ตามรอยเที่ยวยุโรป 3 ประเทศ 8 วัน ไม่ใช่แค่ฝัน มีเงิน 30,000 ก็ไปได้

เที่ยวยุโรป

          เที่ยวยุโรปในงบประหยัดเกินคาด ตะลุยเนเธอร์แลนด์-เช็ก-ฮังการี 8 วัน ด้วยเงิน 30,000 บาท เห็นแล้วอยากแพ็กกระเป๋าเดินทางขึ้นมาทันที


          อย่าเพิ่งคิดว่าการแพ็กกระเป๋าขึ้นเครื่องบินไปเดินเที่ยวชิล ๆ ในทวีปยุโรปสักประเทศเป็นเรื่องไกลเกินฝันถ้ายังไม่ได้อ่านรีวิวเที่ยวยุโรปของคุณ KungKevTH สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เจ้าของเฟซบุ๊ก KungKevTHwritings เพราะทริปนี้เจ้าของกระทู้พาเราไปเยือนยุโรปถึง 3 ประเทศ ทั้งเนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และฮังการี ในระยะเวลา 8 วัน กับค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋าไม่เกิน 30,000 บาท ถูกใจเหล่าคนงบไม่มากแต่อยากเที่ยวยิ่งนัก ตามมาส่องรีวิวเที่ยวยุโรปเรื่องนี้ไว้เป็นไอเดียทริปหน้ากันดีกว่า

เที่ยวยุโรป

          [CR][KungKevTH memories] เมื่อผมไปยุโรป 3 ประเทศ ด้วยเงิน 30,000 บาท โดย คุณ KungKevTH สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          ยุโรป...

          เมื่อเอ่ยคำนี้หลายคนอาจรู้สึกว่ามันไกลตัวเสมอ ผมเองก็เช่นกันครับ ตลอดชีวิตไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ไปยุโรป ทวีปที่เป็นที่ตั้งของเมืองต่าง ๆ ที่เคยเห็นในทีวี อ่านในหนังสือ ศึกษาจากบทเรียน จากการดูบอล หรืออะไรทำนองนั้น อย่าว่าแต่ยุโรปเลยครับ แม้แต่ประเทศในแถบเอเชียด้วยกันอย่างญี่ปุ่นนี่ยังรู้สึกว่ามันไกลตัวมาก ๆ เลย แล้วยุโรปจะไปเหลืออะไร

          แต่เป็นความโชคดีของผมที่ได้เกิดในยุคนี้ ยุคที่โลกแคบลง แต่ละประเทศก็ดูเหมือนจะใกล้กันมากขึ้น แม้ว่าระยะทางทุกอย่างจะยังคงเดิม นั่นเป็นเพราะคนธรรมดาอย่างเราทั้งหลายมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น โลกมีการแข่งขันกันอย่างเสรี ผลประโยชน์จึงตกลงมาสู่ผู้บริโภค การไปญี่ปุ่นจากเมื่อก่อนแค่ค่าตั๋วก็สองหมื่นอัพ แต่วันนี้หลักพันก็ไปได้แล้ว ยุโรปก็เช่นกันครับ จากที่เมื่อก่อนการไปยุโรปอาจต้องใช้งบประมาณมาก แค่ค่าตั๋วอย่างเดียวก็ล่อไปไม่รู้เท่าไร แต่เดี๋ยวนี้ไม่ถึงสองหมื่นก็บินไปยุโรปได้แล้วครับ


          เกริ่นมายืดยาวยังไม่ได้เข้าเรื่องเสียที เอาเป็นว่าทริปที่ไปของผมนี้เป็นทริป 8 วัน ในยุโรป 3 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และฮังการี โดยพาดผ่าน 2 ประเทศ คือเยอรมนี และสโลวาเกีย ถามว่าหลักเกณฑ์ในการเลือกประเทศคืออะไร คำตอบก็คือความหลากหลายและความแตกต่างกัน ซึ่งสิ่งนี้เราจะได้ประโยชน์ที่แถมมาคือเรื่องค่าครองชีพด้วย ทำให้งบประมาณในการเดินทางครั้งนี้ตกแล้วอยู่ที่คนละประมาณสามหมื่นบาท

          30,000 บาท รวมทุกอย่างแล้ว ทั้งค่าตั๋ว ค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเดินทาง และค่าเที่ยว โดยจ่ายค่ารถทุกเที่ยว และอาหารทุกมื้อไม่มีแบกจากเมืองไทยครับ

          www.facebook.com/KungKevTHwritings

เที่ยวยุโรป

          เริ่มต้นสิ่งแรกกันก่อนที่จะทำให้เราออกเดินทางไปสู่ยุโรปได้นั่นก็คือตั๋วเครื่องบินครับ โดยปกติแล้วบินไปยุโรปเนี่ย แบบถูก ๆ ราคาก็จะตกแล้วประมาณสองหมื่นกว่า ๆ แต่คราวนี้โชคดีครับ ทริปของผมทริปนี้ได้มาในราคาไม่ถึงหมื่นห้า และไม่ใช่สายการบินไก่กาที่ไหน แต่เป็นสายการบินกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสายการบินที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก

          ราคา 14,000 บาท กับกาตาร์แอร์เวย์ ผมบินไปลงที่ Schiphol Airport ซึ่งเป็นสนามบินประจำกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ในวันที่ 10 เมษายน ส่วนขากลับได้บินจาก Liszt Ferenc Airport สนามบินของกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการี กลับสู่สุวรรณภูมิของเราในวันที่ 18 เมษายนครับ

          แต่มีข้อแม้เล็กน้อยก็คือการบินไปลงอัมสเตอร์ดัมนั้น เราต้องบินจากกัวลาลัมเปอร์นะครับ อันนี้จะเหนื่อยหน่อยในตอนขาไป เพราะภาคบังคับของการนั่งกาตาร์คือเขาจะต้องให้เราไปเปลี่ยนเครื่องที่โดฮาอยู่แล้ว อันนี้บินจากกัวลาลัมเปอร์ก็จะทำให้ต้องบินเพิ่มมาอีกขานึง แต่ก็ไม่ใช่ว่าการจองแบบนี้จะถูกเสมอไปนะครับ ต้องเช็กดูดี ๆ หรือลองตามจากเพจต่าง ๆ ก็ได้ครับ

เที่ยวยุโรป

          อย่างที่บอกไปแล้วในช่วงแรกว่าทริปของเราไป 8 วัน ในราคารวมประมาณสามหมื่นบาท เพื่อน ๆ ถามกันเยอะว่ากินยังไง อยู่ยังไง นอนข้างถนนหรือเปล่า ? เอามาม่าจากไทยไปหรอ ? ก็ไม่นะครับ อย่างว่าแหละเหตุผลหลักที่การเที่ยวยุโรปมันแพงก็คือตั๋วเครื่องบิน เมื่อเราได้ตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูก อย่างอื่นก็จะถูกตามไปด้วย เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่เราควบคุมราคาเองไม่ได้ แต่อย่างอื่นเราจัดการเองได้ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ที่พัก การกิน การเดินทางต่าง ๆ ตามค่าครองชีพของแต่ละที่

          ค่าที่พักกับค่าตั๋วเครื่องบินรวมกันหมด บอกเลยครับว่าไม่ถึงสองหมื่นบาท เพราะการกินนอนง่ายในการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ มันทำให้อะไร ๆ ยืดหยุ่นมากกว่า ที่พักตลอดทริปเลยเป็นพวกโฮสเทล สลับกับการนอนบนรถบัสประเภท Night Bus ซึ่งก็คือรถบัสวิ่งระยะไกลในเวลากลางคืนที่รองรับการนอนบนรถได้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ค่าที่พักกับค่าเดินทางไกล ๆ รวมกันได้ ค่าใช้จ่ายของเราก็จะลดน้อยลง

          จะว่าไปทริปของเราที่ว่าไป 3 ประเทศที่บอกไปแล้วเนี่ย ระยะเวลาก็ไม่เท่ากันนะครับ หักลบวันบินไปบินกลับแล้วก็เหลือเวลา 6 วันในยุโรป มีการวางแผนกันไว้ให้อยู่อัมสเตอร์ดัมแค่คืนเดียว ปรากอีกหนึ่งคืน และบูดาเปสต์สองคืน ส่วนอีกสองคืนที่เหลือคือนอนบนรถบัส ซึ่งมีราคาถูกกว่ารถไฟ

          ค่าครองชีพ เป็นคำตอบที่ว่าทำไมเราถึงเลือกอยู่ฮังการีนานที่สุด ทั้งที่น่าจะเป็นประเทศที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจมาก ๆ อย่างเนเธอร์แลนด์ ลองคิดดูเถอะครับ ค่าที่พัก 3 คืน ที่ฮังการีและเช็กรวมกัน ยังพอ ๆ กับที่พักในอัมสเตอร์ดัมแค่คืนเดียว นี่คือคำตอบที่ชัดเจนและจะเห็นภาพได้ชัดเจนมากครับ นอกจากนี้การอยู่ที่ฮังการียาวนานที่สุดก็ทำให้เราเลือกที่จะขอวีซ่าเชงเก้นที่สถานทูตฮังการีไปเลย

          ส่วนอาหารการกินเดี๋ยวมาว่ากันช่วงท้ายครับ

เที่ยวยุโรป

Amsterdam

          ตัดมาที่เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์หรือที่เราคุ้นชื่อกันดีว่า "ฮอลแลนด์" อย่างอัมสเตอร์ดัมกันก่อนเลยครับ เมืองนี้ต้องบอกว่าเป็นเมืองที่รู้สึกว่าน่าสนใจตั้งแต่ยังไม่ได้ไปด้วยซ้ำ เพราะเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความแปลกและมีความเป็นเอกลักษณ์อย่าบอกใคร นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องกังหันลม เมืองจักรยาน คลอง มีทีมฟุตบอลชั้นนำอย่างอาแจ็กซ์หรือพีเอสวี ไอน์โทเฟ่น และเป็นเมืองที่อยู่ระดับน้ำทะเลจนอาจจะท่วมมิดได้แล้ว ประเทศนี้ยังหาญกล้าที่จะแหวกแนวประเทศอื่นทั่วโลกด้วยการไฟเขียวให้มีย่านโคมแดงหรือการค้าบริการทางเพศอย่างถูกกฎหมาย รวมไปถึงกัญชาด้วย

          หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำแบบนี้ไม่เละไปหมดหรอ เมืองพุทธนะ (อ้าว ไม่ใช่เหรอ) พอได้ไปถึงที่นั่นจริง ๆ แล้วก็รู้สึกเลยว่า เออ ที่นี่เขาทำดีเลยครับ มีความเป็นระเบียบและมีความปลอดภัยสูงมาก อาชญากรรมที่เนเธอร์แลนด์นี่ต่ำนะครับ เคยได้ข่าวว่ามีการปิดเรือนจำเพราะนักโทษน้อยมากด้วยซ้ำ ตอนอยู่ที่นั่นก็กลับที่พัก 4-5 ทุ่ม ก็โอเคครับ เพราะไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว ฟ้าเลยมืดช้า มืดทีก็ล่อไปสามทุ่มแล้ว ที่เที่ยวส่วนใหญ่เดินถึงได้ครับ อยู่ย่านใจกลางเมืองหมดไม่ไกลกัน ที่สำคัญก็คือคนดัตช์ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ และที่ป้ายมีภาษาอังกฤษตลอด เพราะฉะนั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องหลงทางครับ

          ข้อเสียอย่างเดียวของอัมสเตอร์ดัมก็คือค่าครองชีพสูง และอะไร ๆ ก็ดูจะเป็นเงินเป็นทองไปหมด อย่างเช่น ห้องน้ำส่วนใหญ่ก็จะเสียเงินประมาณ 0.5 ยูโร แม้แต่ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดอย่างแมคโดนัลด์ก็เสียเงินเช่นกัน ไม่เหมือนกับประเทศพัฒนาแล้วทางฝั่งเอเชียที่ส่วนใหญ่จะบริการห้องน้ำฟรี เพราะถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน

เที่ยวยุโรป

เที่ยวยุโรป

          ที่พักที่ผมไปพักในอัมสเตอร์ดัมก็คือ Stayokay Amsterdam Stadsdoelen ที่นี่ต้องบอกว่าโลเคชั่นดีเลยครับ ตั้งอยู่ริมคลองในใจกลางเมือง ใกล้สถานีรถไฟฟ้า Nieumark เดินเท้าถึงย่านต่าง ๆ ได้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Dam Square, Red Light District หรือ Museumplein จึงรายล้อมไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ จำนวนมาก

          ลักษณะของห้องพักเป็นห้องขนาดใหญ่ พักได้ประมาณสิบคน เตียงสองชั้น แต่ห้องกว้างมาก ๆ ครับ โปร่งด้วย ไม่ว่าจะนอนบนหรือนอนล่างก็ไม่อึดอัด ห้องน้ำมีครบเพียงพอหลากหลาย ทั้งห้องส้วมและห้องอาบน้ำ ที่สำคัญเป็นปัจจัยที่ 5 ก็คือฟรีไวไฟ นอกจากนี้ยังมีล็อกเกอร์ให้เก็บของด้วยครับ

          ข้อเสียก็เช่นเคยครับ ที่นี่อัมสเตอร์ดัม ทุกอย่างต้องเสียเงินเพิ่ม สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ลืมเอามาไม่เป็นไร เพราะที่นี่มีขาย เช่นเดียวกันหากยังไม่ถึงเวลาเช็กอิน หรือเช็กเอาท์ไปแล้วอยากเที่ยวต่อ แต่มีสัมภาระเยอะแบกไปขึ้นรถราด้วยก็ลำบาก ก็ไม่เป็นไรเช่นกัน เพราะที่นี่มีบริการฝากของด้วย แต่ต้องเสียเงินเช่นกัน

