x close

ลดดอกเบี้ยนโยบาย มีผลอย่างไร จะกระทบกับเงินของเราไหม ?

          กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ความหมายคืออะไร เกี่ยวข้องกับคนทั่วไปอย่างเราไหม แล้วจะมีผลอย่างไรกับเงินฝาก เงินกู้หรือเปล่า ไปหาคำตอบกัน

ดอกเบี้ยนโยบาย

          เมื่อได้ยินข่าวที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.50% มาอยู่ที่ 1.25% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 10 ปี หลังเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า ดอกเบี้ยนโยบายคืออะไร และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้จะมีผลกระทบอะไรกับคนทั่วไปอย่างเรา ๆ หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นลองไปทำความเข้าใจกัน

ดอกเบี้ยนโยบาย คืออะไร

          ดอกเบี้ยนโยบาย (Policy Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศกำหนดขึ้นเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และเป็นเครื่องมือหลักในการส่งสัญญาณนโยบายการเงิน โดยมีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลดอกเบี้ยนโยบายให้เป็นไปภายใต้กรอบของเงินเฟ้อไม่ให้เกิน 3% เพื่อที่จะควบคุมปริมาณเงินในระบบให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ต้องใช้ "ดอกเบี้ยนโยบาย" ในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในตลาดว่าควรอยู่ที่เท่าไร ตามแต่ละสถานการณ์ เช่น

          - ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา แบงก์ชาติจะประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น กระตุ้นให้คนถอนเงินไปจับจ่ายใช้สอย หรือนำเงินไปลงทุนมากขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว

          - ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจเติบโตเร็วเกินไป เงินเฟ้อสูง ข้าวของแพง แบงก์ชาติก็จะประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อลดปริมาณเงินในระบบลง จูงใจให้ประชาชนออมเงินมากขึ้น ก็จะทำให้การใช้จ่ายในครัวเรือนลดลง เมื่อดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น คนขอสินเชื่อน้อยลง การลงทุนต่าง ๆ ก็จะลดลง จึงช่วยชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้เงินเฟ้อลดลงได้

          ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยของไทยสูงเกินไป ยังไปสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างประเทศที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจนำเงินออมมาลงทุนในตลาดเงินตลาดทุนของไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะสั้น และไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
 
ดอกเบี้ยนโยบาย

ลดดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้างไหม ?

          นอกจากจะมีผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยแล้ว การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายก็อาจส่งผลต่อคนทั่วไปอย่างเรา ๆ ในหลาย ๆ เรื่อง ดังนี้

* ดอกเบี้ยเงินฝาก

          อาจเป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่ชอบเก็บเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อ กนง. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารพาณิชย์ก็จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารตามไปด้วย ทำให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากน้อยลง คนทั่วไปก็จะเห็นว่าการฝากเงินในธนาคารได้ดอกเบี้ยนิดเดียว ไม่น่าสนใจ แทนที่จะนำไปฝากธนาคารก็นำเงินไปจับจ่ายใช้สอย หรือเคลื่อนย้ายเงินทุนไปในส่วนอื่นแทน ทำให้เงินหมุนเวียนและกระจายในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

          พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากลดลง จะทำให้คนไม่ค่อยอยากฝากเงินในธนาคาร หรืออาจถอนเงินจากธนาคารแล้วไปลงทุนสินทรัพย์อื่น ๆ แทน เช่น ตลาดหุ้น ทองคำ ฯลฯ เพราะได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก

* คนกู้บ้าน-ขอสินเชื่อบ้าน

ดอกเบี้ยนโยบาย

          ข้อนี้เป็นข่าวดีสำหรับคนที่กำลังจะขอสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน เพราะเมื่อธนาคารปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ก็ต้องปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยไว้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อต่าง ๆ ถูกลง คนทั่วไปก็จะกล้าเข้าไปขอสินเชื่อเพิ่มขึ้น

          สำหรับคนที่เป็นหนี้อยู่และต้องชำระค่างวดสินเชื่อต่าง ๆ เช่น ค่าผ่อนบ้านอยู่ทุกเดือน หากสัญญาที่เราทำไว้เป็นแบบ "ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว" (Floating Rate) ก็ได้รับผลดีจากการที่ภาระดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย หรือถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้านในช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดี แต่ถ้าเป็น "ดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่" (Fixed Rate) ที่มักเป็นสัญญากู้ซื้อรถ จะไม่ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย เพราะยังต้องจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราเดิม

* นักลงทุนและผู้ประกอบการ

          เช่นเดียวกัน เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง ผู้ประกอบการที่กู้เงินมาลงทุนอยู่ก็จะจ่ายดอกเบี้ยถูกลง ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง หรือสำหรับผู้ประกอบการที่คิดจะขยับขยายธุรกิจ หรือคนทั่วไปที่อยากเปิดกิจการใหม่ ก็สามารถใช้จังหวะที่ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง รีบขอสินเชื่อมาทำธุรกิจในช่วงนี้ก็ได้เช่นกัน ทำให้ธุรกิจขยายตัว ภาคเอกชนมีการลงทุนมากขึ้น มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

* ผลตอบแทนพันธบัตร

          ทั้งพันธบัตรและตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะปรับลดลงเช่นเดียวกับดอกเบี้ยเงินฝาก

* ราคาสินค้า

ดอกเบี้ยนโยบาย

          การที่อัตราดอกเบี้ยต่ำลงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง เพราะทำให้คนนำเงินออกมาจับจ่ายใช้สอยหรือลงทุนมากขึ้น ในอนาคตราคาสินค้าจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการที่มากขึ้น (Demand) อัตราเงินเฟ้อก็จะสูงขึ้นตามมา แต่หากถึงจุดที่ราคาสินค้าแพงเกินไป เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากเกินไป แบงก์ชาติก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นวัฏจักรตามนี้

          เมื่อราคาสินค้าแพง (เงินเฟ้อสูง) > แบงก์ชาติจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย > ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง > ราคาสินค้าถูกลง (เงินเฟ้อต่ำ) > แบงก์ชาติลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ > คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้เงินเฟ้อสูง

* ค่าเงินบาท

          จะสังเกตเห็นว่าก่อนแบงก์ชาติประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นมาพอสมควร เนื่องจากเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามา ดังนั้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้เงินลงทุนต่างชาติไหลออกไปยังประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกดีขึ้น เพราะในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ราคาสินค้าไทยจะดูแพงขึ้นในสายตาต่างประเทศ แต่เมื่อเงินบาทอ่อนค่าลง ต่างชาติจะมองว่าสินค้าไทยมีราคาถูกลง

* ตลาดหุ้น

ดอกเบี้ยนโยบาย

          หุ้นบางกลุ่มก็มีแนวโน้มจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้เช่นกัน เพราะเมื่อคนมองว่าการฝากเงินในธนาคาร หรือซื้อพันธบัตรไม่น่าสนใจอีกต่อไป ก็อาจนำเงินเข้ามาในตลาดหุ้นแทน ซึ่งหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยนโยบายก็คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มก่อสร้าง กลุ่มลิสซิ่ง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพราะภาคเอกชนจะกลับมาลงทุนมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มส่งออก ที่จะได้รับผลดีจากเงินบาทอ่อนค่าลง ขณะที่กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และสายการบิน อาจจะเสียประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้

          อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง แต่นักวิเคราะห์หลายคนก็มองว่า คงไม่กระทบกับการเงินในกระเป๋าของเราเท่าไรนัก เพราะหลัก ๆ แล้วมาตรการนี้น่าจะช่วยในเรื่องของการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง หลังจากแข็งค่ามานานหลายเดือน เพื่อกระตุ้นให้การส่งออกของไทยดีขึ้นในยามที่เศรษฐกิจซบเซาไปทั่วโลก 

*หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลดดอกเบี้ยนโยบาย มีผลอย่างไร จะกระทบกับเงินของเราไหม ? โพสต์เมื่อ 8 สิงหาคม 2562 เวลา 11:13:20 46,143 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP