6 เทคนิคซื้อบ้านให้ผ่อนเบา ๆ กระเป๋าไม่สะเทือน

          อยากมีบ้านสักหลังแต่มีเงินทุนไม่พอ การขอสินเชื่อบ้านจากสถาบันทางการเงินต่าง ๆ คือทางออกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เรามีบ้านได้ในเร็ววัน แต่ก็ต้องพิจารณาเรื่องการเลือกสินเชื่อให้ดี ๆ นะคะ เพราะการผ่อนบ้านเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ซึ่งเราไม่มีทางรู้เลยว่าสถานการณ์ทางการเงินในอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร จะมีเหตุฉุกเฉินให้ต้องใช้เงินหรือไม่ แล้วจะมีเงินพอจ่ายค่าบ้านทุกงวดตลอด 20-30 ปีหรือเปล่า

          แต่ถ้าเราขอสินเชื่อถูกประเภท เลือกสินเชื่อได้ตรงกับวัตถุประสงค์จริง ๆ  ก็จะลดภาระค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยต่าง ๆ ลงไปได้พอสมควรเลย ช่วยให้เราผ่อนบ้านได้อย่างสบาย ๆ ไม่กระทบแผนการเงินในวันข้างหน้า ถ้าอย่างนั้นลองมาดูกันว่า ก่อนที่เราจะขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน มีเรื่องอะไรที่ควรเตรียมพร้อม และต้องพิจารณาประกอบการขอสินเชื่อบ้าง

1. ประเมินสถานะการเงินของตัวเอง

สินเชื่อบ้าน

          ขั้นแรกเลย ก่อนขอสินเชื่อ เราต้องรู้สถานะทางบัญชีของตัวเองก่อนว่าแต่ละเดือนมีรายได้เท่าไร มีค่าใช้จ่าย มีหนี้สินอะไรไหม ยังเหลือเงินเก็บอยู่แค่ไหน เพียงพอที่จะผ่อนบ้านได้อีกเท่าไร และต้องไม่ลืมคิดว่างานที่ทำอยู่มีความมั่นคงหรือไม่ สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ตลอดไหม หากรายได้ไม่เพียงพอ ก็จำเป็นต้องมองหางานพิเศษหรืออาชีพเสริมเพิ่มเติม

          การตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเองแบบนี้เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว เพราะหากไม่ประเมินตัวเอง แล้วไปผ่อนบ้านเกินกำลังจนจ่ายไม่ไหว บ้านในฝันอาจสร้างความช้ำใจให้ในอนาคต

2. เตรียมเงินสำรองให้พร้อม

          อย่างที่ทราบว่าการผ่อนบ้านเป็นหนี้ระยะยาว หากเราไม่มีเงินสำรองไว้เลย ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา หรืออยู่ ๆ ก็ตกงานกะทันหัน นอกจากจะกระทบกับการผ่อนบ้านแล้ว ยังกระทบต่อค่ากินอยู่ในชีวิตประจำวันอีก เพราะฉะนั้น เราควรออมเงินสำรองฉุกเฉินไว้ก่อนอย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน หรือ 6 เท่าของยอดเงินผ่อนในแต่ละเดือน เพื่อจะได้มีเงินไว้ใช้ ไม่ติดขัดไปอย่างน้อย 6 เดือน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริง ๆ

3. เตรียมเงินดาวน์

สินเชื่อบ้าน

          ลองประมาณดูว่ารายได้ของเรา เมื่อหักลบกลบหนี้ทุกอย่างแล้ว จะสามารถขอสินเชื่อบ้านได้ในวงเงินเท่าไร จากนั้นควรเตรียมเงินดาวน์บ้านไว้อย่างน้อย 10-20% ของยอดเงินกู้นะคะ เพราะถ้ามีเงินดาวน์มากพอ ยอดผ่อนชำระต่อเดือนก็น้อยลง ช่วยประหยัดดอกเบี้ยไปในตัว

4. คำนวณยอดผ่อนชำระให้ดี

          ตามปกติแล้ว ภาระหนี้ทุกอย่างรวมแล้วต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ก่อนหักภาษี เช่น หากเรามีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาท ก็ไม่ควรมีหนี้เกินเดือนละ 12,000 บาท ซึ่งถ้าเรามีหนี้อื่น ๆ ที่ต้องผ่อนจ่ายอยู่แล้วเดือนละ 4,000 บาท เท่ากับว่าเรามีความสามารถผ่อนบ้านได้อีกแค่เดือนละ 8,000 บาทเท่านั้นเอง ชีวิตถึงจะไม่ลำบากจนเกินไป แต่ถ้าต้องการผ่อนชำระเป็นจำนวนเงินมากกว่านี้ ก็ควรให้ผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือเป็นสามีภรรยากันมากู้ร่วม เพื่อแบ่งเบายอดหนี้

5. เลือกอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อให้เหมาะสม

สินเชื่อบ้าน

          ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของธนาคารมี 2 แบบ คือ ดอกเบี้ยคงที่ และดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งมีความแตกต่างกัน

          ●  ดอกเบี้ยคงที่ เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดตัวเลขเฉพาะอย่างชัดเจน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ทำให้เราทราบแน่นอนว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยเท่าไร ดังนั้นหากเราขอสินเชื่อในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็ควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ในช่วงระยะปีแรก ๆ เช่น ปีที่ 1-3 คิดดอกเบี้ยเท่ากันที่กี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะได้ประเมินจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนได้แน่นอน

          ● ดอกเบี้ยลอยตัว เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารไม่ได้กำหนดตัวเลขไว้ชัดเจน แต่ปรับขึ้น-ลงได้ตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยธนาคารจะประกาศอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงออกมาเป็นระยะ ๆ ในรูปแบบของ MLR MOR และ MRR ขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่ง เราจะไม่ทราบจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายแน่นอน เพราะต้องคำนวณตามอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในช่วงเวลานั้น ๆ

          ปัจจุบันก็มีหลายธนาคารออกโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำมาให้เลือกกันมากมาย ดังนั้น เราสามารถเปรียบเทียบข้อมูลและเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละธนาคารก่อนตัดสินใจเลือกสินเชื่อได้เลย

6. ระยะเวลาผ่อนก็สำคัญ

          เราควรเลือกสินเชื่อที่มียอดผ่อนน้อย แต่ให้ระยะเวลาผ่อนนานหน่อย จะช่วยแบ่งเบาภาระได้มากกว่า เพราะหากเลือกระยะเวลาผ่อนสั้นเกินไป จำนวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนจะมากขึ้น ช่วงแรกอาจจะผ่อนได้ แต่ปีหลัง ๆ อาจผ่อนต่อไม่ไหว เว้นแต่ว่าเรามีความสามารถในการผ่อนได้สูงอยู่แล้ว ก็สามารถเลือกระยะเวลาผ่อนให้สั้นลง หรือถ้ามีเงินก้อนก็นำมาโปะหนี้ได้เลย เพื่อจะได้หมดภาระโดยเร็วและไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากด้วย ซึ่งโดยทั่วไป ธนาคารมักจะให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 30 ปี และอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 65-70 ปี

          แต่หากขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เราจะสามารถผ่อนได้นานสูงสุดถึง 40 ปีเลยทีเดียว พร้อมกับดอกเบี้ยต่ำที่จะช่วยให้การมี “บ้าน” ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ซึ่งล่าสุด ธอส. ได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ 2 โครงการให้คนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองได้เลือกกัน นั่นก็คือ สินเชื่อบ้าน Happy Life และสินเชื่อบ้านสำหรับพนักงานประจำบริษัทเอกชน เราลองมาอ่านรายละเอียดกัน

สินเชื่อบ้าน Happy Life
สินเชื่อบ้าน

          อยากซื้อบ้านใหม่ สร้างบ้านเอง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนที่ดิน หรืออยากจะกู้เพิ่ม สินเชื่อบ้าน "Happy Life" ถือว่าตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของชีวิต ช่วยให้เรื่องบ้านเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด 

ใครขอสินเชื่อได้

          ลูกค้ารายย่อยทั่วไป และลูกค้าสวัสดิการไม่มีเงินฝากที่มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป

ขอสินเชื่อไปทำอะไรได้บ้าง

          1. เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด
          2. เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร
          3. เพื่อซื้อที่ดินเปล่าที่เป็นทรัพย์ NPA ของ ธอส.
          4. เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร
          5. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุดจากสถาบันการเงินอื่น
          6. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินเปล่าจากสถาบันการเงินอื่นพร้อมปลูกสร้างอาคาร
          7. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารจากสถาบันการเงินอื่นและปลูกสร้าง หรือต่อเติม/ ขยาย/ซ่อมแซมอาคาร
          8. เพื่อซื้อหรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับวัตถุประสงค์การขอกู้ตามข้อ (5) เท่านั้น
          9. กู้เพิ่ม เพื่อปลูกสร้าง/ต่อเติม/ขยาย/ซ่อมแซมอาคาร

ให้วงเงินกู้เท่าไร

  • วงเงินให้กู้รวมทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันตั้งแต่ 3 ล้านบาท ขึ้นไป
     
  • สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการกู้เพิ่ม วงเงินให้กู้เพิ่มในครั้งนี้รวมกับเงินต้นคงเหลือของบัญชีเงินกู้เดิมที่เป็นหลักประกันเดียวกันต้องไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ระยะเวลาผ่อนนานแค่ไหน

          สามารถผ่อนได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้นกรณีข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี

อัตราดอกเบี้ย

สินเชื่อบ้าน

           สามารถยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท

สินเชื่อบ้าน

สินเชื่อบ้านสำหรับพนักงานประจำบริษัทเอกชน
สินเชื่อบ้าน

          สำหรับมนุษย์เงินเดือน คนทำงานประจำที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ลองดู "สินเชื่อบ้านสำหรับพนักงานประจำบริษัทเอกชน" ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานประจำขอสินเชื่อบ้านได้โดยเฉพาะ พร้อมผ่อนได้นานสูงสุดถึง 40 ปีเช่นกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

ใครขอสินเชื่อได้

          1. เป็นลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่เป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชน
          2. เป็นลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่เป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชน ที่หน่วยงานทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธอส.ภายใต้โครงการ "Corporate Synergy" (ไม่เป็นลูกค้าสวัสดิการไม่มีเงินฝาก และ สวัสดิการมีเงินฝาก)

ขอสินเชื่อไปทำอะไรได้บ้าง

          1. เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด
          2. เพื่อซื้อหรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับวัตถุประสงค์การขอกู้ตามข้อ 1

ให้วงเงินกู้เท่าไร

           วงเงินให้กู้ขั้นต่ำ 1 ล้านบาทต่อหลักประกัน และสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อหลักประกัน

ระยะเวลาผ่อนนานแค่ไหน

          สามารถผ่อนได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้นกรณีข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี

อัตราดอกเบี้ย

สินเชื่อบ้าน

          และหากใครที่เป็น หรือเคยเป็นลูกค้าสินเชื่อของ ธอส. รวมถึงผู้ที่ได้รับการแนะนำจากญาติพี่น้องที่เป็น หรือ เคยเป็นลูกค้าสินเชื่อของ ธอส. ที่ยื่นกู้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ สามารถรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษในแบบที่ 2 ดังนี้เลย
สินเชื่อบ้าน

          นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่น ฟรี !! ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ของวงเงินทำนิติกรรม สามารถยื่นคำขอกู้ อนุมัติ และทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562
 
สินเชื่อบ้าน

          ข้อดีของการขอสินเชื่อบ้านกับ ธอส. ก็คือกู้ผ่านง่าย ได้ดอกเบี้ยต่ำ แถมยังให้ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 40 ปี ดังนั้น ใครอยากมีบ้าน หรืออยากซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกใด ๆ ให้กับบ้านของเรา สามารถเลือกสินเชื่อที่ตรงกับความต้องการ พร้อมกับสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทุกสาขา ทั่วประเทศ ได้เลยนะคะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Inbox : m.me/GHBank
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2645-9000
www.ghbank.co.th
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
6 เทคนิคซื้อบ้านให้ผ่อนเบา ๆ กระเป๋าไม่สะเทือน โพสต์เมื่อ 19 กรกฎาคม 2562 เวลา 11:08:11 6,789 อ่าน
TOP