แชร์ประสบการณ์ Digital Nomad ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วออกเดินทางทำงานรอบโลก !

อาชีพอิสระ

          แชร์ประสบการณ์ชีวิต Digital Nomad ที่หันหลังให้กับการทำงานออฟฟิศ แล้วออกเดินทางไปรอบโลก พร้อม ๆ กับการทำงานที่รัก แม้จะต้องพเนจร แต่ก็ดูแฮปปี้สุด ๆ

          ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เชื่อมต่อโลกทั้งใบเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การทำงาน ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างเช่นที่คุณ สมาชิกหมายเลข 2611287 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และคนรักที่ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน และเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad เปิดบริษัทของตนเองและทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการเดินทางท่องเที่ยว ที่เธอบอกว่านี่ล่ะเป็นชีวิตที่ดีสุด ๆ


อาชีพอิสระ

          บอกลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน สู่ชีวิตที่มีแต่การท่องเที่ยว อย่างเต็มรูปแบบ โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 2611287 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเราค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ

          เราเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ค่ะ ใช้ชีวิตแบบ “พเนจร” (ซึ่งฟังดูไร้อนาคต) หรือที่เรียกว่า Digital Nomad (อันนี้ดูอินเตอร์ขึ้นมาทันที) มา 2 ปีกว่าแล้วค่ะ โดยมีรายได้มาจากบริษัท มาร์เก็ตติ้ง & แบรนด์ดิ้ง ที่เรากับแฟนตั้งขึ้นมาค่ะ ซึ่งงานที่มีก็จะทำผ่านทางอินเทอร์เน็ตค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศ

          วันนี้ เราจะมาที่จะมาแชร์ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตแบบ “พเนจร”ค่ะ  ให้ดูว่าการใช้ชีวิตโดยท่องเที่ยวตลอดเวลา มันเป็นไปได้อย่างไร เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ใครหลาย ๆ คน หันมากระตุ้นตัวเองอย่างจริงจัง เพื่อจะใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

          โดยเราจะใช้นามปากกาว่า “ผู้หญิงพายเรือ” แล้วกันเป็นชื่อ page และบล็อกของเราด้วย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

อาชีพอิสระ

          มาเริ่มต้นกันเลย

          digital nomad คืออะไร ก็อย่างที่บอกค่ะ มันคือการใช้ชีวิตแบบ “พเนจร” จะอยู่ที่ไหนก็ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ (อันนี้ก็แล้วแต่วีซ่าด้วยนะคะ ^^) ในเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงานจะมีอุปกรณ์หลักก็คือ คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต แล้วแต่ความชอบค่ะ เพราะฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่ในออฟฟิศเลยค่ะ อย่างตัวเราเองก็จะมีแล็ปท็อป 1 เครื่อง แท็บเล็ตกราฟิก 1 อัน และกล้องถ่ายรูปอีกหนึ่งตัว รวมถึงพวกอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะติดอยู่กับกระเป๋าเดินทางเสมอ การทำงานจะทำอยู่ที่บ้านร้านกาแฟ co-working space หรือที่ชายทะเล หรือกลางถนนแบบนี้ ก็แล้วแต่อารมณ์เลยค่ะ (ในรูปนี้คือแฟนเราเองค่ะ บอกให้เราถ่ายกลางถนน มันแปลกดี)

อาชีพอิสระ

          การใช้ชีวิตแบบ ดิจิตอล nomad นั้น ไม่เหมือนกันการเป็นแบ็คแพ็กเกอร์ค่ะ เพราะแบ็คแพ็กเกอร์ ก็จะเที่ยวอย่างเดียว ไม่ได้ทำงาน แล้วก็จะเป็นแบบแค่ชั่วคราว  1 เดือน 1 ปี อะไรทำนองนี้ พอเงินหมดก็หยุดเที่ยว...

          แล้วอะไรที่ทำให้เราผันตัวมาเป็น digital nomad ?

          สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากการเคยเป็นลูกจ้าง (ที่เคยเป็นเพื่อส่งตัวเองเรียนอย่างเดียวค่ะ หลังเรียนจบไม่เคยทำงานในออฟฟิศเลย เคยไปฝึกงานเฉย ๆ ตอนนี้อายุ 26 ปีค่ะ)  ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ แม่บ้าน เลขา คนทำพิซซ่า ฯลฯ ก็คือ เราไม่ชอบการเป็นลูกจ้างเท่าไร ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง และก็เชื่อด้วยว่า มีคนไม่น้อยที่เกลียดมันเช่นเดียวกัน ส่วนเหตุผลที่เกลียด ก็คงจะต่างกันไป แต่เหตุผลที่เหมือนกันที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากเป็นลูกจ้างมากกว่าออกมาสร้างธุรกิจเอง ก็คงไม่พ้นความมั่นคงทางการเงินค่ะ แค่สิ้นเดือนเงินก็มา
 
          ก่อนจะเรียนจบ บอกเลยว่า เรารู้สึกกลัวการทำงานในบริษัทมาก การได้ฝึกงานในบริษัทต่าง ๆ ทำให้เราไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ เป็นคนกลัวความเครียดมาก กลัวเสียจนเครียดที่จะต้องเครียด 555 

          ทีนี้ จากการได้อ่าน และเห็นผ่านบล็อก & คอลัมน์ เกี่ยวกับชีวิตสไตล์ digital nomad ในโซเชียลต่าง ๆ มาได้สักพัก บวกกับความกลัวชีวิตออฟฟิศ ไลฟ์สไตล์ที่ดูเหมือนจะมีอยู่จริงในแค่ Instagram แบบนี้ มันก็เริ่มซึมซับเข้าไปในสมองของเรากับแฟนค่ะ (ที่จะเรียกว่า P แล้วกัน เป็นคนฝรั่งเศส) เรา 2 คนได้มองเห็นว่ามันมีทางอื่นที่จะใช้ชีวิตที่ไม่ใช่แบบ nine to five ของออฟฟิศปกติ
 
          กระทั่งวันหนึ่ง P ทนไม่ได้กับการเป็นพนักงานบริษัทอีกแล้ว บอกกับเราว่า “นี่ ฉันอยากทำงานเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อคนอื่น พอเธอเรียนจบแล้ว เรามาเป็น digital nomad  กันเถอะนะ”

          ณ จุด ๆ นั้น ต้องบอกเลยว่า เราตอบตกลงแบบไม่ต้องอ้อนวอนกันเลยทีเดียว  แล้วพวกเราก็กลายมาเป็น digital nomads ภายในเวลา 4 เดือนหลังจากที่คุยกัน ง่าย ๆ แค่นั้นค่ะ

          ดังนั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 หลังจากที่พวกเราได้บอกลาครอบครัวที่สะเปะสะปะกันอยู่ในฝรั่งเศส และเบลเยียม (เราเป็นลูกครึ่งเบลเยียมค่ะ แต่มาโตที่ฝรั่งเศส) เรา 2 คนได้บินไปกรุงเทพฯ เพื่อเริ่มใช้ชีวิตในแบบ digital nomad โดยไม่ได้คิดมากว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร ไปลุย ๆ เอาละกัน แต่ก็แน่นอนว่าพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ปลอดภัยไว้ก่อนค่ะ
        
          เริ่มจากการตั้ง "บริษัท'' ของเราเองก่อน อย่างที่ได้บอกไปค่ะ เป็นบริษัทที่ทำดิจิตอล มาร์เกตติ้ง และดีไซน์ เราเลือกทำทางนี้ เพราะก็เป็นสายงานที่เราเรียนมาพอดีค่ะ

          ซึ่งช่วงแรก ๆ ก็มีแต่เว็บไซต์ ไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอะไรมาก ต้องลองผิดลองถูกกันไปนั่นแหละค่ะ  พยายามเรียนรู้เอาจากเรื่องที่ทำถูกพลาด หรือที่ทำพลาด ผิดเป็นครู

