สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
จากกรณีที่ผู้ประกันตนสามารถเลือกผู้แทนได้ถึง 7 คน ล่าสุด (15 มกราคม 2569) มติบอร์ดประกันสังคมได้ลงคะแนนเห็นชอบ 15:6 เสียง ให้เปลี่ยนแปลงสูตรเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ เป็น “ผู้ประกันตน 1 คน เลือกตัวแทน 1 คน” ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกันตนไม่ควรมองข้าม เนื่องจากขณะนี้สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) ต่อร่างระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารและดูแลเงินประกันสังคมของผู้ประกันตนในอนาคต
ทั้งนี้ ร่างระเบียบดังกล่าวมีข้อเสนอให้เปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้ง และลดจำนวน “ผู้แทนผู้ประกันตน” ในคณะกรรมการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ประกันตน ในโอกาสนี้ กระปุกดอทคอมขอชวนผู้อ่านร่วมทำความเข้าใจบทบาทของบอร์ดประกันสังคม ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งและจำนวนผู้แทนผู้ประกันตน เพื่อให้สามารถติดตามและมีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าวได้อย่างรอบด้าน พร้อมชวนร่วมทำประชาพิจารณ์สูตรเลือกบอร์ดประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิผู้ประกันตน
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
ความสำคัญของบอร์ดประกันสังคมคืออะไร
โครงสร้างบอร์ดประกันสังคมในปัจจุบัน
ปัจจุบันโครงสร้างบอร์ดมีทั้งหมดประมาณ 21 คน แบ่งออกเป็นตัวแทนจาก 3 ฝ่าย คือ
- ฝ่ายรัฐบาล : กระทรวงการคลัง, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงมหาดไทย (มท.), กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงบประมาณ จำนวน 7 คน
- ฝ่ายนายจ้าง : ตัวแทนจากภาคเอกชน การเลือกตั้งโดยฝั่งนายจ้างเอง จำนวน 7 คน
- ฝ่ายผู้ประกันตน : ตัวแทนของแรงงานและลูกจ้างในระบบประกันสังคม ที่มาจากการเลือกตั้งโดยผู้ประกันตนโดยตรง จำนวน 7 คน
บทบาทหลักของบอร์ดประกันสังคม
- กำหนดนโยบายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการออกกฎหมายเพื่อพัฒนากฎหมายและสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน
- กำหนดทิศทางและกำกับดูแล การบริหารกองทุนประกันสังคม รวมถึงการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน
- ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่คณะกรรมการอื่น ๆ และสำนักงานประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตนสำคัญอย่างไร
การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน ถือเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองและปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้กองทุนทั่วประเทศ เนื่องจากบอร์ดประกันสังคมมีอำนาจกำหนดทิศทางนโยบาย การบริหารเงินกองทุน และการตัดสินใจที่ส่งผลต่อผู้ประกันตนหลายล้านคน ซึ่งผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ "เลือกตั้งบอร์ดฝ่ายผู้ประกันตน" ได้โดยตรงเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญของสิทธิแรงงาน
ทำความรู้จักผลงานบอร์ดประกันสังคมฝั่งผู้ประกันตนชุดปัจจุบัน
