x close

ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19 แต่ละประเทศ ที่ไหนแจกเงิน ช่วยคนตกงานอย่างไรบ้าง ?

          เมื่อทั่วทุกมุมโลก ต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 มาดูกันว่า แต่ละประเทศมีมาตรการช่วยเหลือผู้คนของเขาอย่างไร เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้

          นับตั้งแต่โควิด 19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ไม่เพียงทำให้ผู้คนเจ็บป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ยังส่งผลให้เจ้าของธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน คนหาเช้ากินค่ำ ต่างตกอยู่ในสถานะลำบาก เพราะสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย หลายกิจกรรมต้องหยุดชะงัก หลายกิจการต้องปิดตัวลง ประชาชนนับล้านขาดรายได้ในการดำรงชีวิต เป็นเหตุให้รัฐบาลแต่ละประเทศต้องยื่นมือเข้าช่วยพยุงระบบเศรษฐกิจ ด้วยการออกมาตรการเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

          เราจะพาไปดูกันว่า แต่ละประเทศมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนของเขาในรูปแบบไหนออกมาบ้าง และมีรายละเอียดเป็นอย่างไร (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2563)

1. จีน
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก ANTHONY WALLACE / AFP

          เมื่อโควิด 19 เริ่มแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน นอกจากมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้ลุกลามไปทั่วประเทศแล้ว ทางการจีนทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางจีน (PBOC) ก็ยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมาตรการมีทั้งระดับมหภาคและมาตรการที่เน้นเฉพาะกลุ่ม เช่น

ประชาชนทั่วไป

          - ลดราคาน้ำมันค้าปลีกทั้งเบนซินและดีเซล
          - รัฐบาลเมืองฝอซาน ประกาศอุดหนุนการซื้อรถคันแรกเป็นเวลา 1 ปี
          - แจกคูปองส่วนลดให้ประชาชนมาเที่ยวในมณฑลเจียงสี

คนว่างงาน

          - มอบเงินช่วยเหลือคนตกงานในมณฑลที่ได้รับผลกระทบ
          - จัดตั้งบริษัทหางานออนไลน์ที่มีตำแหน่งงานรองรับกว่า 10 ล้านตำแหน่ง จัดหางานระหว่างวันที่ 20 มีนาคม - 30 มิถุนายน 2563 เพื่อสนับสนุนการจ้างงานและให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - รัฐบาลมณฑลเจียงสี ให้เพิ่มวันหยุดเป็น 2.5 วัน และลดจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อวันลง แต่สามารถไปทำวันอื่นเพิ่มได้

ภาคธุรกิจ

          - คืนภาษีให้ธุรกิจ SMEs ที่เลิกจ้างพนักงานน้อยกว่า 5.5%  
          - ลดค่าเช่าให้ SMEs ที่ต้องหยุดการผลิตตามคำสั่งของรัฐ ภายใต้เงื่อนไขต้องไม่เลิกจ้างพนักงาน
          - ยกเว้นการส่งเงินสมทบ (เช่น กองทุน เงินบำนาญ เงินช่วยเหลือคนว่างงานและพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ) ให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ เป็นเวลาไม่เกิน 5 เดือน และยกเว้นให้ SMEs เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือน
          - ลดการเก็บเงินทุนสำรองเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลของพนักงานบริษัทเอกชนลง 50% (ไม่เกิน 5 เดือน)
          - ผ่อนผันระยะเวลาชำระหนี้ให้บริษัททุกแห่งในมณฑลหูเป่ย์ ปักกิ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากการผิดนัดชำระหนี้
          - ลด VAT 5% ให้ธุรกิจขนาดเล็กในมณฑลหูเป่ย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2563
          - ลดค่าธรรมเนียมให้กับผู้ส่งออก อาทิ ค่าปรับจากการสำแดงสินค้าล่าช้า และชำระค่าธรรมเนียมล่าช้า
2. สหรัฐอเมริกา
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก lev radin/ Shutterstock.com

          นับตั้งแต่มีผู้ป่วยมากขึ้นในเดือนมีนาคม 2563 รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้เริ่มออกมาตรการเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด ตลอดจนเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยมาตรการที่น่าสนใจคือ การมอบเงินช่วยเหลือประชาชนแยกตามระดับรายได้

ประชาชนทั่วไป

          - คนโสด ที่มีรายได้น้อยกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี (ประมาณ 2.4 ล้านบาท) จะได้รับเงินจากรัฐบาล 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 38,400 บาท) แต่หากมีรายได้มากกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี แต่ไม่ถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี ก็ยังได้รับเงินลดหลั่นลงมา
          - คนมีครอบครัว ที่มีรายได้น้อยกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) ได้รับเงิน 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 38,400 บาท)  
          - บ้านไหนมีลูกอายุต่ำกว่า 17 ปี จะได้รับเพิ่ม 500 ดอลลาร์สหรัฐ/คน (ประมาณ 16,000 บาท)
          - คนว่างงาน จะได้รับเพิ่มอีก 600 ดอลลาร์สหรัฐ/สัปดาห์ เป็นเวลา 4 เดือน (ประมาณ 19,200 บาท/สัปดาห์)
          - แจกเงิน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ/คน (ประมาณ 48,000 บาท) ให้กับทุกคนที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี โดย 1 ครอบครัว จะได้รวมกันสูงสุดไม่เกิน 5 คน หรือไม่เกิน 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 240,000 บาท)  
          - เจ้าของบ้าน/อสังหาฯ ให้เช่า ที่มีเงินกู้ค้ำประกันกับรัฐ จะได้รับการเลื่อนชำระนาน 90 วัน โดยมีข้อแม้ว่า ต้องไม่ขับไล่ผู้เช่า หากไม่ได้ค่าเช่าหรือค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัย  
          - พักชำระหนี้เพื่อการศึกษาได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - ถ้าต้องลาป่วยเพราะโควิด เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะได้รับค่าจ้างตามปกติ ถ้า 10 สัปดาห์ จะได้รับค่าจ้าง 2 ใน 3
          - ขยายระยะเวลาการชำระภาษีเงินได้ประจำปี 2562 ออกไป 3 เดือน จากวันที่ 15 เมษายน 2563 เป็น 15 กรกฎาคม 2563 สำหรับยอดการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาคธุรกิจ

          - จัดสรรเงินกู้วงเงิน 3.67 แสนล้านดอลลาร์ ให้กับธุรกิจ SMEs
          - เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้บริษัทเหล่านี้สามารถออกหุ้นกู้ หรือ rollover ของบริษัทออกไปได้ผ่านตลาดตราสารหนี้
          - นำโครงการเข้าซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นที่ใช้ในสมัยวิกฤตการเงินปี 2551 มาใช้ใหม่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในธุรกิจและหล่อเลี้ยงสภาพคล่องให้กับสินเชื่อประเภทต่าง ๆ
          - รับซื้อตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้นที่มีอายุน้อยกว่า 270 วัน (Commercial Paper) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
3. อิตาลี
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก CARLO BRESSAN / AFP

          อิตาลี เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก โดยรัฐบาลมีแผนจะใช้เงิน 4 แสนล้านยูโร (ราว 7.1 ล้านล้านบาท) เพื่อดำเนินมาตรการช่วยเหลือแก่กลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น...

ประชาชนทั่วไป

          - ให้เลื่อนจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซ รวมทั้งค่าเช่าที่อยู่อาศัยของครัวเรือนออกไป

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - จ่ายค่าชดเชย 50% ของเงินเดือน ให้พ่อแม่ที่ใช้สิทธิ์ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร (Parental Leave) สำหรับครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
          - แจกคูปองให้ลูกจ้างในภาคการท่องเที่ยว คนละ 600 ยูโร (ประมาณ 21,300 บาท)  
          - ลดหย่อนภาษีและเลื่อนการจ่ายเบี้ยประกันให้กับผู้มีรายได้รวมต่ำกว่า 2 ล้านยูโรต่อปี รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดเมือง โดยให้มีผลถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

ภาคธุรกิจ

          - ลดหย่อนภาษีให้กับธุรกิจที่มีรายได้รวมต่ำกว่า 2 ล้านยูโรต่อปี รวมทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดเมือง อาทิ ร้านค้า ร้านอาหาร โดยให้มีผลถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
          - อนุญาตให้พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
          - จัดสรรงบประมาณมูลค่ากว่า 4 พันล้านยูโร ให้แก่หน่วยงาน SACE (state-owned export credit agency) เพื่อสนับสนุนธุรกิจส่งออกและขาดสภาพคล่อง
4. สเปน
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก JOSEP LAGO / AFP

          เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ถดถอยในช่วงนี้ รัฐบาลสเปนใช้วงเงินกว่า 2 แสนล้านยูโร เพื่อออกมาตรการเยียวยาประชาชน หลังจากที่กลายเป็นประเทศอันดับสองที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก รองลงมาจากสหรัฐอเมริกา โดยมีมาตรการต่าง ๆ คือ

ประชาชนทั่วไป

          - ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต และค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้บริการทั่วถึงแก่ประชาชนทุกคน
          - กำลังพิจารณาจ่ายเงินเดือนพื้นฐาน ให้ประชาชน 47 ล้านคน

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ที่ตกงานหรือผู้ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แล้วได้รับผลกระทบจากโควิด 19
          - จ่ายเงินให้พนักงานของบริษัทที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 75% ของเงินเดือน

ภาคธุรกิจ

          - ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs)
          - รัฐบาลสเปนช่วยจ่ายเงินสมทบประกันสังคมให้พนักงานแทนบริษัทที่เป็น SMEs เต็มจำนวน แต่กรณีที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่กว่า SMEs รัฐบาลจะจ่ายให้ในสัดส่วน 75%
          - จัดสรรงบประมาณมูลค่ากว่า 4 พันล้านยูโร ให้แก่หน่วยงาน SACE (state-owned export credit agency) เพื่อสนับสนุน SMEs ที่เป็นธุรกิจส่งออกและขาดสภาพคล่อง
5. เยอรมนี
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก YANN SCHREIBER / AFP

          รัฐบาลเยอรมนีทุ่มงบประมาณมากถึง 7.5 แสนล้านยูโร (ราว 27.15 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือว่าสูงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยมีมาตรการเด่น ๆ เช่น

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - รัฐบาลจ่ายเงินค่าจ้างบางส่วนให้พนักงานที่สูญเสียรายได้จากชั่วโมงการทำงานที่ลดลง และหากพนักงานมีบุตรด้วย จะได้เงินสนับสนุนเป็นสัดส่วน 67% โดยการจ่ายค่าจ้างช่วยเหลือนี้ ครอบคลุมไปถึงพนักงานชั่วคราว (temporary worker) และพนักงานประจำ

ภาคธุรกิจ

          - รัฐบาลช่วยจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเต็มจำนวนให้พนักงานจนถึงสิ้นปี 2564 จากเดิมกำหนดให้บริษัทเอกชนต้องเป็นผู้จ่ายให้พนักงาน
          - รัฐบาลท้องถิ่น (state government) อาทิ แคว้นบาวาเรีย มีแผนการจ่ายเงินโดยตรงให้แก่ SMEs รายเล็ก เพื่อเยียวยาผลกระทบอย่างเร่งด่วน เป็นจำนวนเงิน 5,000-30,000 ยูโรต่อราย (ประมาณ 178,000-1,070,000 บาท)
          - ปรับกฎเกณฑ์ทางภาษีให้ยืดหยุ่นขึ้น อาทิ อนุมัติให้บริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบเลื่อนการจ่ายภาษีออกไปได้ และไม่คิดเบี้ยปรับภาษีจนถึงสิ้นปี 2563
          - สนับสนุนสภาพคล่องให้กับบริษัทเอกชน โดยผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของโครงการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทเอกชน และโครงการปล่อยสินเชื่อให้กับ Start-up ที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี
6. ฝรั่งเศส
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

          รัฐบาลฝรั่งเศสได้เตรียมงบประมาณกว่า 4.5 หมื่นล้านยูโร เพื่อเยียวยาประชาชนและธุรกิจภายในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ตามมาตรการต่าง ๆ คือ

ประชาชนทั่วไป

          - ครอบครัวที่ได้รับเงินช่วยเหลือประเภท Revenu de solidarité active (RSA) หรือ Allocation de solidarité spécifique (ASS) จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกครอบครัวละ 150 ยูโร (ประมาณ 5,300 บาท) และอีก 100 ยูโร (ประมาณ 3,500 บาท) ต่อบุตร 1 คน
          - ครอบครัวที่ได้รับเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่พักอาศัย หรือเงินช่วยเหลือผู้พิการ จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 100 ยูโร  (ประมาณ 3,500 บาท)

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - กรณีสูญเสียรายได้จากชั่วโมงการทำงานที่ลดลง จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลในสัดส่วนที่มากขึ้น โดยครอบคลุมพนักงาน ทั้งพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว รวมถึงพาร์ตไทม์มากขึ้น

ภาคธุรกิจ

          - อนุญาตให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 เลื่อนการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม และการจ่ายภาษี
          - บริษัทที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สามารถแสดงความจำนงเพื่อขอภาษีคืนได้
          - อนุญาตให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบ สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังและรัฐบาลฝรั่งเศส โดย BPI France (หน่วยงานที่สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับบริษัทต่าง ๆ ในฝรั่งเศส) เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อ
          - ไม่มีบทลงโทษสำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบ หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้กับคู่สัญญาที่เป็นรัฐ
7. อังกฤษ
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก  Stock Pixels / Shutterstock.com

          อังกฤษ ทุ่มงบประมาณกว่า 3.5 แสนล้านปอนด์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ได้รับกระทบ อย่างเช่น

ประชาชนทั่วไป

          - อนุโลมให้ผู้เช่าที่อยู่อาศัยจ่ายค่าเช่าบ้านได้ต่ำสุดที่ 30% ของค่าเช่าบ้านในแต่ละเขต มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563
          - หากกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถขอยกเว้นการผ่อนชำระได้ 3 เดือน

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - รัฐช่วยจ่ายเงินเดือนแทนนายจ้างที่ถูกพักงาน หรือปิดกิจการจากโควิด 19 สูงสุด 80% ของเงินเดือนที่เคยได้ แต่ไม่เกิน 2,500 ปอนด์ (ประมาณ 100,000 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563  
          - ชดเชยรายได้ให้ลูกจ้างที่ต้องกักตัว 14 วัน หรือป่วยโควิด 19 สัปดาห์ละ 95.85 ปอนด์ (ประมาณ 3,900 บาท) สูงสุด 28 สัปดาห์
          - เลื่อนการจ่ายภาษีให้บุคคลที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
          - หากยื่นภาษีจะได้รับคืนภาษีเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 20 ปอนด์ (1,040 ปอนด์ต่อปี)

ภาคธุรกิจ

          - สนับสนุนเงินทุนให้ธนาคารพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นให้ปล่อยสินเชื่อกับกลุ่ม SMEs
          - ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จากเดิม 1% เป็น 0% เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีความสามารถในการปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น
          - ช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดเล็ก โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียม 1 ปี, ให้เงิน 3,000 ปอนด์ (ประมาณ 120,000 บาท) กับธุรกิจขนาดเล็กประมาณ 7 แสนบริษัท  
          - จ่ายเงินชดเชยให้กับธุรกิจ SMEs ที่มีพนักงานไม่เกิน 250 คน และให้กับผู้ติดเชื้อหรือผู้ที่ต้องกักกันตัวเองเพื่อรอดูอาการ โดยจะได้รับเงินชดเชยเป็นเวลา 2 สัปดาห์
          - ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารกลางอังกฤษได้
          - ยกเว้นเก็บ Business rate tax เป็นเวลา 1 ปี
          - เลื่อนการจ่ายภาษี VAT ของภาคธุรกิจและภาษีรายได้ออกไป
8. ออสเตรเลีย
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

          รัฐบาลออสเตรเลียประกาศมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากโควิด 19 มูลค่ารวม 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4.3% ของ GDP เพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น

ประชาชนทั่วไป

         - แจกเงินให้ผู้ที่รับสวัสดิการของรัฐ เช่น มีผู้รายได้น้อย ผู้พิการ ผู้รับเงินบำนาญ จำนวน 750 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 15,000 บาท) โดยจ่าย 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคม และกรกฎาคม 2563
         - แจกเงิน 550 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 11,000 บาท) ทุก 15 วัน ให้กับคนตกงาน เกษตรกร ฯลฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน 

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - อนุญาตให้ถอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการเกษียณอายุได้ก่อนกำหนด 20,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 400,000 บาท) โดยไม่ต้องเสียภาษี
          - ผ่อนคลายเกณฑ์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันสังคม
          - รัฐบาลช่วยจ่ายเงินเดือนให้พนักงานคนละ 1,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 30,000 บาท) ทุก 2 สัปดาห์ สูงสุด 6 เดือน โดยบริษัทนั้นต้องมีรายได้ไม่เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และต้องมีรายได้ลดลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่หากเป็นบริษัทที่มีรายได้เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย จะต้องมีรายได้ลดลงอย่างน้อย 50%

ภาคธุรกิจ

          - ให้เงินทุนธุรกิจ SMEs และ NGOs สูงสุด 100,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2 ล้านบาท)
          - ค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จำนวน 50% ของวงเงินสินเชื่อ พร้อมทั้งเร่งกระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้เร็วขึ้น
          - ให้เงินช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบิน (สายการบินและสนามบิน)
          - จัดงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ ท่องเที่ยว เกษตร และการศึกษา โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมและช่วยหาตลาดใหม่
9. ญี่ปุ่น
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก lusia83 / Shutterstock.com

          รัฐบาลได้ประกาศ Emergency response package มูลค่าประมาณ 1.6 ล้านล้านเยน เพื่อควบคุมและแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยเป็นงบประมาณสำรองของปี 2563 สรุปรายละเอียดได้ ดังนี้

ประชาชนทั่วไป

          - แจกเงิน 1 แสนเยน (ประมาณ 30,000 บาท) ให้ประชาชนทุกคน
          - ให้ประชาชนสามารถกู้เงินฉุกเฉินได้คนละ 100,000-200,000 เยน (ประมาณ 30,000-60,000 บาท) โดยไม่คิดดอกเบี้ย
          - คืนเงินอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองภายหลังการปิดโรงเรียน จนถึงเดือนเมษายน 2563 และดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - ให้เงินช่วยเหลือลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับผลกระทบ สูงสุด 8,330 เยน/วัน (ประมาณ 2,500 บาท) และให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือรับจ้างทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ 4,100 เยน/วัน (ประมาณ 1,200 บาท)

ภาคธุรกิจ

          - ปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดย Japan Federation of Credit Guarantee Corporations (JFG) จะช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้
          - ธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศใช้ "Special Funds-Supplying Operations" (Special Operations) เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี
10. เกาหลีใต้
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก YONHAP / AFP

          รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศใช้นโยบายการคลัง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 29 ล้านล้านวอน เพื่อลดผลกระทบของการระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมาตรการที่น่าสนใจ มีดังนี้

ประชาชนทั่วไป

          - แจกเงินครัวเรือนละ 1 ล้านวอน (ประมาณ 27,000 บาท) ยกเว้นครัวเรือนที่มีรายได้สูงประมาณ 30% ของครัวเรือน
          - ลดภาษีรถยนต์ส่วนตัว 70%
          - แจกบัตรของขวัญจำนวน 3.5 ล้านล้านวอน ให้ประชาชน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น
          - กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น แจกเงินผ่าน paychecks
          - ให้วันหยุดเลี้ยงดูเด็กในแต่ละครัวเรือน จำนวน 5 วัน โดยอุดหนุนเงินให้ 50,000 วอนต่อวัน (ประมาณ 1,300 บาท)

กลุ่มผู้มีรายได้น้อย

          - เพิ่มเงินเดือน 20% ให้ผู้สูงอายุ (ในโครงการของรัฐบาล) หรือเพิ่มเป็น 30% หากรับผ่าน local gift certificates
          - บ้านไหนที่เลี้ยงดูลูกเองที่บ้านแทนการใช้บริการสถานเลี้ยงเด็ก จะได้รับงบประมาณการเลี้ยงดูเด็กเพิ่ม
          - คืนเงินที่ใช้ซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน 10% หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากประหยัดไฟ
          - เพิ่มเบี้ยยังชีพสำหรับผู้หางานอายุน้อย และรื้อฟื้นการให้เบี้ยยังชีพแก่ผู้หางานที่มาจากครัวเรือนรายได้ต่ำ รวมทั้งส่งเสริม job training

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - จ่ายค่าลาหยุดโดยที่ยังได้รับค่าจ้าง (paid leave) อุดหนุนบริษัทที่มีพนักงานลาหยุดเพื่อกักตัว 14 วัน

ภาคธุรกิจ

          - ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ SMEs โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เหลือ 0.25%, ค้ำประกันสินเชื่อผ่านกองทุน Korea Credit Guarantee Fund และ Korea Technology Finance Co., ลงทุนในกองทุนค้ำประกันให้แก่ลูกหนี้ และช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับธุรกิจส่งออก
          - ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจขนาดเล็ก
          - ให้เงินอุดหนุนผู้ประกอบการรายย่อยจ่ายเงินเดือนพนักงาน
          - ช่วยเหลือร้านค้าขนาดเล็กที่มีผู้ติดเชื้อแวะเข้าไปในพื้นที่ เมื่อกลับมาเปิดทำการเป็นปกติ
          - ให้การอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการป้องกันเพลิงสำหรับเจ้าของที่ หรือผู้ให้เช่าตลาดพื้นเมือง (traditional market) หากผู้ให้เช่าลดค่าเช่าอย่างน้อย 20% ของทั้งพื้นที่
          - ช่วยเหลือทางการเงินให้ธุรกิจส่งออก
11. ฮ่องกง
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก ANTHONY WALLACE / AFP

          รัฐบาลฮ่องกงมีมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เป็นเงินกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง และส่งผลให้งบประมาณรัฐปี 2563-2564 ขาดดุลมากที่สุดตั้งแต่ปี 2545 โดยมีการแจกเงินให้ประชาชนทั่วไปเช่นเดียวกับในอีกหลายประเทศ

ประชาชนทั่วไป

          - แจกเงินให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 42,000 บาท)
          - ผู้เช่าที่อยู่อาศัยในอสังหาฯ ที่เป็นของรัฐ จะได้รับส่วนลดค่าเช่า 75%
          - สร้างงาน 30,000 ตำแหน่ง รวมถึงงานราชการและฝึกงาน  
          - เพิ่มเบี้ยเลี้ยงรายเดือนให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยเป็น 2 เท่า
          - ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า MTR 20% เป็นเวลา 6 เดือน

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 จะได้รับเงินชดเชย 50% เป็นเวลา 6 เดือน สูงสุดไม่เกิน 9,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 38,000 บาท)
          - เลื่อนจ่ายภาษีออกไปอีก 3 เดือน

ภาคธุรกิจ

          - ให้เงินช่วยเหลือธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร และธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
          - สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ธุรกิจ SMEs โดยรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเต็มจำนวน เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ ไม่เกินจำนวน 2 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงต่อธุรกิจ, ลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีนิติบุคคล และยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าเช่าในการเช่าสินทรัพย์ของรัฐ
          - เยียวยาผู้ประกอบการของท่าอากาศยานฮ่องกงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เนื่องจากผู้โดยสารปรับลดลง โดยเฉพาะร้านค้าปลีกและร้านอาหาร ด้วยการลดค่าเช่าสถานที่ และค่าบริการสนามบินอื่น ๆ เป็นต้น
12. ไต้หวัน
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก travelwild / Shutterstock.com

          สภานิติบัญญัติแห่งไต้หวันประกาศใช้นโยบายการคลัง สนับสนุนเงินเป็นจำนวน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อใช้กักกันควบคุมโรคและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยงบประมาณพิเศษนี้จะใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2563 - 30 มิถุนายน 2564 สำหรับมาตรการที่ออกมา อาทิ

ประชาชนทั่วไป

          - แจกจ่ายคูปองแลกซื้อสินค้าตามร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ตลาดพื้นเมือง ตลาดกลางคืน และแหล่งช้อปปิ้งต่าง ๆ
          - ให้เงินช่วยเหลือผู้ที่ขาดรายได้จากการกักกันตัวเอง

ภาคธุรกิจ

          - ส่งเสริมสภาพคล่องให้กับ SMEs โดยช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ SMEs และช่วยชำระหนี้ในบางส่วน
          - ให้เงินช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมสถานที่ทางศิลปวัฒนธรรม และจูงใจให้ลดราคาค่าชมและสินค้าในสถานที่นั้น ๆ รวมทั้งจัดงานเพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม
          - ให้เงินช่วยเหลือผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะและธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการดึงดูดนักท่องเที่ยวเมื่อการระบาดสิ้นสุดลง
          - ให้เงินช่วยเหลือผ่าน Council of Agriculture เพื่อส่งเสริมการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร อาหารทะเล เนื้อสัตว์เพิ่มเติม รวมทั้งช่วยเหลือชาวนา ชาวสวน ชาวประมง
13. มาเลเซีย
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก MOHD RASFAN / AFP

          มาดูประเทศใกล้บ้านเราอย่างมาเลเซียกันบ้าง ซึ่งหลายมาตรการที่ออกมาคือการมอบเงินช่วยเหลือให้ประชาชนและธุรกิจ SMEs เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น

ประชาชนทั่วไป

          - ลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา
          - ให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี ตลอดช่วงการ Lockdown
          - ขยายเวลาชำระหนี้สินเชื่อต่าง ๆ รวมถึงสัญญาจำนองและสัญญาเช่าซื้อให้แก่ลูกหนี้รายบุคคลและผู้ประกอบการ SMEs เป็นเวลา 6 เดือน
          - ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563  
          - แจกเงิน 600 ริงกิต (ประมาณ 4,500 บาท) ให้คนขับแท็กซี่ คนขับรถทัวร์ คนขับสามล้อที่ขึ้นทะเบียน และไกด์ท่องเที่ยว
          - แจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการ Bantuan Sara Hidup (BSH) จำนวน 200 ริงกิต (ประมาณ 1,500 บาท) ในเดือนมีนาคม 2563, จ่ายอีก 100 ริงกิต (ประมาณ 750 บาท) ในเดือนพฤษภาคม 2563 และให้เงินเพิ่มเติมอีก 50 ริงกิต (ประมาณ 378 บาท) สำหรับผู้รับเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

          - มอบเงินช่วยเหลือ 1,600 ริงกิต (ราว 12,000 บาท) ให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) โดยจ่ายก้อนแรก 1,000 ริงกิต (ราว 7,500 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) ในเดือนพฤษภาคม

          - มอบเงินช่วยเหลือ 800 ริงกิต (ราว 6,000 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 2,000 ริงกิต (ราว 15,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 300 ริงกิต (ราว 2,300 บาท) ในเดือนพฤษภาคม

          - มอบเงินช่วยเหลือ 1,000 ริงกิต แก่ครอบครัวที่มีรายได้ 4,001-8,000 ริงกิต (ราว 30,000-60,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และจ่ายส่วนที่เหลือในเดือนถัดไป

          - มอบเงินช่วยเหลือ 500 ริงกิต (ราว 3,750 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ 2,001-4,000 ริงกิต (ราว 15,000-30,000 บาท)

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - ไม่อนุญาตให้นายจ้างลดเงินเดือนลูกจ้าง ที่ได้เงินเดือนต่ำกว่า 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท)
          - แรงงานที่ต้องหยุดพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 และได้ขึ้นทะเบียนประกันการว่างงาน จะได้รับเงินช่วยเหลือ 600 ริงกิตต่อเดือน (ประมาณ 4,500 บาท) เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
          - เพิ่มเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้บุคลากรทางสาธารณสุข จากเดิม 400 ริงกิต/เดือน เป็น 600 ริงกิต/เดือน (ประมาณ 4,380 บาท)
          - จ่ายเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้กับทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ป้องกันพลเรือน พนักงานดับเพลิง และอาสาสมัคร 200 ริงกิต/เดือน (ประมาณ 1,460 บาท)
          - ข้าราชการและข้าราชการเกษียณ ได้รับเงิน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท)
          - ลดอัตราการส่งเงินสมทบในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นจำนวน 4% สำหรับลูกจ้างบริษัท (จาก 11% เหลือ 7%) ทั้งนี้ ลูกจ้างสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าโครงการหรือจะจ่ายในอัตราเดิม (เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-ธันวาคม 2563)
          - ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุด 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,500 บาท) เมื่อใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ (ตั้งแต่เดือนมีนาคม-สิงหาคม 2563)

ภาคธุรกิจ

          - ให้เงิน 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,500 บาท) แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวน 10,000 ราย เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าใน E-commerce
          - จัดสรรสินเชื่อ 1 พันล้านริงกิต ให้กับธุรกิจ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร (agrofood) มูลค่า 5 ล้านริงกิต ต่อ SME 1 ราย มีระยะเวลา 8 ปี
          - Bank Simpanan Nasional (BSN) จัดสรรสินเชื่อให้แก่ microcredit สำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยคิดดอกเบี้ย 4%
          - ขยายระยะเวลาการจ่ายภาษีรายเดือนสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัทท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน (เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2563)
          - ลดค่าไฟฟ้า 15% ต่อเดือน สำหรับธุรกิจโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว สายการบิน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์แสดงสินค้า และสวนสนุก (ตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2563)
          - จัดสรรเงินช่วยเหลือ 200 ล้านริงกิต ให้แก่ Human Resource Development Fund (HRDF) เพื่อให้ลูกจ้าง 40,000 คน ในภาคการท่องเที่ยวและผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์
14. อินโดนีเซีย
อินโดนีเซีย

          เมื่อโควิด 19 ทำให้เศรษฐกิจถดถอย อินโดนีเซียจึงได้ประกาศมาตรการทางการคลังเพื่อลดผลกระทบของ COVID-19 มูลค่ารวมกว่า 33.3 ล้านล้านรูเปียห์ โดยมีมาตรการสำคัญ ๆ อย่างเช่น

ประชาชนทั่วไป

          - จัดหาสินค้าขั้นพื้นฐานให้ประชาชน 1.8 ล้านครัวเรือน ในกรุงจาการ์ตา และพื้นที่โดยรอบ เป็นเวลา 3 เดือน
          - มอบเงินสดให้ 19 ล้านครัวเรือน ที่อาศัยอยู่นอกเมืองจาการ์ตา
          - เพิ่มงบประมาณกองทุนประกันสังคม 30% อาทิ เงินช่วยเหลือคนจน มูลค่า 4.6 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อกระตุ้นการบริโภค
          - ให้เงินสมทบเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยบ้านและเงินดาวน์สินเชื่อบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย
          - งดภาษีเงินได้ให้แรงงาน (100% tax exemption) เป็นเวลา 6 เดือน (เริ่มเดือนเมษายน 2563)

ภาคธุรกิจ

          - เลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเป็นเวลา 6 เดือน  
          - เลื่อนการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลบางส่วน 30% เป็นเวลา 6 เดือน
          - เพิ่มเพดานการคืนเงินภาษีจาก 1.0 เป็น 5 พันล้านรูเปียห์ พร้อมเร่งกระบวนการคืนเงิน  
          - งดเว้นภาษีให้กับธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารใน 10 เมืองหลักการท่องเที่ยว เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563
          - จัดสรรงบประมาณ 2.9 แสนล้านรูเปียห์ ให้สายการบิน Travel Agents และบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อโฆษณาดึงดูดการท่องเที่ยวผ่าน Social Media ต่าง ๆ
          - ผ่อนเกณฑ์การส่งออก-นำเข้า ให้ทำการค้าได้มากขึ้นและคล่องตัวขึ้น สำหรับสินค้า 749 ชนิด ตาม HS code เริ่มที่สินค้าในกลุ่มเหล็ก
          - ผ่อนคลายเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้เฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19
15. สิงคโปร์
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก Richie Chan/Shutterstock.com

          รัฐบาลสิงคโปร์ใช้งบประมาณเกือบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อเยียวยาวิกฤตในประเทศ พร้อมช่วยเหลือประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น

ประชาชนทั่วไป

          - ผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป และมีรายได้น้อยกว่า 28,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/ปี (ประมาณ 644,000 บาท) จะได้รับเงินช่วยเหลือทั้งหมด 1,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 27,600 บาท) แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด คือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท) ในเดือนเมษายน 2563 และในเดือนมิถุนายน 2563 อีก 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท)

          - สำหรับคนที่มีรายได้มากกว่า 28,000-100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/ปี (ประมาณ 644,000-2,300,000 บาท) จะได้รับเงินช่วยเหลือทั้งหมด 900 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 20,700 บาท) แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด คือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท) ในเดือนเมษายน 2563 และในเดือนมิถุนายน 2563 อีก 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 6,900 บาท)

          - ถ้ามีรายได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/ปี (ประมาณ 2,300,000 บาท) หรือเป็นเจ้าของอสังหาฯ มากกว่า 1 แห่ง จะได้รับเงินช่วยเหลือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 13,800 บาท) จ่ายครั้งเดียวในเดือนเมษายน 2563

          - สำหรับคนที่มีลูกอายุต่ำกว่า 21 ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 6,900 บาท)

          - ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป จะได้รับการเติมเงินในบัตร PAssion 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท) เพื่อใช้ซื้อสินค้าที่ซูเปอร์มาร์เกตและร้านค้าในเครือข่าย
          - ผู้มีรายได้น้อยจะได้เงินอุดหนุนและคูปองซื้ออาหารเพิ่ม 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท)
          - สนับสนุนค่าไฟฟ้าและน้ำประปา เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 เท่าตามขนาดของครัวเรือน (โครงการ USave rebates เป็นมาตรการที่มีอยู่แล้ว แต่เพิ่มมูลค่าเงินสนับสนุน)

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - คนขับแท็กซี่และรถเช่าส่วนบุคคล ที่ถูกสั่งให้กักตัวเอง (Quarantine Order) จะได้รับเงินชดเชยอย่างน้อย 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 9,200 บาท) พร้อมกับยกเว้นค่าเช่าแท็กซี่ ส่วนคนขับรถแท็กซี่และรถเช่าส่วนบุคคล ที่ไม่มีคำสั่งให้กักตัวเอง แต่ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้ใช้บริการลดลง จะได้รับเงินชดเชยไม่เกิน 20 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อคันต่อวัน (ประมาณ 460 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน
          - คนที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ที่เป็นผู้อยู่อาศัยถาวรและเป็นพลเมืองของสิงคโปร์ จะได้รับเงินชดเชยวันละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท)
          - พนักงานของบริษัทที่ต้องกักตัวเองจะถือว่าเป็นการลาป่วยพิเศษ และได้รับเงินเดือน
          - บริษัทที่พนักงานต้องกักตัวเองตามคำสั่ง จะได้รับเงินชดเชยวันละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 2,300 บาท) หลังจากพนักงานครบกำหนดระยะเวลา Quarantine
          - เดือนเมษายน 2563 รัฐบาลช่วยทุกบริษัทจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 75% แต่สูงสุดไม่เกินคนละ 3,450 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 79,000 บาท)
          - ส่วนในเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2563 รัฐจะช่วยจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน 25-75% ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ เช่น ธุรกิจการบินและท่องเที่ยว ได้รับ 75%, ธุรกิจอาหาร ได้รับ 50%, อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้รับ 25%

ภาคธุรกิจ

          - เพิ่มวงเงินสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน 600,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และเพิ่มการค้ำประกันของรัฐบาลเป็น 80% ในกรณีที่ธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น เพื่อให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้
          - ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเช่าร้านค้าและร้านอาหาร โดยผู้เช่าพื้นที่เพื่อการพาณิชย์จากรัฐบาลสำหรับการขายสินค้าและอาหาร จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเช่าเป็นเวลา 1 เดือน และเจ้าของอาคารเอกชนจะได้รับเงินชดเชย 15% ของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อลดค่าเช่าให้กับร้านค้า
          - คืนภาษีนิติบุคคล 25% ของค่าใช้จ่ายภาษีไม่เกิน 15,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อราย (ประมาณ 345,000 บาท) สำหรับปีภาษี 2563
          - คืนภาษีสิ่งปลูกสร้างและที่ดินสำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ตั้งแต่ 10-30%
16. ฟิลิปปินส์
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

          รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศใช้มาตรการทางการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 และกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านเปโซ โดยกลุ่มที่จะได้รับความช่วยเหลือคือ

ประชาชนทั่วไป

          - แจกเงินกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 18 ล้านครัวเรือน จำนวน 5,000-8,000 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 3,200-5,000 บาท) เป็นเวลา 2 เดือน โดยให้กับกลุ่มคนไร้บ้าน ครอบครัวที่มีคนว่างงาน ผู้สูงอายุ ครอบครัวเล็ก ผู้พิการ ผู้ที่ตั้งครรภ์และต้องหยุดงานเพื่อให้นมบุตร
          - จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ตกงาน และได้รับผลกระทบผ่านการเพิ่มทักษะ รวมทั้งมีคอร์สเรียนฟรีผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์ 

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - สนับสนุนค่าจ้าง และสนับสนุนด้านการเงินให้แก่แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19
          - จัดสรรสินเชื่อภายใต้โครงการของ Government Service Insurance System (GSIS) ให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงผู้เกษียณที่ได้รับผลกระทบ

ภาคธุรกิจ

          - จัดสรรสินเชื่อพิเศษ Microfinance ให้ธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบและช่วยหาแหล่งผู้ผลิตรายใหม่ให้
          - จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือธุรกิจในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว
          - ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ผ่อนคลายมาตรการทางการเงินแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยขยายระยะเวลาชำระหนี้ 1 ปี
17. แคนาดา
แคนาดา

          ผลกระทบจากโควิด 19 ส่งผลให้ธนาคารแห่งชาติแคนาดาประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% จากเดิมดอกเบี้ย 1.75% จะเหลือ 1.25% พร้อมประกาศขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล และดำเนินการกู้ยืมระยะสั้นโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังได้ออกนโยบายให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น

ประชาชนทั่วไป

          - ผ่อนผันการชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย
          - เลื่อนจ่ายหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ทุกคนโดยอัตโนมัติ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

คนว่างงาน

          - ผู้ที่ว่างงานจากเหตุโควิด 19 และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 2,000 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 46,000 บาท) เป็นเวลา 4 เดือน 

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          - รัฐบาลช่วยจ่ายค่าจ้าง 75% เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม - 6 มิถุนายน 2563 โดยจะจ่ายให้ไม่เกิน 847 ดอลลาร์แคนาดา/สัปดาห์ (ประมาณ 20,000 บาท) สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 เท่านั้น และต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ลดลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน
          - เลื่อนการจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2562 ไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2563 

ภาคธุรกิจ

          - เลื่อนชำระภาษีไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563
          - ปล่อยสินเชื่อไม่คิดดอกเบี้ย วงเงิน 40,000 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 928,000 บาท) ให้กับธุรกิจ SMEs
18. นิวซีแลนด์
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19

ภาพจาก PETER PARKS / AFP

          นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ประกาศคุมเข้มการระบาดของโควิด 19 มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยจำกัดการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ ก่อนจะประกาศภาวะฉุกเฉินและล็อกดาวน์ประเทศในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งทำให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตไม่มากนัก แต่การปิดประเทศยังส่งผลให้ลูกจ้างตกงานจำนวนมาก และรัฐบาลต้องออกมาตรการเยียวยา

ลูกจ้าง-มนุษย์เงินเดือน

          รัฐบาลช่วยนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้พนักงานที่ทำงานในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด 19 และมีรายได้ลดลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนี้

          - หากเป็นพนักงานประจำ (full-time) ซึ่งทำงานสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมงขึ้นไป จะได้รับค่าจ้าง 585.80 ดอลลาร์นิวซีแลนด์/สัปดาห์ (ประมาณ 11,500 บาท) เป็นเวลา 12 สัปดาห์

          - หากเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ (part-time) ซึ่งทำงานน้อยกว่าสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง จะได้รับค่าจ้าง 350 ดอลลาร์นิวซีแลนด์/สัปดาห์ (ประมาณ 6,800 บาท) เป็นเวลา 12 สัปดาห์

          สำหรับกลุ่มธุรกิจสำคัญ เช่น การบริการรับ-ส่งอาหารและเครื่องดื่ม การเงิน สุขภาพ หรือสาธารณูปโภคและการสื่อสาร ฯลฯ รัฐบาลให้ความช่วยเหลือจ่ายเงินพนักงาน 2 กรณี คือ

          1. จ่ายเงินอุดหนุนค่าจ้างเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ให้กับพนักงานที่ยังทำงานอยู่

          2. จ่ายเงินอุดหนุนค่าจ้างเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ให้กับพนักงานที่หยุดงาน เพราะต้องกักตัวตามคำสั่งของรัฐบาล และทำงานจากที่บ้านไม่ได้

          โดยนายจ้างสามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือได้ทั้ง 2 กรณี แต่จะขอเงินทั้ง 2 รูปแบบ ให้กับพนักงานคนเดียวกันไม่ได้ ต้องยื่นกรณีใดกรณีหนึ่งต่อพนักงาน 1 คนเท่านั้น

          ทั้งนี้ หากเป็นผู้รับเหมา องค์กรการกุศล หรือศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ถ้ามีลูกจ้างก็สามารถขอรับความช่วยเหลือได้เช่นกัน เฉพาะในส่วนของเงินอุดหนุนค่าจ้าง โดยมีเงื่อนไขคือ การดำเนินงานต้องได้รับผลกระทบจากโควิด 19 และลูกจ้างคนนั้นมี Visa ทำงานในนิวซีแลนด์

          เพราะ โควิด 19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังกระทบถึงปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ด้วย รัฐบาลในแต่ละประเทศ จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาทางเศรษฐกิจออกมาเป็นระยะ ซึ่งหลายนโยบายอาจมีความคล้ายคลึงกันบ้าง แตกต่างกันบ้าง แต่ก็มีจุดประสงค์เดียวกันนั่นคือ ช่วยเหลือชีวิตประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตที่ยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร

ข้อมูลจาก
ธนาคารแห่งประเทศไทย, กรุงเทพธุรกิจ, เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy - Paris, France - สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส, aseanbriefing.com, investopedia.com, workandincome.govt.nz.com, channelnewsasia.com, washingtonpost.com, canada.ca, gov.uk, koreaherald.com, rthk.hk, thestar.com.my

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ส่องมาตรการเยียวยา COVID-19 แต่ละประเทศ ที่ไหนแจกเงิน ช่วยคนตกงานอย่างไรบ้าง ? โพสต์เมื่อ 17 เมษายน 2563 เวลา 14:13:54 21,096 อ่าน
TOP