น่าจะเคยได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ กับการที่พนักงานธนาคารเสนอขายประกัน พ่วงมากับบัตรเดบิตและบัตรเครดิต หรือบางทีก็บอกว่าบัตรแบบธรรมดาหมดบ้างล่ะ และให้ลูกค้าทำบัตรที่ค่าธรรมเนียมสูงกว่าแบบธรรมดาแทน ยิ่งไปกว่านั้น บางคนแค่อยากไปเปิดบัญชีเงินฝาก แต่กลับเจอพนักงานพูดจาวกวน แนะนำให้ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แทนซะงั้น
จากปัญหาเหล่านี้ กระปุกดอทคอม จึงมีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องนี้แบบชัด ๆ ว่าสรุปแล้ว ธนาคารมีสิทธิบังคับลูกค้าเปิดบัตรที่มีประกันไหม บอกว่าบัตรธรรมดาหมดได้หรือเปล่า มาดูคำตอบเรื่องนี้กัน

1. ขอทำบัตร ATM-บัตรเดบิต พนักงานให้ทำแบบมีประกันพ่วงด้วย
2. ถ้าไม่ทำประกันภัยกับบริษัทที่ธนาคารเสนอ ก็จะไม่ได้สินเชื่อ
3. ขอเปิดบัญชีเงินฝาก แต่พนักงานแนะนำให้ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
ความจริงคือ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ไม่ใช่บัญชีเงินฝาก ต่างกันตรงที่ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นประกันที่ออกแบบมาให้ผู้ถือกรมธรรม์ออมเงิน พร้อมกับมีความคุ้มครองแถมมาด้วย ซึ่งการออมเงินจะจ่ายเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา และถ้ายกเลิกหรือถอนเงินออกมาก่อนกำหนด จะได้รับเงินน้อยกว่าที่จ่ายไป
เพราะฉะนั้น ตอนที่พนักงานธนาคารแนะนำ ฟังให้ดี ๆ ว่ากำลังเปิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบไหนให้เรา ไม่เช่นนั้นอาจจะหลงกลเอาได้ง่าย ๆ

โดนหลอกขายประกัน รับมือยังไง
หากพบการบังคับขายประกันไม่ว่าจะเป็นการขายพ่วงหรือขายเดี่ยว การให้ข้อมูลประกันไม่ครบ หรือการขายที่รบกวน สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน ดังนี้
1. แจ้งผู้จัดการสาขาให้ทราบและให้แก้ไขปัญหา โดยกรณีบัตรหมดให้สอบถามสาเหตุและวันเวลาที่จะขอรับบัตรได้อีกครั้ง
2. หากเห็นว่าผู้จัดการสาขาไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้ร้องเรียนไปที่ Call Center ของธนาคารนั้น
3. หากเห็นว่าธนาคารไม่ดำเนินการแก้ไข ให้ร้องเรียนมาที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เพื่อที่แบงก์ชาติจะได้รวบรวมข้อมูลประกอบการออกตรวจสอบที่สาขาและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดยสามารถร้องเรียนผ่านผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Call Center โทร. 1213 หรือเว็บไซต์ www.1213.or.th และให้ระบุข้อมูล ดังนี้
- วันที่และเวลาที่เกิดปัญหา
- ธนาคารและสาขาที่ไปใช้บริการ
- ชื่อพนักงานที่ให้บริการ