ย้อนกลับไปที่การเลือกตั้ง 2566 ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสามารถชนะได้ถึง 6 ใน 7 ที่นั่งตัวแทนผู้ประกันตน ซึ่งที่ผ่านมาทีมงานประกันสังคมก้าวหน้าได้ทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดเผยประเด็นการใช้จ่ายที่ไม่โปร่งใสของสำนักงานประกันสังคมหลายประการ เช่น
ภาพจากเฟซบุ๊ก ประกันสังคมก้าวหน้า - Progressive Social Security
ผลงานทีมประกันสังคมก้าวหน้า 2568
1. ลาคลอด 120 วัน แบบได้ค่าจ้าง
- ลาคลอด 120 วันได้ค่าจ้าง พ่อลาได้ 15 วัน ลูกป่วยลาได้เพิ่ม 15 วัน [บังคับใช้แล้ว]
2. แก้สูตรคำนวณบำนาญผลักดัน CARE
- สูตรคำนวณบำนาญใหม่เพื่อความเป็นธรรม [ผ่านบอร์ดประกันสังคมแล้ว รอคณะรัฐมนตรีรับทราบ]
3. จัดทำกฎหมายปฏิรูปประกันสังคม
- ประกันสังคมออกจากระบบราชการ มุ่งสู่การเป็นองค์กรอิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน [ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ พร้อมเสนอฝ่ายนิติบัญญัติ]
4. ขยายสิทธิทันตกรรมรัฐและเอกชน
- เข้ารับบริการ รพ. รัฐ เบิกตามประกาศ สธ. เอกชน เพิ่มสิทธิฟันคุด, เก็บข้อมูลสุขภาพฟัน, ไม่ต้องสำรองจ่าย [ผ่านบอร์ดประกันสังคมแล้ว รอบังคับใช้ภายในไตรมาส 1/2569]
5. ลดงบประมาณสิ้นเปลือง
- จํากัดกรอบงบจาก 6,000 -> 5,000 ล้านบาท
- ลดงบ MA ของระบบ IT ที่ไม่จำเป็นกว่า 300 ล้านบาท
- ยกเลิกดูงานต่างประเทศ ปี 2568-2569 จำนวน 108 ล้านบาท
- ยกเลิกผลิตปฏิทิน 50 ล้านบาท
- ยกเลิกงบผลิตเสื้อ-หมวกวันแรงงาน 5 ล้านบาท
6. ยกระดับชีวิตแรงงานอิสระ ม.40
- ชดเชยทุพพลภาพตลอดชีวิต สูงสุด 3,000 บาท/เดือน, เดินทางพบแพทย์ 200 บาท/ครั้ง [ผ่าน ครม. แล้ว รอประกาศราชกิจจาฯ]
- ลด 10% สมทบล่วงหน้า 1 ปี, ขยายกรอบใบรับรองแพทย์, ชดเชยตั้งครรภ์สูงสุด 3,000 บาท 90 วัน [ผ่านบอร์ดแล้ว รอเข้า ครม.]
- เพิ่มค่าตอบแทนเครือข่าย [บังคับใช้แล้ว]
7. ลงทุนโปร่งใส มีประสิทธิภาพ
- ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เป็นสากลผ่านยุทธศาสตร์การลงทุน 5 ปี
- ป้องกันการลงทุนไม่โปร่งใส (บางจาก BCP)
- ตรวจสอบและวางแนวทางแก้ไขกรณี SKYY9 โดยการจัดทํา ประกาศบริหารความเสี่ยงการลงทุนนอกตลาด
8. ขยายการป้องกันโรค
- ปรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ตรงตาม WHO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และให้อายุ 50 ปีขึ้นไปฉีดได้ตลอดทั้งปี [บังคับใช้ภายใน มกราคม 2569]
9. ก้าวแรกทลายกำแพงระบบสุขภาพ
- ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างประกันสังคมและ สปสช. ลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิการรักษาพยาบาล ตาม ม.10 หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 20 ปี
10. ตรวจสอบการเบิกจ่าย รพ. คู่สัญญา
- เพิ่มการตรวจสอบแบบ Coding Audit ก่อนการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ปี 2568 ค่าใช้จ่ายลดลง 5.6-14.2%
11. ปรับปรุงระบบเทคโนโลยี
- เปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบโครงการด้าน IT เช่น การแก้ไขและตรวจสอบปัญหาโครงการระบบงานหลัก 850 ล้าน
ผลงานทีมประกันสังคมก้าวหน้า 2567
1. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ชนะเลือกตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคมสัดส่วนผู้ประกันตน จากการเลือกตั้งทางตรงครั้งแรกของประเทศไทย
