เงินเดือนออกทีไร ทำไมหายไปไวทุกที ? เช็ก 5 จุดรั่วที่ทำให้ถังแตกตั้งแต่ต้นเดือน

          เคยสงสัยไหม... ทำไมเงินเดือนเข้าปุ๊บ หายปั๊บ ? บางทีเงินอาจไม่ได้หายไปไหน แต่ค่อย ๆ ไหลออกผ่านรูรั่วเล็ก ๆ ที่เราเผลอทำจนเคยชิน รู้ตัวอีกทีก็ถังแตกตั้งแต่ต้นเดือนเสียแล้ว

          "สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ"... คำนี้คงไม่เกินจริงนัก เพราะสำหรับใครหลายคน ความดีใจตอนเห็นแจ้งเตือนเงินเดือนเข้าบัญชีในช่วงปลายเดือนมักอยู่ได้ไม่นาน เมื่อพบว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เงินที่หามาได้กลับร่อยหรออย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะมือใหม่วัยทำงาน (First Jobber) ที่ยังจับต้นชนปลายเรื่องการบริหารเงินไม่ถูก

          แต่เชื่อไหมคะว่า ปัญหาเงินไม่พอใช้มักไม่ได้เกิดจากรายได้ที่น้อยเพียงอย่างเดียว ทว่าอาจซ่อนอยู่ในพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มองข้ามไป ลองมาสำรวจกันดูว่า 5 จุดรั่วสำคัญที่ทำให้เราตกอยู่ในภาวะถังแตกตั้งแต่ต้นเดือนมีอะไรบ้าง เพื่อหาทางอุดรอยรั่วนี้ไปพร้อมกัน

5 รูรั่วที่ทำเงินหายแบบไม่รู้ตัว

1. ค่าใช้จ่ายคงที่ที่หนักเกินตัว

          บางคนพลาดตั้งแต่เริ่มทำงาน ด้วยการสร้างภาระค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Costs) สูงเกินความจำเป็น เช่น เลือกหอพักหรูติดรถไฟฟ้า รีบออกรถยนต์หลังผ่านโปรฯ หรือผ่อนโทรศัพท์รุ่นใหม่พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบจัดเต็ม เมื่อรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าด้วยกันอาจกินสัดส่วนเกิน 50% ของรายได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตราย เพราะหมายความว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนถูกล็อกไว้กับรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทุกเดือน พอเงินเดือนเข้าก็ต้องโอนไปจ่ายบิลทันที จึงแทบไม่เหลือเงินสำรองหรือเงินออมเลย

          เพื่ออุดรูรั่วนี้ เราควรประเมินรายรับ-รายจ่าย และภาระหนี้ทั้งหมดอย่างจริงจัง คำนวณดูว่าแต่ละเดือนจ่ายไหวจริงไหม หากรู้สึกตึงมือจนไม่มีพื้นที่หายใจ ควรปรับลดค่าใช้จ่ายคงที่ลง เช่น ย้ายที่พักให้เหมาะกับงบประมาณ หรือปรับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้พอดีกับการใช้งานจริง ซึ่งโดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายคงที่และภาระหนี้สินรวมกันไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ จะได้เหลือเงินไว้ใช้จ่ายหรือเก็บออมบ้าง 

2. มีรายจ่ายจุกจิกที่รวมแล้วเป็นก้อนใหญ่

          "แค่หลักสิบหลักร้อยเอง ไม่เป็นไรหรอก"... เราคงเคยบอกตัวเองแบบนี้บ่อย ๆ ใช่ไหมคะ แต่ถ้าลองรวมยอดทั้งเดือน เงินหลักสิบหลักร้อยเหล่านี้อาจกลายเป็นเงินหลักพันได้เลยทีเดียว อย่างเช่นค่าใช้จ่ายจุกจิกเหล่านี้
  • ค่าส่งอาหารที่บางครั้งแพงกว่าค่าอาหาร
  • ค่ากาแฟ ชานมไข่มุก ขนมขบเคี้ยวระหว่างวันที่ต้องมีติดโต๊ะ
  • ค่าสมาชิกแอปฯ ดูหนัง ฟังเพลง หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่สมัครไว้ในช่วงโปรฯ แต่แทบไม่ได้ใช้
  • ค่าธรรมเนียมแฝง เช่น กดเงินข้ามเขต ใช้ตู้ ATM ต่างธนาคาร หรือค่าบริการรายเดือนที่ถูกตัดอัตโนมัติ

