมในปั๊ม ส่วนหนึ่งถูกซื้อมาตั้งแต่ช่วงที่ราคาน้ำมันโลกยังสูง ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นจึงต้องทยอยระบายสต๊อกเดิมก่อน กว่าต้นทุนใหม่ที่ถูกลงจะส่งผ่านมาถึงผู้บริโภค อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือบางกรณีนานเป็นเดือน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่อง คลังสำรองทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ถูกปล่อยจากคลังสำรองฉุกเฉิน เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงมีน้ำมันบางส่วนถูกเติมกลับให้กับคลังสำรองในช่วงนี้
4. ตลาดยังกลัวความเสี่ยงทางการเมือง
แม้มีการลงนามข้อตกลงแล้ว แต่หลายฝ่ายยังไม่มั่นใจว่าเสถียรภาพในตะวันออกกลางจะกลับมาปกติ 100% ล่าสุดตลาดยังจับตาความเคลื่อนไหวของอิสราเอล - เลบานอน และกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อการขนส่งน้ำมันได้อีก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ราคาน้ำมันก็พร้อมดีดตัวขึ้นทันที
5. ราคาน้ำมันยังลงได้อีก แต่ต้องใช้เวลา
นักวิเคราะห์หลายสำนักมองตรงกันว่า หากข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านยังเดินหน้าต่อ และการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเต็มกำลัง ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสอ่อนตัวลงได้อีกในช่วงครึ่งหลังของปี
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำลังผลิตและระบบขนส่งน้ำมันอาจต้องใช้เวลาถึงปลายไตรมาส 3 หรือบางส่วนอาจยาวไปถึงปลายปี 2569 จึงยังไม่เห็นการลดลงแรง ๆ ในระยะสั้น
แนวโน้ม ราคาน้ำมัน ในช่วงหลังจากนี้
โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ราคา เบรนท์ เหลือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 4 ปี 2569 จากเดิม 90 ดอลลาร์ และเหลือ 75 ดอลลาร์ สำหรับค่าเฉลี่ยปี 2570 แต่ในระยะสั้น ราคาอาจยังมีแรงกดดันอยู่
ดังนั้น แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะเริ่มปรับตัวลงแล้ว แต่ราคาหน้าปั๊มที่ประชาชนเห็น อาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะลดลง เนื่องจากผลพวงจากสงครามในช่วงที่ผ่านมา
ขอบคุณข้อมูลจาก






