x close

หยุดงาน-กักตัวเพราะ COVID-19 จะได้ค่าจ้างหรือไม่ ตอบข้อสงสัยที่ลูกจ้างอยากรู้ !

          COVID-19 อาจทำให้ใครต้องหยุดงานหรือกักตัวเอง แต่แบบนี้เราจะยังได้เงินเดือนหรือค่าจ้างอยู่ไหม ลองมาไล่เรียงกันเป็นเคส ๆ

COVID-19

          ลูกจ้างต้องทำงานทุกวันถึงจะมีรายได้ แต่ในภาวะที่ COVID-19 (โควิด 19) เริ่มแพร่ระบาดในวงกว้างขึ้น จนใครก็ตามต่างมีความเสี่ยงที่จะติดโรค หากเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงหรือป่วยขึ้นมาก็อาจทำให้ถูกกักตัวหรือต้องหยุดงาน จนเสียรายได้เลี้ยงชีพ เราจึงจะมาแนะนำ Case by Case ให้กับคนที่เป็นลูกจ้างทุกคนได้ดูว่า ตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เพื่อตรวจเช็กว่าในกรณีนั้นจะได้รับค่าจ้างหรือไม่

1. โดนทางการกักตัว 14 วัน หลังจากไปเที่ยวต่างประเทศ

             ใครไปเที่ยวต่างประเทศ ในช่วงที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาด แล้วเป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น จีน เกาหลี อิตาลี ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น ๆ เมื่อกลับมาประเทศไทย หากถูกทางการกักตัว เพราะสงสัยว่าจะติดเชื้อ ถึงแม้จะไปทำงานไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งราชการ แต่นายจ้างก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ ลูกจ้างจึงไม่ได้รับค่าจ้างในกรณีนี้แต่อย่างใด โดยหากถูกกักตัว 14 วัน หรือนานกว่านั้น ก็จะไม่มีรายได้ทั้งหมด ยกเว้นว่าบางบริษัทอาจให้ใช้สิทธิ์ลาป่วย ก็จะยังได้รับค่าจ้างในช่วงถูกกักตัว

2. มีอาการป่วย ต้องไปพบแพทย์

          เมื่อรู้สึกป่วยคือ มีไข้ ตัวร้อน มีอาการทางเดินหายใจ จนต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจว่าเป็นโรค COVID-19 หรือไม่ หรือเป็นโรคอะไรกันแน่ เราสามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยได้ ถ้าต้องการค่าจ้างเต็มจำนวน หรือหากสิทธิ์ลาป่วยหมด ก็ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนแทนได้

          สำหรับคนที่กลับมาจากต่างประเทศ แต่ไม่แสดงอาการป่วย หรือบางคนอยู่ที่ไทย แต่ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ ถ้านายจ้างให้ไปตรวจหาโรค แล้วไม่ไป กลับมาทำงานจนทำให้คนอื่น ๆ มีความเสี่ยงที่จะติดโรคตามไปด้วย ถือว่าฝ่าฝืนระเบียบ คำสั่ง ของนายจ้างในกรณีร้ายแรง ซึ่งนายจ้างอาจเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ ดังนั้น ถ้านายจ้างให้ไปตรวจหาโรคก็ควรไปตรวจ เพื่อความปลอดภัยในหน้าที่การงานของตนเองและชีวิตของผู้อื่น

COVID-19

3. หยุดอยู่บ้านเฝ้าดูอาการ 14 วัน


          ใครที่หยุดอยู่บ้านด้วยตนเอง เพื่อเฝ้ารอดูอาการ 14 วัน หลังกลับจากต่างประเทศที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เพราะต้องการรับผิดชอบต่อสังคม หรือมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ จึงต้องพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ติดเชื้อไปด้วย หากต้องการค่าจ้างเต็มจำนวน อาจตกลงกับนายจ้าง ด้วยการขอทำงานอยู่บ้าน หรือใช้สิทธิ์ลาป่วย หรือสิทธิ์ลาพักร้อน เพราะหากหยุดเฉย ๆ นายจ้างก็จ่ายเงินให้ไม่ได้นะ หรือนายจ้างอาจตกลงกับลูกจ้างให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay) หรือให้ลูกจ้างหยุดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างตามหลักสัญญาต่างตอบแทน (No Work No Pay) ก็ได้

4. อ้างว่าอยู่บ้านเฝ้าอาการ แต่แอบไปเที่ยว

          กรณีนี้ไม่ได้ค่าจ้างแน่นอน ถึงแม้จะตกลงกับนายจ้าง ด้วยการใช้สิทธิ์ลาป่วยหรือลาพักร้อน เพราะหากนายจ้างตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้ทำตามข้อตกลง มีสิทธิ์ที่จะใช้เรื่องนี้ถือว่าขาดงาน และไม่จ่ายค่าจ้างได้ และ COVID-19 (โควิด-19) ยังเป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง การไปข้างนอกจนทำให้คนอื่น ๆ ได้รับความเสี่ยงที่จะติดโรคไปด้วย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย อาจเสี่ยงติดคุกติดตะรางได้

5. ป่วยเป็น COVID-19 ต้องรักษาตัว

          หากตรวจพบว่าตัวเองเป็น COVID-19 และต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับค่าจ้าง เพราะสามารถใช้สิทธิ์ลาป่วย หรือใช้สิทธิ์ลาพักร้อนแทนก็ได้ ถ้าสิทธิ์ลาป่วยหมด แต่ถ้าเราไม่มีทั้งสิทธิ์ลาป่วยและลาพักร้อนเหลืออีกแล้ว ก็อาจตกลงกับนายจ้าง ขอหยุดงานโดยรับหรือไม่รับค่าจ้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท

6. นายจ้างสั่งปิดที่ทำงานเพราะเสี่ยงต่อการระบาด 

          ไม่ว่าใครต่างก็มีโอกาสเสี่ยงติด COVID-19 เพราะเดินทางไปไหนมาไหนตลอดเวลา ดังนั้น หากมีคนต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ หรือติดเชื้อแล้วเข้ามาทำงาน ทำให้ที่ทำงานหรือสถานประกอบการใด มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด นายจ้างอาจสั่งให้ปิดชั่วคราวเพื่อควบคุมโรค แม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง แต่กรณีนี้ก็ต้องจ่ายเงินให้กับลูกจ้างไม่น้อยกว่า 75% ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 75 ยกเว้นเป็นการหยุดกิจการชั่วคราวด้วยเหตุสุดวิสัย นายจ้างอาจจะให้หยุดงานโดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าจ้าง

COVID-19

7. นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว

          นายจ้างหลายรายต้องหยุดกิจการลงชั่วคราว เพราะ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่ต้องหยุดการผลิต เพราะไม่มีวัตถุดิบจากต่างประเทศ หรือธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม บริษัททัวร์ ฯลฯ ที่พอไม่มีนักท่องเที่ยวก็ไม่มีรายได้ ซึ่งถ้านายจ้างสั่งหยุดกิจการชั่วคราว และเราไม่ต้องไปทำงาน แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าจ้างตามกฎหมาย โดยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2551 กำหนดไว้ว่าจะได้รับไม่น้อยกว่า 75%

8. หยุดงานโดยสมัครใจ

          เมื่อเราเลือกหยุดงานโดยสมัครใจ กรณีนี้จะไม่ได้รับค่าจ้าง (Leave without Pay) เพราะตัวนายจ้างก็คงลำบาก ถึงต้องให้พนักงานหยุดงานเอง ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะสมัครใจหยุดงานหรือไม่ ซึ่งก็อาจสลับกันไปเป็นบางวัน หรือตามนโยบายของที่ทำงานที่ออกมา อย่างไรก็ตาม หากทางบริษัทบังคับ ก็ต้องปฏิบัติตาม เพื่อช่วยที่ทำงานให้ผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ด้วย

9. ภาครัฐมีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว

          อย่างเช่นการที่ภาครัฐและจังหวัดต่าง ๆ สั่งปิดโรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง สถานเสริมความงาม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ เพื่อไม่ให้คนมารวมกลุ่มกันจนเกิดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนา กรณีนี้ถือเป็นการหยุดกิจการชั่วคราวด้วยเหตุสุดวิสัย นายจ้างอาจพิจารณาไม่จ่ายค่าจ้างให้ก็ได้ เพราะลูกจ้างไม่ได้ทำงานให้ ตามหลัก No Work No Pay หรือนายจ้างบางรายอาจจ่ายเงินบางส่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกจ้าง และหากเป็นงานที่สามารถทำจากที่บ้านได้ นายจ้างก็สามารถจ่ายเงินให้เต็มจำนวนได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทในการพิจารณาจ่ายเงินด้วย 

          อย่างไรก็ตาม ทางประกันสังคมก็ได้ออกนโยบายช่วยเหลือ โดยจะจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างที่ว่างงาน และเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ในอัตรา 62% เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน 

ค่าจ้าง

หยุดงาน-ตกงานเพราะโควิด 19 ประกันสังคมให้เงินชดเชยเท่าไร ?

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เพิ่มอัตราและระยเวลาการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย พ.ศ. .... ดังนี้

          - ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้างรายวัน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน

          - กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน 62% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน

          - กรณีว่างงานเพราะลาออกจากงานในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น 45% ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน และจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ว่างงาน

          - กรณีว่างงานเพราะถูกเลิกจ้าง จ่ายประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น 70% ระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน

          โดยลูกจ้างประกันสังคม มาตรา 33 ที่ว่างงาน สามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากประกันสังคมได้ที่นี่

          สำหรับลูกจ้างประกันสังคม มาตรา 33 ที่ยังส่งเงินสมทบไม่ถึง 6 เดือน รวมทั้งผู้ประกันตน มาตรา 39 หรือ 40 ที่ไม่มีนายจ้าง แต่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 จะไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีว่างงานจากประกันสังคม แต่สามารถไปลงทะเบียนรับเงินชดเชยจากกระทรวงการคลังได้ 5,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 รวม 15,000 บาท โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป



ลูกจ้างป่วย COVID-19 จะได้เงินชดเชยจากประกันสังคมหรือไม่ ?