          อ่อ แล้วก็อาหารเช้ามีให้ฟรีนะครับ เป็นพวกขนมปัง ซีเรียล นม น้ำผลไม้ต่าง ๆ ถือว่าโอเค แล้วตอนเช็กอินเขาจะให้คูปองลดราคา 50% หากจะเข้าไปนั่งจิบเบียร์หรือทานอาหารเย็นในที่พักด้วยครับ

เที่ยวยุโรป

          ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทางจักรยานที่เลิศมากแล้ว ระบบขนส่งมวลชนประเภทอื่นก็เยี่ยมไม่แพ้กัน เพราะที่นี่จะประกอบไปด้วยรถไฟ รถไฟฟ้า รถเมล์ และรถราง ซึ่งทุกระบบของที่นี่ต้องบอกว่าคุณภาพล้วน ๆ สะดวก ขึ้นง่าย ลงสะดวก ซอกซอนเข้าถึงทุกจุดสำคัญ ซึ่งเท่าที่ผมสังเกตที่นี่จะนิยมใช้รถรางในการเดินทางในตัวเมือง ส่วนรถไฟฟ้าจะใช้ในระยะทางที่ไกลออกไปหน่อย

          ระบบขนส่งมวลชนที่ผมใช้บ่อยที่สุดในตอนอยู่อัมสเตอร์ดัมก็คือรถราง หรือที่เรียกว่า tram นั่นแหละครับ นี่คือระบบขนส่งมวลชนที่ใช้ได้สะดวกและราคาถูก ถ้าใครเคยขึ้นรถเมล์ที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีก็ขึ้นแทรมที่อัมสเตอร์ดัมได้ครับ เพราะโดยรวมแล้วก็เหมือน ๆ กัน คือขึ้นมาแตะบัตร แล้วก็รอถึงที่หมาย ซึ่งจะมีการประกาศชื่อป้ายถัดไปตลอด ง่ายครับ ส่วนระบบอื่น ๆ คงไม่ต้องพูดถึง เพราะเหมือน ๆ กัน

          ตอนอยู่ที่นั่นผมซื้อตั๋วแบบ GVB day passes ซึ่งสามารถใช้ระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ได้ 1 วัน โดย 1 วันในที่นี้ก็คือ 24 ชั่วโมงจริง ๆ ขึ้นได้ไม่จำกัดครั้ง สมมติใช้วันนี้ 15.42 น. ก็คือหมดพรุ่งนี้ 15.42 น. ใช้ได้หมด นอกจากรถรางแล้วก็ใช้กับรถบัสกับรถไฟฟ้าได้ด้วย โดยตั๋วแบบนี้จะมีราคาอยู่ที่ 7.5 ยูโรครับ

เที่ยวยุโรป

          การเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในอัมสเตอร์ดัมไม่ยากครับ ขอแค่มีแผนที่ก็เพียงพอแล้ว เพื่อไม่ให้หลงทางในการเดินและนั่งรถครับ นั่งรถก็ดูแผนที่รถ ซึ่งสำหรับรถรางก็สามารถขอได้จากคนขับ ส่วนแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนชอบเดินก็อาจจะขอจากโรงแรมที่พักก็ได้ คือจริง ๆ ปกติแผนที่แบบนี้จะมีแจกตามองค์กรเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนะ แต่ผมแปลกใจมากที่ Iamsterdam ของเนเธอร์แลนด์เขาขาย ไม่ได้มีแจกเหมือนที่อื่น แต่ช่างเถอะ เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากซื้อก็ไปขอตามที่พักของเรานั่นแหละครับ

          หลักการดูแผนที่ในการเที่ยวในอัมสเตอร์ดัมนี่ง่ายมาก ๆ ครับ เมืองนี้เขาคลองเยอะอยู่แล้ว ผมเลยแนะนำว่าให้มองเส้นคลองเป็นหลักไปเลย นับไปเลยเราจะเดินจากตรงนี้ไปตรงนี้ จะต้องเจอคลองกี่คลอง ข้างหน้าเป็นคลองที่เท่าไร แล้วอีกกี่คลองจะถึง อันนี้ง่ายมาก ๆ ครับ เป็นเมืองที่เดินดูแผนที่ง่ายกว่าเมืองอื่น ๆ เลย (ไม่นับเมืองที่ใช้ผังเมืองแบบกริดนะ พวกนั้นนับได้เลยว่าจะเดินกี่บล็อก)

          ว่ามาเยอะขนาดนี้ หลายคนคงสงสัยแล้วว่าที่อัมสเตอร์ดัมแห่งนี้มีอะไรให้เที่ยวบ้าง อันนี้ต้องบอกให้ทราบก่อนว่าแนวทางการเที่ยวของผมคือชอบเดินไปเรื่อย ๆ ครับ บางทีไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไรก็เดินไปเรื่อย ๆ แล้วก็มาหาทีหลังว่าสิ่งที่เราไปเจอมาเนี่ยมันคืออะไร เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบเก็บเกี่ยวบรรยากาศอยู่แล้ว ยิ่งอากาศเย็น ๆ นี่ยิ่งชอบครับ ไม่อยากกลับที่พักง่าย ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไล่ไปเลยแล้วกันครับ แบบคร่าว ๆ หลัก ๆ เท่านั้นนะ

Dam Square

          ถ้ามาถึงอัมสเตอร์ดัมแล้วไม่ได้ไปย่านนี้ถือว่าผิดเลยครับ เพราะ Dam Square แห่งนี้เป็นจัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัมเลย ล้อมรอบด้วยสถานที่สำคัญ ๆ อย่าง Royal Palace, Nieuwe Kerk, National Monument และพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซต์

          บริเวณรอบ ๆ ของ Dam Square ก็จะมีร้านนู้นร้านนี้เยอะมาก ๆ เหมาะกับการเดินเล่น คลองสวย ๆ ให้ถ่ายรูปก็เยอะครับ

เที่ยวยุโรป

Museumplein

          อีกหนึ่งย่านแลนด์มาร์กของอัมสเตอร์ดัมครับ ย่านนี้เป็นย่านที่เราจะเห็นคนชอบมานั่งนอนเล่นกันตรงสวน นั่งแช่เท้าในบ่อน้ำ พาหมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด

          ความโดดเด่นของย่านนี้คือการที่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์และสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปะหลายแห่ง ที่โด่งดังที่สุดน่าจะเป็น Rijksmuseum นี่แหละครับ และเช่นเดียวกันก็มีป้าย I amsterdam อันโด่ดเด่นตั้งอยู่ตรงนี้ด้วย

เที่ยวยุโรป

Station Amsterdam Centraal

          แค่ชื่อก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าย่านนี้เป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งหรือฮับของอัมสเตอร์ดัมนั่นเอง เพราะบริเวณนี้จะเป็นศูนย์รวมของระบบต่าง ๆ ทุกระบบมาบรรจบกัน รถราง รถไฟฟ้า รถเมล์ และรถไฟ ทุกอย่างต้องผ่านที่นี่ไม่รู้กี่สาย และที่ขาดไม่ได้ก็คือการขนส่งทางน้ำอย่างเรือด้วย

          ที่เขียนไปว่า Centraal ไม่ได้พิมพ์ a เกินมาตัวนึงแต่อย่างใดนะครับ แต่เป็นชื่อตามภาษาดัตช์จะสะกดแบบนี้เลย ย่านนี้เป็นย่านที่ทุกคนจะได้มาแน่นอน เพราะจากสนามบินหรืออะไรที่เราอยากจะเข้าอัมสเตอร์ดัมก็ต้องมาลงที่นี่แหละครับ

เที่ยวยุโรป

Red Light District

          อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าที่เนเธอร์แลนด์แห่งนี้ การค้าบริการทางเพศไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ดังนั้น เขาจึงมีการจัดโซนให้มีย่านสำหรับการนี้โดยเฉพาะอย่างเป็นระเบียบ นั่นก็คือย่านโคมแดงหรือ Red Light District แห่งนี้นี่เอง ย่านนี้จะเป็นแหล่งรวมของด้านมืดต่าง ๆ มากมายจะหาได้ที่นี่ทั้งนั้น

          ไฮไลท์ก็คงจะเป็นร้านที่เปิดไฟสีแดง ๆ เป็นประตูกระจก แล้วมีสาวแหม่มมายืนทำท่าเชิญชวนให้เข้าไปหาพวกเธอนั่นแหละครับ แต่ใครที่หวังจะเห็นภาพตัวอย่างต้องไปดูเองหรือเสิร์ชในเน็ตเอาได้เลยครับ ด้วยเหตุที่ย่านนี้ไม่ควรเสี่ยงถ่ายภาพเด็ดขาด เพราะอาจถูกเพ่งเล็งได้ (รูปนี้ถ่ายไกล ๆ จะเห็นร้านไฟแดง ๆ ทางขวามือที่ปิดม่านอยู่นะ)

เที่ยวยุโรป

Amsterdam ArenA

          อยู่นอกแพลนจริง ๆ ครับสำหรับที่นี่ แต่ด้วยเวลาที่เหลืออยู่เยอะมาก แล้วก็ยังมีเวลาในตั๋วรถเหลืออยู่ คนบ้าบอลอย่างผมก็ไม่พลาดที่จะไปที่นี่อยู่แล้ว อัมสเตอร์ดัมอารีนา ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมนั่นเอง คิดว่าใครที่ดูบอลก็คงรู้จักทีมนี้เป็นอยางดี ทีมที่ปลุกปั้นนักเตะระดับโลกมาแล้วมากมาย เช่น เอ็ดวิน ฟานเดอร์ซาร์, เดนนิส เบิร์กแคมพ์, หลุยส์ ซัวเรซ ฯลฯ ตำนานที่ขาดไม่ได้อีกคนของอาแจ็กซ์ก็คือดาวดังผู้ล่วงลับอย่างโยฮัน ครัฟฟ์ ช่วงนั้นที่สนามมีติดรูปของครัฟฟ์เยอะมากเพื่อเป็นการไว้อาลัยครับ

          สำหรับใครที่จะหาของฝากอาจจะแวะเข้าช็อปสโมสรเพื่อซื้อเสื้อมาฝากเพื่อน ๆ ที่เป็นแฟนบอลได้เหมือนกันครับ มีหลายแบบหลายราคา แต่ที่นี่ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปนะครับ ไกลหน่อย แทรมไปไม่ถึง

เที่ยวยุโรป

Prague

          ผมได้ยินชื่อเสียงของกรุงปราก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็กมาพอสมควรว่าเป็นเมืองที่มีความโรแมนติกมากเมืองหนึ่ง แต่ตลอดมาก็ไม่ได้รู้เรื่องราวของเมืองนี้มากนัก มากที่สุดคือเป็นเมืองที่ใช้ถ่ายละครเรื่อง "กลรักลวงใจ" ที่เคยฉายทางช่อง 3 เมื่อหลายปีมาแล้ว นำแสดงโดยเคน ธีรเดช และเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ทำให้ได้เห็นฉากต่าง ๆ ของเมืองนี้จากละครเรื่องนั้น นอกนั้นแล้วก็ไม่รู้อะไรอีกเลย

          เมื่อเข้าเขตเช็กก็รู้สึกถึงความแตกต่างเลยครับ ที่นี่จะเป็นพวกเขาพวกเนินซะเยอะ แม้แต่ที่ปรากเองก็มีพื้นที่หลายส่วนที่อยู่บนเขาเหมือนกัน  โดยภาพรวมแล้วปรากก็ถือว่าเป็นเมืองที่สวยงามเมืองหนึ่ง แต่สวยคนละแบบกับอัมสเตอร์ดัม ที่นี่จะออกแนวถึงความเป็นเมืองเก่ามากกว่าครับ ส่วนเรื่องความอันตรายก็ไม่รู้สึกว่าอันตรายอะไร แล้วก็คนที่นี่พอจะพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง แม้จะไม่คล่องมากนัก แต่ก็สื่อสารได้ครับ

          ค่าครองชีพของที่นี่จะต่ำกว่าที่อัมสเตอร์ดัมหน่อยครับ ทั้งการเดินทางและอาหารการกิน โดยเช็กเป็นประเทศสมาชิกอียูที่ไม่ใช้เงินยูโรเหมือนหลาย ๆ ประเทศ แต่ใช้เงินโครูน่า ซึ่งเวลาเรียกภาษาอังกฤษเขาจะไม่เรียกโครูน่า แต่เรียกเช็กคราวน์แทน ซึ่ง 1 คราวน์ ก็จะประมาณ 1.5 บาท นั่นเอง

เที่ยวยุโรป

เที่ยวยุโรป

          1 คืน ในปราก ผมฝากชีวิตไว้กับ AZ Hostel ซึ่งก็แน่นอนว่าสเปคการเลือกที่พักของเราก็จะเป็นแบบเดิม คือเน้นที่ตั้ง แล้วก็ฟรีไวไฟ ที่นี่ตั้งอยู่บนถนน Jindrisska ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า Mustek ที่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าสองสาย และมีรถรางผ่านหน้าโฮสเทล จุดที่ตั้งอยู่ตรงนี้จะอยู่ใกล้กับ Historic Square ซึ่งสองข้างทางก็จะเต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง แถมยังอยู่ในระยะที่สามารถเดินไปถึง Old Town Square ได้เช่นกันครับ

          ลักษณะของห้องที่ไปพักก็จะเล็กลงมาหน่อยครับ เป็นห้อง 8 คน มีเตียงสองชั้น 4 เตียง ห้องน้ำกับห้องส้วมก็ถือว่ามีเพียงพอ เช็กเอาท์แล้วฝากกระเป๋าได้ แต่ที่นี่ไม่มีอาหารเช้าให้นะครับ

เที่ยวยุโรป

          การเดินทางในปรากก็จะประมาณเดียวกัน คือมีรถเมล์ รถไฟฟ้า แล้วก็รถราง ซึ่งก็เช่นเคยครับ รถรางเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ผมใช้บ่อยที่สุด เพราะชอบความสะดวกแล้วก็ขึ้น-ลงง่ายของมัน

          ความแตกต่างระหว่างการเดินทางในปรากกับอัมสเตอร์ดัมก็คือ ที่ปรากจะไม่มีการบังคับให้จ่ายค่าโดยสารก่อนใช้บริการนะครับ สถานีรถไฟฟ้าของเขาไม่มีที่กั้นให้ติ๊ดบัตรก่อนนะ คุณสามารถที่จะเดินเข้าไปใช้บริการได้เลย อ้าว แล้วแบบนี้หลายคนคงสงสัยว่าไม่แห่กันขึ้นฟรีกันหมดหรอ ก็นั่นสิครับ แต่เขามีวิธีการของเขาอยู่ก็คือการใช้วิธีสุ่มตรวจนั่นเอง บางคนเห็นไม่เคยมีใครตรวจเลย คราวนี้ไม่ซื้อแล้ว พอลงมาดันไปจ๊ะเอ๋กับตำรวจที่มาสุ่มตรวจวันนั้นพอดี ถ้าโดนนี่ปรับยับนะครับ เพราะฉะนั้น แนะนำว่าจ่าย ๆ ไปดีกว่า อย่าเสี่ยงเลยครับ


          สำหรับตั๋วการเดินทางในปรากเขาก็จะแหวกแนวอีกครับ ไม่มีตั๋วเที่ยวเดียวอะไรแบบนี้นะ แต่เป็นตั๋ว 30 นาที 90 นาที 24 ชั่วโมง และ 3 วัน (ตั๋วเดือนตั๋วปีก็มีแต่ไม่ได้ใช้หรอก) ซึ่งที่ผมได้ใช้ก็มีแค่ตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง 110 คราวน์ ขึ้นได้ไม่อั้นตามเวลาเหมือนกัน แล้วก็ตั๋ว 30 นาที 24 คราวน์ครับ อันนี้ใช้ขึ้นตอนจะไปสถานีขนส่งเพื่อนั่งรถไปบูดาเปสต์

เที่ยวยุโรป

เที่ยวยุโรป

          ที่เที่ยวในปรากก็พอสมควรเลยครับ เมืองของเขาเป็นเมืองเก่าแก่ตามสไตล์ยุโรป ที่เที่ยวก็จะเป็นพวกแนวโบราณ ๆ นี่แหละ อย่างเช่น พวกปราสาท พวกโบสถ์ต่าง ๆ โดยตอนที่อยู่ที่เช็กเนี่ย ผมแนะนำให้จำภาษาเช็กไว้บ้างจะช่วยได้เยอะครับ เพราะชื่อสถานี ชื่อป้ายรถ แล้วก็พวกอักษรตามป้ายส่วนใหญ่เขาจะเขียนเป็นภาษาของเขา มีภาษาอังกฤษกำกับบ้าง ไม่มีบ้าง แล้วแต่อารมณ์ เอาเป็นว่าลองมาไล่คร่าว ๆ ดูเลยดีกว่าครับ

Prague Castle

          บอกได้เพียงว่ายิ่งใหญ่มากครับสำหรับปราสาทปราก หรือที่ในภาษาเช็กเรียกว่า Prazsky Hrad แห่งนี้ เพราะเป็นปราสาทที่ได้ลงกินเนสส์บุ๊กด้วยนะครับว่าเป็นปราสาทโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อายุนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ พันกว่าปีเข้าไปแล้ว พื้นที่ด้านในกว้างมาก ๆ มีการแบ่งโซนต่าง ๆ มากมาย อาคารหลายอาคาร ห้องนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด และด้วยความที่ปราสาทปรากตั้งอยู่บนเนินเขาก็ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของกรุงปรากได้จากที่แห่งนี้เช่นกันครับ

          สำหรับการเข้าชมด้านในก็จะมีตั๋วเข้าอยู่หลายแบบเลยครับ แต่ละแบบก็จะดูนู่นนี่ได้ไม่เท่ากัน ส่วนตัวผมซื้อตั๋วแบบ Circuit B ราคาอยู่ที่ 250 คราวน์ ซึ่งก็จะสามารถเข้าไปดูในส่วนหลัก ๆ ได้หลายส่วนเลยครับ

เที่ยวยุโรป

Charles Bridge

          สะพานชาร์ลส์ หรือ Karluv Most ในภาษาเช็ก เป็นอีกที่หนึ่งที่ผู้ที่ไปเยือนกรุงปรากจะต้องได้ไปข้ามแม่น้ำวิตาวาที่สะพานแห่งนี้ เพราะเป็นสะพานที่เชื่อมสองฝั่ง สองจุดที่มีความเก่าแก่และสวยงามมาก ๆ อย่างฝั่งเมืองเก่าและฝั่งปราสาท สะพานนี้อายุกว่าหกร้อยปีแล้วครับ ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิชาร์ลที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งระหว่างข้ามสะพานนอกจากจะได้ชมความงดงามของสองฝั่งแม่น้ำแล้วก็ยังมีสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ซ่อนอยู่บนตัวสะพานอีกเพียบครับ

เที่ยวยุโรป

Old Town Square

          แลนด์มาร์กสุด ๆ ของปรากอยู่ที่นี่ครับ Old Town Square แห่งนี้ ต้องบอกว่าเป็นจัตุรัสที่ล้อมรอบด้วยอาคารเก่าแก่สวย ๆ มากมายอีกเช่นเคย ไฮไลท์สำคัญก็คงหนีไม่พ้นหอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นแหละครับ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง นาฬิกานี้ก็จะหมุนและตีเวลาบอกตามหน้าที่ของมัน ซึ่งความพิเศษของหอนาฬิกานี้ก็อย่างที่บอกไปแล้วครับว่ามันเป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ นั่นก็คือมันสามารถแสดงวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้นั่นเอง

          พื้นที่บริเวณนี้ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยสีสันครับ ร้านค้า ร้านอาหารมากมายเรียงราย เป็นบริเวณที่คนพลุกพล่านมาก ๆ ก็เลยมีพวกที่แต่งตัวประหลาด ๆ ปลอมตัวเป็นรูปปั้นบ้าง แสดงอภินิหารลอยตัวบ้าง มาอยู่กันตรงแถว ๆ นี้ รอคอยให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกับพวกเขา

          อ่อ ไม่ไกลจากตรงนี้นี่จะมีถนนที่คล้าย ๆ ตั้งแผงขายของฝากกันอยู่ด้วย ตรงนี้แนะนำเลยครับ ของราคาถูก ถ้าอยากได้ของฝากจากเช็กจะเอาจากที่นี่เลยก็ได้ครับ

เที่ยวยุโรป

Budapest

          และแล้วก็มาถึงที่สุดท้ายเสียทีครับ เมืองหลวงของประเทศฮังการี ที่ที่เราจะใช้เวลามากที่สุดในทริปนี้ กรุงบูดาเปสต์นั่นเองครับ ถามว่าผมรู้เรื่องบูดาเปสต์มากแค่ไหน ก็ตอบตรงไปตรงมาว่าแทบไม่รู้อะไรเลยจนกระทั่งได้ไปสัมผัสที่นั่น

          เวลาตีห้ากว่าเป็นเวลาที่ผมไปถึงบูดาเปสต์ และได้สัมผัสบูดาเปสต์เป็นครั้งแรกครับ ด้วยเวลา ณ ขณะนั้น ทุกที่ทุกมุมเมืองต้องบอกว่าเงียบมาก พอลงไปที่รถไฟฟ้าก็จะซื้อตั๋วไปแถวที่พัก มีคนเข้ามาช่วยชี้นั่นชี้นี่ ก็รู้สึกว่า เออ คนเมืองนี้ดูใช้ได้ ไป ๆ มา ๆ พอซื้อตั๋วเสร็จพี่แกเล่นขอเงินทอนทั้งหมดไปหมดเลย นั่นล่ะครับคือสิ่งที่ทำให้ชั่วโมงแรกของบูดาเปสต์พลิกเลย รู้สึกว่าเราไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น ประกอบกับด้วยเวลาที่มันเช้ามาก ๆ เมืองก็เลยเงียบมาก อะไร ๆ ก็เลยดูน่ากลัวไปหมด (อีกอย่างคือชาวฮังการีหน้าตาจะออกแนวแม่มดในการ์ตูนดิสนีย์ค่อนข้างเยอะด้วย)

          แต่นั่นเป็นเพียงความรู้สึกแรกพบเท่านั้นครับ เพราะหลังจากนั้นเมื่อฟ้าสว่าง คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันเป็นปกติก็รู้สึกได้ว่าที่จริงเมืองนี้ก็เหมือนเมืองอื่น ๆ นี่แหละ ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แต่เป็นเพราะประสบการณ์แรกที่เจอมันไม่ค่อยดีก็เลยรู้สึกไปเองมากกว่า ซึ่งจริง ๆ เรื่องแบบนั้นก็มีอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ แค่ยังไม่เจอในทริปนี้

          นอกจากความสวยงามทางสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของยุโรปแล้ว สิ่งที่บูดาเปสต์ชนะเลิศเหนือสิ่งอื่นใดก็คือค่าครองชีพที่ต่ำที่สุดในทริปนี้ ห้องน้ำที่นี่ส่วนใหญ่ก็ไม่เสียเงิน โดยแมคโดนัลด์บางสาขานี่ไฮมาก ๆ ครับ คือมีโค้ดให้ปลดล็อกห้องน้ำด้วยนะ อาหารการกินก็ไม่แพง น้ำขวดลิตรคิดเป็นเงินไทยนี่บางทีพี่แกลดสุด ๆ เหลือไม่ถึง 10 บาทเลยครับ

          เกือบลืมครับ ฮังการีเขาก็ไม่ใช้เงินยูโรเหมือนกันนะ สกุลเงินของเขาคือฟอรินท์ ซึ่ง 1 บาทก็จะประมาณ 8 ฟอรินท์ครับ เวลาคำนวณก็คิดง่าย ๆ โดยเอาราคานั้น ๆ มาคูณด้วย 0.13 ก็จะได้เงินไทยออกมาครับ

เที่ยวยุโรป

เที่ยวยุโรป

          อย่างที่บอกว่าผมพักที่บูดาเปสต์เป็นเวลา 2 คืนด้วยกัน โดยที่พักในคราวนี้ก็คือ Urban Life Guesthouse ซึ่งตั้งอยู่ในเขตที่ 8 ของบูดาเปสต์ (ฮังการีไม่ใช่ฮังเกอร์เกมส์นะ) เรื่องโลเคชั่นถามว่าดีมากไหม ก็ไม่ถึงกับดีมากครับ เพราะไม่ได้ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวในระยะเดินของคนปกติ แต่สภาพแวดล้อมโดยรวมก็ถือว่าโอเค คือมีซูเปอร์มาร์เกตตั้งอยู่ใกล้ ๆ ด้วย ของถูกมากครับ แล้วก็ใกล้กับรถรางและรถไฟฟ้า รวมถึงห้างสรรพสินค้าด้วยก็เลยพออภัยได้

          เกสต์เฮาส์นี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของอาคาร (ที่ยุโรปไม่นับชั้นล่างเป็นชั้น 1 แต่นับเป็นชั้น 0) ข้างในก็จะมีอยู่สองชั้นด้วยกัน เมื่อเปิดเข้ามาครั้งแรกจะเจอกับห้องนั่งเล่นกับครัวเลยครับ ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ใครจะเอาอาหารมาทำอะไรก็เต็มที่เลย ส่วนห้องนอนของเราจะอยู่ชั้นบน เป็นห้องสี่คนครับ เตียงชั้นเดียว สบายอยู่นะ ฟรีไวไฟ แต่ข้อเสียคือห้องอาบน้ำน้อยเกินไปครับ

เที่ยวยุโรป

          บูดาเปสต์ก็ไม่ต่างจากเมืองใหญ่ ๆ เมืองอื่นของยุโรปนะครับ การเดินทางที่นั่นยังคงมีโหมดต่าง ๆ ให้เลือกอย่างหลากหลายตามแบบฉบับยุโรป ก็คือรถเมล์ รถราง และรถไฟฟ้าเช่นเดิมนั่นแหละครับ มาอยู่ที่นี่ก็ต้องบอกว่าได้ใช้พอ ๆ กันหมดเลย ถือเป็นเมืองแรกที่ได้ใช้รถเมล์แบบจริง ๆ จัง ๆ เลยครับ โดยภาพรวมของระบบขนส่งมวลชนที่นี่ก็จะคล้าย ๆ กับที่เช็กนะ แต่จะง่ายกว่าอีก เพราะเครื่องซื้อตั๋วของที่นี่รับธนบัตรด้วย ส่วนของที่นั่นรับแต่เหรียญเท่านั้น

          ตั๋วที่ใช้ก็มีหลายแบบเช่นเคยครับ แต่รอบนี้เราอยู่ที่นี่สามวันก็เลยได้ใช้หลายแบบ ทั้งตั๋วเที่ยวเดียว 350 ฟอรินท์, ตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง 1,650 ฟอรินท์ และปิดท้ายด้วยตั๋วแบบ Transfer ซึ่งก็คือตั๋วแบบเปลี่ยนโหมดได้หนึ่งครั้งอีก 530 ฟอรินท์ อันหลังสุดนี่ผมเอาไปใช้ขึ้นรถไปสนามบินครับ เพราะที่นี่รถไฟฟ้าไม่ได้ไปถึงสนามบิน ต้องนั่งไปต่อรถเมล์ที่สถานี Kobanya-Kispest ถึงไปส่งที่สนามบินครับ

เที่ยวยุโรป

          การนอนบูดาเปสต์สองคืนก็ใช่ว่าจะรู้จักที่เที่ยวในบูดาเปสต์เยอะอะไรนะครับ เพราะส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิมคือใช้เวลาไปกับการเดินไปเรื่อย ๆ วันแรกนี่นั่งรถรางกับรถบัสวิ่งทั่วเลยจนคุ้มตั๋ว 24 ชั่วโมง พอวันที่สองก็เดินไปเรื่อย ๆ จากใจกลางเมืองไปถึงที่พักเลยด้วยซ้ำ เอาเป็นสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าบูดาเปสต์เนี่ยจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองฝั่งคล้าย ๆ กรุงเทพฯ ของเรา คือเป็นเมืองอกแตก ถูกคั่นกลางด้วยแม่น้ำดานูบ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของประเทศสมาชิกอียู ฝั่งตะวันตกคือ "บูดา" และฝั่งตรงกันข้ามคือ "เปสต์" ไปดูคร่าว ๆ เลยแล้วกันครับ

Szechenyi Chain Bridge

          สะพานเชนแห่งนี้เป็นสะพานที่โด่งดังที่สุดในบูดาเปสต์ ถ้าให้เทียบก็ประมาณสะพานชาร์ลส์ที่ปราก แต่ต่างตรงที่สะพานเชนจะให้รถวิ่งได้ด้วย ไม่ใช่แค่คนอย่างเดียว สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมากว่าร้อยปีแล้ว เพื่อเชื่อมฝั่งบูดาที่มี Gresham Palace และเปสต์ที่มี Buda Castle เข้าด้วยกัน
สะพานแห่งนี้ขึ้นชื่อด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมอันน่าทึ่ง และช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจสังคมของประเทศมาก จุดเด่นที่ชอบถ่ายภาพกันคือเจ้าสิงโตคู่ที่คอยนอนเฝ้าสะพานอยู่ตรงนั้น

เที่ยวยุโรป

Heroes' Square

          Heroes' Square หรือ Hosok tere ในภาษาฮังกาเรียน เป็นจัตุรัสที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองบูดาเปสต์ครับ ที่นี่จะมีอนุสาวรีย์ของบุคคลต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อประเทศ รวมไปถึงทหารชั้นผู้น้อยให้ได้รำลึกถึง

          ใกล้ ๆ กันจะเป็นสวนสาธารณะที่มีกิจกรรมนู่นนี่ให้ทำเยอะมาก ตอนที่ไปมีจัดงานประมาณตลาดนัดหรืออะไรสักอย่างด้วยนะครับ มีของกินนู่นนี่เต็มไปหมด ราคาไม่แพงตามสไตล์ฮังการีด้วย การได้ไปงานแบบนี้ต้องบอกว่า local มาก ๆ ครับ

เที่ยวยุโรป

Buda Castle

          ปราสาทบูดาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของบูดาเปสต์ครับ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ฮังการีมาก่อน โดยที่แห่งนี้มีประวัติความเป็นมากว่าเจ็ดร้อยปีเข้าไปแล้ว ตอนนี้ก็ยังตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาทางฝั่งบูดานี่แหละครับ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนะ

เที่ยวยุโรป

          เมื่อกี้พอดีลืมเรื่องสำคัญมาก ๆ ไปครับ คือเรื่องรถบัสที่ใช้นอนระหว่างเมือง เริ่มจากการเดินทางไปกรุงปรากจากอัมสเตอร์ดัมกันก่อนครับ เราเลือกใช้บริการของ FLiXBUS ที่มีสีเขียวเด่นเป็นสง่า ซึ่งการไปขึ้นรถเจ้านี้เราจะต้องไปขึ้นที่สถานี Sloterdijk ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระยะไกลของอัมสเตอร์ดัม ป้ายรถจะอยู่ฝั่งหน้าสตาร์บัคส์เลยครับ จิบกาแฟรอรถได้เลย สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถก็สบายดีครับ ขาจากอัมสเตอร์ดัมไปปรากคนน้อยมาก ผมนั่งข้างล่างนะใกล้ห้องน้ำหน่อย คนน้อย เอนได้เต็มที่ แล้วคนที่ขึ้นส่วนใหญ่เขาไปลงเยอรมนีกัน เพราะรถคันนี้จะไปส่งคนตั้งแต่ฮันโนเวอร์ถึงเดรสเดนเลย แล้วค่อยไปปราก บนรถมีฟรีไวไฟให้ด้วยนะครับ แล้วก็มีขายขนมกับเครื่องดื่มบนรถ แต่ไม่รู้ทำไมคันที่ผมนั่งไม่มีไวไฟ แต่คันข้าง ๆ สัญญาณแรงมาก

          ส่วนเที่ยวจากเช็กไปฮังการี เราเลือกใช้บริการรถบัสของ Student Agency สีเหลือง ๆ ขึ้นจากที่เดิมที่เคยลงรถมาก็คือที่ Florenc ครับ บรรยากาศบนรถบอกเลยว่าคนละเรื่องกับตอนขามา เพราะคนมากันเต็มรถ วุ่นวายมากครับ ฝรั่งเขาพูดคุยกันเสียงค่อนข้างดัง แต่สักพักก็หลับกัน ถ้าพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกบนรถก็ดีเลยครับ เพราะใช้วิ่งระยะไกลอยู่แล้ว แต่ละที่นั่งมีทีวีส่วนตัวของตัวเอง มีการแจกหูฟังอะไรแบบนี้ด้วย ข้อเสียคือการโหลดกระเป๋าไว้ข้างล่างนี่ต้องเสียเงินเพิ่มนิดหน่อยครับ ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการเดินทางแบบนี้ก็ต้องมีสัมภาระอยู่แล้ว
 
เที่ยวยุโรป

เที่ยวยุโรป

          เรื่องของการเดินทางต่าง ๆ คิดว่าไม่น่ามีอะไรมากกว่านี้แล้ว เพราะพยายามให้จบในคราวเดียวเลยครับ แต่อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกและยังไม่ได้พูดถึงเลยก็คือเรื่องของกิน อาหาร และเครื่องดื่มต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะประทังชีวิตเรายามอยู่ที่นั่น

          พวกนี้ก็จะราคาไม่แพงสักเท่าไรนะครับ แล้วแต่ร้าน แล้วแต่สถานที่ด้วย ต้องเลือก ๆ หน่อย แฮมเบอร์เกอร์นี่ผมว่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดเลยมั้ง แม้แต่ที่แมคโดนัลด์ที่อัมสเตอร์ดัมก็ยังราคาแค่ 1 ยูโรเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าถูกมาก

          ถ้าเป็นที่ฮังการีก็กินไปเถอะครับ ตามซูเปอร์มาร์เกตนี่ยิ่งถูก ของลดราคากันกระหน่ำเลย ไม่กี่บาทได้อิ่มท้องแบบเต็ม ๆ ทิ้งฮังการีไว้ที่สุดท้าย เงินเหลือเท่าไรใส่ให้หมด รับรองว่าอิ่มแน่ที่ประเทศนี้ และที่แนะนำให้ลองอย่างนึงก็คือ Langos ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของฮังการี จะประมาณเป็นแป้งคล้ายปาท่องโก๋ แล้วก็ใส่ไส้ต่าง ๆ นานา เช่น แฮม ชีส ผัก ฯลฯ อะไรก็แล้วแต่ตามใจชอบ ราคาก็จะมีหลายเกรดเหมือนกัน แต่รับได้ครับ 50 บาทอะไรแบบนี้

