
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรื่องที่ผู้เสียภาษีควรรู้ว่ามีรายการอะไรที่สามารถเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
พอใกล้ถึงช่วงที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย คงต่างคร่ำเคร่งไล่เช็กบัญชีของตนเองกันให้วุ่น เพราะไม่รู้ว่าปีนี้ จะได้เงินภาษีคืนไหม หรือจ่ายภาษีเพิ่มกันแน่ และด้วยความที่แต่ละคนต่างก็วางแผนภาษีที่แตกต่างกัน ทำให้ได้รับการลดหย่อนภาษีที่ไม่เหมือนกัน และเพื่อไม่ให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ทำหน้าที่ของพลเมืองดีที่ด้วยการชำระภาษีเป็นประจำทุกปี ต้องพลาดข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการเสียภาษีไป วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงได้รวบรวม เรื่องควรรู้ เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี มาฝาก
รายการที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สำหรับการหักลดหย่อนภาษี ก็เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และรายการที่สามารถมาหักลดหย่อนภาษีนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
1. ค่าลดหย่อนที่ไม่เป็นตัวเงิน คือ ค่าลดหย่อนที่กฎหมายกำหนดจากสถานภาพที่ผู้มีเงินได้มี หรือ ได้ช่วยเหลือดูแลบุคคลอื่นๆ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ค่าลดหย่อนจากคู่สมรส (กรณีจดทะเบียนสมรส), ค่าลดหย่อนบุตร, ค่าเลี้ยงดูบุพการี, ค่าเลี้ยงดูบุคคลทุพพลภาพ เป็นต้น
2. ค่าลดหย่อนที่เป็นตัวเงิน คือ ค่าลดหย่อนที่กฎหมายกำหนดจากการลงทุนหรือได้จ่ายเงินได้ไปเพื่อวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลต้องการส่งเสริม เช่น ค่าลดหย่อนจากเงินค่าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund : LTF), ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF), เบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด, เบี้ยประกันแบบบำนาญ, ดอกเบี้ยจ่ายที่เกิดจากหนี้เพื่อซื้อบ้าน เป็นต้น
และสำหรับเรื่องการลดหย่อนภาษีที่สำคัญนั้น จะขอเน้นไปที่ค่าลดหย่อนที่ไม่เป็นตัวเงิน เนื่องจากกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขของค่าลดหย่อนไว้ชัดเจนแล้ว โดยรายละเอียดดังนี้
กรณีหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
1. หักลดหย่อนบิดามารดาซ้ำ
ในกรณีนี้ หากมีบุตรหลายคน จำต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่า บุตรคนใดจะเป็นผู้ใช้สิทธิหักลดหย่อน เพราะสามารถทำใช้สิทธิได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่หากตกลงกันไม่ได้ บุตรที่มีเงินได้ทุกคนไม่มีสิทธิหักลดหย่อน
2. บิดามารดาต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
3. บิดามารดาต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษี ที่ขอหักลดหย่อนเกิน 30,000 บาท ขึ้นไป
การหักลดหย่อน กรณีบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา และหลักฐานการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่า
1. การใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่า
3.1 จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือที่ดิน ให้แก่ สถานศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา
3.2 จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา แบบเรียน ตำรา หนังสือวิชาการ สื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตลอดจนวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการศึกษา
3.3 จัดหาครู อาจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา การประดิษฐ์ การพัฒนา การค้นคว้า หรือการวิจัย สำหรับนักเรียน นิสิต หรือ นักศึกษาของสถานศึกษา
กรณีการหักลดหย่อนการอุปการะเลี้ยงดูคนพิการและคนทุพพลภาพ
1. ความสัมพันธ์กับผู้มีเงินได้
2. หลักเกณฑ์และองค์ประกอบการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ
3. หลักเกณฑ์และองค์ประกอบการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ
กรณีคนทุพพลภาพที่ผู้มีเงินได้ซึ่งอุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพจะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้
4. การรับรองและหลักฐานกรณีคนทุพพลภาพ
กรณีคนทุพพลภาพที่ผู้มีเงินได้อุปการะเลี้ยงดูจะนำมาหักลดหย่อนได้ หลักฐานที่แสดงว่าเป็นคนทุพพลภาพคือ ใบรับรองแพทย์ และนอกจากหลักฐานใบรับรองแพทย์แล้ว ผู้มีเงินได้ต้องมีหนังสือรับรอง การเป็นผู้อุปการะ เลี้ยงดูคนพิการ ที่รับรองว่าผู้มีเงินได้เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ
ผู้รับรองต้องมีความสัมพันธ์กับคนทุพพลภาพ ดังนี้
ผู้รับรองอาจเป็นบุคคลอื่นก็ได้ อาทิ
5. การใช้สิทธิและหลักฐานการหักลดหย่อน
(ก) ใบรับรองแพทย์
(ข) หนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ (แบบ ล.ย.04-1)
หลักเกณฑ์การยกเว้นการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
1. เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญมีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
2. ต้องเอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในไทย
3. มีการกำหนดการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ จะจ่ายเท่ากันทุกงวดหรือจ่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการเอาประกันก็ได้ โดยจะจ่ายตามการทรงชีพที่อาจมีการรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน
4. มีการกำหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชน์เมื่อผู้มีเงินได้มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ถึงอายุ 85 ปี หรือกว่านั้น และต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว ก่อนได้รับผลประโยชน์
ตารางสรุปการหักลดหย่อนและยกเว้นภาษี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมสรรพากร, ธนาคารกสิกรไทย, rpacc.co.th