          ถ้าเราถูกตรวจพบว่าป่วย COVID 19 และแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว หากมีประกันสังคม เราจะยังได้รับค่าจ้าง ดังนี้

          - ค่าจ้างจากนายจ้าง

          กรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่เกิน 30 วัน/ปี

          - เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม

          กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนฯ ให้ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง (คิดจากฐานอัตราเงินเดือนสูงสุดของผู้ประกันตนแต่ละมาตรา) โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับเงินทดแทนฯ ไม่เกิน 365 วัน

ใครมีสิทธิ์รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม หากป่วย COVID-19 ?

          ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ทำงานกับนายจ้าง)

          - มีสิทธิ์ได้เงินทดแทนฯ เมื่อส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม ก่อนวันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว
    
          - ต้องลาป่วยและได้รับเงินจากนายจ้างครบ 30 วันก่อน ส่วนที่ลาป่วยเกิน 30 วัน จึงสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนฯ จากประกันสังคมได้
    
          - มีหนังสือรับรองจากนายจ้างว่าได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยครบ 30 วันทำงาน ใน 1 ปีปฏิทินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว

          - จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริง โดยคิดจากฐานไม่เกิน 15,000 บาท ตามกฎหมายประกันสังคม โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับไม่เกิน 365 วัน

          ผู้ประกันตนมาตรา 38 (ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ลาออกจากงาน แต่ยังอยู่ในสิทธิ์คุ้มครอง 6 เดือน)

          - มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนฯ เมื่อส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเจ็บป่วยภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัวและต้องมีรายได้จากการประกอบอาชีพ หรือเจ็บป่วยต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จึงถือว่ามีรายได้จากการทำงานก่อนการเจ็บป่วย
    
          - จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริง โดยคิดจากฐานไม่เกิน 15,000 บาท ตามกฎหมายประกันสังคม โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับไม่เกิน 365 วัน

          ผู้ประกันตนมาตรา 39 (ประกันตนเอง)

          - มีสิทธิ์รับเงินทดแทนฯ เมื่อส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม ก่อนวันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว และต้องมีรายได้จากการประกอบอาชีพ

          - กรณีมีรายได้ หรือมีกิจการเป็นของตนเอง ให้นำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริง โดยคิดจากฐานอัตราการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 39 (4,800 บาท) ตามกฎหมายประกันสังคม โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับไม่เกิน 365 วัน
 
          - กรณีไม่ได้ทำงานกับนายจ้าง หรือไม่มีรายได้ จะไม่สามารถเบิกสิทธิ์เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคมได้

          ผู้ประกันตนมาตรา 40 (ประกันตนเอง)

          - หากป่วยต้องใช้สิทธิบัตรทอง เพราะประกันสังคมไม่ครอบคลุม
 
          - แต่จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม สูงสุด 300 บาท/วัน หากเป็นผู้ประกันตน ทางเลือกที่ 1 และ 2 จะได้รับเงินทดแทนไม่เกิน 30 วัน หากเป็นผู้ประกันตน ทางเลือกที่ 3 จะได้รับเงินทดแทนไม่เกิน 90 วัน

          ผู้ประกันตนมาตรา 41 (ลาออกจากมาตรา 39 แต่ยังอยู่ในสิทธิ์คุ้มครอง 6 เดือน)

          มีสิทธิ์รับเงินทดแทนเมื่อส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเจ็บป่วยภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัวและต้องมีรายได้จากการประกอบอาชีพ หรือเจ็บป่วยต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จึงถือว่ามีรายได้จากการทำงานก่อนการเจ็บป่วย โดยจะได้รับสิทธิ์เหมือนกับผู้ประกันตนมาตรา 39

หยุดงานเพราะ COVID-19
 
          หากใครอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 หรือทางเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

          ถึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่ต้องหยุดงานเพราะ COVID-19 (โควิด-19) แต่ลูกจ้างก็ยังคงมีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าจ้างตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ใครเป็นลูกจ้าง ควรตรวจสอบว่าตนเองเข้าข่ายเคสไหน เพื่อรักษาสิทธิ์ในการมีรายได้ ตลอดจนเงินชดเชยจากประกันสังคม เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

* หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 13 เมษายน 2563

ข้อมูลจาก
, , , , สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3, สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3, เฟซบุ๊ก สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2, เฟซบุ๊ก สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2, สำนักงานประกันสังคม, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หยุดงาน-กักตัวเพราะ COVID-19 จะได้ค่าจ้างหรือไม่ ตอบข้อสงสัยที่ลูกจ้างอยากรู้ ! อัปเดตล่าสุด 13 เมษายน 2563 เวลา 18:38:27 110,779 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP