x close

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี ปี 2565 เปรียบเทียบแผนค่ารักษา 1 ล้านบาท

          ประกันสุขภาพเหมาจ่ายตัวไหนดี ให้ค่ารักษา 1 ล้านบาท ใครอยากทำประกันสุขภาพมาเปรียบเทียบข้อมูลปี 2565 ก่อนซื้อประกัน
          เพราะความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว หลายคนจึงอยากกระจายความเสี่ยงด้วยการซื้อประกันสุขภาพติดตัวไว้ แต่ก็ลังเลอยู่ว่าจะทำประกันสุขภาพของที่ไหนดี แล้วจะเลือกแผนประกันแบบไหน ต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง วันนี้เราจึงนำแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย 1 ล้านบาท มาเปรียบเทียบให้เห็นกันทั้งเรื่องความคุ้มครอง และค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย แต่ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจเรื่องประกันสุขภาพให้ชัดเจนก่อน
ประกันสุขภาพมีกี่แบบ ต่างกับประกันชีวิตอย่างไร
ประกันสุขภาพ

          หลายคนซื้อประกันชีวิตไว้ แต่พอเจ็บป่วยขึ้นมาก็สงสัยว่าทำไมถึงเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ทั้งที่จ่ายเงินครบทุกปี นั่นเพราะเราอาจไม่เข้าใจว่าแบบประกันนั้นคุ้มครองอะไรบ้าง ดังนั้นจึงต้องแยกความแตกต่างของประกันประเภทต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน

ประกันชีวิต

          เป็นแบบประกันที่คุ้มครองกรณีเสียชีวิตเป็นหลัก คือจะได้เงินก็ต่อเมื่อตัวเราเสียชีวิต ดังนั้นถ้าเกิดเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวจะไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ประกันชีวิตมีอยู่หลายประเภท เช่น
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ : เบี้ยไม่แพง แต่ให้ความคุ้มครองสูงและยาวนานไปจนถึงอายุ 85-99 ปี จะได้รับเงินคืนก็ต่อเมื่อมีอายุอยู่จนครบสัญญา แต่ถ้าเสียชีวิตก่อน ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินประกันไป 
     ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเหมาะกับใคร ?
  • หัวหน้าครอบครัว คนที่เป็นเสาหลักต้องดูแลคนที่บ้าน อยากมีเงินสักก้อนไว้เป็นมรดกให้พ่อแม่หรือลูกหลานใช้ดำรงชีพ หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศพหลังเสียชีวิต เพราะเป็นแบบประกันที่จ่ายเบี้ยถูกแต่ให้ทุนประกันสูงกว่าประเภทอื่น 
  • คนที่ต้องการซื้อประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันชดเชยรายได้ที่ต้องพ่วงกับประกันชีวิต
  • คนที่ต้องการลดหย่อนภาษี โดยใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือออมทรัพย์ : แบบประกันที่เน้นออมเงินควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต ซึ่งจะมีระยะเวลาคุ้มครองสั้นกว่าแบบตลอดชีวิต เช่น แผน 10/1 หมายถึงจ่ายเบี้ย 1 ปี คุ้มครอง 10 ปี, แผน 15/8 หมายถึง จ่ายเบี้ย 8 ปี คุ้มครอง 15 ปี โดยเราอาจจะได้รับเงินคืนระหว่างสัญญา หรือรับเงินคืนทีเดียวเมื่อครบอายุสัญญาก็ได้ 

     ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เหมาะกับใคร ?

  • หัวหน้าครอบครัว คนที่เป็นเสาหลักต้องดูแลคนที่บ้าน
  • คนที่ต้องการออมเงินพร้อมรับความคุ้มครองชีวิต โดยหากอยู่ครบอายุสัญญาก็จะได้รับเงินก้อน แต่ถ้าเสียชีวิตก่อน ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนนี้
  • คนที่ต้องการลดหย่อนภาษี โดยใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ : แบบประกันที่ช่วยออมเงินระยะยาว โดยจะจ่ายผลประโยชน์คืนให้เราทุก ๆ เดือน หลังอายุ 55 ปี หรือ 60 ปีตามสัญญา เป็นการการันตีว่าแก่ตัวไปมีเงินใช้แน่นอน
     ประกันชีวิตแบบบำนาญเหมาะกับใคร ?
  • คนที่ต้องการมีรายได้ประจำหลังเกษียณอายุ
  • คนที่ไม่มีหลักประกันหลังเกษียณอายุ เช่น ไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีเงินบำเหน็จบำนาญ คนที่ไม่ได้ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ    
  • คนที่ต้องการลดหย่อนภาษี โดยใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี 

ประกันอุบัติเหตุ

          เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น หกล้ม ตกบันได สุนัขกัด แมวข่วน น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ไปจนถึงรถชน ถูกทำร้ายร่างกาย ฆาตกรรม และบางแผนยังมีค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้รายวัน ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายทันตกรรมที่เกิดจากอุบัติเหตุ ค่าชดเชยเมื่อกระดูกแตกหัก มาให้ด้วย 

     ประกันอุบัติเหตุ เหมาะกับใคร ? 

