สรรพสามิต เล็งรีดภาษีความเค็ม-ไขมันสูง ! ดูแลสุขภาพคนไทย

          สรรพสามิต ศึกษาแนวทางเก็บภาษีความเค็ม-ภาษีไขมัน ตามรอยภาษีความหวาน ยืนยันเป็นนโยบายเพื่อดูแลสุขภาพคนไทยให้ดีขึ้น รัฐบาลไม่ได้ถังแตก !  

ภาษีความเค็ม
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

          เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตมีแนวคิดที่จะเก็บภาษีจากสินค้าที่มีความเค็มและไขมันในปริมาณมาก เนื่องจากเป็นต้นเหตุสำคัญในการทำลายสุขภาพ โดยยึดแนวทางเดียวกับภาษีความหวาน เบื้องต้นจะให้เวลาผู้ประกอบการ 5 ปี หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ หากสามารถลดปริมาณไขมันและความเค็มลงได้ ก็จะปรับลดอัตราภาษีให้ แต่หากเกินระยะเวลาที่กำหนด ผู้ประกอบการยังไม่สามารถลดปริมาณไขมันและความเค็มลงได้ ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น 

          ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวทางการจัดเก็บภาษี จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ซึ่งการเก็บภาษีความเค็ม หรือสินค้าที่มีเกลือ มีโซเดียมในปริมาณสูง เป็นหนึ่งในแผนการจัดเก็บภาษีสินค้าตัวใหม่ โดยเน้นให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนธันวาคม นี้ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ถังแตก แต่เป็นนโยบายกึ่งสุขภาพ 

          สำหรับการจัดเก็บภาษีความเค็ม จะใช้กับสินค้าที่มีการบรรจุหีบห่อ และระบุปริมาณโซเดียมชัดเจน เช่น ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ แต่ไม่รวมอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง เพราะจะไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ รวมถึงอาหารตามสั่ง นาเกลือ ปลาเค็ม ไข่เค็ม น้ำปลา อาหารหมักดอง ก็จะไม่เกี่ยวกับการเก็บภาษีเค็ม


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สรรพสามิต เล็งรีดภาษีความเค็ม-ไขมันสูง ! ดูแลสุขภาพคนไทย โพสต์เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09:54:12 7,266 อ่าน
TOP