x close

5 เรื่องน่ารู้ก่อนติด Solar Rooftop ช่วยลดค่าไฟระยะยาว แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

          หมดปัญหาเรื่องค่าไฟแพง ด้วย Solar Rooftop อุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าไว้ใช้ในบ้าน แต่จะคุ้มค่ากับการลงทุนไหม ต้องใช้เงินเท่าไหร่ มาศึกษาข้อมูลกัน
solar rooftop

          ยิ่งอากาศร้อนเท่าไหร่ ค่าไฟก็ยิ่งแพงตามไปด้วย โดยเฉพาะคนที่เปิดแอร์เป็นประจำ เห็นบิลค่าไฟทีก็แทบลมจับ หลายบ้านจึงเปลี่ยนมาติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าไฟได้ในระยะยาวแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ทว่าค่าติดตั้งก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย ฉะนั้นเพื่อความมั่นใจว่าจะคุ้มค่ากับการลงทุน และเหมาะกับการใช้งานของเราจริง ๆ ลองไปดูกันว่ามีเรื่องไหนที่ควรรู้และควรพิจารณาก่อนจะติดตั้ง Solar Rooftop บ้าง

ข้อควรรู้ก่อนติด Solar Rooftop

่ค่าไฟหน้าร้อน

1. สำรวจปริมาณการใช้ไฟฟ้าในบ้าน

          โดยดูย้อนหลังไปประมาณ 3 เดือน - 1 ปี ว่าในแต่ละเดือนใช้ไฟเฉลี่ยเดือนละประมาณเท่าไหร่ และใช้ไฟช่วงไหนมากกว่าระหว่างกลางวันกับกลางคืน เพื่อนำข้อมูลในส่วนนี้ไปคำนวณในการติดตั้งจำนวนแผงโซลาร์เซลล์และการผลิตกำลังไฟฟ้า 

          หากบ้านไหนใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันมาก ๆ ก็จะคุ้มค่ากว่าบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเยอะตอนกลางคืน เพราะด้วยสภาพอากาศที่ร้อน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักและกินไฟกว่า ซึ่งสามารถตรวจสอบเองได้โดยจดเลขมิเตอร์ที่ใช้ 5-7 วัน แยกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าหลัง 06.00 น. กับช่วงกลางคืนหลัง 18.00 น. แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ยว่าบ้านเราใช้ไฟช่วงไหนมากกว่ากัน 

2. ตรวจสอบโครงสร้างหลังคาและพื้นที่ติดตั้ง

          Solar Rooftop สามารถติดตั้งบนหลังคาได้ทุกประเภท แต่เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาวิศวกรให้ประเมินความเหมาะสมดูก่อน ว่าโครงสร้างหลังคาสามารถรับน้ำหนักเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหน ป้องกันปัญหาโครงสร้างพังหรือหลังคามีรอยร้าวรั่วซึม ผุพัง หรืออื่น ๆ ที่ตามมาในภายหลัง และเพื่อนำไปใช้ในการคำนวณกำลังการผลิตไฟฟ้าและจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ต้องใช้ 

          ขณะเดียวกันจุดที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ควรเป็นพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ไม่มีร่มเงาหรือสิ่งกีดขวางมาบดบัง มีความลาดชันที่พอเหมาะไม่เกิน 30 องศา เพื่อให้แสงอาทิตย์กระทบกับแผงโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ที่สุด

3. เลือกประเภทของ Solar Roof ที่เหมาะสม

         Solar Roof มีทั้งหมด 3 ประเภท ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดังนี้ 
  • ระบบ On-Grid (ออนกริด) : ระบบที่เชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้า โดยจะมีทั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นไฟฟ้าใช้ในบ้านผ่านอินเวอร์เตอร์โดยตรง ในช่วงที่มีแสงแดดน้อย เช่น มีเมฆมากหรือฝนตก ก็จะมีไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาเสริมแทน นอกจากนี้ยังเป็นระบบที่สามารถขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าได้ แต่มีข้อเสียคือ หากไฟดับ ระบบก็จะหยุดทำงานไปด้วยเช่นกัน 
     
  • ระบบ Off-Grid (ออฟกริด) : ระบบที่ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ 100% โดยมีแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานไว้จ่ายไฟเมื่อเปิดใช้ ความสามารถในการจัดเก็บพลังงานขึ้นอยู่กับจำนวนแบตเตอรี่ ดังนั้น นิยมใช้ในพื้นที่ห่างไกลหรือไฟฟ้าเข้าถึงยาก 
     
  • ระบบ HyBrid (ไฮบริด) : ระบบที่ใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ มีการเชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้า รวมถึงมีแบตเตอรี่ไว้เก็บพลังงานสำรองใช้ในช่วงที่มีแสงแดดน้อย ช่วงกลางคืน หรือช่วงที่มีปัญหาไฟดับและไฟตก ในขณะเดียวกันยังสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้าได้ ถือว่าเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าระบบอื่นด้วยเช่นกัน 
ติดตั้ง solar rooftop

4. ศึกษาเรื่องการขออนุญาตติดตั้ง Solar Rooftop

          ก่อนจะติดตั้งต้องทำการขออนุญาตโดยแจ้งไปยังที่ทำการท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล หรือสำนักงานเขต พร้อมยื่นเอกสารการประเมินพื้นที่ติดตั้งว่าได้ผ่านการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงที่กระทำและรับรองโดยวิศวกรโยธาตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ว่าสามารถติดตั้งได้อย่างปลอดภัย

          จากนั้นลงทะเบียนแจ้งสิทธิการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตต่อสำนักงาน กกพ. และการไฟฟ้าในพื้นที่นั้น ๆ โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการรวมติดตั้งอยู่ที่ประมาณ 2-3 เดือน 

5. คำนวณค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง Solar Rooftop

          ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นอกจากจะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น อินเวอร์เตอร์ เกรดและประเภทของแผงโซลาร์แล้ว ยังมีค่าตรวจสอบพื้นที่ ค่าดำเนินการขออนุญาต ค่าติดตั้ง ฯลฯ รวมทั้งหมดอยู่ที่หลักแสนบาทขึ้นไป ส่วนจุดคุ้มทุนนั้นก็ขึ้นอยู่ปริมาณการใช้ไฟฟ้า โดยคำนวณได้ 3 ขั้นตอน ดังนี้ 

หาปริมาณไฟฟ้าที่โซลาร์เซลล์ผลิตได้ต่อเดือน 

          ตัวอย่างเช่น : แผงโซลาร์เซลล์มีกำลังผลิตไฟ 2.2 กิโลวัตต์ (kWp) x ระยะเวลาในการผลิตไฟฟ้าต่อวัน 6 ชั่วโมง = 13.2 หน่วยต่อวัน (396 หน่วยต่อเดือน)

หาค่าไฟฟ้าที่จะประหยัดได้ต่อเดือน 

          ตัวอย่างเช่น : ค่าไฟเดือนละ 4,180 บาท (ใช้ไฟฟ้า 1,000 หน่วยต่อเดือน ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 4.18 บาท) ดังนั้น เมื่อเทียบกับปริมาณไฟฟ้าที่โซลาร์เซลล์ผลิตได้ต่อเดือน 396x4.18 = 1,655.28 บาทต่อเดือน (เฉลี่ยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 19,863 บาทต่อปี)

          หมายเหตุ : ค่าไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ กกพ. 

หาจุดคุ้มทุนในการติดตั้ง Solar Roof 

          ตัวอย่างเช่น : ค่าติดตั้ง Solar Roof ประมาณ 130,000 บาท เท่ากับว่าจุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 ปี (130,000/19,863 = 6.5 ปี)

          สำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าน้อย เช่น ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน กว่าจะถึงจุดคุ้มทุนต้องยิ่งใช้เวลานานขึ้น ดังนั้น การติดตั้ง Solar Rooftop จึงเหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าตอนกลางวันมากกว่ากลางคืน และมีบิลค่าไฟสูงเกิน 2,000-3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถ้าบำรุงรักษาดี ๆ โซลาร์เซลล์อาจมีอายุใช้งานได้นานถึง 25-30 ปี สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว

          หลังจากทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว บ้านไหนตัดสินใจจะติดตั้ง Solar Rooftop แต่ยังกังวลว่าต้องใช้เงินก้อน แนะนำให้ลองมองหาสินเชื่อบ้านที่ให้กู้เพื่อติดตั้งแผง Solar Rooftop ดูค่ะ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย อย่าง "สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567" จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอนนี้มีโปรโมชันที่น่าสนใจทีเดียว เหมาะกับคนที่ต้องการปรับปรุงบ้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567

สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567

         ถือเป็นสินเชื่อบ้านที่ตอบโจทย์สายกรีนที่ต้องการลดการใช้พลังงาน เพราะ "สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567" จาก ธอส. นอกจากให้กู้เพื่อซื้อบ้าน ปลูกสร้างบ้าน ต่อเติม ซ่อมแซมบ้านแล้ว ยังรวมไปถึงการยื่นกู้ขอติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อให้เป็นบ้านประหยัดพลังงาน (ECO House) จะกู้ใหม่หรือกู้เพิ่มก็ได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก ช่วยให้ผ่อนสบาย หมดห่วงเรื่องภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น แถมผ่อนได้นานสูงสุดถึง 40 ปี ตามมาศึกษารายละเอียดกันเลย

ใครขอสินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567 ได้บ้าง ?

         สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567 ให้สินเชื่อสำหรับพนักงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่มีการออกแบบ หรือใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ขอสินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567 เพื่อวัตถุประสงค์อะไรได้บ้าง ?

กรณีกู้ใหม่

  • เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร
  • เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร
  • เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร
  • เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ (เฉพาะ Solar Roof เท่านั้น)

กรณีกู้เพิ่ม

  • เพื่อปลูกสร้างอาคาร/ต่อเติม/ขยาย/ซ่อมแซมอาคาร
  • เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ (เฉพาะ Solar Roof เท่านั้น)

กรณีกู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) 

  • เพื่อขอกู้พร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์หลักของผลิตภัณฑ์นี้เท่านั้น

วงเงินให้สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567

         ให้วงเงินกู้ตามเกณฑ์หลักประกันเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ และวงเงินกู้ตามเกณฑ์รายได้ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ 

ระยะเวลาผ่อนชำระ

         สามารถผ่อนชำระได้ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี ทั้งนี้ อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้น ข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567

          อัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 แบบ ตามประเภทของลูกค้า
แบบที่ 1  สำหรับลูกค้าสวัสดิการ
ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข แบบที่ 1

          อัตราดอกเบี้ยแบบที่ 1 สำหรับลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก โดยในปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.45% ต่อปี ส่วนในปีที่ 2 และ 3 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 3.65% ต่อปี ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 3.25% ต่อปี เท่านั้น

          จากนั้นตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ถ้าเป็นกรณีกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกฯ เช่น ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา จะคิดตามอัตราดอกเบี้ย MRR ณ ขณะนั้น (ปัจจุบัน MRR = 6.900% ต่อปี ประกาศ ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2566 ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้)

แบบที่ 2 สำหรับลูกค้ารายย่อย
ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข แบบที่ 2

          กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไปจะใช้อัตราดอกเบี้ยแบบที่ 2 โดยในปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.60% ต่อปี ส่วนในปีที่ 2 และ 3 อัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับ 3.65% ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.30% ต่อปี

          ขณะที่ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปจนถึงตลอดอายุสัญญาจะปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หากใครขอสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Rooftop จะใช้อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR ตามประกาศของธนาคาร ณ ขณะนั้น (ปัจจุบัน MRR = 6.900% ต่อปี ประกาศ ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2566 โดยอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้)

สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข

         สำหรับคนที่สนใจอยากติดตั้ง Solar Roof เพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงานและลดค่าไฟในระยะยาว สามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2567 ได้ที่ ธอส. ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม - 28 มิถุนายน 2567 โดยต้องอนุมัติและทำนิติกรรมภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาอาจสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด ในกรณีที่ธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้วนะคะ
หมายเหตุ : 
  • วงเงินในโครงการมีจำนวนจำกัด
  • เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามระเบียบธนาคาร
  • กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สนใจขอสินเชื่อบ้าน ธอส. ได้ผ่านช่องทางบริการดังนี้
  • ยื่นขอสินเชื่อบ้านด้วยตนเองผ่าน GHB ALL GEN : https://bit.ly/42bftBa
  • ให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารติดต่อกลับเพื่อแนะนำสินเชื่อบ้าน : https://bit.ly/3ZfPKXv
  • แชตสอบถามปรึกษาสินเชื่อบ้าน : m.me/GHBank

G H Bank Call Center โทร. 0-2645-9000
www.ghbank.co.th
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
5 เรื่องน่ารู้ก่อนติด Solar Rooftop ช่วยลดค่าไฟระยะยาว แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อัปเดตล่าสุด 9 เมษายน 2567 เวลา 17:49:35 4,310 อ่าน
TOP