ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น


เที่ยวญี่ปุ่น


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            เที่ยวญี่ปุ่น หลายคนคงอยากรู้ว่า งบประมาณเบื้องต้นสำหรับการ เที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น เป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เป็นเป้าหมายลำดับต้น ๆ ที่นักท่องไทยเลือก กระทู้นี้ มีคำตอบ

            หลังจากญี่ปุ่นประกาศยกเว้นวีซ่าระยะสั้นให้แก่นักท่องเที่ยวไทย ต้องยอมรับว่า คนไทยแห่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้นจริง ๆ และอีกไม่นานก็จะถึงช่วงพีคสุด ๆ ของการเที่ยวญี่ปุ่นกันแล้ว นั่นคือช่วง "ซากุระ" บานสะพรั่ง ซึ่งคาดว่าคงมีนักท่องเที่ยวไทยหลายคนแห่กันไปสัมผัสซากุระกันอย่างคับคั่งแน่นอน ดังนั้น ทางกระปุกดอทคอม จึงขอแนะนำข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ เกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่นกันค่ะ เพื่อทำให้มือใหม่หัดเที่ยวญี่ปุ่น สามารถวางแผนการท่องเที่ยวได้ถูกต้อง

            แน่นอนว่า หากจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ สิ่งแรกที่ต้องมีนั่นก็คือ หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต ซึ่งถ้าหากใครยังไม่มี และยังไม่ทราบขั้นตอนการทำหนังสือเดินทางนั้น สามารถอ่าน ขั้นตอนการทำ Passport เพิ่มเติมคลิกค่ะ

            อย่างไรก็ตาม การยกเว้นวีซ่าของญี่ปุ่นนั้น เป็นการยกเว้นวีซ่าระยะสั้นเท่านั้น หมายถึง อยู่พำนักในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ซึ่งถ้าหากใครต้องการพำนักที่ญี่ปุ่นมากกว่า 15 วัน จะต้องขอวีซ่า ซึ่งการขอวีซ่า สามารถยื่นขอวีซ่าได้ที่ อาคารเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ ชั้น 9 และ ตึกญาดา ชั้น 10 (มี 2 แห่ง) ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. ซึ่ง เอกสารสำหรับการขอวีซ่า สามารอ่านเพิ่มเติมได้กระทู้นี้ค่ะ
    

สรุปค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

            ตั๋วเครื่องบิน 15,000-25,000 บาท

            ค่าที่พักต่อคืน 700 บาทต่อคืน (2,000 เยน) เป็นอย่างต่ำ

            ค่าอาหาร (แบบปกติ) ประมาณ 200-350 บาทต่อมื้อ (600-1,000 เยนต่อมื้อ)

            ค่าเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง ราคาถูกที่สุดประมาณ 350 บาทต่อเที่ยว (ประมาณ 1,000 เยนต่อเที่ยว)

            ค่าเดินทางด้วยรถไฟภายในเมืองแบบตั๋ววัน ประมาณ 200-350 บาท (ประมาณ 600-1,000 เยน)


เที่ยวญี่ปุ่น
    


สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ดังนี้
    
ค่าตั๋วเครื่องบิน

            ตั๋วเครื่องบินที่บินไปญี่ปุ่น มีหลายสายการบินด้วยกัน เช่น การบินไทย, เดลต้า, คาเธ่ย์ แปซิฟิค, แอร์ เอเชีย ฯลฯ โดยแต่ละสายการบินนั้น จะมีข้อแตกต่างกันในเรื่องของเวลาการเดินทาง ราคา แล้วก็เที่ยวว่าเป็นต่อเดียว หรือมีการต่อเครื่อง

            ทั้งนี้ ตั๋วเครื่องบินที่เป็นการบินแบบต่อเดียว ส่วนมากมักจะมีราคาสูง ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป (ยกเว้นตอนมีโปรโมชั่น) เช่น การบินไทย, ANA, JAL แต่สายการบินแบบต่อเดียวที่ราคาค่อนข้างถูก ได้แก่ DELTA แต่จุดแตกต่างต่างของ DELTA ที่ต่างจากสายการบินอื่นที่บินแบบต่อเดียวก็คือ สายการบินอื่นมีการบินออกกลางคืน ถึงญี่ปุ่นเช้า ซึ่งทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินทางตอนกลางวัน สามารถนำไปเที่ยวได้อย่างเต็มที่ แต่ของ DELTA จะบินในช่วงเช้า และถึงตอนบ่ายนั่นเอง ขณะที่เวลากลับไทย ถือว่าไม่เสียเวลา เนื่องจากบินในช่วงเย็นของญี่ปุ่น ถึงตอนดึกของประเทศไทย

            การบินแบบต่อเดียว แม้ว่าจะราคาค่อนข้างสูง แต่ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ การไม่เสียเวลาในการเดินทาง ไม่เสียเวลาในการต่อเครื่อง อย่างไรก็ตาม หากผู้อ่านต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องตั๋วเครื่องบิน และไม่ให้น้ำหนักเรื่องเวลาที่ใช้ในการเดินทาง การบินแบบต่อเครื่องคงเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-20,000 บาท โดยสายการบินที่ดัง ๆ ที่มีบินไปญี่ปุ่นก็มี คาเธ่ย์ แปซิฟิก, แอร์ มาเก๊า, แอร์ เอเชีย, แอร์ ไชน่า ฯลฯ

            สุดท้าย ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่กำหนดราคาตั๋วเครื่องบินว่าจะถูกหรือแพง นั่นคือ ฤดูกาล ถ้าหากเป็นช่วงไฮซีซั่น ซึ่งก็คือ ช่วงซากุระบาน (เดือนเมษายน) กับ ใบไม้แดงจนถึงปีใหม่ (เดือนพฤศจิกายน-หลังเทศกาลปีใหม่) ราคาตั๋วก็จะสูง เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีมาก วิธีที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายคือ จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านาน ๆ นั่นเอง หรือรอชิงจังหวะช่วงโปรโมชั่น

            ขณะที่ช่วงโลว์ซีซั่นของญีปุ่น จะอยู่ในเดือนมิถุนายนถึงกันยายน เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นอยู่ในช่วงหน้าร้อนไปจนถึงพายุเข้า อาจจะไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการไปเที่ยว เนื่องจากอากาศร้อนแบบญี่ปุ่น กับร้อนแบบไทย มีความต่างกัน คือ ญี่ปุ่นจะร้อนแบบเหนียวตัว เนื่องจากประเทศเป็นเกาะ มีแต่ไอทะเลนั่นเอง แต่ประเทศไทยจะร้อนแบบสบายตัวกว่า

เที่ยวญี่ปุ่น


ค่าที่พัก

            ที่พักในญี่ปุ่นมีหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้ง เกสต์เฮาส์, แคปซูล, โรงแรม ซึ่งราคาจะต่างกันออกไป สามารถจองได้ที่เว็บไซต์ agoda.com, booking.com, hostelworld.com หรือเว็บไซต์ของที่พักโดยตรงก็ได้ แบ่งได้เป็นดังนี้

เที่ยวญี่ปุ่น

            เกสต์เฮาส์ เป็นห้องพักเล็ก ๆ ราคาถูก ประมาณ 700-1,300 บาท (ประมาณ 2,000-3,500 เยน) สามารถเลือกจองได้ว่าจะจองเป็นห้อง หรือจองเป็นคน (นอนรวมกับคนอื่น) ส่วนเรื่องห้องน้ำก็สามารถเลือกได้ว่า จะเอาห้องน้ำในตัวหรือห้องน้ำรวม ซึ่งถ้าหากเลือกอะไรก็ตามที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ราคาก็จะยิ่งสูง

            แคปซูล เป็นตู้นอนเล็ก ๆ ประหยัดเนื้อที่ ซึ่งมีหลายห้องติดๆ กัน และมีความเป็นส่วนตัว ส่วนในเรื่องห้องน้ำก็เป็นห้องน้ำรวม ราคาต่ำสุดประมาณ 700 บาท (ประมาณ 2,000 เยน)

            โรงแรม เป็นห้องนอนที่มีความสะดวกมากกว่า 2 อย่างแรก ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัว และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำในตัว โทรทัศน์ หรือความกว้างของห้อง เป็นต้น แต่ราคาก็จะสูงตามไปด้วย ประมาณหัวละไม่ต่ำกว่า 1,100 บาท (3,000 เยน)

            เรียวกัง เป็นที่พักแบบญี่ปุ่น ราคาประมาณ 2,100-3,500 บาท (ประมาณ 6,000-10,000 เยน)

    
ค่าอาหาร

            ไปญี่ปุ่นไม่ต้องกลัวเรื่องอดอาหารเลย เพราะมีร้านอาหารดักตามทางที่เดินเกือบตลอดทาง หรือถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็สามารถหาข้าวกล่องกินตามแฟมิลี่ มาร์ท, ลอว์สัน หรือเซเว่น อีเลฟเว่นได้

            ทั้งนี้ อาหารญี่ปุ่นราคาทั่วไปก็จะมีหลายเมนูด้วยกัน เช่น ราเมง, อูด้ง, ข้าวแกงกะหรี่ ซึ่งราคาจะตกอยู่ประมาณ 200-350 บาทต่อมื้อ (600-1,000 เยนต่อมื้อ) ขณะที่อาหารที่หรูขึ้นอย่างพวกซูชิหรือปลาดิบ จะแพงมากกว่าพอสมควร

เที่ยวญี่ปุ่น

            อย่างไรก็ตาม อาหารกล่องเบนโตะตามร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและมีราคาถูก ประมาณ 70-140 บาท (200-400 เยน) รสชาติถือว่าไม่ได้แย่อะไรมากนัก หรือแม้กระทั่งข้าวปั้นก็มี ก้อนละประมาณ 35 บาท (ประมาณ 100 กว่าเยน) สามารถประทังหิวได้

            ส่วนน้ำดื่มในญี่ปุ่น เรียกได้ว่ามีความหลากหลายมาก มีทั้งชาเขียว น้ำอัดลม ชานม ชามะลิ รวมถึงเครื่องดื่มที่เป็นน้ำรสชาติแปลก ๆ ไม่มีขายในประเทศไทย ซึ่งปกติน้ำขวดในญี่ปุ่นจะอยู่ประมาณ 40-50 บาทต่อขวด (ประมาณ 120-150 เยนต่อขวด) ปริมาตรประมาณ 300-500 มิลลิลิตร

เที่ยวญี่ปุ่น

            ขณะที่ผลไม้ ผลไม้ในญี่ปุ่นค่อนข้างมีราคาสูง หากเปรียบเทียบในประเทศไทย เช่น กล้วยหอมลูกเดียว ราคาในแฟมิลี่ มาร์ท ราคาประมาณ 35 บาท (98 เยน) หรือแตงโมในตลาดซีกเดียว ราคาประมาณ 35 บาท (100 เยน) เป็นต้น

    
ค่าเดินทางในประเทศ

            การเดินทางในญี่ปุ่นส่วนมากเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งมีหลายเจ้า หลายรูปแบบด้วยกัน เช่น การเดินทางระหว่างเมือง, การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (ชินคันเซน) นอกจากนี้ ยังมีการเดินทางอื่น ๆ อีก เช่น รถเมล์ รถแท็กซี่ รถบัส เป็นต้น

เที่ยวญี่ปุ่น

            รถไฟภายในเมือง แต่ละเมืองก็จะมีตั๋ววันเป็นของตัวเอง เพื่อสะดวกต่อการใช้งานและความคุ้มค่า เช่น โตเกียวก็จะมี เมโทร พาส แบบ 1 วัน หรือ 2 วัน (แบบ 2 วันสามารถหาซื้อได้ที่สนามบินนาริตะหรือฮาเนดะ), เมืองนาโงยาก็มี โอซาก้าก็มี ซึ่งตั๋ววันแบบนี้ราคาจะอยู่ประมาณ 200-350 บาท (ประมาณ 600-1,000 เยน)

            รถไฟออกนอกเมือง การเดินทางแบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นส่วนมากนักท่องเที่ยวหากมีแผนไปหลายเมืองจึงนิยมซื้อเจอาร์ พาส เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งเจอาร์ พาสนี้ มีทั้งแบบ 7 วัน ประมาณ 10,000 บาท (28,300 เยน), 14 วัน ประมาณ 16,000 บาท (45,100 เยน) และ 21 วัน ประมาณ 20,000 บาท (57,700 เยน) ใช้ได้ไม่จำกัดราคา แต่ต้องใช้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีพาสต่าง ๆ ที่เป็นเฉพาะภูมิภาคอีกด้วย เช่น คันโต พาส, นิกโก้ พาส เป็นต้น

เที่ยวญี่ปุ่น

            การเดินทางโดยรถบัส การเดินทางรูปแบบนี้ส่วนมากเป็นการเดินทางต่างเมือง มีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าการนั่งรถไฟ และสามารถเดินทางในเวลากลางคืนถึงที่หมายตอนเช้าได้ ราคาจะตกประมาณขาละ 1,800-3,500 บาท (ประมาณ 5,000-10,000 เยน) ขึ้นอยู่กับระยะทาง เวลาการเดินทาง และก็คุณภาพรถ ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายกันมาก ทั้งนี้ การเดินทางในเวลากลางคืนถึงเช้า (ไนท์บัส) จะมีราคาสูงกว่าการเดินทางด้วยรถบัสในเวลากลางวัน


ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ


            นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว บางครั้งในการท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ก็มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมมาเหมือนกัน โดยในบางสถานที่ จะมีการเก็บค่าเข้าชม อาทิ วัดหรือศาลเจ้าต่าง ๆ ประมาณ 100 บาท (300 เยน), พิพิธภัณฑ์หรืออาคารสูง ประมาณ 350-700 บาท (1,000-2,000 เยน) เป็นต้น

เที่ยวญี่ปุ่น


สรุปเทคนิคประหยัดค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น

            1. ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการประหยัดค่าใช้สำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น นั่นคือ ตั๋วเครื่องบิน ถ้าหากได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูก งบประมาณทั้งหมดก็จะถูกลงตาม เนื่องจากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร มักมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยมีผลมาก

            2. วางแผนการเดินทางให้ดีว่า ควรใช้พาสอะไรในการเดินทาง จะช่วยประหยัดค่าเดินทาง สามารถเดินทางได้หลายที่ ด้วยงบประมาณที่ตายตัว

            3. การรับประทานอาหาร อาจจะมีมื้อแย่ ๆ สลับกับมื้อหรู ๆ เช่น ตอนเช้ากินซูชิราคาแพง แต่ตอนเย็นกินข้าวปั้นหรือเบนโตะราคาถูก เพื่อดึงงบประมาณค่าอาหารเฉลี่ยต่อวันลงมา

            4. น้ำดื่ม ที่ญี่ปุ่นมีน้ำดื่มยี่ห้อหนึ่ง เป็นน้ำดื่มขวดลิตร ราคาประมาณ 35 บาท (ประมาณ 100 เยน) ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำดื่มขวดเล็ก (ราคาประมาณ 40-50 บาทต่อขวด หรือ 120-150 เยนต่อขวด) แต่ถ้าไม่สะดวกแก่การพกพาก็ถ่ายน้ำจากขวดใหญ่ไปขวดเล็กเพื่อพกพาไปได้ หรือไม่ก็กินน้ำก๊อกตามสถานีรถไฟ

            ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็เป็นค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งหากไม่รวมค่าเครื่องบินแล้ว ราคาก็อยู่ที่ประมาณวันละ 2,000 บาท (5,500 เยน) เป็นอย่างต่ำ ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้น จะขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่ไป ขอย้ำว่าตรงนี้คือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเท่านั้น ยังไม่รวมค่าช็อปปิ้ง หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวในด้านอื่นแต่อย่างใด ซึ่งจะมากจะน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วว่าต้องใช้เท่าใด หวังว่าน่าจะเป็นข้อมูลนำทางคนที่กำลังเตรียมตัวไปญี่ปุ่นในเรื่องค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ^_^




เที่ยวญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น



หมายเหตุ : ค่าเงินโดยรวมที่นำมาลงเป็นค่าเงินโดยประมาณนะคะ ค่าใช้จ่ายบางอย่าง ผู้เขียนปัดขึ้นและลงเล็กน้อย โดยคิดในอัตราแลกเปลี่ยนที่ 0.35 บาท ต่อ 1 เยนค่ะ 
   





หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 21 ต.ค. 2560 , 09:07 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,050.0020,150.00
  • ทองรูปพรรณ19,692.8420,650.00
ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น โพสต์เมื่อ 18 มีนาคม 2557 เวลา 10:00:38 50,822 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP