ทริครีไฟแนนซ์บ้านลดดอกเบี้ย เซฟเงินหลักแสนให้เหลือในกระเป๋า

          อยากลดดอกเบี้ยบ้านต้องอ่าน รวมทริครีไฟแนนซ์บ้านให้คุ้มค่าที่สุด พร้อมขั้นตอนเตรียมตัวยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย และประหยัดเงินได้มากกว่าที่เคย
ทริครีไฟแนนซ์บ้านลดดอกเบี้ย

          การมีบ้านเป็นของตัวเองคือเป้าหมายใหญ่ในชีวิตที่มักมาพร้อมภาระหนี้ระยะยาวนับสิบปี โดยเฉพาะเมื่อหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำและต้องปรับเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยลอยตัว ค่างวดที่คุณจ่ายในแต่ละเดือนอาจกลายเป็นการตัด “ดอกเบี้ย” มากกว่า “เงินต้น” ทางออกสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้คือ การรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) หรือการขอสินเชื่อจากธนาคารแห่งใหม่มาปิดยอดหนี้เดิมเพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมความรู้และมุมมองดี ๆ จาก Krungsri The COACH แหล่งรวมความรู้เรื่องการกู้ยืมเงิน มาช่วยเจาะลึกกลยุทธ์การรีไฟแนนซ์บ้านอย่างละเอียด เพื่อให้คุณลดภาระหนี้และบริหารเงินได้อย่างคุ้มค่า เสมือนมีผู้เชี่ยวชาญมานั่งให้คำปรึกษาอยู่ข้างกาย

ส่องข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน
ทำไมคนมีบ้านถึงไม่ควรมองข้าม ?

          การทำเรื่องขอสินเชื่อใหม่อาจฟังดูมีขั้นตอนที่ต้องจัดการมากมาย จนทำให้หลายคนรู้สึกไม่อยากวุ่นวาย แต่ความจริงแล้วหากลองพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา การรีไฟแนนซ์บ้านถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่คนมีบ้านทุกคนไม่ควรมองข้าม ด้วยข้อดีหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
  • ประหยัดดอกเบี้ย : ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายตลอดอายุสัญญาลงได้หลักแสนถึงหลักล้านบาท
     
  • ผ่อนหมดเร็วขึ้น : เมื่อดอกเบี้ยลดลง เงินที่ผ่อนเท่าเดิมจะไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้ระยะเวลาเป็นหนี้สั้นลง
     
  • ลดค่างวดต่อเดือน : สามารถเลือกปรับโครงสร้างหนี้เพื่อขยายเวลาผ่อน ช่วยให้จ่ายต่อเดือนลดลงในยามต้องการสภาพคล่อง
     
  • ได้รับเงินก้อนเพิ่ม : สามารถขอวงเงินกู้ส่วนต่างจากราคาประเมินที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำไปต่อเติมบ้านหรือรวมหนี้อื่น ๆ

ผ่อนบ้านกี่ปีถึงควรรีไฟแนนซ์ ?

          ช่วงเวลาทองของการรีไฟแนนซ์บ้านคือเมื่อคุณผ่อนชำระครบ 3 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นในช่วงแรกมักจะสิ้นสุดลงพอดี และสัญญาเงินกู้ส่วนใหญ่จะระบุให้สามารถไถ่ถอนได้โดยไม่เสียค่าปรับหลังจากช่วงเวลานี้

          หากคุณรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดอาจต้องเผชิญกับค่าปรับการไถ่ถอนหนี้ก่อนเวลาประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ ซึ่งมักจะไม่คุ้มค่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยที่ได้รับลดลง อย่างไรก็ตาม คุณควรเริ่มศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบโปรโมชั่นจากธนาคารใหม่ล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน ก่อนครบกำหนด 3 ปี เพื่อให้กระบวนการอนุมัติเสร็จสิ้นทันเวลาและต่อเนื่องกัน

3 ทริครีไฟแนนซ์บ้านให้คุ้มค่าที่สุด

ทริครีไฟแนนซ์บ้านให้คุ้มค่า

          การรีไฟแนนซ์จะเกิดประโยชน์สูงสุดหากคุณมีการคำนวณที่รอบคอบ โดยมี 3 ทริคสำคัญที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

1. เปรียบเทียบดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก

          อย่าตัดสินใจเพียงเพราะเห็นอัตราดอกเบี้ยปีแรกที่ต่ำมากเท่านั้น ทริคที่ถูกต้องคือการนำอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1, 2 และ 3 มาบวกรวมกันแล้วหารเฉลี่ยเพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงตลอดช่วงระยะเวลาโปรโมชั่นใหม่ เพราะธนาคารบางแห่งอาจให้ดอกเบี้ยปีแรกต่ำมาก แต่ปรับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปีถัดไป การดูดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี จะทำให้คุณเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างธนาคารต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรม

2. คำนวณค่าใช้จ่ายแฝง

          ก่อนตัดสินใจย้ายธนาคาร ต้องไม่ลืมนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมารวมในต้นทุนด้วย เช่น 
 
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน (ประมาณ 2-3 พันบาท) 
  • ค่าจดจำนองที่ต้องจ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.05%

          หากยอดส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ประหยัดได้มีมูลค่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างชัดเจน การรีไฟแนนซ์จึงจะถือว่าคุ้มค่าอย่างแท้จริง

3. พิจารณาการขอวงเงินกู้เพิ่ม

          หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนเพื่อต่อเติมบ้าน หรือปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูง การขอวงเงินกู้เพิ่ม (Top-up) ไปพร้อมกับการรีไฟแนนซ์บ้าน เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมักจะต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลมาก อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ให้ยอดหนี้รวมสูงเกินความสามารถในการชำระคืน เพราะเป้าหมายหลักของการรีไฟแนนซ์คือการลดภาระ ไม่ใช่การเพิ่มหนี้จนเกินตัว

สรุป 7 ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้านให้ผ่านฉลุย

ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน

          เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น ทาง Krungsri The COACH ได้สรุปขั้นตอนสำคัญของการทำรีไฟแนนซ์บ้านที่คุณสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. ตรวจสอบสัญญากู้เดิม และยอดหนี้คงเหลือ : ดูเงื่อนไขค่าปรับการไถ่ถอน และสรุปยอดหนี้ปัจจุบันจากธนาคารเดิม
     
  2. เปรียบเทียบโปรโมชั่นจากธนาคารต่าง ๆ : คัดเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยและเงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุด
     
  3. เตรียมเอกสารสำคัญ 3 หมวด : จัดเตรียมเอกสารส่วนตัว เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารหลักประกัน (โฉนดและสัญญาเดิม) ให้ครบถ้วน
     
  4. ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารใหม่ : นำเอกสารเข้ายื่นขอสินเชื่อ ณ สาขาธนาคารที่เลือกไว้
     
  5. เจ้าหน้าที่เข้าประเมินหลักทรัพย์ : ธนาคารใหม่จะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินสภาพบ้านปัจจุบันเพื่อกำหนดวงเงินอนุมัติ
     
  6. รอผลอนุมัติ และนัดวันไถ่ถอนจากธนาคารเดิม : เมื่อได้รับอนุมัติ ให้แจ้งธนาคารเดิมเพื่อนัดวันไปทำเรื่องไถ่ถอนที่กรมที่ดิน
     
  7. ทำสัญญาและจดจำนอง ณ กรมที่ดิน : เจ้าหน้าที่ธนาคารใหม่จะไปพบคุณที่กรมที่ดินเพื่อเซ็นสัญญาใหม่ และจดจำนองในวันเดียวกัน
          สำหรับใครที่อยากลดดอกเบี้ยบ้าน แต่ไม่อยากเปลี่ยนธนาคาร Krungsri The COACH ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมไว้ว่า “หากคุณพอใจในบริการเดิม คุณสามารถลองเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม หรือที่เรียกว่า รีเทนชั่น (Retention) ได้ ซึ่งมีข้อดีคือเอกสารไม่ยุ่งยาก และมักไม่มีค่าใช้จ่ายในการจดจำนองใหม่ แต่ทั้งนี้ควรเปรียบเทียบข้อเสนอระหว่างการอยู่ที่เดิมกับการย้ายที่ใหม่อย่างละเอียด เพื่อเลือกทางเลือกที่ทำให้คุณประหยัดเงินได้มากที่สุด”

          การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่คนมีบ้านทุกคนควรศึกษา และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอทุก 3 ปี เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์สามารถเปลี่ยนเป็นเงินเก็บในกระเป๋าหลักแสนบาทได้ไม่ยาก เพียงแค่เตรียมตัวให้พร้อม และเปรียบเทียบข้อมูลให้รอบด้าน การเป็นเจ้าของบ้านอย่างสมบูรณ์ในวันที่หนี้หมดไวขึ้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ทริครีไฟแนนซ์บ้านลดดอกเบี้ย เซฟเงินหลักแสนให้เหลือในกระเป๋า อัปเดตล่าสุด 19 มีนาคม 2569 เวลา 10:48:28
TOP
x close