โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิต ไม่ไปศาลได้ไหม จะส่งผลอย่างไร และก่อนไปศาลควรเตรียมตัวยังไงบ้าง หาคำตอบได้ที่นี่เลย ใครใช้บัตรเครดิตแล้วตกอยู่ในช่วงที่สถานะทางการเงินฝืดเคือง ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้บัตรเครดิตได้ทันตามกำหนด จึงถูกสถาบันทางการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยื่นฟ้องต่อศาล และมีหมายศาลส่งมาถึงบ้าน ถึงจุดนี้หลายคนอาจจะตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะไปศาลดีไหม และต้องเตรียมตัวอะไรยังไงบ้าง วันนี้เราจึงนำข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิตมาฝากกัน หนี้บัตรเครดิตจะเกิดเป็นคดีความขึ้นเมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ และถูกเจ้าหนี้ส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นคดีแพ่ง โดยหนี้บัตรเครดิตรวมถึงบัตรเครดิตที่กดเงินสดได้จะมีอายุความ 2 ปี นับจากวันผิดนัดชำระหรือวันที่ชำระหนี้ครั้งสุดท้าย หากลูกหนี้ค้างจ่ายครบ 3 เดือน จะถือเป็นหนี้เสีย (NPL) ลูกหนี้จะต้องติดต่อเจรจากับทางสถาบันการเงิน ซึ่งหากเวลาผ่านไปแล้วยังตกลงกันไม่ได้ หรือไม่ยอมติดต่อเจ้าหนี้ เจ้าหนี้จะส่งหนังสือทวงถามหนี้ (Notice) ไปเตือนลูกหนี้ให้ชำระหนี้ให้เรียบร้อย หรือมาไกล่เกลี่ยกันก่อน แต่ถ้าลูกหนี้ยังเพิกเฉย ไม่ดำเนินการใด ๆ เลย เจ้าหนี้จึงจะส่งเรื่องฟ้องดำเนินคดีเพื่อบังคับชำระหนี้ต่อไป เนื่องจากในประเทศไทยมีศาลอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ แต่เมื่อถูกเจ้าหนี้ฟ้องจะได้รับหมายศาล ซึ่งระบุไว้ว่าลูกหนี้ต้องไปที่ศาลไหน โดยทั่วไปจะเป็นศาลที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่อยู่ในเขตที่ตั้งของสถาบันการเงินที่ลูกหนี้ได้ไปรับบัตรเครดิต เมื่อโดนฟ้องหนี้บัตรเครดิต และมีหมายศาลส่งมายังที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สิ่งที่ลูกหนี้จำเป็นต้องทำมีดังต่อไปนี้ อ่านรายละเอียดในหมายศาล ทั้งหมายเลขคดี ศาลที่ฟ้อง และพิจารณาว่าได้ก่อหนี้ขึ้นจริงตามที่ระบุไว้หรือไม่ มีหนี้สินรายการใดที่ไม่ตรงกับสัญญาหรือไม่ พิจารณาว่าเจ้าหนี้ฟ้องภายในระยะเวลาหรืออายุความที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ พิจารณาว่าจำเป็นต้องมีทนายหรือไม่ หากมีข้อต่อสู้เพื่อปฏิเสธไม่ชำระหนี้บางส่วนหรือทั้งหมด ให้เตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปยื่นให้ศาลด้วย หมายศาลแรกที่ลูกหนี้ได้รับในฐานะจำเลยจะเป็นการเรียกให้ไปยื่นคำให้การต่อสู้คดีภายในเวลาที่กำหนด เท่ากับว่าศาลต้องการเชิญลูกหนี้เข้าไปให้ข้อเท็จจริง เพื่อจะได้ไม่ฟังความฝ่ายเดียว ถึงแม้ว่าการจะไปหรือไม่ไปศาลนั้นจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ถูกหมายศาลเรียก แต่ทางที่ดีก็ควรไปศาลเพื่อใช้สิทธิในการโต้แย้งหรือขอประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่าการไม่ไปศาล การไม่ไปศาลจะทำให้เจ้าหนี้สามารถขอให้ศาลพิจารณาคดีต่อไปฝ่ายเดียวได้ ดังนั้นลูกหนี้จะเสียสิทธิในการต่อสู้ และหมดโอกาสเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ ส่งผลให้ศาลต้องพิพากษาตามคำฟ้องและเหตุผลของเจ้าหนี้เพียงฝ่ายเดียว และลูกหนี้ก็มักจำเป็นต้องชำระหนี้เต็มจำนวน หรือชำระหนี้ที่เกินกว่าตัวเองควรต้องชำระ ซ้ำร้ายถ้าหากลูกหนี้จ่ายไม่ไหวก็อาจถึงขั้นถูกยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดเลยก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม หากลูกหนี้ไม่สะดวกไปตามวัน-เวลานัดหมาย สามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเพื่อเลื่อนวันนัด หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปศาลแทนได้เช่นกัน เมื่อจะต้องไปศาลก็มีสิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อม เริ่มจากตรวจสอบและเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้อย่างเช่นบัตรประชาชน และถ้าหากมีผู้ค้ำประกันที่ต้องไปศาลด้วย หรือมีการมอบอำนาจ ก็จำเป็นต้องมีสำเนาบัตรประชาชนของผู้ค้ำประกันเช่นกัน รวมทั้งเตรียมคำอธิบายเหตุผลและความจำเป็นต่าง ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ และประเด็นที่ต้องการต่อสู้คดี นอกจากนี้ก็ควรไปถึงศาลก่อนเวลานัดสัก 30 นาที เนื่องจากคดีหนี้บัตรเครดิตนั้นถือเป็นคดีแพ่ง การเป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีหนี้บัตรเครดิตจึงไม่ทำให้ถูกจับหรือถูกคุมขัง เพราะไม่ใช่คดีอาญา ยกเว้นในกรณีที่เป็นการทุจริตหรือปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน อย่างไรก็ตาม แม้ลูกหนี้จะถูกฟ้องแล้วก็ยังสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล แต่หากลูกหนี้ไม่ไปศาล หรือไม่สามารถตกลงกันได้ หรือลูกหนี้ผิดสัญญา ศาลจะสั่งบังคับคดีลูกหนี้ และเข้าสู่กระบวนการสืบทรัพย์ เพื่อยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ของลูกหนี้ต่อไป รู้อย่างนี้แล้วใครที่โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิตก็น่าจะสามารถตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้นแล้วล่ะว่าควรจะไปศาลดีหรือไม่ โดยแนะนำให้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปศาล และทางที่ดีควรเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ถึงแนวทางการชำระหนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ในที่สุด หนี้บัตรเครดิต...เรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจ โดนฟ้องต้องทำยังไง ? จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ สบายหรือแย่มากกว่ากัน ดอกเบี้ยบัตรเครดิต คิดยังไง มาดูวิธีคำนวณเมื่อจ่ายขั้นต่ำ บัตรเครดิตหาย ทำยังไงดี ปัญหานี้ต้องรีบแก้ รวมเบอร์ Call Center แจ้งอายัดบัตรธนาคารต่าง ๆ รีบโทร. ถ้าทำบัตรเดบิต-บัตรเครดิตหาย 10 วิธีป้องกันบัตรเครดิต-เดบิตถูกขโมยไปใช้ ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ ขอบคุณข้อมูลจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศคง.