x close

มาแล้ว ! มาตรการพักชำระหนี้ เยียวยาโควิดรอบ 2 จากแบงก์ต่าง ๆ เช็กด่วนที่ไหนช่วยอะไรบ้าง

           มาตรการเยียวยาโควิดรอบใหม่จากธนาคารต่าง ๆ มีอะไรบ้าง แบงก์ไหนให้พักชำระหนี้ หรือผ่อนปรนกับลูกหนี้อย่างไร ในช่วงเวลาที่ COVID-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง เช็กได้เลย

          หลังจากโควิด 19 กลับมาแพร่ระบาดเป็นวงกว้างอีกครั้งในช่วงปลายปี 2563 ทำให้รัฐบาลต้องกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ส่งผลให้หลายจังหวัดต้องสั่งปิดกิจการบางประเภท จึงกระทบต่อผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และพนักงานที่ต้องสูญเสียรายได้และความสามารถในการชำระหนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารต่าง ๆ ส่วนใหญ่ได้สิ้นสุดการลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงขยายเวลาให้ลูกหนี้รายย่อยสมัครรับความช่วยเหลือจากธนาคารต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่ โดยแบงก์ชาติได้กำหนดมาตรการการให้ความช่วยเหลือขั้นต่ำไว้ ดังนี้

          สำหรับธนาคารต่าง ๆ จะมีมาตรการให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้างนั้น เรารวบรวมข้อมูลเบื้องต้นมาบอกตรงนี้แล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มกราคม 2564)
ธนาคารออมสิน

มาตรการของธนาคารออมสิน

          พิจารณาให้ลูกค้าสามารถขอพักชำระเงินต้นไว้ก่อน โดยเฉพาะดอกเบี้ย หรือขอลดการจ่ายดอกเบี้ยบางส่วนได้ ระยะเวลา 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของผลกระทบที่ได้รับ
เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

           เฉพาะคนที่อยู่ใน 28 จังหวัดเขตพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ดังต่อไปนี้ : ตาก, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, นครนายก, กาญจนบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, สมุทรปราการ, จันทบุรี, ชลบุรี, ตราด, ระยอง, ชุมพร, ระนอง และกรุงเทพมหานคร
ช่องทางลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ gsb.co.th  
  • กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

ลงทะเบียนพักชำระหนี้ ธ.ออมสิน 8 ม.ค. 64 พักต้นจ่ายแต่ดอก สอนหมด ที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติม
ธอส.

มาตรการที่ 9 สำหรับลูกค้าที่เคยเข้าร่วม หรืออยู่ระหว่างใช้มาตรการช่วยเหลือฯ ของ ธอส.

  • ลดเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดเงินต้นและตัดดอกเบี้ย) 25%, 50% หรือ 75% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2564)
  • สำหรับดอกเบี้ยประจำงวดที่ตัดชำระไม่หมดในขณะที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ สามารถทยอยผ่อนชำระได้จนถึงก่อนวันที่ลูกค้าจะครบกำหนดตามสัญญาเงินกู้ หรือก่อนปิดบัญชีเงินกู้ 

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • ลูกค้าที่มีสิทธิ์แจ้งความประสงค์ขอใช้มาตรการจะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ระหว่างการประนอมหนี้ 

ช่องทางลงทะเบียน

  • กรอกข้อมูลผ่าน Application : GHB ALL พร้อมดาวน์โหลดเอกสารหลักฐานยืนยันว่ามีผลกระทบทางรายได้ ให้ธนาคารพิจารณา เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ภาพถ่าย หรือ Statement เป็นต้น
  • ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15-29 มกราคม 2564

มาตรการที่ 10 สำหรับลูกหนี้สถานะ NPL และลูกหนี้สถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้

  • ลดเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดเงินต้นและตัดดอกเบี้ย) 25%, 50% หรือ 75% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2564)
  • สำหรับดอกเบี้ยประจำงวดที่ตัดชำระไม่หมดในขณะที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ สามารถทยอยผ่อนชำระได้จนถึงก่อนวันที่ลูกค้าจะครบกำหนดตามสัญญาเงินกู้ หรือก่อนปิดบัญชีเงินกู้ 
ช่องทางลงทะเบียน
  • กรอกข้อมูลผ่าน Application : GHB ALL พร้อมดาวน์โหลดเอกสารหลักฐานยืนยันว่ามีผลกระทบทางรายได้ ให้ธนาคารพิจารณา เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ภาพถ่าย หรือ Statement เป็นต้น
  • ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 26 กุมภาพันธ์ 2564

มาตรการที่ 11 สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือฯ ของ ธอส.

  • ลดเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดเงินต้นและตัดดอกเบี้ย) 25%, 50% หรือ 75% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน (กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2564)
  • สำหรับดอกเบี้ยประจำงวดที่ตัดชำระไม่หมดในขณะที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ สามารถทยอยผ่อนชำระได้จนถึงก่อนวันที่ลูกค้าจะครบกำหนดตามสัญญาเงินกู้ หรือก่อนปิดบัญชีเงินกู้ 

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • ลูกค้าที่มีสิทธิ์แจ้งความประสงค์ขอใช้มาตรการจะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ระหว่างการประนอมหนี้ 

ช่องทางลงทะเบียน

  • กรอกข้อมูลผ่าน Application : GHB ALL พร้อมดาวน์โหลดเอกสารหลักฐานยืนยันว่ามีผลกระทบทางรายได้ ให้ธนาคารพิจารณา เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ภาพถ่าย หรือ Statement เป็นต้น
  • ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 26 กุมภาพันธ์ 2564

มาตรการที่ 12 สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs สินเชื่อ ประเภทแฟลต

  1. ได้ลดเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดเงินต้นและตัดดอกเบี้ย) เหลือ 25% หรือ 50% หรือ 70% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบันเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หรือไม่เกินเดือนมิถุนายน 2564 หรือ
  2. พักชำระหนี้ถึงเดือนมิถุนายน 2564 ในกรณีที่ได้รับผลกระทบทำให้รายได้ไม่เพียงพอในการชำระหนี้

    สำหรับดอกเบี้ยประจำงวดที่ตัดชำระไม่หมดในขณะที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ สามารถทยอยผ่อนชำระได้จนถึงก่อนวันที่ลูกค้าจะครบกำหนดตามสัญญาเงินกู้ หรือก่อนปิดบัญชีเงินกู้ 
ช่องทางลงทะเบียน
  • ยื่นคำขอเข้ามาตรการได้ที่สาขา ธอส. ทั่วประเทศ
  • ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2564

         สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ในปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการที่ธนาคารกำหนด และยังมีปัญหาด้านรายได้ทำให้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามปกติ ธนาคารพร้อมพิจารณาขยายความช่วยเหลือในรูปแบบการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้เป็นรายกรณี

ข้อมูลเพิ่มเติม

ธนาคารกรุงไทย

สินเชื่อบุคคล

  • ประเภทวงเงินหมุนเวียน : เปลี่ยนเป็นวงเงินกู้แบบกำหนดระยะเวลา (Term Loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาได้ตามความสามารถในการชำระหนี้
  • แบบกำหนดระยะเวลา : ลดการผ่อนชำระลง 30% จากการผ่อนชำระตามสัญญากู้เดิม นานสูงสุด 6 เดือน

สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

ได้แก่ สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อ Home for Cash, สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน

  • พักชำระเงินต้น (ชำระเฉพาะดอกเบี้ย) นาน 3 เดือน หรือลดค่างวดโดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้
เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ
  • มาตรการความช่วยเหลือระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2564
  • ต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด 19 เช่น ธุรกิจสายการบิน, ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจที่ปิดกิจการชั่วคราวตามประกาศทางราชการ เป็นต้น
  • ต้องเป็นลูกค้าที่มีสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร
  • ต้องเป็นลูกค้าที่มีประวัติการชำระปกติ ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2563
  • การพิจารณาเข้าร่วมมาตรการอยู่ในดุลพินิจของธนาคาร กรณีที่ลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ กรุณาติดต่อธนาคาร เพื่อรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป
เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้
  • เอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ผู้กู้ (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงรายได้ก่อนได้รับผลกระทบ
  • เอกสารแสดงรายได้หลังได้รับผลกระทบ
  • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ของผู้ได้รับผลกระทบและผู้กู้* (ถ้ามี)

    *หากเป็นบิดา มารดา บุตร แสดงเป็นสำเนาทะเบียนบ้าน หรือเป็นคู่สมรสแสดงสำเนาทะเบียนสมรส เป็นต้น
ช่องทางลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ krungthai.com  
  • กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และอัปโหลดเอกสาร
  • รอเจ้าหน้าตรวจสอบผลลงทะเบียนเข้ารับมาตรการช่วยเหลือฯ ระยะที่ 2 โดยสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้ที่นี่  

ลูกค้าธุรกิจ

  • สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกธนาคาร ตั้งแต่ 50-500 ล้านบาท อ่านมาตรการช่วยเหลือได้ที่นี่ 
  • สำหรับสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก (SME) สามารถติดต่อขอรายละเอียดมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
ข้อมูลเพิ่มเติม
ธนาคารกสิกรไทย

ประเภทที่ 1 มาตรการช่วยเหลือที่ไม่ต้องลงทะเบียน

กสิกรไทย

ประเภทที่ 2 มาตรการช่วยเหลือที่ต้องลงทะเบียน

สินเชื่อบ้านกสิกรไทย

กสิกรไทย

หมายเหตุ : ทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 ยังมีการคำนวณดอกเบี้ยตามปกติ
          นอกจากนี้ยังสามารถนำบ้านมาช่วยบรรเทาภาระหนี้ได้ ด้วยมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยการรวมหนี้ประเภทต่าง ๆ ที่ธนาคารกำหนด สำหรับลูกค้าที่มีสินเชื่อบ้านกสิกรไทย (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
 

บัตรเครดิตกสิกรไทย

กสิกรไทย

 

บัตรเงินด่วน Xpress Cash

กสิกรไทย

สินเชื่อเงินด่วน XPress Loan

กสิกรไทย

 

สินเชื่อเงินด่วนแบบผ่อนระยะยาวเพื่อธุรกิจ

กสิกรไทย

หมายเหตุ : ทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 ยังมีการคำนวณดอกเบี้ยตามปกติ

สินเชื่อรถ KLeasing

กสิกรไทย

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ
  • ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์ COVID-19 เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน หรือธุรกิจที่ปิดบริการชั่วคราวตามประกาศทางราชการ
  • ลูกค้าต้องไม่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระ (NPL) ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563
  • เป็นลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติก่อนวันที่ 1 มกราคม 2564
ช่องทางลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2564
  • พิมพ์ @help ผ่าน LINE Kbank Live คลิก หรือสแกน QR CODE ด้านล่างนี้
กสิกรไทย

          ภายหลังจากลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการผ่านช่องทาง LINE KBank Live ธนาคารจะแจ้งระยะเวลาในการดำเนินการให้ทราบ ผ่าน SMS และอีเมล

มาตรการสำหรับลูกค้าธุรกิจ

  • สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง วงเงินกู้ ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ติดต่อยื่นกู้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 หรือวงเงินโครงการหมดก่อน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
ข้อมูลเพิ่มเติม
ธนาคารกรุงเทพ

บัตรเครดิต

  • ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564  สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้ รับสิทธิ์อัตโนมัติโดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์
     
  • ปรับลดเพดานดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 16% ต่อปี (จากเดิม 18% ต่อปี) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้ รับสิทธิ์อัตโนมัติโดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์
     
  • ขยายวงเงินให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่า เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2564 (เข้าร่วมโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2638-4000 หรืออีเมล: card.srv@bangkokbank.com)

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

ประเภทสินเชื่อเงินกู้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment Loan)
  •  ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี
ประเภทสินเชื่อเงินกู้ที่มีลักษณะหมุนเวียน (Revolving Loan)
  • ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้
  • เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา (term loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี ทั้งนี้จะพิจารณาให้ใช้วงเงินที่เหลือตามความสามารถในการชำระหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือของสินเชื่อเดิมต้องไม่เกินกว่าวงเงินที่ได้รับการอนุมัติ
ช่องทางลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนได้ที่นี่  หรือติดต่อสาขา ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564

สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

  • เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ
  • เลื่อนชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าแต่ละรายตามความเหมาะสม หรือ
  • ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้
ช่องทางลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนได้ที่นี่ หรือติดต่อสาขา ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการรวมหนี้ (Debt Consolidation)

          เพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด 19 สงครามการค้า หรือภัยธรรมชาติ

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • เป็นลูกค้าที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับ กับธนาคารกรุงเทพ
  • สินเชื่อที่อยู่อาศัย มีสถานะผ่อนชำระต้องไม่เป็น NPL ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563
  • ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 - 31 ธันวาคม 2564

       คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียนปรับปรุงโครงสร้างหนี้  

สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี

  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เงินกู้เสริมสภาพคล่อง

  • มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย

    อ่านรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ  

ข้อมูลเพิ่มเติม
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

มาตรการที่ 1: ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าทุกราย (โดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือโทร. แจ้งความจำนงกับบริษัท)

พักหนี้ กรุงศรี

  • บัตรเครดิต : จากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 - 31 ธันวาคม 2564
  • สินเชื่อส่วนบุคคลแบบชำระขั้นต่ำ : จากเดิม 5% เหลือ 3% ตามรอบบัญชีตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564

มาตรการที่ 2 : ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษและขยายเวลาผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ

พักหนี้ กรุงศรี

  • บัตรเครดิต : อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง) 
พักหนี้ กรุงศรี

  • สินเชื่อบุคคล : อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)
พักหนี้ กรุงศรี

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

  • เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลของ บริษัทในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์เท่านั้น 
  • ต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่ปิดตัวลง หรือธุรกิจที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ตามประกาศของทางราชการ
  • ไม่เคยเข้าร่วมมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสมาชิกสินเชื่อบัตรเครดิต
  • ต้องคงสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และเฉพาะสมาชิกที่มีบัญชีบัตรกับบริษัท ก่อนเดือนมีนาคม 2563

ช่องทางลงทะเบียน

  • ลงทะเบียนผ่านโมบายแอปฯ UCHOOSE ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 - 30 มิถุนายน 2564

มาตรการที่ 3 : ปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกค้าที่มียอดค้างชำระ

          ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าที่มียอดค้างชำระ โดยลูกค้าสามารถแจ้งความจำนง หรือติดต่อมายังบริษัท และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี
ข้อมูลเพิ่มเติม
ธนาคารทิสโก้

สินเชื่อเงินกู้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ

  • ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

  • ปรับลดค่างวดโดยขยายเวลาการผ่อนชำระ

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • เลื่อนการจ่ายเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ
  • ลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้
เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ
  • เป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
  • ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 มีสินเชื่อกับธนาคารและไม่ค้างชำระ/ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่เกินกว่า 90 วัน
  • การพิจารณาให้ความช่วยเหลือสำหรับลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยธนาคารจะพิจารณาจากผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ และนำเสนอแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมต่อความสามารถในการชำระหนี้ และความเสี่ยงของลูกค้า 
  • ลงทะเบียนเพื่อขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือฯ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ช่องทางลงทะเบียน
ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์-ลีสซิ่งไอซีบี (ไทย)

  • ผ่อนผันการชำระค่างวด โดยจำนวนเงินค่างวดที่ได้รับการผ่อนผันจะชำระเป็นค่างวดปกติต่อท้ายสัญญาเดิม
เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

          พิจารณาให้ความช่วยเหลือเฉพาะลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เท่านั้น ทั้งนี้ การได้รับความช่วยเหลือขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของบริษัท

ช่องทางลงทะเบียน

  • ลงทะเบียนออนไลน์ที่นี่  
  • ดาวน์โหลดแบบคำขอเข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด 19 (ปี 64)  ที่นี่  
  • จากนั้นส่งแบบคำขอเข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือฯ พร้อมแนบหลักฐานในการพิจารณา ได้ที่ 
    • Email : supportcollection@icbcthaileasing.com หรือ pr@icbcthaileasing.com
    • Fax : 02-876-7211, 02-876-7212
  • ยื่นคำร้องขอเข้าโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2564

ข้อมูลเพิ่มเติม

ธ.ก.ส.

โครงการชำระดีมีคืนสำหรับหนี้เงินกู้จัดชั้นปกติ

สำหรับลูกค้าที่มีเงินกู้ปกติ ไม่มียอดค้างชำระ หากมาชำระหนี้ที่ ธ.ก.ส. จะได้รับเงินคืน ดังนี้

  • ลูกค้าเกษตรกรและบุคคล รับเงินคืน 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง แต่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อราย
  • กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (ยกเว้นสหกรณ์นอกภาคการเกษตรและองค์กร) รับเงินคืน 10% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย

      สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 - 31 มีนาคม 2564 ในกรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท แล้วเเต่เงื่อนไขใดจะสิ้นสุดก่อน 

โครงการลดภาระหนี้ สำหรับหนี้ NPL หรือมีดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 15 เดือน

  •  ลูกค้าเกษตรกรและบุคคล รับเงินคืน 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง  
  • กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ นิติบุคคล กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (ยกเว้นสหกรณ์นอกภาคการเกษตรและองค์กร) รับเงินคืน 10% ของดอกเบี้ยที่ชำระจริง  

          สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 - 31 มีนาคม 2564 

ข้อมูลเพิ่มเติม
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

มาตรการ 1 มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ (Debt Consolidation)

  • ธนาคารจะปรับลดอัตรากำไรสินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกันจากเดิม SPRR +12% ตลอดอายุสัญญา คิดอัตรากำไรใหม่ เท่ากับ SPRR ตามประกาศธนาคาร  
  • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกันออกไปไม่เกิน 5 ปี จากสัญญาคงเหลือเดิม และไม่เกินระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของลูกหนี้

เงื่อนไขร่วมมาตรการ

  • สำหรับลูกค้ารายย่อย (ไม่มีสถานะเป็น NPF ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563)

ช่องทางลงทะเบียน

มาตรการ 2 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

  • พักชำระหนี้เงินต้น และชำระเฉพาะกำไรนาน 1 ปี 
  • ขยายระยะเวลาสินเชื่อตามระยะเวลาพักชำระหนี้เงินต้น 
  • ยกเว้นเบี้ยปรับจากการผิดนัดชำระที่เกิดขึ้น 
  • อาจให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความรุนแรงของปัญหาเป็นรายกรณี

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • สำหรับลูกค้าธนาคาร ทั้งลูกหนี้อุปโภคบริโภค และลูกหนี้ธุรกิจ ซึ่งยังคงมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ  

ช่องทางลงทะเบียน

มาตรการ 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัยภาคใต้

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง

  • สินเชื่ออุปโภคบริโภค พักชำระเงินต้นและกำไร ระยะเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นพักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะกำไรอีก 6 เดือน และให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค อัตรากำไร SPRR - 3.5% ต่อปี 
  • สำหรับสินเชื่อธุรกิจ ให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม อัตรากำไร SPRL - 2.75% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 5 ปี ฟรี ค่าธรรมเนียม Front end Fee และจัดทำนิติกรรมสัญญา ยกเว้นบุคคลค้ำประกัน การประเมินราคาหลักประกัน (กรณีเป็นสินเชื่อเดิมแบบมีหลักประกัน) 

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม 

  • สินเชื่ออุปโภคบริโภค พักชำระเงินต้น และชำระเฉพาะกำไรระยะเวลา 6 เดือน
  • สำหรับสินเชื่อธุรกิจ พิจารณาเป็นราย ๆ

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • ต้องเป็นลูกค้าเดิมของธนาคารที่เป็นบุคคลธรรมดาและมีสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน หรือนิติบุคคลที่มีสินเชื่อธุรกิจแบบกำหนดระยะเวลากับธนาคาร ซึ่งมีที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ หรือคู่ค้าทางธุรกิจ อยู่ในพื้นที่ประสบภัยตามพื้นที่ประกาศของราชการ และมีสถานะการชำระหนี้เป็นปกติ

ช่องทางลงทะเบียน

ธนาคารยูโอบี

บัตรเครดิตยูโอบี บัญชียูโอบีแคชพลัส สินเชื่อบุคคลไอแคช

  • ปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบีและแคชพลัสทุกคน โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร 
  • กรณีมีสินเชื่อบ้านยูโอบีด้วย สามารถเข้าร่วมโปรแกรมรวมหนี้ (Debt Consolidation) ได้

สินเชื่อบ้านยูโอบี

ช่องทางลงทะเบียน
  • กรอกแบบฟอร์มที่เว็บไซต์ UOB  
  • ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564

สินเชื่อซอฟต์โลน ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ไม่มีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

  • สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารไม่เกิน 500 ล้านบาท (ตามเกณฑ์คุณสมบัติซอฟท์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2564 เรื่อง คำนิยาม "กลุ่มธุรกิจ")
  • โดยเป็นวงเงินกู้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้างชำระทั้งหมด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562
  • สามารถยื่นขอสินเชื่อซอฟต์โลนได้ภายในวันที่ 18 เมษายน 2564 (ทั้งนี้ ธนาคารสามารถส่งคำขอสินเชื่อไปยัง ธปท. เพื่อพิจารณาภายในกำหนดการดังกล่าว หลังจากที่สินเชื่อนั้นๆ ได้รับอนุมัติจากธนาคารเรียบร้อยแล้ว)
ข้อมูลเพิ่มเติม
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน 
  • UOB Biz Call Centre โทร. 02 343 3555 
  • อีเมล businessbanking.servicecentre@uob.co.th
อิออน ธนสินทรัพย์

มาตรการที่ 1 ลดอัตราชำระคืนขั้นต่ำ (ไม่ต้องลงทะเบียน)

บัตรเครดิตอิออน

  ลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ (เดิม 10%) ดังนี้

  • 5% ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2564
  • 8% ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2565
  • 10% ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
          หมายเหตุ
          1. ยกเว้นบัตรเครดิต AEON CORPORATE CARD ทุกประเภท
          2. ยกเว้นรายการผ่อนชำระสินค้าและ/หรือบริการรายเดือน (AEON Happy Plan)
          3. ลูกค้าที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะไม่ได้รับสิทธิตามมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อนี้

บัตรสมาชิกอิออน (สินเชื่อยัวร์แคช)

ลดอัตราชำระคืนขั้นต่ำ (เดิม 3%) เป็นดังนี้

  • 1% แต่ไม่น้อยกว่า 300 บาท* ต่อรอบบัญชี ในรอบบัญชีที่ครบกำหนดชำระวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2564
          ​​​​​​​หมายเหตุ
​​​​​​​          1. ยกเว้นรายการผ่อนชำระสินค้าและ/หรือบริการรายเดือนของบัตร (AEON Happy Pay)
​​​​​​​          2. ยอดชำระขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยที่เรียกเก็บในรอบบัญชีนั้น
          3. ลูกค้าที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะไม่ได้รับสิทธิตามมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อนี้

มาตรการที่ 2 พักชำระหนี้หรือลดค่างวด (ต้องลงทะเบียน)

สินเชื่อทุกประเภท

  • พักชำระหนี้สินเชื่อทุกประเภท ยกเว้น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือน แต่สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป 
     
  • หรือ ลดค่างวดเช่าซื้อรายเดือนสำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ลดค่างวดเช่าซื้อรายเดือน 30-50% เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป 

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลให้รายได้ลดลง
  • ลูกค้าที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะไม่ได้รับสิทธิตามมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อนี้
  • หมายเหตุ : การขอพักชำระหนี้ หมายความว่าลูกค้าสามารถหยุดการชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่พักชำระหนี้ แต่ทั้งนี้บริษัทมีการคิดดอกเบี้ยในระหว่างที่หยุดพักชำระ

ช่องทางลงทะเบียน

มาตรการที่ 3 เปลี่ยนประเภทสินเชื่อเป็นสินเชื่อระยะยาว อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12% (ต้องลงทะเบียน)

สินเชื่อบัตรเครดิตและบัตรสมาชิกอิออน (สินเชื่อยัวร์แคช)

           ลูกค้าที่เป็นผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรสมาชิกอิออน (สินเชื่อยัวร์แคช) สามารถขอเปลี่ยนประเภทสินเชื่อเป็นสินเชื่อระยะยาว โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี อัตราชำระคืนขั้นต่ำ 3% ต่อเดือน 

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลทำให้รายได้ลดลง
  • ลูกค้าที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน หรือ 3 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะไม่ได้รับสิทธิตามมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อนี้

ช่องทางลงทะเบียน

  • ลงทะเบียนที่ aeon.co.th ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 - 31 มีนาคม 2564 บริษัทจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

          หมายเหตุ : ลูกค้าต้องขอโอนหนี้เดิมไปเป็นสินเชื่อสินเชื่อระยะยาวใหม่ โดยบริษัทจะระงับการใช้งานบัตรเครดิตและ/หรือบัตรสมาชิกอิออนเป็นการชั่วคราว ภายหลังลูกค้าชำระหนี้ปิดบัญชีสินเชื่อระยะยาวครบถ้วนแล้ว ลูกค้าจะสามารถใช้งานบัตรเครดิตและ/หรือบัตรสมาชิกอิออนได้ดังเดิม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประวัติการชำระเงินของลูกค้า

ข้อมูลเพิ่มเติม
  • เว็บไซต์ aeon.co.th
  • โทร. 0-2665-0123
SME Bank 
ข้อมูลเพิ่มเติม
บสย.
ข้อมูลเพิ่มเติม
EXIM Bank

เงื่อนไขเข้าร่วมมาตรการ

  • สำหรับลูกค้าในพื้นที่สีแดง สีส้ม และสีเหลือง

ช่องทางลงทะเบียน

  • แจ้งความประสงค์ผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร www.exim.go.th หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ดูแลลูกค้า
  • ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2564 โดยธนาคารจะติดต่อกลับภายใน 3 วันทำการ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เว็บไซต์ EXIM Bank
  • โทร. 0-2271-3700
          ทั้งนี้ เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด และข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้สอบถามจากธนาคารอีกครั้ง โดยการพิจารณาให้ความช่วยเหลือของธนาคารอาจขึ้นอยู่กับลูกค้าแต่ละราย   

          นอกจากนี้ ยังมีโครงการช่วยเหลือจากรัฐ ทั้งคนละครึ่งรอบเก็บตก หรือโครงการ เราชนะ เยียวยา 3,500 บาท 2 เดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอีกด้วย
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
มาแล้ว ! มาตรการพักชำระหนี้ เยียวยาโควิดรอบ 2 จากแบงก์ต่าง ๆ เช็กด่วนที่ไหนช่วยอะไรบ้าง โพสต์เมื่อ 8 มกราคม 2564 เวลา 13:27:34 86,354 อ่าน
TOP