          ที่ขาดไม่ได้คือเรื่องเครื่องดื่ม คนยุโรปเขาจะไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่าเหมือนบ้านเรานะครับ น้ำดื่มของเขาจะมีผสมอะไรสักอย่าง ซ่านิด ๆ เค็มหน่อย ๆ โซดาก็ไม่ใช่ อะไรก็ไม่สุดสักอย่าง ซึ่งผมว่าไม่อร่อยเลยนะ แต่ไหน ๆ ไปแล้วก็ลองดูก็ได้ ราคาเท่าน้ำเปล่าครับ ที่สำคัญคือขวดเหมือนกันด้วย ต้องอ่านดี ๆ เลยจะได้ไม่ซื้อผิด (ยี่ห้อเนสท์เล่อะไรพวกนี้นี่แหละเหมือนเลย)

เที่ยวยุโรป

เกร็ด

          - สาธารณรัฐเช็กเป็นประเทศที่ผู้หญิงสวยที่สุดเท่าที่ได้ไปมาในทริปนี้ ส่วนผู้ชายน่าจะยกให้เนเธอร์แลนด์
          - อย่าตกใจหากเข้าห้องน้ำที่ฮังการีแล้วมีคนมาเคาะประตู เพราะคนที่นั่นไม่ค่อยล็อกประตู ทำให้เขาต้องเช็กโดยการเคาะประตูว่ามีคนอยู่หรือเปล่า
          - ที่บูดาเปสต์ชอบมีอะไรไม่รู้ลอยปลิวไปมาอยู่ตามอากาศและรางรถไฟ
          - หากเบื่ออาหารฝรั่งก็ลองหาร้านอาหารจีนหรืออาหารไทยทานบ้างก็ได้ แต่ราคาจะแพงกว่าฟาสต์ฟู้ดมาก และรสชาติก็ไม่คุ้นเคย
          - ยุโรปเป็นทวีปเก่าแก่ ประตูของแต่ละตึกนี่หนักมาก
          - ลิฟต์เก่าแบบยุโรปแมนนวลสุด ๆ ต่อให้คุณอยู่ชั้น 1 แล้วกดลิฟต์ว่าจะไปชั้น 1 มันก็จะไม่เปิดประตูทันที แต่จะเขย่าลิฟต์สักทีให้ลุ้นเหมือนนั่งเครื่องบินแล้วเจออากาศแปรปรวน
          - ที่ยุโรปนับชั้นล่างเป็นชั้น 0 นับชั้นสองเป็นชั้น 1 นับชั้นใต้ดินเป็น -1


เที่ยวยุโรป

          ปิดท้ายตรงนี้เลยครับ จะเห็นว่าการไปยุโรปด้วยเงินเพียงสามหมื่นบาทนั้นทำได้จริง และไม่ได้เป็นการไปลำบากหรือทรมานชีวิตตัวเองอย่างที่หลายคนคิดแน่ ๆ ข้างล่างนี้ผมทำตารางสรุปค่าใช้จ่ายมาให้ แต่ยังไม่รวมค่ากินนะครับ เนื่องจากทำใบเสร็จหายไปบางส่วน แต่เอาเป็นว่าไม่ถึงสามหมื่นแน่ ๆ แม้ว่าจะรวมของฝากแล้วก็แค่สามหมื่นเศษ ๆ เท่านั้นเอง ยุโรปเป็นที่ที่ไกลมาก ๆ หากมีโอกาสก็อยากให้ไปครับ (ถ้าได้ตั๋วถูก) เพราะจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะแยะ การที่ผมได้เดินทางในแถบเอเชียมาตลอดหลายประเทศเนี่ย พอไปยุโรปก็รู้สึกว่ามันคนละอย่างกัน บางอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแบบคนละเรื่องกันเลย จากหน้ามือเป็นหลังมือ

          ข้อดีอีกอย่างของการไปยุโรปก็คือทวีปของเขาเป็นทวีปที่มีขนาดเล็ก และประเทศต่าง ๆ ก็ตั้งอยู่ติดกัน การมีข้อตกลงเรื่องเขตเชงเก้นก็ทำให้ประเทศ 26 ประเทศหลอมรวมกันเหมือนเป็นประเทศเดียว นี่คือสิ่งที่ยิ่งดีใหญ่ ทำให้การไปยุโรปทริปเดียวเราได้สัมผัสบรรยากาศหลาย ๆ แบบ อย่าคิดว่าแต่ละที่จะเหมือนกันนะครับ ทุกที่มีความแตกต่างกัน และมันมีความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของตัวมันเอง อยากให้ได้ลองไปสัมผัสเลยครับ แล้วจะรู้ว่าโลกนี้ยังกว้างกว่าที่คิดอีกมาก

          สุดท้ายนี้ตัองขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ผมเขียนจะมีประโยชน์ต่อใครหลายคน หรือแม้เพียงคนเดียวก็รู้สึกดีแล้วครับ และถ้ามีข้อติ ข้อวิจารณ์ หรือข้อเสนอแนะใด ๆ ก็สามารถพูดคุยกันได้โดยการคอมเม้นท์ หรือเข้ามากดไลค์ ทักทาย หรือสอบถามกันได้ตลอดที่เพจ KungKevTH writings ครับ ทุกอย่างผมน้อมรับและจะนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไปครับ

เที่ยวยุโรป

เที่ยวยุโรป

          ได้อ่านกระทู้นี้ของคุณ KungKevTHwritings แล้ว คงทำให้หลายคนกล้าคิดกล้าฝันจะเดินทางไปเที่ยวยุโรปในงบไม่แพงกับเขาบ้างเหมือนกันเนอะ ซึ่งในงบประมาณ 23,130 บาท ยังไม่รวมค่าอาหารแต่ละมื้อ, ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ ราคาประมาณ 1,500-3,000 บาท รวมทั้งค่าประกันสุขภาพสำหรับตอนขอวีซ่าเชงเก้น ประมาณ 1,000 บาท ดังนั้นถ้าคิดรวม ๆ เบ็ดเสร็จแล้วก็บวกเพิ่มไปอีกราว ๆ 5-6 พัน ยังไงก็งบไม่เกิน 30,000 บาทแน่นอนจ้า


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณ KungKevTH สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม, เฟซบุ๊ก KungKevTHwritings

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ตามรอยเที่ยวยุโรป 3 ประเทศ 8 วัน ไม่ใช่แค่ฝัน มีเงิน 30,000 ก็ไปได้ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 18 ม.ค. 2560 , 09:24 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,200.0020,300.00
  • ทองรูปพรรณ19,829.2820,800.00
ตามรอยเที่ยวยุโรป 3 ประเทศ 8 วัน ไม่ใช่แค่ฝัน มีเงิน 30,000 ก็ไปได้ โพสต์เมื่อ 4 พฤษภาคม 2559 เวลา 16:23:21 22,119 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP