แชร์ 70 วิธีประหยัดเงิน ฉบับมนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต เตรียมรับวิกฤตค่าใช้จ่ายพุ่ง !

          วิธีประหยัดเงิน ในยุคน้ำมันแพง เพียงแค่เซฟค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เป็น ก็มีเงินเหลือเก็บไว้สู้วิกฤตค่าใช้จ่ายพุ่งสูงที่รออยู่ในวันข้างหน้า
วิธีประหยัดเงิน

          ของแพงแต่ค่าแรงเท่าเดิม… ไม่ใช่แค่คำพูดเล่น ๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ แต่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อันเป็นผลพวงจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ทำให้ราคาน้ำมัน พุ่งสูงจนกระทบเป็นโดมิโนไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกได้ สิ่งที่ทำได้คือเริ่มออมเงิน ให้มากขึ้น และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้มีเงินเหลือพอสู้กับภาวะเงินเฟ้อในช่วง 1-2 ปีนี้ 

          วันนี้เราเลยรวบรวม 70 วิธีประหยัดเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนแบบทำได้จริงในชีวิตประจำวันมาบอกต่อ ตั้งแต่เรื่องการกิน การเดินทาง ไปจนถึงทริกเล็ก ๆ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้าน เปลี่ยนรายจ่ายจุกจิกให้กลายเป็นเงินเก็บแบบไม่รู้ตัว มาเช็กกันเลยว่ามีข้อไหนที่เราเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้บ้าง

วิธีประหยัดน้ำมันรถยนต์

วิธีประหยัดน้ํามัน

     1. เติมลมยางให้เหมาะสม เพราะลมยางที่อ่อนเกินไปทำให้เปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยความดันลมยางที่ต่ำกว่าเกณฑ์ทุก 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้วจะเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2%

     2. นำสิ่งของไม่จำเป็นออกจากรถ ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุก 50 กิโลกรัม จะทำให้ระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 ลิตร สั้นลง 1 กิโลเมตร

     3. ตรวจสภาพเครื่องยนต์สม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรถยนต์ไม่ให้สึกหรอและช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

     4. ไม่ปรับแต่งเครื่องยนต์หรือดัดแปลงรถให้แรงเกินมาตรฐานโรงงาน เพราะการจูนเครื่องให้มีพละกำลังมากขึ้นมักแลกมาด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงขึ้นตามไปด้วย

     5. จอดรถในที่ร่มเพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำมันในถังและลดการทำงานหนักของแอร์ในการทำความเย็นตอนสตาร์ตรถใหม่ ๆ

     6. เช็กฝาถังน้ำมันให้ปิดสนิททุกครั้งหลังเติมน้ำมันเสร็จเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำมันออกจากถัง  

     7. ขับรถด้วยความเร็วคงที่ด้วยการรักษาความเร็ว 60-90 กม./ชม. ไม่เร่งเครื่องกระชาก ไม่เหยียบคันเร่งจนมิด และไม่เลี้ยงคลัตช์ในขณะขับจะช่วยประหยัดน้ำมันได้สูงสุด

     8. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเหยียบเบรกกะทันหันหรือการเร่งแซงบ่อยครั้งโดยไม่จำเป็น เพราะการเปลี่ยนความเร็วรถอย่างรวดเร็วทำให้เครื่องยนต์กินน้ำมันมากกว่าปกติ

     9. ดับเครื่องยนต์เมื่อต้องจอดรอนาน ๆ เพราะการติดเครื่องจอดอยู่กับที่เพียง 5 นาทีจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันทิ้งไปเปล่า ๆ ถึง 300 ซี.ซี.

     10. ปิดคอมเพรสเซอร์แอร์ล่วงหน้าสัก 2-3 นาทีก่อนถึงที่หมาย โดยเปิดไว้เฉพาะพัดลมเพื่อช่วยลดภาระของเครื่องยนต์และลดความชื้นสะสมในระบบแอร์

     11. ใช้ Google Maps ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนเดินทางแล้ววางแผนหาเส้นทางขับรถที่ใกล้ที่สุดหรือใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดหรือขับหลงทาง จะช่วยลดการจอดแช่ ประหยัดทั้งน้ำมันและเวลา

     12. หลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรที่มีพื้นผิวถนนไม่ดีหรือขรุขระ เพราะผิวถนนที่ไม่เรียบจะสร้างแรงเสียดทานมากกว่าปกติส่งผลให้รถยนต์ยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมัน

     13. ใช้ระบบ Park & Ride (จอดแล้วจร) ให้เป็นประโยชน์ โดยการขับรถมาจอดที่สถานีรถไฟฟ้าแล้วต่อรถไฟฟ้าเข้าเมือง เพื่อเซฟทั้งค่าน้ำมันและค่าที่จอดรถราคาแพงในย่านธุรกิจ

     14. ใช้ทางเดียวกันไปด้วยกัน (Carpool) ด้วยการหารค่าน้ำมันกับเพื่อนร่วมงานหรือคนในละแวกบ้านที่มีจุดหมายปลายทางในเส้นทางเดียวกัน

     15. เปรียบเทียบราคาน้ำมันแต่ละปั๊มและเช็กสิทธิพิเศษของสมาชิก เพราะปั๊มบางแห่งอาจมีส่วนลดจากการสะสมแต้มหรือโปรโมชั่นอื่น ๆ

     16. ใช้บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นแคชแบ็กหรือให้ส่วนลด เมื่อเติมน้ำมันในปั๊มที่ร่วมรายการ จะได้เงินสดกลับคืนมาในแต่ละรอบบิล
 

บัตรเครดิตเติมน้ำมัน ธนาคารไหนดี ได้ส่วนลดหรือเงินคืน เงินเดือน 15,000 ก็สมัครได้

     17. ทำงานที่บ้าน (Work From Home) ในวันที่ลักษณะงานเอื้ออำนวยและบริษัทอนุญาต เพื่อตัดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันรถออกไปให้เป็นศูนย์ในวันนั้น ๆ

     18. เปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ในวันที่ไม่ต้องรีบเร่งมาก ช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษารถและเซฟค่าน้ำมันได้มหาศาล

     19. เลือกใช้การเดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถหากต้องเดินทางในระยะใกล้ ๆ ไม่เกิน 1-2 กิโลเมตร นอกจากจะประหยัดเงินแล้วยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นด้วย

     20. หากมีแผนจะเปลี่ยนรถใหม่เร็ว ๆ นี้ การพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่อย่าลืมเปรียบเทียบความสะดวกในการใช้งานจริง ทั้งเรื่องสถานีชาร์จพลังงาน ค่าเบี้ยประกันที่อาจสูงกว่ารถทั่วไป รวมถึงค่าบำรุงรักษาในระยะยาว เพราะแม้จะช่วยตัดค่าน้ำมันได้ทั้งหมด แต่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่นที่ต้องวางแผนรับมือเพิ่มเติม 
 

ข้อดี–ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า เรื่องควรรู้ก่อนเปลี่ยนใจเลิกใช้รถน้ำมัน

วิธีประหยัดค่าเดินทาง
รถสาธารณะ

วิธีประหยัดค่าเดินทาง

     21. เลือกใช้บัตรนักศึกษาหรือผู้สูงอายุหากมีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างน้อย 20-50% ขึ้นอยู่กับประเภทบัตร 

     22. หากใช้บริการ MRT สีม่วงหรือสีแดงเป็นประจำ ควรใช้บัตรแมงมุม EMV, บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต (ที่เข้าร่วมโครงการ) จะเสียค่าโดยสารเพียง 40 บาทต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 - 30 พฤศจิกายน 2569

     23. ซื้อตั๋วรายสัปดาห์หรือรายเดือน เมื่อใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำ จะช่วยเซฟค่าเดินทางได้ และอย่าลืมวางแผนให้พอดีกับวันทำงาน เพื่อไม่ให้เที่ยวเหลือทิ้ง

     24. เช็กสิทธิพิเศษของบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่ใช้งานอยู่ บางช่วงอาจมีโปรโมชั่นร่วมกับรถไฟฟ้า เช่น ส่วนลดเมื่อซื้อตัวรายเดือน, เครดิตเงินคืนหรือแต้มสะสมเมื่อใช้บัตรจ่ายรถไฟฟ้า ฯลฯ

     25. ตรวจสอบสิทธิประโยชน์จากค่ายมือถือและแอปฯ สะสมแต้ม เช่น แลกคะแนน AIS Points, True Points หรือแอปฯ Rabbit Rewards เพื่อรับคูปองส่วนลดค่าเดินทางหรือส่วนลดเติมเงินในบัตรโดยสาร ซึ่งมักจะมีโปรโมชั่นใหม่ ๆ มาอัปเดตทุกเดือน

     26. เลือกใช้รถรับ-ส่งฟรี (Shuttle Bus) จากสำนักงานหรือห้างใหญ่ ๆ ไปยังสถานีรถไฟฟ้า เป็นการลดค่าใช้จ่ายในส่วนการเชื่อมต่อเดินทางที่หลายคนอาจมองข้าม

     27. ใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า เช่น มูฟมี สำหรับเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าไปยังซอยลึก ๆ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นเพียง 10 กว่าบาท (ช่วยประหยัดได้มากเมื่อเทียบกับวินมอเตอร์ไซค์)

     28. ใช้แอปฯ เช็กตำแหน่งรถเมล์แบบเรียลไทม์ เช่น ViaBus, TSB Go Plus, NAMTANG เพื่อวางแผนการเดินทาง จะได้ไม่ต้องรอรถเมล์นานจนต้องเรียกใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถรับจ้างที่ค่าโดยสารสูงกว่า
 

แอปฯ ดูรถเมล์ รถไฟฟ้า มีติดเครื่องไว้ ไม่ต้องกลัวหลง !

วิธีประหยัดพลังงาน เซฟค่าไฟ

วิธีประหยัดไฟฟ้า

     29. ล้างแอร์ทุก 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้ง เพราะฝุ่นที่สะสมจะทำให้แอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น การรักษาความสะอาดแอร์ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 10-15% และยังช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่อง

     30. ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26 องศาเซลเซียสและเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น ทำให้เรารู้สึกเย็นสบายขึ้นโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิแอร์ลงต่ำ ซึ่งประหยัดค่าไฟได้มากกว่าการเปิดแอร์เพียงอย่างเดียว
 

7 วิธีใช้แอร์ที่มักถูกเข้าใจผิด เพราะแบบนี้ไงเลยจ่ายค่าไฟแพงกว่าเดิม

     31. ตากผ้าด้วยแสงแดดธรรมชาติและเลิกใช้เครื่องอบผ้าถ้าไม่จำเป็น เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงมาก  

     32. รีดผ้าครั้งละมาก ๆ และถอดปลั๊กก่อนรีดเสร็จ 2 นาที เนื่องจากการเริ่มทำความร้อนของเตารีดใหม่บ่อย ๆ สิ้นเปลืองไฟมาก การรวบรวมผ้ามาซักและรีดในคราวเดียวจึงคุ้มค่ากว่า และความร้อนที่เหลืออยู่ในเตารีดหลังถอดปลั๊กยังเพียงพอสำหรับรีดผ้าบาง ๆ ได้อีก 1-2 ตัว

     33. ไม่เสียบอุ่นหม้อข้าวทิ้งไว้นาน ๆ และควรถอดปลั๊กทันทีที่ใช้งานเสร็จ จะสามารถช่วยประหยัดไฟได้ประมาณ 2.8 หน่วยต่อเดือน

     34. ไม่เปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นานหรือเปิดบ่อยเกินไป ไม่แช่ของจนแน่นตู้เพื่อให้อากาศหมุนเวียนได้ดี และไม่นำของร้อนเข้าแช่ทันทีเพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก
 

7 วิธีประหยัดไฟตู้เย็นง่าย ๆ แต่ได้ผล แถมช่วยประหยัดพลังงาน

     35. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ซึ่งให้ความสว่างเท่าเดิมแต่กินไฟน้อยกว่าและอายุการใช้งานนานกว่ามาก อีกทั้งควรฝึกนิสัยปิดไฟในห้องที่ไม่มีคนอยู่จะช่วยลดระยะเวลาการเปิดไฟและเซฟเงินในกระเป๋าได้ทันที

     36. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อตัดกระแสไฟที่ยังคงวิ่งอยู่เงียบ ๆ แม้จะปิดสวิตช์แล้วก็ตาม โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีรีโมตควบคุม เช่น ทีวี หรือกล่องรับสัญญาณดาวเทียม

     37. ถอดสายชาร์จมือถือเมื่อแบตเตอรีเพียงพอและหลีกเลี่ยงการเสียบค้างไว้ข้ามคืน  

     38. พิจารณาติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันมากซึ่งจะช่วยลดค่าไฟรายเดือนในระยะยาวและคืนทุนได้เร็วขึ้นในยุคที่ค่าไฟปรับตัวสูงขึ้น 
 

ไขข้อข้องใจ โซลาร์เซลล์ คืออะไร ช่วยลดค่าไฟในบ้านได้จริงไหม

วิธีประหยัดค่าน้ำ

วิธีประหยัดน้ํา

     39. หมั่นตรวจเช็กการรั่วซึมของก๊อกน้ำและอุปกรณ์ทุกจุด เพราะก๊อกน้ำที่มีน้ำหยดตลอดเวลาจะทำให้สูญเสียน้ำไปเปล่าประโยชน์ถึง 1,500 ลิตรต่อเดือน โดยควรเร่งซ่อมแซมทันทีหากพบว่ามิเตอร์น้ำยังเดินแม้จะปิดน้ำสนิทแล้ว

     40. ติดตั้งหัวก๊อกหรือฝักบัวแบบแรงดันต่ำที่ช่วยจำกัดปริมาณน้ำในการอาบน้ำ เพราะฝักบัวที่มีรูขนาดเล็กจะช่วยให้ใช้น้ำน้อยลงแต่ยังคงแรงดันที่เหมาะสม ซึ่งประหยัดน้ำได้มากกว่าการใช้ฝักบัวทั่วไปหรือการแช่ในอ่างอาบน้ำหลายเท่าตัว

     41. ปิดน้ำทุกครั้งในระหว่างฟอกสบู่หรือแปรงฟัน เพราะการเปิดน้ำทิ้งไว้ในขณะที่ไม่ได้ใช้งานจริงจะทำให้สูญเสียน้ำถึง 90 ลิตรต่อการอาบหนึ่งครั้ง ในขณะที่การปิดน้ำจะช่วยให้ใช้จริงเพียง 30 ลิตรเท่านั้น

     42. รวมผ้าซักครั้งละมาก ๆ ตามขนาดถังและเลือกโหมดประหยัดพลังงาน เพื่อลดจำนวนรอบการทำงานของเครื่องซักผ้า และควรใช้น้ำเย็นในการซักเพื่อช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องในการทำความร้อนและเซฟค่าไฟไปพร้อมกัน

     43. ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรกออกจากจานชามก่อนนำไปล้าง จะช่วยให้ล้างออกง่ายขึ้นและประหยัดน้ำได้มากกว่าการล้างจากก๊อกโดยตรงซึ่งสิ้นเปลืองน้ำถึง 9 ลิตรต่อนาที โดยควรล้างพร้อมกันในอ่างล้างจานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

     44. ใช้ภาชนะรองน้ำแทนการเปิดจากก๊อกโดยตรงเวลาล้างผักและผลไม้ นอกจากจะล้างได้สะอาดทั่วถึงและคุมปริมาณน้ำได้ง่ายแล้ว ยังสามารถนำน้ำที่เหลือจากการล้างไปรดน้ำต้นไม้หรือถูพื้นนอกบ้านต่อได้ด้วย

     45. เปลี่ยนจากการใช้สายยางฉีดน้ำเป็นการรองน้ำใส่ถังเพื่อล้างรถ โดยใช้ผ้าหรืออุปกรณ์จุ่มล้างแทนการฉีดน้ำทิ้งตลอดเวลา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดการใช้น้ำลงได้ถึง 20-50% และป้องกันการเสียน้ำปริมาณมหาศาลต่อครั้ง

