เคาะค่าไฟงวด พ.ค. - ส.ค. ขึ้นเป็น 3.95 บาท/หน่วย เผยเหตุจ่ายแพงขึ้น หลังปรับค่า FT

 
            กกพ. เคาะค่าไฟ งวดพฤษภาคม - สิงหาคม 69 ขึ้นจาก 3.88 บาท/หน่วย เป็น  3.95 บาท/หน่วย หลังปรับค่า FT แนะแนวทาง 5 ป. ลดภาระค่าไฟ  

ค่าไฟ

          กพ. เคาะค่าไฟ งวดพฤษภาคม - สิงหาคม 69 ขึ้นจาก 3.88 บาท/หน่วย เป็น  3.95 บาท/หน่วย หลังปรับค่า FT แนะแนวทาง 5 ป. ลดภาระค่าไฟ  

          วันที่ 2 เมษายน 2569 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แถลงผลการประชุม เห็นชอบปรับอัตราค่าไฟฟ้าขึ้น 7 สตางค์/หน่วย เป็น 3.95 บาท/หน่วย จากอัตราปัจจุบันของงวดที่จะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย  

          สืบเนื่องจากมีการกำหนดค่า FT สำหรับงวดพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 กำหนดอยู่ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย จึงส่งผลให้จะมีการเรียกเก็บค่าไฟในเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

          โดย ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า FT) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 โดยจะเรียกเก็บที่ 16.23 สตางค์/หน่วย

          ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 จำนวน 29.66 สตางค์/หน่วย โดยในการพิจารณาครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะยังคงรับภาระต้นทุนคงค้าง (AF) สะสมจำนวน 35,928 ล้านบาท ไว้แทนประชาชน ควบคู่กับการที่ กกพ. พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวนประมาณ 9,472 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า ในช่วงสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังมีความผันผวนจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

          ยืนยันว่าการกำหนดค่า FT นี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับอัตราค่าบริการตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับประกาศ กกพ. เรื่อง กรอบหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า พ.ศ. 2564 ข้อ 34 ที่กำหนดให้ กกพ. สามารถนำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (เงิน Claw back) มาลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ตามความเหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤติ และสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าในรอบกำกับถัดไป

ค่าไฟ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          ในส่วนของข้อเสนอเพิ่มเติมในการประชุม ที่อยากให้ภาครัฐตรึงค่าไฟไว้ที่ 3.88 บาท/หน่วย ต้องเรียนว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 26 ล้านราย ซึ่งการตรึงค่าไฟ ทุก 1 สตางค์ ต้องใช้เงินประมาณ 706 ล้านบาท เพราะฉะนั้น หากจะตรึงเพิ่มอีก 7 สตางค์ จะต้องใช้เงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 4 เดือน

          หากพิจารณาเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน ซึ่งมีประมาณ 14.3 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทั้งหมด จะต้องใช้เงินประมาณ 366 ล้านบาท และกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน ซึ่งมีประมาณ 17.5 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทั้งหมด จะต้องใช้เงินประมาณ 591 ล้านบาท ในระยะเวลา 4 เดือน

          สำนักงาน กกพ. ขอเน้นย้ำว่า ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูร้อน ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภททำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการลดอุณหภูมิ รวมถึงตู้เย็นที่ต้องทำงานถี่ขึ้นเพื่อรักษาความเย็นภายในเมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้า ในแต่ละเดือนปรับสูงขึ้นตามโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได (Progressive Rate) 

          กกพ. จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแนวทาง "5 ป." ได้แก่ ปลด ปิด ปรับ เปลี่ยน และปลูก 

          โดยเฉพาะการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในระดับที่เหมาะสม และการดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้ในระยะยาว



ขอบคุณข้อมูลจาก  สำนักงาน กกพ., เรื่องเล่าเช้านี้


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เคาะค่าไฟงวด พ.ค. - ส.ค. ขึ้นเป็น 3.95 บาท/หน่วย เผยเหตุจ่ายแพงขึ้น หลังปรับค่า FT อัปเดตล่าสุด 2 เมษายน 2569 เวลา 11:47:22 1,356 อ่าน
TOP
x close