          นี่คือรูรั่วเงียบ ๆ ที่ไม่ได้ทำให้เงินหายไปในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ ไหลออกทีละนิดจนไม่เหลือเก็บ ลองเปลี่ยนมาอุดรอยรั่วด้วยการตั้งงบรายจ่ายจุกจิก เช่น ไม่ให้เกิน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ และหมั่นเช็กรายการตัดบัตรเครดิตหรือหักบัญชีอัตโนมัติ เพื่อยกเลิกบริการที่ไม่จำเป็น เพียงแค่ลดรายจ่ายเล็ก ๆ ลงบางส่วนก็อาจช่วยเพิ่มเงินเก็บได้หลักพันต่อเดือนเลย 

3. ช้อปตามอารมณ์มากเกินไป

          แม้งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่า การช้อปปิ้งสามารถกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุขและช่วยคลายความเครียดได้ แต่หากทำบ่อยเกินไป เราอาจติดนิสัยช้อปเพื่อเยียวยาใจ และต้องซื้อของตามเทรนด์ หรือกดของใส่ตะกร้ารัว ๆ เวลาเครียด โดยเฉพาะเมื่อเห็นคำว่า Flash Sale ก็อดไม่ได้ที่จะรีบสั่งทันที บางคนยังยอมเพิ่มยอดอีกไม่กี่สิบบาทเพื่อแลกกับคูปองส่งฟรี ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้จำเป็นต้องใช้ของชิ้นนั้นเลย

          พฤติกรรมแบบนี้อาจดูเล็กน้อยในแต่ละครั้ง ทว่าเมื่อสะสมบ่อย ๆ ก็ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน เพราะการใช้จ่ายที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์มักทำให้เผลอจ่ายมากกว่าที่วางแผนไว้เสมอ

4. ไม่แยกบัญชีการใช้เงิน

          การใช้กระเป๋าเดียวหรือบัญชีเดียวกับทุกค่าใช้จ่ายจะทำให้เราแยกไม่ออกว่าเงินส่วนไหนควรเก็บ และเงินส่วนไหนใช้ได้จริง เมื่อเห็นยอดเงินรวมในบัญชียังดูเยอะก็มีโอกาสใช้เพลิน จนลืมกันเงินไว้จ่ายบิลสำคัญ ๆ ช่วงปลายเดือน สุดท้ายต้องหมุนเงิน หยิบยืม หรือกลายเป็นหนี้แบบไม่ตั้งใจ วิธีแก้ที่ทำได้ทันทีหลังเงินเดือนเข้าก็คือ ควรแยกเงินก่อนใช้ตามสูตร 50/30/20 โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
  • 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น (Need) : ใช้กับสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้านหรือหอพัก และค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ
  • 30% สำหรับค่าใช้จ่ายตามความต้องการ (Want) : ใช้กับสิ่งที่มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เดือดร้อน เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ขนมและเครื่องดื่มกินเล่น หรือกิจกรรมสังสรรค์กับเพื่อน
  • 20% สำหรับเงินออม (Saving) : ใช้เป็นส่วนของเงินออมและลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

          หลังจากแบ่งเงินออกเป็นสัดส่วนชัดเจน เราจะเห็นภาพการใช้จ่ายของตัวเอง ลดโอกาสใช้เงินเกินตัว และส่งผลให้บริหารเงินทั้งเดือนได้อย่างมีระบบมากขึ้นด้วย

5. จ่ายเงินสดทุกอย่าง จนพลาดสิทธิประโยชน์

          การใช้เงินสดดูเหมือนควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นจุดรั่วที่ทำให้เสียโอกาส เพราะจ่ายไปเท่าไรก็จบแค่นั้น อย่างไรก็ตาม หากเลือกวิธีจ่ายให้เหมาะสม บางครั้งก็ช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าที่คิด อย่างการใช้แอปฯ Wallet ต่าง ๆ ที่มีส่วนลดเมื่อสแกนจ่าย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายลดลงทันที

          นอกจากนี้อีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่น่าสนใจคือ "บัตรเครดิต" ที่ให้สิทธิประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครดิตเงินคืน (Cash Back) การสะสมแต้มเพื่อแลกรับส่วนลด หรือโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าต่าง ๆ ตลอดทั้งปี หากใช้อย่างมีวินัยและชำระเต็มจำนวนตรงเวลา การจ่ายผ่านบัตรเครดิตก็เปรียบเสมือนได้สิทธิประโยชน์หรือส่วนลดเพิ่มเติมจากสิ่งที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว และบางบัตรยังมีตัวเลือกผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% ช่วยให้เราบริหารกระแสเงินสดได้คล่องตัวขึ้น ซึ่งอาจได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าการจ่ายเงินสดแบบครั้งเดียวจบ โดยไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ กลับมาเลยค่ะ

วิธีเลือกบัตรเครดิตใบแรก
สำหรับเด็กจบใหม่

          สำหรับเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานและมีเงินเดือนระดับประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ถ้ากำลังสนใจสมัครบัตรเครดิตใบแรกไว้เป็นตัวช่วยจัดการค่าใช้จ่าย แนะนำให้มองหาบัตรที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด เช่น คนที่ชอบสั่งอาหารหรือช้อปออนไลน์ ก็ควรเลือกบัตรที่ให้คะแนนพิเศษในหมวดดังกล่าว แต่ถ้าอยากได้เงินคืนกลับมาแบบเห็นชัดเจน บัตรเครดิตแคชแบ็ก (Cashback) ก็น่าจะตอบโจทย์มากกว่า

          อย่างบัตรเครดิต ttb จากธนาคารทหารไทยธนชาต มีให้เลือกครอบคลุมพฤติกรรมการใช้จ่ายที่หลากหลาย และบัตรบางประเภทยังฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพอีกด้วย ช่วยให้เริ่มต้นบริหารเงินได้เป็นระบบมากขึ้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

เงินเดือน 15,000 บาท
สมัครบัตรเครดิต ttb ใบไหนดี

      เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกทำบัตรเครดิตที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด เราได้รวบรวมบัตรเครดิต ttb ทั้ง 5 ประเภทที่รองรับรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน มาเทียบจุดเด่นและสิทธิประโยชน์ของแต่ละประเภทไว้ให้ครบในที่เดียว มาดูกันว่าบัตรเครดิตใบไหนเหมาะกับตัวเองที่สุดค่ะ

บัตรเครดิต ttb Disney (ทีทีบี ดิสนีย์)

          "บัตรเครดิต ttb Disney" เป็นบัตรที่ถูกใจทั้งสายกินและสายช้อป เพราะมอบคะแนนสะสมสูงสุดถึง 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เกต และช้อปออนไลน์ มาพร้อมดีไซน์หน้าบัตรเก๋ ๆ น่ารัก ๆ ที่มีให้เลือกตามคาแรกเตอร์จากดิสนีย์ที่ชื่นชอบ พ่วงสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากดิสนีย์ และตอนนี้บัตรเครดิต ttb Disney ได้ออกลายหน้าบัตรใหม่ น่ารัก สดใส อย่างลายหมีพูห์ Pooh Blooms มาด้วย พร้อมสิทธิประโยชน์ดี ๆ เช่นเดิม จึงเหมาะกับคนที่อยากมีบัตรเครดิตใบแรกไว้ใช้งานอย่างคุ้มค่าและมีสไตล์เป็นของตัวเองค่ะ

จุดเด่นของบัตรเครดิต ttb Disney

  • ใช้จ่ายทุก 25 บาท รับ 1 คะแนนสะสม จำกัดคะแนนสะสมสูงสุด 20,000 คะแนน/บัญชีบัตร/รอบบัญชี
  • รับคะแนนสะสมสูงสุด 5 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร, ซูเปอร์มาร์เกต และออนไลน์ สูงสุด 3,000 คะแนน/บัญชีบัตร/รอบบัญชี
  • ใช้คะแนนแลกของรางวัลแรร์ไอเทม (Rare Item) กับ ttb Disney reward catalog ผ่านแอปฯ ttb touch
  • ผ่อนดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่าย 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป กับร้านค้าดิสนีย์ที่ร่วมรายการ
  • ฟรี ประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง วงเงินสูงสุด 6 ล้านบาท เมื่อชําระค่าโดยสารยานพาหนะสาธารณะผ่านบัตรเครดิต ttb Disney
  • บริการแบ่งจ่าย ttb so goood เลือกผ่อนชำระบัตรเครดิตได้เอง ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ทุกร้าน ทุกรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป 

ค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 300 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) (ยกเว้นอัตโนมัติ เมื่อใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ttb Disney 15,000 บาทขึ้นไป ภายใน 30 วันแรกหลังได้รับอนุมัติ)
  • ค่าธรรมเนียมรายปี 500 บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) (ยกเว้นค่าธรรมเนียมอัตโนมัติ เมื่อมีการใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเครดิต ttb Disney 70,000 บาทขึ้นไป ภายใน 1 ปีปฏิทิน)
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
**เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติบัตรเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
อ่านรายละเอียดบัตรเครดิต ttb Disney เพิ่มเติม คลิก  

บัตรเครดิต ttb so fast (ทีทีบี โซ ฟาสต์)

          "บัตรเครดิต ttb so fast" ใบนี้เหมาะกับนักสะสมแต้มที่อยากได้คะแนนเร็วไว้ใช้แลกของรางวัล ส่วนลด หรือแลกเป็นเครดิตเงินคืนได้สูงสุดถึง 12% (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) จุดเด่นคือได้รับ 1 คะแนนทันทีเมื่อใช้จ่ายทุก 10 บาท ซึ่งเร็วกว่าบัตรเครดิตสะสมคะแนนทั่วไปที่มักกำหนดให้ใช้จ่าย 25 บาท ถึงจะได้ 1 คะแนน ทำให้ทุกยอดใช้จ่ายเปลี่ยนเป็นแต้มได้ไวมากขึ้น

จุดเด่นของบัตรเครดิต ttb so fast

  • คะแนนสะสมเพิ่มเร็ว เพราะใช้จ่ายทุก 10 บาท รับ 1 คะแนนสะสมทันที สูงสุด 20,000 คะแนน/บัญชีบัตร/รอบบัญชี
  • ใช้คะแนนเท่ายอดซื้อ แลกเครดิตเงินคืน (Cash Back) สูงสุด 12% ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
  • บริการแบ่งจ่าย ttb so goood เลือกผ่อนชำระบัตรเครดิตได้เอง ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ทุกร้าน ทุกรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป  
  • ฟรี ประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง วงเงินสูงสุด 6 ล้านบาท เมื่อชําระค่าโดยสารยานพาหนะสาธารณะผ่านบัตรเครดิต ttb so fast
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
**เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติบัตรเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

อ่านรายละเอียดบัตรเครดิต ttb so fast เพิ่มเติม คลิก 

บัตรเครดิต ttb so smart (ทีทีบี โซ สมาร์ท)

          สายออม สายเซฟ ที่มองหาบัตรเครดิต Cashback ต้องใบนี้เลย "บัตรเครดิต ttb so smart" ซึ่งให้เงินคืน 1% ทุกการใช้จ่าย (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) เปรียบเสมือนได้ส่วนลดเป็นเงินสดโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ทีทีบี โนฟิกซ์ กลับมาในทุกครั้ง เป็นการใช้จ่ายไปพร้อมกับสร้างเงินออมเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง 

จุดเด่นของบัตรเครดิต ttb so smart

  • ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร รับเงินคืน 1% เข้าบัญชีเงินฝาก ทีทีบี โน ฟิกซ์ โดยไม่ต้องรอโปรโมชั่น สูงสุด 2,000 บาท/บัญชีบัตร/รอบบัญชี
  • บริการแบ่งจ่าย ttb so goood เลือกผ่อนชำระบัตรเครดิตได้เอง ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ทุกร้าน ทุกรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป  
  • ฟรี ประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง วงเงินสูงสุด 6 ล้านบาท เมื่อชําระค่าโดยสารยานพาหนะสาธารณะผ่านบัตรเครดิต ttb so smart
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
**เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติบัตรเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

อ่านรายละเอียดบัตรเครดิต ttb so smart เพิ่มเติม คลิก   

บัตรเครดิต ttb so chill (ทีทีบี โซ ชิลล์)

          "บัตรเครดิต ttb so chill" ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน เพราะใช้รูดผ่อนชำระสินค้าได้ตามโปรโมชั่นที่ร่วมรายการ และหากจำเป็นก็ยังสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน ด้วยอัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าเรตปกติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมีวงเงินสำรองติดตัวไว้ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในยามที่ต้องการใช้เงินแบบเร่งด่วน 

จุดเด่นของบัตรเครดิต ttb so chill

  • กดเงินสดได้ทุกตู้ ATM ทั่วประเทศเหมือนกับบัตรกดเงินสด โดยลดค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดเหลือ 1.5% ของจำนวนเงินที่เบิกถอน (จากปกติ 3%) 
  • บริการแบ่งจ่าย ttb so goood เลือกผ่อนชำระบัตรเครดิตได้เอง ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ทุกร้าน ทุกรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป 
  • ฟรี ประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง วงเงินคุ้มครองสูงสุด 6 ล้านบาท เมื่อชําระค่าโดยสารยานพาหนะสาธารณะผ่านบัตรเครดิต ttb so chill
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
**เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติบัตรเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

อ่านรายละเอียดบัตรเครดิต ttb so chill เพิ่มเติม คลิก

บัตรเครดิต ttb Global House (ทีทีบี โกลบอล เฮ้าส์)

          เอาใจคนรักบ้านและชอบแต่งบ้าน กับ "บัตรเครดิต ttb Global House" ที่มอบสิทธิประโยชน์ทั้งส่วนลดค่าสินค้าและค่าบริการ เมื่อช้อปของแต่งบ้านที่โกลบอลเฮ้าส์ทุกสาขา พร้อมรับคะแนนสะสมได้ตามปกติ ทำให้ทุกการเลือกซื้อของเข้าบ้านได้รับสิทธิพิเศษมากยิ่งขึ้นค่ะ

จุดเด่นของบัตรเครดิต ttb Global House

  • รับส่วนลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก (ยกเว้นสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง)  
  • รับส่วนลด 5% ทันที สำหรับค่าบริการที่โกลบอลเฮ้าส์ 
  • ผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อช้อปที่โกลบอลเฮ้าส์ และร้านค้าที่ธนาคารกำหนด
  • ใช้จ่ายทุก 25 บาท รับ 1 คะแนนสะสม จำกัดคะแนนสะสมสูงสุด 20,000 คะแนน/บัญชีบัตร/รอบบัญชี
  • ฟรี ประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง วงเงินสูงสุด 6 ล้านบาท เมื่อชําระค่าโดยสารยานพาหนะสาธารณะผ่านบัตรเครดิต ttb Global House
  • บริการแบ่งจ่าย ttb so goood เลือกผ่อนชำระบัตรเครดิตได้เอง ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ทุกร้าน ทุกรายการ เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป 
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
**เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติบัตรเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

อ่านรายละเอียดบัตรเครดิต ttb Global House เพิ่มเติม คลิก

          เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะสมัครบัตรเครดิตใบแรกใบไหนดี ขั้นต่อไปคือการทำความเข้าใจเคล็ดลับการใช้บัตรเครดิต ttb อย่างมีวินัย เพื่อเปลี่ยนบัตรเครดิตเป็นอาวุธลับที่ช่วยอุดรูรั่วทางการเงินให้ชาว First Jobber ค่ะ

เคล็ดลับการใช้บัตรเครดิต ttb ให้มีวินัยการใช้จ่าย เป็นตัวช่วยอุดรูรั่วทางการเงิน

  • ใช้บัตรกับรายจ่ายที่วางแผนไว้แล้ว : อย่ารูดเพราะอยากได้ทันที ควรใช้กับค่าใช้จ่ายที่อยู่ในงบและมีเงินสดรองรับ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภค หรือของใช้ประจำเดือน แบบนี้จะได้ทั้งแต้มสะสมหรือเครดิตเงินคืน โดยไม่เพิ่มภาระหนี้ในระยะยาว
     
  • ตั้งเพดานการใช้จ่ายให้ต่ำกว่าวงเงินที่ได้ : แม้ธนาคารจะให้วงเงินสูง แต่เราควรกำหนดกรอบการใช้เอง เช่น ไม่เกิน 20% ของเงินเดือน และหมั่นเช็กยอดใช้จ่ายอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อดูว่าเดือนนี้ใช้ไปเท่าไรแล้ว จะได้ควบคุมงบได้ทัน ไม่ต้องตกใจในวันที่ใบแจ้งยอดมา
     
  • ชำระเต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี : การจ่ายขั้นต่ำต้องเสียดอกเบี้ย และกลายเป็นรูรั่วใหม่ที่นำไปสู่หนี้สะสม เคล็ดลับง่าย ๆ คือ ทุกครั้งที่รูดบัตร ให้กันเงินจำนวนเท่ากันพักไว้ในบัญชีออมทรัพย์ทันที จะได้มีเงินพร้อมชำระครบเต็มจำนวน 
     
  • เช็กแต้มและโปรโมชั่นก่อนใช้จ่าย : ก่อนรูดทุกครั้งลองตรวจสอบว่ามีโปรโมชั่นหรือแต้มสะสมที่ใช้ได้หรือไม่ อย่างน้อยจะได้ส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนกลับมา ช่วยลดค่าใช้จ่ายสุทธิในแต่ละเดือน
     
  • ใช้โปรฯ ผ่อนดอกเบี้ย 0% อย่างมีกลยุทธ์ : สำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่สามารถใช้โปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน กับบริการ ttb so goood เพื่อช่วยกระจายภาระได้ แต่ควรเลือกผ่อนเฉพาะของที่จำเป็นหรือวางแผนไว้แล้ว และไม่ผ่อนหลายรายการพร้อมกัน จะได้ไม่ปวดหัวกับค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไป
     
  • ใช้บัตรเครดิตสร้างประวัติทางการเงินที่ดี : การใช้บัตรอย่างมีวินัย ชำระตรงเวลา ไม่ใช้เต็มวงเงิน และไม่มีประวัติค้างชำระ จะช่วยสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับชาว First Jobber ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการเงิน 
          แม้เงินเดือนจะยังไม่สูงมากก็ไม่ใช่อุปสรรคต่อการออม หากเราเริ่มอุดรูรั่วเล็ก ๆ จากพฤติกรรมการใช้จ่าย และใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตใบแรกอย่างมีวินัย การได้รับแต้มสะสมหรือเครดิตเงินคืนแทนการจ่ายเงินสดเต็มจำนวน อย่างน้อยก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายสุทธิ และทำให้บริหารกระแสเงินสดได้คล่องตัวขึ้นค่ะ

          ใครตามหาบัตรเครดิตใบที่ใช่ได้แล้ว สามารถติดต่อทำบัตรเครดิตได้ที่ธนาคารทหารไทยธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ผ่านลิงก์ด้านล่างก็สะดวกเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือ ควรใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี เพื่อให้บัตรเครดิตเป็นตัวช่วยอุดรูรั่วทางการเงินได้อย่างแท้จริงนะคะ

  • สมัครบัตรเครดิต ttb Disney คลิก  
  • สมัครบัตรเครดิต ttb so fast คลิก 
  • สมัครบัตรเครดิต ttb so smart คลิก 
  • สมัครบัตรเครดิต ttb so chill คลิก 
  • สมัครบัตรเครดิต ttb Global House คลิก 

* เงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติบัตรเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เงินเดือนออกทีไร ทำไมหายไปไวทุกที ? เช็ก 5 จุดรั่วที่ทำให้ถังแตกตั้งแต่ต้นเดือน อัปเดตล่าสุด 6 มีนาคม 2569 เวลา 16:44:04
TOP
x close