     46. เลือกเวลารดน้ำต้นไม้ในช่วงเช้ามืดหรือตอนเย็น เพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำจากแสงแดดทำให้น้ำซึมลงดินได้เต็มที่ และควรใช้ระบบน้ำหยดหรือบัวรดน้ำแทนการใช้สายยาง จะได้ไม่สิ้นเปลืองน้ำ

     47. รองเก็บน้ำฝนไว้ใช้สำหรับงานทำความสะอาดนอกบ้าน เช่น การล้างหน้าบ้านหรือรดน้ำต้นไม้ใหญ่ จะช่วยลดการใช้น้ำประปาในส่วนที่ไม่จำเป็น

     48. นำน้ำที่เหลือจากการใช้งานในครัวเรือนมาใช้ซ้ำ เช่น น้ำจากเครื่องซักผ้าในน้ำสุดท้ายหรือน้ำที่เหลือจากการถูพื้น มาใช้ราดทำความสะอาดบริเวณที่จอดรถหรือท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยลดค่ามิเตอร์น้ำในแต่ละเดือน

วิธีประหยัดค่าอาหาร

วิธีประหยัดค่าอาหาร

     49. เช็กสต็อกของสดในตู้เย็นและตู้เก็บของทุกครั้ง จะได้ซื้อเฉพาะของที่ขาด เพื่อลดรายจ่ายซ้ำซ้อนและป้องกันอาหารเน่าเสียค้างตู้

     50. เลือกซื้อของแห้งที่เก็บได้นาน เช่น ข้าวสาร อาหารกระป๋อง หรือของแช่แข็งในช่วงที่มีโปรโมชั่น เก็บไว้ 1-3 เดือน ช่วยคุมงบในช่วงที่ราคาสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
 

วิธีเก็บข้าวสาร ให้กินได้นาน ๆ ไร้มอดและเชื้อรา

     51. เลือกซื้อวัตถุดิบในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงใกล้ปิดทำการ หรือตลาดสดช่วงเย็น ซึ่งมักจะมีการโละราคาสินค้าคุณภาพดีในราคาถูกลง 30-50%

     52. เปลี่ยนการกินนอกบ้านมาเป็นการทำอาหารกินเอง นอกจากจะควบคุมคุณภาพวัตถุดิบได้แล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่าบริการและค่าเดินทางลงได้มาก

     53. พกข้าวกล่องฝีมือตัวเองไปกินมื้อเที่ยงที่ทำงาน ช่วยประหยัดค่าอาหารและค่าเดินทางออกไปซื้อได้วันละ 50-100 บาท หรือเกือบ 2,000 บาทต่อเดือน

     54. ลดการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านแอปฯ เพราะค่า GP และค่าขนส่งที่บวกเพิ่ม คือรายจ่ายที่รวมแล้วแพงกว่าการออกไปซื้อเองหรือทำกินเองหลายบาท

     55. กินบุฟเฟ่ต์ให้น้อยลง โดยอาจเก็บไว้เป็นรางวัลเฉพาะโอกาสพิเศษจริง ๆ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน

     56. ลดการดื่มเครื่องดื่มราคาแพง เช่น ชานมไข่มุกร้านโปรด มัทฉะร้านอร่อย กาแฟร้านดัง เปลี่ยนมาชงเองที่บ้านหรือออฟฟิศ ช่วยเซฟเงินได้หลักร้อย-พันต่อเดือน

     57. พกน้ำดื่มติดตัวและเลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดเงินค่าเครื่องดื่มในแต่ละวัน แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพและลดค่าน้ำตาลในเลือด

     58. ปลูกผักสวนครัวที่ใช้บ่อย เช่น พริก กะเพรา หรือโหระพา ไว้ในกระถางเล็ก ๆ เป็นการลงทุนครั้งเดียวแต่ช่วยเซฟเงินได้ในระยะยาว
 

10 ผักสวนครัวปลูกริมรั้ว โตไว ดูแลง่าย แถมเก็บมากินได้

วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

วิธีประหยัดค่าใช้จ่าย

     59. จัดสรรงบประมาณรายวันและพกเงินสดในจำนวนจำกัด วิธีนี้จะช่วยให้เรามีวินัยในการใช้จ่ายมากขึ้นและลดโอกาสซื้อของตามอารมณ์

     60. สำรวจและยกเลิกบริการรายเดือนที่ไม่ได้ใช้งาน (Unsubscribe) ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง เกม หรือแอปฯ ออกกำลังกายที่สมัครทิ้งไว้แต่ไม่มีเวลาดูหรือใช้นาน ๆ ครั้ง เพื่อตัดรายจ่ายคงที่ซึ่งรวมแล้วอาจเป็นเงินหลักพันต่อปี

     61. เลือกซื้อของกินของใช้แบบแพ็กใหญ่ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย กระดาษทิชชูหรือน้ำดื่ม เพราะการซื้อถุงใหญ่จะมีราคาต่อหน่วยที่ถูกกว่าการซื้อขนาดเล็กบ่อย ๆ

     62. เปรียบเทียบราคาและเช็กโปรโมชั่นจากแอปฯ หรือร้านค้าต่าง ๆ ก่อนซื้อเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้สินค้าคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่าที่สุดในขณะนั้น

     63. ใช้สิทธิประโยชน์จากการช้อปปิ้งออนไลน์และแต้มสะสมให้คุ้มค่า โดยหมั่นเช็กสิทธิ์สมาชิก กดเก็บโค้ดส่วนลด และใช้คะแนนสะสมจากบัตรเครดิตมาแลกรับส่วนลดหรือเงินคืนโดยไม่ต้องรอสะสมจนเยอะเกินความจำเป็น

     64. ลดการซื้อของฟุ่มเฟือย หรือพิจารณาเลือกใช้สินค้าแบรนด์รองที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันแทนแบรนด์เดิมที่อาจมีราคาสูง เพื่อคุมงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็น เช่น หากเคยใช้ยาสีฟันราคาหลักร้อย ลองสลับมาใช้แบรนด์อื่นที่รสชาติใกล้เคียงกันแต่ราคาถูกกว่า เพื่อทดลองใช้ดูก่อน (หากไม่มีอาการแพ้) ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายจิปาถะในแต่ละเดือนได้ 

     65. ศึกษาวิธีซ่อมแซมเสื้อผ้าหรือของใช้ง่าย ๆ จาก YouTube เพื่อยืดอายุการใช้งานแทนการซื้อใหม่ 
 

วิธีซ่อมพัดลม เสียแบบไหนก็ซ่อมได้ ให้ใช้งานได้เหมือนเดิม

     66. เปลี่ยนมาออกกำลังกายในสวนสาธารณะแทนการเข้ายิม นอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าสมาชิกรายเดือนและค่าเดินทางไปยิมได้เป็นอย่างดี

     67. ลดหรือเลิกการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ช่วยประหยัดเงินก้อนใหญ่ในแต่ละวัน และเป็นการลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพ ซึ่งจะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่จะตามมาในอนาคต

     68. ตัดผมทรงที่ดูแลง่าย ๆ เพื่อลดความถี่ในการเข้าร้านทำผม 

     69. ชะลอแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศหรือปรับลดงบประมาณลง เช่น เปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศ หรือเลือกเดินทางในช่วงวันธรรมดาที่มักมีโปรโมชั่นทั้งจากสายการบิน โรงแรม และร้านอาหาร เป็นต้น

     70. จ่ายบิลและหนี้สินให้ตรงตามเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับจากการจ่ายล่าช้าและดอกเบี้ยที่บานปลาย ซึ่งเป็นรายจ่ายที่เสียเปล่าโดยสิ้นเชิง

          การเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมจากทั้ง 70 วิธีนี้ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในแต่ละวัน แต่เมื่อรวมกันแล้วจะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรามีเงินเก็บเพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เลี่ยงไม่ได้ในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้องวิธีประหยัดเงิน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แชร์ 70 วิธีประหยัดเงิน ฉบับมนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต เตรียมรับวิกฤตค่าใช้จ่ายพุ่ง ! โพสต์เมื่อ 20 เมษายน 2569 เวลา 15:12:15
TOP
x close