2. เงินเด็ก 1,000 บาท/เดือน เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรอายุ 0-6 ปี จาก 800 เป็น 1,000 บาท/เดือน บังคับใช้ 1 มกราคม 2568
3. แผนการลงทุนใหม่ เป้า 5-6% ปรับแผนการลงทุน (SAA) ระยะ 5 ปี ขยับลงทุนต่างประเทศ ผลตอบแทนปี 2566 2.7% ปี 2567 5.99%
4. สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 1.59% 5 ปี โครงการสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกันตนทุกมาตรา วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท มีผู้ขอรับสิทธิเต็มภายในวันแรก
5. ว่างงานกรณีเลิกจ้าง ชดเชย 60% เพิ่มอัตราประกันว่างงานกรณีเลิกจ้าง จาก 50% (สูงสุด 7,500/เดือน) เป็น 60% ของเงินเดือน (สูงสุด 9,000 บาท/เดือน) (ผ่านมติบอร์ดแล้ว รอแก้กฎกระทรวง)
6. ปฏิรูปการทำงานภายใน สร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารงานภายในสำนักงาน ผ่านกลไกอนุกรรมการทั้ง 14 คณะประกันสังคมก้าวหน้า
เปลี่ยนระบบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จาก 1 เลือก 7 เป็น 1 เลือก 1
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคมมีมติด้วยคะแนนเสียง 15 ต่อ 6 เห็นชอบให้เปลี่ยนสูตรการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จากเดิมที่ผู้ประกันตน 1 คน สามารถเลือกผู้แทนฝั่งผู้ประกันตนได้ครบทั้ง 7 คน เหลือเพียงการเลือกได้แค่ 1 คน จากคณะกรรมการทั้งหมด 21 คน ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนรัฐบาล 7 คน ตัวแทนนายจ้าง 7 คน และตัวแทนผู้ประกันตน 7 คน ขณะเดียวกัน สำนักงานประกันสังคมได้เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ แต่ไม่มีการชี้แจงต่อข้อกังวลของสาธารณชน โดยอ้างว่าบอร์ดไม่มีอำนาจ
ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากจำนวนตัวแทนที่ทำหน้าที่ดูแลและปกป้องสิทธิประโยชน์ของกองทุนและผู้ประกันตนลดลง ส่งผลให้การมีส่วนร่วมและการเป็นตัวแทนที่แท้จริงของผู้ประกันตนทั้งระบบถดถอยลง อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การผูกขาดอำนาจหรือการครอบครองที่นั่งโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้การแบ่งจำนวนผู้แทนตามสัดส่วนของผู้ประกันตนในแต่ละมาตรา ยังทำให้บอร์ดกลายเป็นตัวแทนของกลุ่มย่อยมากกว่าตัวแทนของผู้ประกันตนทั้งระบบ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความแตกแยกในการตัดสินใจและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในบอร์ดตามแต่ละมาตรา
ขณะเดียวกัน เกณฑ์คุณสมบัติของผู้สมัครหลายประเด็นถูกมองว่ามีลักษณะคลุมเครือ วัดผลได้ยาก และเปิดช่องให้ใช้ดุลยพินิจสูง อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ กีดกันผู้สมัครจากกลุ่มผู้ประกันตนจริง และการตั้งเกณฑ์การส่งเงินสมทบย้อนหลังในระดับสูง ขณะเดียวกันในส่วนของการสังเกตการณ์การเลือกตั้งก็มีข้อห่วงกังวลว่าถูกออกแบบให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการรัฐเป็นหลัก สามารถจัดหรือไม่จัดก็ได้ และยังเปิดช่องให้สั่งหยุดการสังเกตการณ์ได้ง่ายเพียงจากการถูกกล่าวหา ซึ่งอาจกระทบต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
เสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้ทบทวนแนวคิดในการออกแบบกติกาเลือกตั้ง จากการ “ควบคุม” ไปสู่การ “ส่งเสริมการมีส่วนร่วม” โดยยึดความไว้วางใจในวิจารณญาณของผู้ประกันตนเป็นหลัก พร้อมเน้นย้ำว่ากองทุนประกันสังคมเป็นเงินของประชาชน จึงควรเปิดให้ตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส และเพิ่มบทบาทภาคประชาชน มากกว่าการจำกัดสิทธิในการมีส่วนร่วม
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
สำนักงานประกันสังคมขอเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. … โดยเปิดให้แสดงความเห็นในแต่ละประเด็นว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ประกันตนควรใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นควรพิจารณาว่า หากเลือกแต่ละข้อ ผลสรุปที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลอย่างไรต่อโครงสร้างและการทำงานของบอร์ดประกันสังคมในอนาคต
หากเลือก ✅เห็นด้วย
- ผู้ประกันตนไม่ต้องทำความเข้าใจรายชื่อหลายคนหรือหลายกลุ่ม เลือกเฉพาะบุคคลที่รู้จัก
หากเลือก ✅ไม่เห็นด้วย
- ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกตัวแทนครบ 7 คน ไม่ใช่ 1 คนตามร่างใหม่
- สามารถเลือกทีมผู้แทนที่ทำงานร่วมกันได้จริง เพื่อประสานงาน ตรวจสอบ และผลักดันนโยบายให้ผู้ประกันตน
- เพิ่มการถ่วงดุลในบอร์ดประกันสังคม ทำให้สามารถตั้งคำถาม คัดค้าน หรือชะลอโครงการเสี่ยงได้จริง วัดจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
- สะท้อนเจตจำนงของผู้ประกันตนที่ต้องการบอร์ดที่ตรวจสอบเข้มแข็ง
- ผู้ประกันตนสามารถเลือก “ไม่เห็นด้วย” ทั้งหมดทุกข้อ และเหตุผล "ให้ใช้กติกาเดิมปี 2566"
ทำไมผู้ประกันตนอาจเสียเปรียบ หากใช้การเลือกตั้งแบบใหม่
หลายคนมีข้อสงสัยว่า เลือกตอบว่า “ไม่เห็นด้วยทุกข้อ” ทั้งที่บางข้อดูเหมือนเป็นเรื่องที่ควรเห็นด้วย เช่น ไม่ให้ข้าราชการเต็มเวลามาเป็นคณะกรรมการ กำหนดให้ผู้ที่เป็นคณะกรรมการต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสังคม การตอบ “ไม่เห็นด้วยทั้งหมด” จะเป็นการทิ้งดิ่งเกินไปหรือไม่ และควรพิจารณาเป็นรายข้อหรือไม่ ?
เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ในเพจประกันสังคมก้าวหน้า พบว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีบางความคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อผู้ที่ยังสงสัยว่าทำไมจึงต้องเลือก “ไม่เห็นด้วยทุกข้อ” พร้อมระบุเหตุผลว่า “ให้ใช้กติกาเดิม ปี 2566” เช่น
1. การจำกัดสิทธิเลือกเพียง 1 หมายเลข ไม่สอดคล้องกับจำนวนที่นั่ง
- จากเดิมคณะกรรมการมีจำนวนถึง 7 ที่นั่ง การจำกัดสิทธิให้เลือกเพียง 1 หมายเลข ทำให้ขาดความเป็นตัวแทนที่ครอบคลุมความหลากหลายของผู้ประกันตน และทำให้การทำงานในเชิงนโยบายขาดความเป็นเอกภาพ ส่งผลให้พลังอำนาจต่อรองของฝ่ายผู้ประกันตนลดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
2. การกำหนดสัดส่วนผู้แทนตามมาตรา ไม่สะท้อนเสียงส่วนใหญ่
- การกำหนดสัดส่วนตามมาตรา เนื่องจากควรยึดถือคะแนนเสียงเลือกตั้งจากผู้ประกันตนทั่วประเทศเป็นหลัก (Popular Vote) เพื่อให้ได้ตัวแทนที่มีความรู้ความสามารถและได้รับความไว้วางใจสูงสุด การจำกัดโควตาอาจทำให้เกิดการบริหารงานแบบแยกส่วน และไม่สะท้อนเจตจำนงของเสียงส่วนใหญ่ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในกองทุนอย่างแท้จริง
3. คุณสมบัติด้านความรู้และประสบการณ์คลุมเครือ
- การกำหนดคุณสมบัติเรื่องความรู้และประสบการณ์มีถ้อยคำที่กว้างและคลุมเครือ เปิดช่องให้มีการใช้ดุลยพินิจในการกีดกันตัวแทนภาคประชาชน หรือผู้นำแรงงานที่เข้าใจปัญหาจริง แต่ขาดคุณสมบัติทางวิชาชีพที่เป็นทางการ ซึ่งขัดต่อหลักการความเป็นตัวแทนที่หลากหลาย และควรให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจเลือกจากวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเอง
4. เกณฑ์คุณธรรมจริยธรรมขาดความชัดเจน
- การกำหนดคุณสมบัติเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นนามธรรม และขาดเกณฑ์ชี้วัดที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เปิดช่องให้มีการใช้ดุลยพินิจที่อาจไม่เป็นธรรมในการคัดกรองผู้สมัคร ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการลงสมัครรับเลือกตั้ง อีกทั้งเรื่องความเหมาะสมทางจริยธรรมควรให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจผ่านการลงคะแนนเอง มากกว่าการให้คณะกรรมการเป็นผู้คัดออกล่วงหน้า
5. การบังคับขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาจำกัดสิทธิและความเป็นอิสระ
- การกำหนดให้พนักงาน/ลูกจ้างรัฐต้องมีหนังสืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา เป็นการสร้างอุปสรรคและจำกัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้ประกันตน อีกทั้งอาจทำให้ตัวแทนขาดความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ หากต้องได้รับการยินยอมจากฝ่ายรัฐบาลก่อน นอกจากนี้คำว่า "อุทิศเวลาได้อย่างเต็มที่" ยังไม่มีเกณฑ์ชี้วัดที่เป็นรูปธรรม อาจเปิดช่องให้มีการใช้ดุลยพินิจเพื่อกีดกันผู้สมัครบางรายอย่างไม่เป็นธรรม
6. ความเป็นกลางทางการเมืองเป็นเกณฑ์นามธรรม
- การกำหนดคุณสมบัติเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและการไม่ถูกครอบงำทางอ้อม ขาดบรรทัดฐานในการวัดผลที่ชัดเจน เปิดช่องให้กลั่นแกล้งหรือกีดกันผู้นำแรงงานภาคประชาชน และขัดต่อหลักเสรีภาพในการแสดงออก การตัดสินความเหมาะสมควรเป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
7. การห้ามข้าราชการลงสมัครละเมิดสิทธิผู้ประกันตน
- การห้ามข้าราชการที่มีตำแหน่งประจำลงสมัคร เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ที่ส่งเงินตาม ม.39 และ ม.40 อีกทั้งเป็นการปิดกั้นโอกาสได้บุคลากรที่มีความรู้ด้านการบริหารภาครัฐ การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนควรใช้การตรวจสอบเป็นรายกรณีมากกว่าการจำกัดสิทธิจากอาชีพ
8. สถานะผู้ประกันตนต้องสอดคล้องกับการเป็นตัวแทน
- การเป็นตัวแทนควรยึดโยงกับสถานะจริงของผู้ประกันตนในแต่ละมาตรา หากมีการเปลี่ยนสถานะจากมาตราที่สมัครไว้ย่อมถือว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นตัวแทนของกลุ่มนั้น ๆ การอนุโลมให้ดำรงตำแหน่งต่ออาจทำให้การสะท้อนปัญหาและปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกในมาตราเดิมขาดความชัดเจนและไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกันตนที่ยังอยู่ในระบบ ซึ่งควรได้รับสิทธิในการมีตัวแทนที่เผชิญสภาพปัญหาเดียวกันมาทำหน้าที่แทน
9. เกณฑ์ส่งเงินสมทบย้อนหลังสูงเกินไป
- การกำหนดให้ส่งเงินสมทบย้อนหลัง 48 เดือน ใน 5 ปี เป็นเกณฑ์ที่สูงเกินไป กีดกันผู้ประกันตนรุ่นใหม่หรือผู้ที่เคยว่างงานช่วงวิกฤต อีกทั้งคำว่า “จงใจค้างชำระ” ไม่มีนิยามชัดเจน เปิดช่องให้ใช้ดุลยพินิจตัดสิทธิ การเป็นตัวแทนควรพิจารณาจากเจตจำนงและความสามารถ มากกว่าการใช้ระยะเวลาการส่งเงินเป็นเครื่องตัดสินเพียงอย่างเดียว
10. ระบบสังเกตการณ์จำกัดการตรวจสอบจากภาคประชาชน
- การกำหนดให้การสังเกตการณ์เป็นเพียงทางเลือกของคณะกรรมการ (ใช้คำว่า "อาจ") และการกำหนดคุณสมบัติผู้สังเกตการณ์ที่ต้องมีความเป็นกลางหรือเป็นนิติบุคคล เป็นการจำกัดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทั่วไป อีกทั้งข้อ 53 ที่ให้อำนาจสั่งหยุดการสังเกตการณ์ได้ทันทีเพียงเพราะถูกกล่าวหา ถือเป็นการเปิดช่องให้มีการใช้อำนาจปิดกั้นการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งได้
11. แนวคิดเป็นการควบคุมการเลือกตั้ง ควรเปลี่ยนเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วม
- ร่างระเบียบฯ ควรปรับทัศนคติจากการควบคุมการเลือกตั้ง มาเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยยึดความไว้วางใจในวิจารณญาณของผู้ประกันตนเป็นหลัก
12. แนะเพิ่มความโปร่งใสและบทบาทภาคประชาชน
- เนื่องจากกองทุนเป็นเงินของประชาชน ไม่ใช่เงินของรัฐ จึงควรเปิดให้ตรวจสอบได้ โปร่งใส และเพิ่มอำนาจการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มากกว่าการจำกัดสิทธิ
ประกันสังคมตั้งโต๊ะสู้ หลังผู้ประกันตนแห่ไม่เห็นด้วย
ภายหลังทีมประกันสังคมก้าวหน้า และเครือข่ายผู้ประกันตน รณรงค์เชิญชวนให้ร่วมแสดงความเห็น "ไม่เห็นด้วย" ต่อร่างระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทุกข้อ ส่งผลให้ผู้ประกันตนและประชาชนจำนวนมากแสดงความไม่เห็นด้วยต่อร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิของผู้ประกันตน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เพจประกันสังคมก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ภายหลังประชาชนร่วมกันแสดงความไม่เห็นชอบต่อร่างระเบียบดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมได้มีคำสั่งให้จัดตั้งโต๊ะและเวรประจำตามสาขาต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนผู้ประกันตนมาแสดงความเห็น “เห็นด้วย” ต่อร่างระเบียบดังกล่าว เพื่อตอบโต้กระแสคัดค้านที่เกิดขึ้น
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
ช่องทางให้ผู้ประกันตนแสดงความคิดเห็น
สำหรับช่องทางให้ผู้ประกันตนแสดงความคิดเห็นถึงร่างเลือกตั้งแบบใหม่ ทำได้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสามารถเข้าช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1. เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
3. มุมรับฟังความคิดเห็น ณ สปส.จังหวัด/สาขา/พื้นที่
การร่วมแสดงความคิดเห็นในประชาพิจารณ์ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกันตนจะได้มีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของบอร์ดประกันสังคม และร่วมกันปกป้องสิทธิประโยชน์ของตนเอง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมแสดงความคิดเห็นกัน อย่าพลาดโอกาสในการปกป้องสิทธิของตนเองนะคะ






