ธอส. สานต่อนโยบายรัฐบาล ปรับสัดส่วนเพื่อเพิ่มวงเงินสินเชื่อสำหรับลูกค้า ในโครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566

          ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล ปรับสัดส่วนเพื่อเพิ่มกรอบวงเงินสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าปัจจุบันของธนาคารที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ในโครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566 เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดิม 5,000 ล้านบาท หลังมีลูกค้าให้ความสนใจยื่นขอสินเชื่อแล้วรวมกว่า 6,600 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำร้องภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ 
นายกมลภพ วีระพละ

          นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้สนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว ยังคงพร้อมเดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำใน “โครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566” เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของลูกค้าประชาชนในการผ่อนชำระเงินงวดในระดับที่เหมาะสม หลังจากปัจจุบันได้รับความสนใจจากลูกค้ายื่นขอสินเชื่อแล้วรวมกว่า 6,600 ล้านบาท ด้วยการปรับสัดส่วนเพื่อเพิ่มกรอบวงเงิน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เป็น 9,000 ล้านบาท จากเดิม 5,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับลูกค้าที่สนใจได้รับสินเชื่อดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น

         ทั้งนี้ โครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566 ประกอบด้วย 

โครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566

1. สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

          สำหรับที่ผ่อนชำระหนี้เงินกู้กับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีนับจากวันทำสัญญาครั้งแรก และไม่มีหนี้ค้างชำระ กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-2 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี หรือ 4.90% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.90% ต่อปี) ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี หรือ 5.90% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์/ชำระหนี้ เท่ากับ MRR 

2. สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับลูกค้ากู้ใหม่ ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน หรือห้องชุด (คอนโดมิเนียม) จากสถาบันการเงินอื่น

          สำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 5 ล้านบาท กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลา 3 ปี ปีที่ 1 เท่ากับ 3.75% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 4.25% ต่อปี ปีที่ 4-5 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี หรือ 4.90% ต่อปี ปีที่ 6-7 เท่ากับ MRR-1.50% ต่อปี หรือ 5.40% ต่อปี 

          และปีที่ 8 เป็นต้นไป กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี และกรณีกู้ชำระหนี้ อัตราดอกเบี้ย MRR กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 4,400 บาท/เดือนเท่านั้น พิเศษ ! ยกเว้นค่าประเมินราคาหลักประกันและค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง

          สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำร้อง/ยื่นกู้ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทำนิติกรรมภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB  ALLGEN และ www.ghbank.co.th
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ธอส. สานต่อนโยบายรัฐบาล ปรับสัดส่วนเพื่อเพิ่มวงเงินสินเชื่อสำหรับลูกค้า ในโครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2566 โพสต์เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 15:11:32 5,015 อ่าน
TOP