  • ทุกคน เพราะเบี้ยประกันค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับวงเงินคุ้มครอง เริ่มต้นแค่หลักร้อย-พันบาทต่อปี แต่ได้รับความคุ้มครองสูงถึงหลักแสน-ล้านบาท ซื้อแล้วคุ้มครองทันที ไม่ต้องตรวจสุขภาพเหมือนกับประกันประเภทอื่น
  • ข้าราชการ คนที่ใช้ประกันสังคม หรือผู้ถือบัตรทองที่ต้องการรักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • คนที่ขับรถยนต์ หรือขับรถจักรยานยนต์เป็นประจำ

ประกันสุขภาพ

          เป็นประกันที่บริษัทจะจ่ายเงินชดเชยหรือค่ารักษาพยาบาลให้ในกรณีเจ็บป่วย โดยมีอยู่หลายแบบ คือ

ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD) : คุ้มครองกรณีเจ็บป่วยที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 6 ชั่วโมงขึ้นไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไส้ติ่งอักเสบ การผ่าตัดต่าง ๆ ทั้งจากอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ

ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) : คุ้มครองกรณีเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แค่ไปพบแพทย์ รับยา แล้วกลับบ้านได้เลย เช่น เป็นหวัด ท้องเสีย 

     ประกันสุขภาพเหมาะกับใคร ?
  • คนที่มีประกันสังคม หรือใช้สิทธิบัตรทอง หรือสิทธิข้าราชการที่อยากได้วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น และสามารถเข้าโรงพยาบาลอื่น ๆ นอกเหนือจากสิทธิของตัวเองได้
  • คนทำงานอิสระ ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ ฯลฯ ที่ไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลใด ๆ เช่น ไม่มีประกันกลุ่ม ไม่มีประกันสังคม 
  • เด็กเล็กที่เจ็บป่วยได้ง่าย
  • คนที่มีสุขภาพดี แต่กังวลว่าจะป่วยในอนาคต
  • คนที่ต้องการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชน

ประกันโรคร้ายแรง : หากเราป่วยด้วยโรคร้ายแรงตามที่บริษัทกำหนดไว้ในแผนประกันก็รับเงินก้อนทันที ในลักษณะเจอ จ่าย จบ

     ประกันโรคร้ายแรงเหมาะกับใคร ?
  • มีคนในครอบครัวมีประวัติเจ็บป่วยโรคร้ายแรง เช่น เบาหวาน มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ
  • คนที่ทำงานหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษเสี่ยงต่อการเกิดโรค
  • คนที่มีไลฟ์สไตล์เสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนดึกเป็นประจำ ทำงานหนัก
ประกันชดเชยรายได้ : เป็นแผนที่เราจะได้เงินชดเชยเป็นรายวัน เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล หรือผ่าตัด
     ประกันชดเชยรายได้เหมาะกับใคร ?
  • พ่อค้าแม่ค้า อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการที่หากทำงานไม่ได้ เปิดร้านไม่ได้ ต้องหยุดงานจะไม่มีรายได้
  • พนักงานประจำ หรือผู้ที่กังวลว่าหากป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ จะต้องสูญเสียรายได้
  • คนที่ต้องการเพิ่มสวัสดิการค่าห้องผู้ป่วยใน เช่น มีประกันกลุ่มหรือประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่ค่าห้องไม่พอก็อาจทำประกันชดเชยรายได้เพื่อนำเงินไปจ่ายส่วนต่างค่าห้องได้
วิธีเลือกประกันสุขภาพที่ตรงความต้องการ
ประกันสุขภาพ

          ก่อนจะทำประกันสุขภาพสักเล่มควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเลือกแผนไหนที่เหมาะกับเรา

1. เลือกประกันสุขภาพแบบ New Health Standard

          อันดับแรกให้ดูว่าแผนประกันสุขภาพที่เราสนใจเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ (New Health Standard) ของ คปภ. หรือไม่ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 โดยผู้ซื้อประกันจะได้รับประโยชน์ที่มากกว่าเดิม อาทิ
  • ได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น เช่น นอกจากเป็นผู้ป่วยในแล้วก็ยังสามารถเคลมกรณีผ่าตัดเล็กและผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลได้ รวมทั้งคุ้มครองการตรวจก่อนแอดมิด 30 วัน ฯลฯ
  • ต่ออายุสัญญาได้ แม้เคลมเยอะ ถ้าเราไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข คือ แถลงข้อมูลเป็นเท็จ หรือเคลมโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ หรือเคลมค่าชดเชยรายวันรวมกันทุกบริษัทเกินกว่ารายได้ที่แท้จริง บริษัทจะไม่สามารถบอกเลิกสัญญาได้
  • ไม่ถูกปรับเพิ่มเบี้ยประกันคนเดียวแม้เคลมเยอะ กล่าวคือ บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันได้ในกรณีที่อัตราการเคลมโดยรวมทั้งหมดของบริษัทสูงจนทำให้เงินกองกลางไม่เพียงพอ คือจะต้องปรับเบี้ยประกันขึ้นทุกคน ไม่ใช่ว่าใครเคลมเยอะก็เพิ่มเบี้ยแค่คนใดคนหนึ่งเหมือนสมัยก่อน

2. เช็กสวัสดิการที่ตัวเองมี

          ลองดูซิว่าตอนนี้เรามีสวัสดิการอะไรอยู่บ้าง เช่น บางคนอาจมีประกันสุขภาพเล่มเดิมอยู่แล้วแต่ไม่เพียงพอ หรือมีประกันสุขภาพแบบกลุ่มของบริษัทอยู่ ก็ต้องไปดูว่าประกันนั้นให้งบค่ารักษาพยาบาลและค่าห้องเท่าไร เมื่อทราบข้อมูลตรงนี้ก็จะช่วยในการวางแผนเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับตัวเองได้

           และถ้าเรามีสวัสดิการอยู่แล้วก็อาจจะมองหาแผนประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deduction) คือ เมื่อเราเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล เราจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาส่วนแรกตามแผนที่เลือกไปก่อน จากนั้นจึงเคลมค่ารักษาส่วนที่เหลือจากประกันได้ เช่น คุณบี ซื้อประกันสุขภาพวงเงิน 1 ล้านบาท/ปี แบบมีความรับผิดส่วนแรก 30,000 บาท หากต้องผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายรวม 100,000 บาท คุณบีจะต้องออกเงินเองก่อน 30,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 70,000 บาท ค่อยไปเคลมประกัน

          ดังนั้นแผนประกันแบบนี้จึงเหมาะกับคนที่มีสวัสดิการกลุ่ม หรือประกันสุขภาพเล่มเดิมอยู่ก่อนแล้ว และต้องการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม เพราะเราสามารถเคลมส่วนแรกจากสวัสดิการกลุ่ม หรือประกันสุขภาพเล่มเดิมได้โดยไม่ต้องจ่ายเอง แล้วส่วนที่เหลือจึงค่อยมาเคลมกับประกันเล่มใหม่ ซึ่งการซื้อประกันสุขภาพที่มี Deduction ค่าเบี้ยประกันจะถูกลงกว่า 30-80% เลยทีเดียว

3. จะทำประกันสุขภาพเดี่ยว หรือพ่วงประกันชีวิต

          ประกันสุขภาพมีทั้งแบบที่ต้องทำพ่วงกับประกันชีวิต และแบบที่ไม่ต้องทำพ่วงกับประกันชีวิต ซึ่งมีข้อแตกต่างกัน ดังนี้

ประกันสุขภาพที่ทำพ่วงประกันชีวิต 

          คือ ต้องมีสัญญาหลักเป็นประกันชีวิตก่อน จากนั้นจึงสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมเป็นประกันสุขภาพได้ เปรียบเหมือนซื้อไอศกรีม (ประกันชีวิต) แล้วเพิ่มท็อปปิ้ง (ประกันสุขภาพ) เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตด้วย โดยจะต้องทำกับบริษัทที่เป็นประกันชีวิต เช่น AIA, ไทยประกันชีวิต, เมืองไทยประกันชีวิต ฯลฯ

          ทั้งนี้ การทำประกันชีวิตเป็นสัญญาหลัก ควรเลือกประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ 80-90 ปีขึ้นไป เนื่องจากเบี้ยประกันถูกกว่าแบบอื่น อีกทั้งจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าเดิมทุกปีตามอายุที่เราทำครั้งแรกและคุ้มครองไปยาว ๆ ทว่าถ้าเลือกทำประกันสะสมทรัพย์ แม้จะได้เงินคืนไว แต่ก็ต้องทำประกันเล่มใหม่ไปเรื่อย ๆ ซึ่งพออายุมากขึ้น เบี้ยประกันก็จะแพงขึ้นตามไปด้วย

ประกันสุขภาพเดี่ยว ๆ ไม่พ่วงประกันชีวิต

          ประกันสุขภาพที่ไม่พ่วงประกันชีวิต จะต้องทำกับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีชื่อลงท้ายว่า ประกันภัย เช่น วิริยะประกันภัย สินมั่นคงประกันภัย เมืองไทยประกันภัย ทิพยประกันภัย ฯลฯ ข้อดีของประกันสุขภาพเดี่ยว ๆ ก็คือ เบี้ยประกันราคาถูกกว่าแบบพ่วงประกัน เพราะไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิต แต่ก็อาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือได้รับความคุ้มครองทางสุขภาพบางอย่างที่น้อยกว่า (ขึ้นอยู่กับแผนของแต่ละบริษัท)

ประกันสุขภาพ

4. เลือกความคุ้มครองที่ต้องการ

          จุดประสงค์ของคนที่อยากซื้อประกันสุขภาพส่วนใหญ่ก็คือต้องการให้คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล หรือผู้ป่วยในเป็นหลัก ดังนั้นต้องเปรียบเทียบแผนประกันต่าง ๆ ว่าให้ความคุ้มครองในกรณีใดบ้าง

           ที่สำคัญคือ อย่าลืมพิจารณาค่าห้องด้วย เพราะเวลานอนโรงพยาบาลมักมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินตรงนี้ โดยเราอาจลองเช็กค่าห้องของโรงพยาบาลที่ใช้บริการอยู่บ่อย ๆ มาเทียบกับแผนประกันว่าให้ค่าห้องเพียงพอไหม ถ้าไม่พอก็อาจซื้อความคุ้มครองชดเชยรายได้เมื่อนอนโรงพยาบาลพ่วงเข้าไปด้วย เพื่อเอาไปโปะค่าห้องเพิ่มเติม 

          ส่วนความคุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก กรณีโรคร้ายแรง หรืออุบัติเหตุ ก็จะเป็นออปชั่นเสริม ถ้าใครต้องการให้คุ้มครองกรณีเหล่านี้ด้วยก็จะต้องซื้อเพิ่มเข้าไปในเล่ม แต่ประกันสุขภาพบางแผนก็มีออปชั่นเหล่านี้รวมมาให้ครบแพ็กเกจแล้ว ดังนั้นต้องพิจารณาและเลือกแผนที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

5. ตรวจสอบวงเงินความคุ้มครอง

          ประกันแต่ละแผนจะมีวงเงินคุ้มครองต่างกันไป เริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงร้อยล้าน ซึ่งยังแบ่งออกเป็นแผนประกันแบบเดิม (แยกค่าใช้จ่าย) และแบบเหมาจ่าย ได้อีก

  • ประกันแบบแยกค่าใช้จ่าย : เป็นประกันสุขภาพที่กำหนดวงเงินไว้ทุกรายการ คือจะป่วยกี่ครั้งก็ได้ในปีนั้น แต่ประกันจะจ่ายให้ไม่เกินวงเงินที่กำหนดต่อครั้ง จุดเด่นคือ ให้ค่าห้องสูง แต่จะจำกัดวงเงินค่ารักษาอื่น ๆ หากมีค่ารักษาส่วนเกินเราต้องจ่ายเพิ่มเอง นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขว่า ถ้าเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งด้วยโรคเดียวกัน จะต้องมีระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 90 วัน ถึงจะใช้วงเงินใหม่ได้ แต่ถ้ารักษาด้วยโรคเดียวกันภายใน 90 วัน จะใช้วงเงินต่อจากครั้งเดิม
     
  • ประกันแบบเหมาจ่าย : เป็นแบบประกันที่เหมาจ่ายค่ารักษาให้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่คุ้มครอง จึงครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลมากกว่าแบบแยกค่าใช้จ่าย ยกเว้นบางรายการที่อาจกำหนดวงเงินไว้ เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่ายากลับบ้าน เป็นต้น ถ้ามีส่วนเกินเราจะต้องจ่ายเองบางส่วน    
     

          ทั้งนี้ ยังต้องตรวจสอบให้ดีด้วยว่าวงเงินที่คุ้มครองนั้นเป็นแบบต่อปี หรือต่อครั้ง เช่น

  • วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท/ปี แปลว่า วงเงินสูงสุดของแต่ละปีคือ 1 ล้านบาท ดังนั้นไม่ว่าเราจะเข้าโรงพยาบาลกี่ครั้งในปีนั้น ประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งปีให้ไม่เกิน 1 ล้านบาท
     
  • วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท/ครั้ง/โรค หมายถึง ไม่ว่าจะเข้าโรงพยาบาลกี่ครั้งภายในปีนั้น ประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ไม่เกิน 1 ล้านบาท/ครั้ง/โรค ดังนั้นถ้าปีนั้นต้องนอนโรงพยาบาล 5 ครั้ง ด้วยอาการป่วยคนละโรค หรือโรคเดียวกันแต่มีระยะห่างอย่างน้อย 90 วันไปแล้ว ก็จะได้วงเงินครั้งละล้าน รวมเป็น 5 ล้านบาท 

ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบแผน

ประกันสุขภาพ

          ดูจากตรงนี้จะเห็นว่าประกันสุขภาพเหมาจ่ายเหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองแบบครอบคลุม เพราะประกันจะจ่ายให้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองสูงสุด ไม่ต้องคิดแยกค่าใช้จ่ายให้ปวดหัว แต่เนื่องจากแบบเหมาจ่ายครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกว่านี่เอง ทำให้เบี้ยประกันแพงกว่าแบบแยกค่าใช้จ่ายอยู่พอสมควร ส่วนประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายจะเหมาะกับคนที่มีงบประมาณไม่มาก หรือมีสวัสดิการด้านสุขภาพบางตัวอยู่แล้ว

6. พิจารณางบประมาณในกระเป๋า

          ลองวางแผนการเงินของตัวเองดูก่อนว่าจะแบ่งเงินมาทำประกันได้เท่าไรถึงจะไม่เดือดร้อนต่อสภาพคล่อง ซึ่งโดยทั่วไปก็ไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ทั้งปี เช่น มีรายได้ 300,000 บาทต่อปี ก็ไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันเกิน 30,000-45,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพจะมีข้อแตกต่างกันคือ
  • เบี้ยประกันชีวิต : ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และอาชีพ โดยจ่ายเป็นเบี้ยคงที่ คือ ซื้อตอนอายุเท่าไรก็จ่ายในอัตรานั้นไปทุกปีจนครบสัญญา ดังนั้นยิ่งทำประกันตอนอายุน้อย ค่าเบี้ยยิ่งถูก
     
  • เบี้ยประกันสุขภาพ : ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และอาชีพ โดยค่าเบี้ยจะปรับขึ้นตามอายุของเราทุก ๆ อายุ 5 ปี คืออายุที่ลงท้ายเลข 1 และเลข 6 ใครตั้งใจจะเลือกแผนที่ให้ความคุ้มครองสูง ๆ ค่าเบี้ยสูง ๆ เพราะคิดว่าตอนนี้ยังจ่ายไหว อยากให้ลองเช็กค่าเบี้ยประกันตอนอายุ 50 ปีขึ้นไปไว้สักหน่อย เพื่อคำนวณว่าจะมีเงินจ่ายไปจนถึงตอนอายุมากหรือไม่ 
     
  • เบี้ยประกันชดเชยรายได้ เบี้ยประกันโรคร้ายแรง : ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และอาชีพ โดยค่าเบี้ยจะปรับขึ้นตามอายุของเราเช่นกัน

7. พิจารณาบริษัทที่รับประกัน

          บริษัทก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะมีผลไปถึงเรื่องการเคลมประกัน โดยควรพิจารณาดังนี้ 
  • บริษัทมีความมั่นคงแค่ไหน ผลประกอบการย้อนหลังเป็นอย่างไร เพราะการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพจะต้องคุ้มครองดูแลเราไปในระยะยาว ถ้าล้มกลางคันอาจทำให้เราเคลมไม่ได้ หรือต้องวุ่นวายในการทำประกันที่ใหม่ ซึ่งคนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้วจะทำประกันฉบับใหม่ได้ยากขึ้น
  • สามารถเคลมประกันได้ง่ายไหม โดยสอบถามผู้ที่เคยใช้บริการ หรืออ่านรีวิวตามอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเช็กข่าวเก่า ๆ ที่ผ่านมาว่าบริษัทนั้นเคยมีปัญหามากน้อยแค่ไหน
  • บริษัทมีโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญามากแค่ไหน ซึ่งถ้ามีกระจายอยู่หลายพื้นที่ หลายจังหวัด หรือเป็นโรงพยาบาลที่เราใช้บริการอยู่แล้วบ่อย ๆ ก็จะสะดวกในการแฟกซ์เคลมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ตัวไหนดี ปี 2565
          เมื่อเข้าใจเรื่องประกันสุขภาพแล้ว คราวนี้มาเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายกันดีกว่า โดยในที่นี้จะขอเปรียบเทียบแผนที่มีความคุ้มครองค่ารักษา 1 ล้านบาท และเป็นสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อแนบกับประกันชีวิต

1. ประกันสุขภาพ AIA Health Happy จากเอ ไอ เอ

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : AIA

          อายุรับประกัน : 6-75 ปี ต่ออายุถึง 84 ปี คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี
          แผนประกัน : มี 4 แผน คือ แผน 1 ล้านบาท, แผน 5 ล้านบาท, แผน 15 ล้านบาท และแผน 25 ล้านบาท

ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1 ล้านบาท

  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 1,500 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : 1,000 บาท/วัน
  • ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท/ครั้ง
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : ไม่คุ้มครอง
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : ไม่มี 
  • กรณีป่วยด้วยโรคร้ายแรง : เพิ่มความคุ้มครองเป็น 2 ล้านบาท ในปีที่ตรวจพบ 6 โรคที่กำหนด และต่อเนื่องรวม 4 ปีกรมธรรม์
  • เงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต : 10,000 บาท
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • เพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล 6 โรคร้ายให้ 2 เท่า เป็นเวลา 4 ปีกรมธรรม์
  • มีเงินช่วยเหลือให้เพิ่มเติมกรณีเสียชีวิต 
  • ได้รับสิทธิประโยชน์จาก AIA Vitality รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันสุขภาพสูงสุด 15%

ข้อพิจารณา :  

  • ให้ค่าห้องน้อยเมื่อเทียบกับแผนประกันของค่ายอื่น 
  • จำกัดค่าแพทย์อยู่ที่ 1,000 บาท/วัน 
  • เป็นแผนที่ไม่มีให้เลือกความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible)  

          ข้อมูลเพิ่มเติม : AIA

2. ประกันสุขภาพ BLA Happy Health จากกรุงเทพประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : กรุงเทพประกันชีวิต

          อายุรับประกัน : 11-80 ปี และสามารถซื้อความคุ้มครองต่อไปได้เท่ากับระยะเวลาเอาประกันภัยของสัญญาประกันชีวิต สูงสุดถึงอายุ 99 ปี
          แผนประกัน : มี 3 แผน คือ แผน 5 แสนบาท, แผน 1 ล้านบาท และแผน 5 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ครั้ง 
  • ค่าห้อง : จ่ายตามจริงตามค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาลนั้น (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท/ครั้ง
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : 2,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : ไม่คุ้มครอง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : ไม่คุ้มครอง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : 100,000 บาท/ปี
  • กรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง : เพิ่มความคุ้มครองอีก 10% เป็น 1,100,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : ไม่คุ้มครอง
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : 0 / 30,000 / 50,000 / 100,000 บาท/ครั้ง
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • ไม่จำกัดวงเงินค่าห้อง จึงครอบคลุมค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล
  • ค่ารักษาพยาบาล 1 ล้านบาท เป็นวงเงินต่อครั้ง ต่างกับแผนประกันของค่ายอื่นที่เป็นวงเงินต่อปี 
  • เพิ่มวงเงินให้อีก 10% กรณีป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง 
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดถึงอายุ 99 ปี
  • มีแผนความรับผิดส่วนแรกให้เลือก ตั้งแต่ 30,000-100,000 บาท
  • สำหรับคนที่เลือกแผนไม่มีความรับผิดส่วนแรก และไม่เคลมประกันเมื่อนอนโรงพยาบาล (หรือเคลมประกันบริษัทอื่นแทน) จะได้รับเงินชดเชยรายวัน วันละ 2,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 วัน/ปีกรมธรรม์

ข้อพิจารณา :  

  • เน้นคุ้มครองผู้ป่วยในเป็นหลัก จึงไม่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก เช่น การบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง, ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู หลังการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยใน
  • กรณีตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล ให้วงเงินจำกัดอยู่ที่ 2,000 บาท ในขณะที่ค่ายอื่น ๆ เหมาจ่ายตามจริง
  • วงเงินค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง จำกัดอยู่ที่ 100,000 บาท/ปี ต่างจากค่ายอื่นที่เหมาจ่าย

          ข้อมูลเพิ่มเติม : กรุงเทพประกันชีวิต

3. ประกันสุขภาพ Health Fit DD จากไทยประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : ไทยประกันชีวิต

          อายุรับประกัน : 1 เดือน - 80 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี (อายุ 1 เดือน - 5 ขวบ ซื้อได้เฉพาะแผนที่มีความรับผิดส่วนแรกเท่านั้น)
          แผนประกัน : มี 4 แผน คือ แผน 1 ล้านบาท, แผน 5 ล้านบาท, แผน 15 ล้านบาท และแผน 30 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 2,000 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท/ครั้ง
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : ไม่คุ้มครอง
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : 0 / 30,000 / 50,000 บาท/ครั้ง
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • เหมาจ่ายตามจริงเกือบทุกรายการ และไม่จำกัดค่าแพทย์
  • เบี้ยประกันถูกกว่าค่ายอื่นในระดับความคุ้มครองใกล้เคียงกัน
  • มีแผนความรับผิดส่วนแรกให้เลือก

ข้อพิจารณา :  

  • ไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมให้พิเศษกรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย

          ข้อมูลเพิ่มเติม : ไทยประกันชีวิต

4. ประกันสุขภาพ D Health Plus จากเมืองไทยประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : เมืองไทยประกันชีวิต

          อายุรับประกัน : อายุ 11-90 ปี และคุ้มครองสูงสุดถึง 99 ปี
          แผนประกัน : มี 2 แผน คือ แผน 1 ล้านบาท และแผน 5 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ครั้ง
  • ค่าห้อง : เหมาจ่ายตามจริง แต่รวมทุกรายการแล้วไม่เกินค่าห้องพักเดี่ยวราคาเริ่มต้นของโรงพยาบาล (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท/ครั้ง
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : ไม่คุ้มครอง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : ไม่คุ้มครอง
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : 0 / 20,000 / 50,000 บาท/ครั้ง
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • ไม่จำกัดวงเงินค่าห้อง จึงครอบคลุมค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาล  
  • ค่ารักษาพยาบาล 1 ล้านบาทเป็นวงเงินต่อครั้ง ป่วยกี่ครั้งก็นับวงเงินใหม่เรื่อย ๆ โดยไม่จำกัดวงเงินสูงสุดต่อปีกรมธรรม์
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดถึงอายุ 99 ปี
  • มีแผนความรับผิดส่วนแรกให้เลือก ตั้งแต่ 20,000-50,000 บาท และเลือกปรับลดความรับผิดส่วนแรกได้ในช่วงอายุ 55-65 ปี โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่
  • เลือกซื้อความคุ้มครองกรณีคลอดบุตร หรือกรณีตรวจสุขภาพ รวมทั้งการฉีดวัคซีนเพิ่มได้

ข้อพิจารณา :  

  • ไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมให้พิเศษกรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย
  • ไม่คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอกที่ต้องล้างไต เคมีบำบัด รังสีรักษา

          ข้อมูลเพิ่มเติม : เมืองไทยประกันชีวิต

5. ประกันสุขภาพ Precious Care จาก FWD

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : FWD Thailand

          อายุรับประกัน : 6-75 ปี ต่ออายุได้ถึง 84 ปี คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี
          แผนประกัน : มี 6 แผน คือ แผนบรอนซ์ (1 ล้าน), ซิลเวอร์ (3 ล้าน), โกลด์ (6 ล้าน), แพลทินัม (12 ล้าน), แซฟไฟร์ (40 ล้าน) และไดมอนด์ (100 ล้าน)
ตัวอย่างความคุ้มครองแผนบรอนซ์ 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 2,500 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ายากลับบ้าน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : 3,000 บาท/ปี
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : 0 และ 30,000 บาท/ครั้ง
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • เหมาจ่ายตามจริงเกือบทุกรายการ และไม่จำกัดค่าแพทย์
  • ครอบคลุมค่าผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ รวมทั้งกรณีศัลยกรรมเต้านม/องคชาต จากอุบัติเหตุหรือโรคร้ายแรง 
  • มีวงเงินรักษากรณีเป็นผู้ป่วยนอก
  • มีแผนความรับผิดส่วนแรกให้เลือก  

ข้อพิจารณา :  

  •  ไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมให้พิเศษกรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย ยกเว้นกรณีเลือกแผน 6 ล้านบาทขึ้นไป จะมีเงินชดเชยกรณีป่วยด้วย 3 โรคร้าย และเพิ่มค่าห้องให้เป็น 2 เท่า
  • หากเลือกแผน 3 ล้านบาทขึ้นไป จะมีวงเงินครอบคลุมกรณีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร

          ข้อมูลเพิ่มเติม : FWD

6. ประกันสุขภาพ Tokio Good Health จากโตเกียวมารีนประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : โตเกียวมารีนประกันชีวิต

          อายุรับประกัน : 1 เดือน 1 วัน - 70 ปี (ต่ออายุได้ถึง 84 ปี คุ้มครองถึง 85 ปี)
          แผนประกัน : มี 9 แผน ตั้งแต่ 5 แสนบาท จนถึง 120 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน VIP 3000 วงเงิน 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 3,000 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ายากลับบ้าน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : 8,000 บาท
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : 5,000 บาท/ปี (สามารถใช้ตรวจสุขภาพประจำปี หรือฉีดวัคซีนได้)
  • ค่าเตียงเสริมบิดา-มารดา สำหรับผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 18 ปี : 3,000 บาท/วัน
  • ค่าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ เช่น เฝือกอ่อน อวัยวะเทียมนอกร่างกาย : 8,000 บาท/ปี
  • ค่าพยาบาลเฝ้าไข้เมื่อพักฟื้นที่บ้าน : 1,000 บาท/วัน
  • กรณีป่วยด้วยโรคร้ายแรง 18 โรคที่กำหนด : เพิ่มความคุ้มครองเป็น 2 ล้านบาท
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • ไม่จำกัดค่าแพทย์และค่ายากลับบ้าน 
  • มีวงเงินรักษากรณีเป็นผู้ป่วยนอก และหากไม่ใช้วงเงินส่วนนี้สามารถใช้สำหรับการฉีดวัคซีนหรือตรวจสุขภาพประจำปีแทนได้
  • มีวงเงินสำหรับเวชภัณฑ์ 2 หรืออุปกรณ์ที่ใช้นอกร่างกายผู้ป่วย เช่น เฝือกพยุงคอ ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน รถเข็นผู้ป่วย อวัยวะเทียมนอกร่างกาย ซึ่งแผนประกันค่ายอื่นไม่คุ้มครองเวชภัณฑ์ส่วนนี้
  • เพิ่มความคุ้มครองเป็น 2 เท่า เมื่อป่วยด้วยโรคร้ายแรง 18 โรค
  • มีค่าเตียงเสริมให้ผู้ปกครอง กรณีผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 18 ปี 
  • มีค่าพยาบาลเฝ้าไข้ที่บ้าน

ข้อพิจารณา :   

  • จำกัดค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล 
  • ไม่มีให้เลือกความรับผิดส่วนแรก (Deductible)  

          ข้อมูลเพิ่มเติม : โตเกียวมารีนประกันชีวิต

7. ประกันสุขภาพปลดล็อก สบายกระเป๋า จากอลิอันซ์ อยุธยา

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : อลิอันซ์ อยุธยา

          อายุรับประกัน : 11-69 ปี (ต่ออายุสัญญาได้ถึงอายุ 89 ปี คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี)
          แผนประกัน : มีแผนเดียวคือ วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 2,000 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : 1,000 บาท/วัน
  • ค่าบริการพยาบาล : 500 บาท/วัน
  • ค่ายากลับบ้าน : 1,000 บาท 
  • ค่าตรวจวินิจฉัยทางรังสีและค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการก่อนเป็นผู้ป่วยใน 30 วัน และหลังออกจากโรงพยาบาล 60 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : ไม่คุ้มครอง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : ไม่คุ้มครอง
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : 0 และ 30,000 บาท/ปี
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • มีให้เลือกความรับผิดส่วนแรก 30,000 บาทต่อปี คือเราจ่ายเองครั้งเดียวในการนอนโรงพยาบาลครั้งแรกของปีนั้น ถ้าในปีเดียวกันต้องเข้าโรงพยาบาลอีก ก็จะไม่ต้องจ่ายเองแล้ว ต่างจากค่ายอื่นที่ต้องจ่ายความรับผิดส่วนแรกเองทุกครั้งที่นอนโรงพยาบาล 
  • มีบริการพยาบาลดูแลหลังพักฟื้น 

ข้อพิจารณา :   

  • เหมาจ่ายทุกรายการ แต่จำกัดค่าแพทย์ ค่าบริการพยาบาล  ค่ายากลับบ้าน
  • ไม่คุ้มครองค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล  
  • ไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมให้พิเศษกรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย

         ข้อมูลเพิ่มเติม : อลิอันซ์ อยุธยา

8. ประกันสุขภาพ Super Health จากอาคเนย์ประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : อาคเนย์ ประกันชีวิต

          อายุรับประกัน : 11-70 ปี  (ต่ออายุได้ถึง 80 ปี)
          แผนประกัน : 4 แผน วงเงิน 5 แสน, 1 ล้าน, 2 ล้าน และ 3 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 4,000 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : 2,000 บาท/วัน
  • ค่ายากลับบ้าน : 2,000 บาท/ครั้ง 
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 8 ครั้ง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : ไม่คุ้มครอง
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • ให้ค่าห้องถึง 4,000 บาท สูงกว่าค่ายอื่น ๆ ที่จะอยู่ที่ 1,500-3,000 บาท
  • คุ้มครองค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาลถึง 8 ครั้ง/ปี สูงกว่าค่ายอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่ให้แค่ 2 ครั้ง/ปี 

ข้อพิจารณา :   

  • จำกัดค่าแพทย์และค่ายากลับบ้านที่ 2,000 บาท
  • ไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมให้พิเศษกรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย 
  • ไม่มีให้เลือกความรับผิดส่วนแรก (Deductible)  

หมายเหตุ : อาคเนย์ประกันชีวิต เป็นคนละส่วนกับอาคเนย์ประกันภัยที่ปิดตัวลงในช่วงโควิด 19

          ข้อมูลเพิ่มเติม : อาคเนย์ ประกันชีวิต

9. ประกันสุขภาพลักซ์ชัวรี่ แคร์ จากซัมซุงประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ

ภาพจาก : ซัมซุงประกันชีวิต

          อายุรับประกัน : 30 วัน - 65 ปี (ต่ออายุได้ถึง 98 ปี ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี)
          แผนประกัน : 7 แผน ตั้งแต่ 5 แสน - 30 ล้านบาท
ตัวอย่างความคุ้มครองแผน 1.5 ล้านบาท
  • ค่ารักษาพยาบาล : เหมาจ่ายตามจริงไม่เกิน 1.5 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์
  • ค่าห้อง : 2,500 บาท/วัน (ICU จ่ายตามจริง)
  • ค่าแพทย์ : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ายากลับบ้าน : 20,000 บาท/ครั้ง 
  • ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อน-หลังนอนโรงพยาบาล 30 วัน : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ กรณีผู้ป่วยนอกภายใน 24 ชม. : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาล (เช่น กายภาพบำบัด) : เหมาจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 15 ครั้ง
  • ค่าล้างไต เคมีบำบัด-เวชศาสตร์นิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง : เหมาจ่ายตามจริง
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก : 3,000 บาท/ปี
  • ค่ารักษาพยาบาลจากการผ่าตัดจากความผิดปกติที่เกิดจากโรคหรืออาการหยุดหายใจขณะหลับ : จ่ายตามจริง (สูงสุด 1 ครั้ง/รอบปีกรมธรรม์ประกันภัย)
  • ความรับผิดส่วนแรกต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง : 0 / 25,000 / 50,000 บาท/ครั้ง
ตัวอย่างค่าเบี้ยประกันสุขภาพ (ยังไม่รวมประกันชีวิต)
ประกันสุขภาพ

จุดเด่น : 

  • มีค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก
  • เพิ่มวงเงินให้เป็น 2 เท่า คือ 3 ล้านบาท/ปีกรมธรรม์ กรณีอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งใดครั้งหนึ่ง
  • คุ้มครองค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังนอนโรงพยาบาลถึง 15 ครั้ง/ปี สูงกว่าค่ายอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่ให้แค่ 2 ครั้ง/ปี 
  • คุ้มครองค่าผ่าตัดจากความผิดปกติที่เกิดจากโรคหรืออาการหยุดหายใจขณะหลับ

ข้อพิจารณา :   

  • ไม่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมให้พิเศษกรณีนอนโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย นอกจากเลือกแผน 10 ล้านขึ้นไป
  • เบี้ยประกันสูงกว่าค่ายอื่น ๆ เนื่องจากให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า

          ข้อมูลเพิ่มเติม : ซัมซุงประกันชีวิต

สรุป
ประกันสุขภาพ

          ทั้งนี้ ประกันสุขภาพของแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขการรับประกันไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่าลืมศึกษาและสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจทำประกัน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ จะได้ไม่มีปัญหาเวลาเคลมประกันในภายหลัง

* หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 25 กรกฎาคม 2565

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (1), (2)AIA, กรุงเทพประกันชีวิต, ไทยประกันชีวิต, เมืองไทยประกันชีวิต, FWD, โตเกียวมารีนประกันชีวิต, อลิอันซ์ อยุธยา, อาคเนย์ ประกันชีวิต, ซัมซุงประกันชีวิต

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี ปี 2565 เปรียบเทียบแผนค่ารักษา 1 ล้านบาท อัปเดตล่าสุด 27 กรกฎาคม 2565 เวลา 20:06:30 66,456 อ่าน
TOP