สรุปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562 เก็บเท่าไหร่ จะได้ใช้จริงไหม !

          ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เคยมีข่าวว่าจะประกาศใช้ในปี 2562 รู้กันหรือยัง ว่าที่ดินแต่ละประเภทต้องเสียภาษีเท่าไหร่ มีวิธีคำนวณอย่างไร 
          ยืดเยื้อกันมาพักใหญ่แล้วสำหรับการผลักดัน "ภาษีที่ดิน" ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ใช้กันจริง ๆ สักที แม้ล่าสุดรัฐบาลได้คลอด ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเตรียมบังคับใช้ในปี 2562 ซึ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว แต่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ก็เชื่อได้ว่าจะประกาศใช้ไม่ทันในปี 2562 อย่างแน่นอน แต่เอาเป็นว่าเราลองไปดูสาระสำคัญของกฎหมายนี้ก่อนดีกว่า ว่าหากมีการประกาศใช้จริงจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง แล้วเราเข้าข่ายต้องเสียภาษีที่ดินด้วยหรือไม่

ที่ดินแต่ละประเภท เสียภาษีเท่าไหร่

          อัตราการเก็บภาษีที่ดินใหม่ จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่ เกษตรกรรม, ที่อยู่อาศัย, พาณิชยกรรม และที่ดินรกร้างว่างเปล่า โดยคิดอัตราภาษีเป็นรูปแบบขั้นบันไดเพิ่มขึ้นตามมูลค่า ดังนี้ 

1. เกษตรกรรม เพดานภาษีสูงสุด 0.2%

          สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามที่ประกาศกำหนด  
          - มูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี
          - มูลค่า 50-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
          - มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.10% 

2. ที่พักอาศัย เพดานภาษีสูงสุด 0.5%

          แบ่งเป็น บ้านพักอาศัยหลังหลัก โดยดูจากเจ้าของต้องมีชื่อในโฉนด ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 1 มกราคม ของปีภาษีนั้น ๆ  
          - มูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี
          - มูลค่า 50-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
          - มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.10%

          บ้านพักอาศัยหลังอื่น ๆ หมายถึง กรณีที่เจ้าของมีชื่อในโฉนดเฉย ๆ แต่ไม่ได้มีชื่อในทะเบียนบ้าน
          - มูลค่าไม่ถึง 5 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%
          - มูลค่า 5-10 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%  
          - มูลค่า 10-20 ล้านบาท อัตราภาษี 0.10%  
          - มูลค่า 20-30 ล้านบาท อัตราภาษี 0.15%  
          - มูลค่า 30-50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.20%
          - มูลค่า 50-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.25%
          - มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%

3. กลุ่มพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม เพดานภาษีสูงสุด 2%

          - มูลค่าไม่ถึง 20 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%  
          - มูลค่า 20-50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%  
          - มูลค่า 50-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.7%  
          - มูลค่า 100-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.9%  
          - มูลค่า 1,000-3,000 ล้านบาท อัตราภาษี 1.2%  
          - มูลค่าเกิน 3,000 ล้านบาท อัตราภาษี 1.5% 

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ เพดานภาษีสูงสุด 5%

          หมายถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร หรือถูกปล่อยทิ้งไว้ว่างเปล่า ซึ่งจะถูกเก็บภาษีเริ่มต้น 2% และถูกเก็บเพิ่มขึ้น 0.5% ทุก ๆ 3 ปี แต่ไม่เกิน 5% หากยังไม่ได้มีการนำมาทำประโยชน์

วิธีคำนวณภาษีที่ดิน

          การคิดภาษีที่ดินแต่ละประเภทจะใช้มูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินจากกรมธนารักษ์ โดยจะมีการปรับตามรอบบัญชีประเมินราคาทุก 4 ปี ซึงแยกวิธีคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายออกเป็น ดังนี้ 

          ที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้าง  
          ภาระภาษี = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษี  
          โดยมูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน

          มีทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  
          ภาระภาษี = (มูลค่าที่ดิน + มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง) x อัตราภาษี
          โดยมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง = (ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง) - ค่าเสื่อมราคา

          ห้องชุด  
          ภาระภาษี = มูลค่าห้องชุด x อัตราภาษี
          โดยมูลค่าห้องชุด = ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่ห้องชุด (ตร.ม.)
 
          (หมายเหตุ : กรมธนารักษ์จะเป็นผู้กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด และอัตราค่าเสื่อมราคา)


ทำให้สามารถสรุปอัตราภาษีที่ต้องจ่ายของที่ดินแต่ละประเภทออกมาเป็นตารางได้ ดังนี้ 

1. เกษตรกรรม

          ตัวอย่างเช่น มีไร่นา มูลค่า 60 ล้านบาท วิธีคำนวณภาษี คือ 60 ล้าน x 0.05% ดังนั้น ภาระภาษีที่ต้องจ่ายอยู่ที่ 30,000 บาท/ปี 

2. ที่พักอาศัย

          ตัวอย่างเช่น
          - มีบ้านหลังแรกรวมที่ดิน มูลค่า 100 ล้านบาท วิธีคำนวณภาษี คือ 100 ล้าน x 0.1% ดังนั้น ภาระภาษีที่ต้องจ่ายอยู่ที่ 100,000 บาท/ปี  
          - มีบ้านหลังที่ 2 รวมที่ดิน มูลค่า 100 ล้านบาท วิธีคำนวณภาษี คือ 100 ล้าน x 0.25% ดังนั้น ภาระภาษีที่ต้องจ่ายอยู่ที่ 250,000 บาท/ปี 

3. พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม

          ตัวอย่างเช่น มีโรงงานรวมที่ดิน มูลค่า 500 ล้านบาท วิธีคำนวณภาษี คือ 500 ล้าน x 0.9% ดังนั้น ภาระภาษีที่ต้องจ่ายอยู่ที่ 4,500,000 บาท/ปี 

4. ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์

ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้น ไม่โดนเก็บภาษีที่ดิน

           สำหรับทรัพย์สินที่จะไม่โดนเก็บภาษี จะมีด้วยกัน 12 ประเภท ได้แก่
           1. สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
           2. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์
           3. ทรัพย์สินของรัฐที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์
           4. ที่ทำการองค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ  
           5. สถานทูต หรือสถานกงสุลต่างประเทศ
           6. ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
           7. ศาสนสมบัติที่ไม่ได้หาผลประโยชน์
           8. ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะ หรือฌาปนสถานสาธารณะ
           9. มูลนิธิหรือองค์การที่ประกอบกิจการสาธารณะ
           10. ทรัพย์สินของเอกชน ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
           11. ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร
           12. ทรัพย์สินอื่น ๆ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

 

          แม้จนถึงตอนนี้ภาษีที่ดินจะยังไม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่การรู้ไว้ก่อนก็ดีกว่า เพื่อจะได้เป็นข้อมูลวางแผนในอนาคตได้ และก็คงต้องจับตากันต่อไปว่าภาษีที่ดินฉบับนี้ จะสามารถบังคับใช้ได้จริงไหม และเมื่อไหร่

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สรุปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562 เก็บเท่าไหร่ จะได้ใช้จริงไหม ! โพสต์เมื่อ 19 ตุลาคม 2561 เวลา 13:31:43 9,255 อ่าน
TOP