          สำหรับใครที่สงสัยว่า มันจะมีงานอะไรเยอะแยะ ที่ใช้แค่คอมทำ ที่จะช่วยให้เราไปเที่ยวเล่นตามอำเภอใจ ในปัจจุบันนี้ ก็จะมีงานจำพวก นักเขียน, บล็อกเกอร์, copywriter, แอพโปรแกรมเมอร์,  webmarketer, เว็บมาสเตอร์, ดีไซเนอร์, ขายของออนไลน์ e-commerce, ผู้ปรึกษาธุรกิจ ครูสอนภาษา และอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ บางคนที่ถึงขั้นมีร้านอาหาร / ร้านค้า เลยก็มี แล้วใช้ app ในการบริหารจัดการร้านเอาค่ะ อะไรที่คิดออก ถ้าอยากจะทำ ทำได้หมด

อาชีพอิสระ

          ตอนแรก ๆ ก็แน่นอนว่าต้องประหยัด เพราะเราเริ่มจาก 0 กรุงเทพฯ ก็เลยถือว่าเป็นตัวเลือกชั้นเยี่ยมในการเริ่มใช้ชีวิตแบบ digital nomad เพราะอยู่ง่ายกินง่ายค่ะ

          จนกระทั่งเราได้ลูกค้า branding รายใหญ่ คนแรกที่บาหลี ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ต้องขอบอกเลยว่าฉลองกันอย่างแรง มันเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก ๆ

อาชีพอิสระ

          ในเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญ ก็ต้องใช้มันเพื่อให้เรามีงาน มีลูกค้า และมีเงิน

          นอกจากงานของลูกค้าเองแล้ว ต้องทำการตลาดของบริษัทตัวเองด้วย มีการประชาสัมพันธ์เรื่อย ๆ ใน social หรือ mailing ส่วนในชีวิตประจำวันก็ต้องอัพเดทข่าวสารใหม่ ๆ ตลอดเวลา อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะงานของเราจะได้เป็นประโยชน์จริง ๆ
        
          ตอนนี้ธุรกิจของเราก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่เราจะทำเสมอก็คือฉลองความสำเร็จทุก ๆ ครั้ง (เช่น ได้ลูกค้าคนใหม่ ลูกค้าพอใจงาน…) แม้ว่ามันจะเล็กน้อย มันก็ช่วยให้เรามีกำลังใจ และมีแรงที่จะไปต่อ

อาชีพอิสระ

          เมื่อมาใช้ชีวิตแบบนี้ มันก็จะตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ กินเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องมากลัวว่าจะมีใครมาบ่นอะไร แต่ความอิสระนั้นมันก็ต้องแลกมากับความรับผิดชอบที่ต้องเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น  lifestyle แบบนี้จะทำให้เราเป็นคนมีวินัย เพราะถ้าไม่มีก็อดตายค่ะ 55 ต้องจัดการชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ห้ามขี้เกียจ (มากจนเกินไป) ต้องรู้ว่าพรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า เดือนหน้า เราต้องทำอะไร เป้าหมายของเราคืออะไร เพราะไม่งั้นก็จะไม่มีอะไรกระเตื้องเลยค่ะ (จากประสบการณ์โดยตรงเลยอันนี้)

          ในทุก ๆ วันตอนนี้ จันทร์ถึงศุกร์ จะทำงานอยู่ในที่บ้านบ้าง ที่ร้านกาแฟกิ๊บเก๋บ้าง เพื่อให้ตรงกับเวลาทำงานของลูกค้าค่ะ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์เราก็ออกไปเที่ยวเล่น ในประเทศที่เราอยู่ในตอนนั้น บางครั้งก็หยุด 3 วันติดกันแล้วไปเที่ยวเมืองที่อยู่ไกลออกไปหน่อย

          ข้อดีของมัน ถ้าเทียบกับการไปเที่ยวแบบปกติ ก็คือเรามีเวลาที่จะเพลิดเพลินในเมืองที่เราอยู่มากกว่า ได้เห็นวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบเป็นอิ่ม โดยไม่ต้องคิดถึงวันที่เราจะกลับไปทำงาน เพราะหมดเวลาเที่ยวแล้ว ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเรามันเต็มที่จริง ๆ ไม่ได้หมดเวลาไปกับอะไรที่ไม่อยากทำ  และที่สำคัญงานที่ทำก็เป็นงานที่เรารักมันจึงทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ถึงแม้ว่าบางครั้งจะต้องเผชิญกับอุปสรรค

          จนมาถึงวันนี้ได้ไปอยู่ หรือบางทีก็แค่แวะไปหลาย ๆ วัน ในกว่า 13 ประเทศแล้วค่ะ มาดูรูปกันบ้าง

          โดยอย่างที่บอก เราเริ่มจาก 2 เดือนในกรุงเทพฯ ค่ะ ไม่ได้หวือหวาอะไรมากอย่างที่บอกตอนแรก ต้องประหยัดค่ะ แต่ก็มีไปแรดตามสกายบาร์บ้าง ค็อกเทลเป็นเสมือนน้ำมันหล่อลื่นสมอง (หรา ! )

          แวะไปปีนังเพื่อต่อวีซ่าไทยหน่อย ไม่เคยทำบัตรประชาชนไทยค่ะถึงแม้จะมีสัญชาติ (ที่อำเภอเขาไม่ยอมทำให้) ไปปีนังนี่ กินจนจุกเลยค่ะ ทั้งอาหารอินเดีย อาหารจีน อาหารมาเล อร่อยหมดเลย

อาชีพอิสระ

          หลังจากเมืองไทยตัดสินใจว่าทนอากาศร้อนไม่ได้ ก็เลยไปบาหลีค่ะ  ทีนี้ก็แวะเที่ยวสิงคโปร์สิ รออะไร สิงคโปร์นี่เราไปมา 5-6 ครั้งเลยค่ะ  ชอบมาก เพราะการสร้าง network ง่ายมาก ผู้คน มีความใจกว้าง และเป็น entrepreneur มากค่ะ และแน่นอนอาหารทุกอย่างสุดยอด

อาชีพอิสระ

          ที่บาหลีนี่ เราอยู่ Canngu ค่ะเป็นที่ที่ชาวต่างชาติแบบ Expat และ “นักพเนจร” อยู่เยอะมาก เพราะชีวิตสบาย ฮิปสเตอร์ดี มีร้านกาแฟจุกจิกน่ารักเยอะ

          ตอนอยู่ที่นั่นแน่นอนว่าพวกเราเช่ามอเตอร์ไซค์ค่ะ ไม่มีรถเมล์ และแท็กซี่ก็โกงชาวต่างชาติพอ ๆ กับตอนอยู่เมืองไทยนั่นแหละค่ะ บาหลีสบายมากจนเราอยู่ที่นั่นเกือบ 6 เดือน พ่อแม่ของ P ก็ตามมาเที่ยวกับเราด้วยค่ะ (หลังจากใช้ชีวิตหกสิบกว่าปีโดยไม่เคยออกจากประเทศฝรั่งเศสเลย ! )

          เสร็จจากบาหลี ด้วยความที่อยู่ในเอเชียมานานมากแล้ว (แค่ 8 เดือนเองมั้ง จริง ๆ แล้ว) P เริ่มโหยหาอาหารฝรั่งแบบจริงจัง พวกเราจึงบินไปใช้ชีวิตอยู่ที่ Prague ประมาณ 4 เดือน Prague ไปเมืองที่ถูกนะคะด้วยความที่ไม่ได้ใช้เงินยูโร และเป็นเมืองเราชอบที่สุดในยุโรป มากกว่าปารีส ดูเอาว่าทำไม

อาชีพอิสระ

          ต่อจาก Prague ไปเวียดนามค่ะ ไปอยู่ที่ฮานอย ซึ่งมีความ แปลกใหม่มาก มอเตอร์ไซค์เยอะสุด ๆ ถ้าคิดจะข้ามถนนอย่าคิดว่าจะมีใครหยุดให้ข้ามนะ 

          เวียดนามดูเผินเผิน อาจจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณมีโอกาสที่จะไปคลุกคลีกับเขา พวกเขาก็เป็นคนที่น่ารักดีค่ะ เราได้รู้จักกับครอบครัวครอบครัวหนึ่ง ๆ ซึ่งลูกสาวและลูกชายทำงานให้กับพวกเราบ้างเป็นบางครั้ง พวกเขาน่ารักใจดีมากค่ะ ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่

อาชีพอิสระ

อาชีพอิสระ

          หลังจากเวียดนามซึ่งอากาศร้อนตับจะแตก จนทนไม่ไหวพวกเราจึงตัดสินใจ จะไปบาหลีอีกครั้ง ซึ่งอากาศสบายกว่าเยอะ กลับไปที่ Canngu อีกครั้งค่ะ ซึ่งครั้งนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วมากจนน่ากลัว บาหลีเป็นที่ที่ชาวต่างชาติมาลงทุนเยอะมาก ซึ่งกับความเจริญที่ไม่ทั่วถึง ก็มาพร้อมกับมิจฉาชีพ ที่เพิ่มขึ้น

อาชีพอิสระ

          มี ๆ ไปดู โลโก้ของร้านอาหารที่เราทำ ด้วยค่ะ ชื่อร้าน Papagayo

อาชีพอิสระ

          ครั้งนี้ ได้ลองจัดมีตติ้งเองบ้างค่ะ ไปของคนอื่นมามากแล้ว ชื่อ Nomad’s Dinner เพื่อที่จะได้พบปะ กันกับนักพเนจร คนอื่น ๆ โดยนำเสนออาหารไทยค่ะเพื่อเป็นการเรียกแขก เป็นการ network ไปในตัว ที่บาหลีนี่ชีวิตแอ็คทีฟมาก ถ้าอยากชิมลางการเป็น Digital Nomad แนะนำให้เริ่มจากบาหลีหรือเชียงใหม่เลยค่ะ digital nomads เยอะโพด ๆ

อาชีพอิสระ

          หลังจากบาหลีพวกเราขอก้าวสู่ความเจริญและความเป็นระเบียบบ้างโดยการไปไต้หวันค่ะ โดยก่อนไป ได้แวะไปกัวลาลัมเปอร์ 2 วัน

อาชีพอิสระ

          ที่ไต้หวัน ไปอยู่ที่ เกาสง (Kaohsiung) เมืองเล็ก ๆ น่ารักสะอาดและเจริญ ที่นี่อากาศดีกว่าไทเป เราชอบมาก ๆ เจ้าของบ้านที่เช่าอยู่ เป็นดีไซเนอร์เกย์  ที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร้ายเพื่อนรักกันค่ะ นางหวังจะเคลม P อยู่ (555)

อาชีพอิสระ

          เดือนธันวา 2015 หลังจากไต้หวัน พวกเราตัดสินใจจะบินกลับฝรั่งเศส เพื่อไปฉลองคริสต์มาสอีกครั้งหนึ่งค่ะ (พวกเรากลับไปทุกปีค่ะ) แต่เจ้ากรรม ! ไฟลท์จากไต้หวันไปฝรั่งเศส ดันพาให้พวกเราต้องบินผ่านโตเกียวด้วย พวกเราก็เลยตัดสินใจไปอยู่ที่โตเกียวมันซะเดือนหนึ่งเลย มันน่าไหมล่ะ !

อาชีพอิสระ

          ญี่ปุ่นใคร ๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าดีแค่ไหน ไม่ต้องพูดอะไรมากมีแต่คำว่า กิน เที่ยว แล้วก็กิน แล้วก็เที่ยว มาอยู่นี่ทำงานน้อยมากค่ะ 5555

          หลังจากกลับจากญี่ปุ่น และคริสต์มาสกับครอบครัวที่ฝรั่งเศสแล้ว พวกเราตัดสินใจไปต่อที่ประเทศโปรตุเกสค่ะ

อาชีพอิสระ

          ถ้าใครอยากไปยุโรปแบบถูก ๆ แนะนำประเทศนี้มากเพราะมีเสน่ห์ น่าค้นหา

อาชีพอิสระ

          มีแวะไปเยี่ยมแม่ของเราด้วย เปิดร้านนวดไทย อยู่ติดกับ Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ ไปเล่นสกีบ้าง ไปเที่ยวจุกจิกบ้าง

อาชีพอิสระ

          เสร็จแล้ว ก็แว็บมาประเทศสโลวีเนียค่ะ แต่ก่อนที่จะไป ตัดสินใจหยุดทำงานสัก 1 อาทิตย์แล้วไปอิตาลีก่อน โดยไป Venice มีเพื่อนที่รู้จักกันตั้งแต่มัธยมมาด้วย ยัยเกย์ไต้หวันก็ตามมาเที่ยวด้วย ทำงานเยอะก็ต้องรู้จักพักบ้าง หลังจาก Venice เราสองคนก็ไปเที่ยวในเมืองเล็ก ๆ อื่น ๆ ของอิตาลีค่ะ

อาชีพอิสระ

          มาถึง Ljubljana  มันเป็นเมืองที่เล็กน่ารัก ได้มีโอกาสไปเที่ยวในเมืองอื่นด้วย Bled & Velika Planina
ใครที่อยากไปเที่ยวสวิส แต่คาดว่างบไม่พอแน่ ๆ เพราะค่าครองชีพในสวิสแพงมาก แนะนำให้มาเที่ยวที่ประเทศสโลวีเนียค่ะ ถูกกว่ามาก และสวยโรแมนติกไม่แพ้กัน

อาชีพอิสระ

อาชีพอิสระ

          หลังจากสโลวีเนีย ก็แวะไปเยี่ยมเพื่อนที่ Banbury ประเทศอังกฤษค่ะ ประมาณ 2 อาทิตย์ อยู่ไม่ไกลจากลอนดอนมาก

อาชีพอิสระ

          และมาถึงตอนนี้ อยู่ที่ Sofia ประเทศบัลแกเรียค่ะ ประเทศนี้มีความผสมผสานระหว่างความเป็นโรมัน กรีกโบราณ ยุโรปสมัยใหม่ และตุรกีที่น่าสนใจค่ะ มีวัตถุโบราณเก่าแก่มากมายให้ได้ชมทั่วประเทศ เป็นประเทศที่เหมาะแก่การเช่ารถไปโรดทริป ค่าครองชีพถูกค่ะ เที่ยวสบายดี

อาชีพอิสระ

อาชีพอิสระ

          เอาล่ะค่ะฟังเราเล่าเรื่องดูภาพอะไรกันมานานแล้ว ที่นี้ลองมามองจากมุมมองคุณผู้อ่านกันบ้างดีกว่าค่ะ

          เราไม่คิดหรอกนะคะ ว่ามันง่ายสำหรับทุก ๆ คนที่จะมาใช้ชีวิตแบบนี้ เพราะอย่างแรก คือคุณต้องมีเงินเก็บ ต้องใจเด็ดพอสมควรด้วย ต้องรู้ว่าอยากทำอะไร ต้องไม่มีภาระ  แล้วบางทีคุณอาจจะไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้คนเดียว กลัวเหงา กลัวนู่น กลัวนี่ แต่ก็ไม่มีคู่ชีวิตที่พร้อมจะไปกับเราด้วย...

          คำแนะนำที่พอจะให้ได้ก็คือ ตั้งเป้าหมายค่ะ แล้วเขียนไว้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร อย่างเช่น อยากให้ชีวิตการทำงานเป็นแบบไหน อยากให้คนรอบข้างปฏิบัติอย่างไรกับคุณ อยากจะเที่ยวปีละกี่วัน อยากจะใช้ชีวิตยังไง มีทางไหนไหมที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณดีขึ้น แล้วหาคำตอบให้กับแต่ละข้อเลยค่อย ๆ เขียนไป แล้วก็ค่อย ๆ ทำ

          ในปัจจุบันนี้มีบริษัท ที่ยอมให้พนักงานทำงานจากทางไกลเพิ่มมากขึ้น เรามีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ที่เป็น digital nomad เหมือนกัน มีบริษัทหนึ่งรับเขาเข้าทำงาน ทั้ง ๆ ที่เขาก็ยังใช้ชีวิตแบบพเนจรอยู่

          เรื่องแบบนี้ต้องใช้ความกล้าที่จะเจรจา และต้องสามารถโชว์ให้ผู้ว่าจ้างเห็นได้ว่าข้อดีของเรามีอะไรทำให้เขาอยากจ้างเรา แม้ว่าเราจะไม่ได้เข้าไปนั่งโต๊ะในออฟฟิศของเขา เพราะเอาจริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลงานไม่ใช่เวลาที่คุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ในออฟฟิศ อย่าพึ่งคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลอง

          เหมือนกับอเมริกาตอนนี้ มีคนที่ทำงาน แบบ Remotely (จากทางไกล) เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อินเทอร์เน็ตทำให้ทุกอย่างเชื่อมโยงเข้าหากันได้ง่ายมากขึ้น  บรรจงเพิ่มความสะดวก ความสะดวกที่ไม่ต้องหาที่หาทางในออฟฟิศ ความสะดวกที่จะหาคนเก่งจากที่ไหนก็ได้ของโลกเพื่อมาทำงานกับเรา ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ใช่ digital nomad แต่ก็ทำงานอยู่กับบ้านได้ เป็นความอิสระอีกรูปแบบหนึ่ง

          ก็ขอจบกระทู้แรกมีเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ หวังว่าเราได้ให้ความรู้ในไลฟ์สไตล์แบบใหม่ ๆ ได้บ้าง

          เดี๋ยวจะมีกระทู้ใหม่ มาเร็ว ๆ นี้ค่ะ ซึ่งจะพูดถึงการใช้ชีวิตโดยมีของติดตัวอยู่ไม่กี่อย่าง มันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไร ทำให้เราเข้าใกล้ความเป็นอิสระอย่างแท้จริงได้อย่างไร

          ถ้าชอบกระทู้นี้แล้ว อยากติชม (ด่าไม่เอานะ) อยากจะเข้ามาพูดคุยกับเรา ก็ตามเข้ามาได้ในเพจนี้นะคะ www.facebook.com/PaddlinGal ไว้เจอกันกระทู้หน้าค่ะ

          ต้องขอบอกเลยว่าชีวิตแบบ Digital Nomad ถือเป็นการทำงานและการใช้ชีวิตที่อิสระที่ค่อนข้างอิสระมากพอดู แต่ก็อย่าที่คุณ สมาชิกหมายเลข 2611287 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม บอกนะคะว่า เราจะต้องมีวินัยกับตัวเองอย่างมาก เพราะถ้ามัวแต่คิดถึงการเดินทาง และไม่ยอมแบ่งเวลาทำงานให้สมดุล งานก็จะไม่คืบหน้า และจะพาลทำให้เราไม่มีความสุขในชีวิตได้เหมือนกันค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณสมาชิกหมายเลข 2611287 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 23 ต.ค. 2560 , 09:31 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,000.0020,100.00
  • ทองรูปพรรณ19,647.3620,600.00
แชร์ประสบการณ์ Digital Nomad ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วออกเดินทางทำงานรอบโลก ! โพสต์เมื่อ 2 สิงหาคม 2559 เวลา 13:56:53 26,942 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: แชร์ประสบการณ์ Digital Nomad ทิ้งชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วออกเดินทางทำงานรอบโลก ! ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP