จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว ทำไงได้บ้าง พร้อมวิธีคำนวณว่าได้เงินคืนเท่าไร

          เวนคืนกรมธรรม์ กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จและการประกันภัยแบบขยายระยะเวลาเป็นทางเลือกในการจัดการปัญหาจ่ายค่าเบี้ยประกันไม่ไหว

จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว

          สำหรับผู้เอาประกันที่มีความจำเป็นต้องหยุดจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตก่อนกำหนดส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง จึงมักจะเวนคืนเงินสดหรือไม่ก็ปล่อยให้ค่าเบี้ยประกันค้างจ่ายไปเรื่อย ๆ ซึ่งหากผู้เอาประกันต้องการหยุดจ่ายเบี้ยประกันจริง ๆ ในแต่ละกรมธรรม์จะมีตารางมูลค่ากรมธรรม์กำหนดไว้ 3 ทางเลือกด้วยกัน คือ
เวนคืนกรมธรรม์, กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ และการประกันภัยแบบขยายระยะเวลา

          โดยแต่ละทางเลือกเหมาะกับผู้เอาประกันที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงมีข้อมูลดี ๆ จาก K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ที่อธิบายแต่ละทางเลือก พร้อมอ้างอิงมูลค่าในตารางเป็นตัวอย่างในการคำนวณมาให้ดูกัน


แบบประกันและตัวเลขสมมติ

          ตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย ต่อ จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000 บาท กรมธรรม์ประกันภัยแบบตลอดชีพ ชำระเบี้ยประกันภัย 19 ปี (มีเงินคืนทุก 5 ปี ปีละ 1% ของจำนวนเงินเอาประกัน)

จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว
          หมายเหตุ : ชื่อแบบประกันและตารางมูลค่ากรมธรรม์ที่แสดงข้างต้น เป็นตัวอย่างที่สมมติขึ้น เพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจเท่านั้น

ทางเลือกที่ 1 เวนคืนกรมธรรม์

          เหมาะสำหรับ ผู้เอาประกันที่จำเป็นต้องการใช้เงินและไม่ต้องการความคุ้มครองจากกรมธรรม์นี้แล้ว จึงเลือกรับเงินคืนจำนวนหนึ่งตามมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุในตารางกรมธรรม์

          วิธีการคำนวณ จะได้รับเงินคืน เท่ากับ เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยคูณ จำนวนเงินเอาประกันตามที่ระบุในหน้าแรกของกรมธรรม์หารด้วย 1,000

          ตัวอย่าง หากผู้เอาประกันทำประกันชีวิตที่จำนวนเงินเอาประกัน 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยมาแล้ว 10 ปี ต้องการเวนคืนกรมธรรม์ในสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 จะได้รับเงินคืนเท่ากับ 69,000 บาท จากตาราง (1) ( 69 x 1,000,000 /1,000 ) เมื่อผู้เอาประกันได้รับเงินคืน ความคุ้มครองก็จะสิ้นสุดทันที

จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว
ทางเลือกที่ 2 กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ
 
          เหมาะสำหรับ ผู้เอาประกันที่ต้องการความคุ้มครองในระยะเวลาเดิมและได้ประโยชน์ต่าง ๆ เหมือนกรมธรรม์เดิม ภายใต้จำนวนเงินเอาประกันใหม่ที่ลดลง เช่น มีเงินคืนอัตราเดิม กรณีเสียชีวิตก็ได้ความคุ้มครองเท่าเดิมเพียงแต่ประโยชน์ทุกอย่างจะคำนวณจากจำนวนเงินเอาประกันใหม่ที่ลดลง

          วิธีการคำนวณ จำนวนเงินเอาประกันใหม่ลดลง เท่ากับ มูลค่าใช้เงินสำเร็จคูณ จำนวนเงินเอาประกันตามที่ระบุในหน้าแรกของกรมธรรม์หารด้วย 1,000

          ตัวอย่าง หากผู้เอาประกันทำประกันชีวิตที่จำนวนเงินเอาประกัน 1,000,000 บาท มีเงินคืนทุก 5 ปี ปีละ 1% ของจำนวนเงินเอาประกันและได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันตลอดสัญญา

          หากจ่ายเบี้ยประกันมาแล้ว 10 ปี ต้องการเปลี่ยนกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จในสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 จากตาราง (2) จะไม่ได้รับเงินคืนทันที จำนวนเงินเอาประกันใหม่จะลดลงเท่ากับ 569,000 บาท ( 569 x 1,000,000 / 1,000 ) จนถึงอายุ 99 ปีเหมือนเดิม ได้รับเงินคืนทุก 5 ปี ปีละ 1% ของจำนวนเงินเอาประกันใหม่ เท่ากับ 5,690 บาท (569,000 x 1%) นอกจากนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 100% ของจำนวนเงินเอาประกันใหม่ เท่ากับ 569,000 บาท ตลอดสัญญา

จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว

ทางเลือกที่ 3 การประกันภัยแบบขยายระยะเวลา

          เหมาะสำหรับ ผู้เอาประกันที่ต้องการจำนวนเงินเอาประกันเดิมแต่ยอมรับได้กับระยะเวลาคุ้มครองที่ลดลง ซึ่งอาจจะมีเงินคืนทันทีและมีเงินคืนเมื่อครบกำหนด ขึ้นอยู่กับตารางที่ระบุในกรมธรรม์

          วิธีการคำนวณ จะได้จำนวนเงินเอาประกันเดิมต่อไปอีกเป็นจำนวนปีและจำนวนวัน ตามระยะเวลาที่ขยายในตารางหากมีเงินจ่ายคืนทันที หรือ เงินครบกำหนด นำมูลค่าในตาราง (3) คูณจำนวนเงินเอาประกันตามที่ระบุในหน้าแรกของกรมธรรม์ หารด้วย 1,000

          ตัวอย่าง หากผู้เอาประกันทำประกันชีวิตที่จำนวนเงินเอาประกัน 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยมาแล้ว 10 ปี ต้องการเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลาในสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 จะได้จำนวนเงินเอาประกันเท่าเดิม 1,000,000 บาท ส่วนเงื่อนไขความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ไม่ว่าเดิมจะมีเงื่อนไขอย่างไร

          หากเปลี่ยนเป็นแบบขยายระยะเวลาความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจะเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันใหม่ทันทีนับจากสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 ต่อไปอีก 20 ปี 200 วัน และได้รับเงินคืนทันทีเท่ากับ 5,000 บาท (5 x 1,000,000 / 1,000 ) และเมื่อครบกำหนดในอีก 20 ปี 200 วัน ก็จะได้รับเงินคืนอีกเท่ากับ 100,000 บาท (100 x 1,000,000 / 1,000)

          ดังนั้น เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะหยุดจ่ายเบี้ยประกันควรเลือกทางเลือกที่ตรงกับความต้องการ โดยคำนวณมูลค่าจากตารางในกรมธรรม์ของตัวเอง เนื่องจากมูลค่าที่ระบุในตารางของแต่ละกรมธรรม์ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ มูลค่าในตารางเป็น มูลค่า ณ สิ้นปีกรมธรรม์ หากช่วงเวลาที่กำลังตัดสินใจเลือกไม่ใช่วันครบรอบสิ้นปีกรมธรรม์
แนะนำให้เลือกมูลค่าของสิ้นปีกรมธรรม์ที่ใกล้เคียงคำนวณเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจ หรือสอบถามบริษัทประกันก่อนตัดสินใจเลือก


K-Expert Action

          - กันเงินออมทุกเดือนไว้เพื่อเตรียมจ่ายค่าเบี้ยประกันในแต่ละปี

          - ศึกษาตารางมูลค่ากรมธรรม์และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือกในการหยุดจ่ายเบี้ยก่อนตัดสินใจ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว ทำไงได้บ้าง พร้อมวิธีคำนวณว่าได้เงินคืนเท่าไร โพสต์เมื่อ 18 กันยายน 2561 เวลา 17:15:12 4,489 อ่าน
TOP