ชงรัฐอุ้มผู้สูงอายุ ! หัก VAT 1% เป็นเงินออมหลังเกษียณ

สังคมผู้สูงอายุ

          คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ผุดไอเดีย รับมือสังคมผู้สูงอายุ ดึงเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 1% หักเป็นเงินออมหลังเกษียณ หวังแก้ปัญหาคนไทยออมเงินน้อย

          วันที่ 15 เมษายน 2561 นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" กับกรณีที่ประเทศกำลังจะเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์" ในปี 2564 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ว่า การลดลงของวัยแรงงาน อาจส่งผลต่อรายได้ภาครัฐที่จะนำมาพัฒนาประเทศ และการจัดสวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในกลุ่มผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้น แต่กลับพบว่า สังคมไทยพูดถึงการออมน้อยมาก จึงเป็นปัญหาได้เมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 

          จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ประชากรไทยโดยเฉลี่ยมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายตลอดช่วงชีวิต และมีการออมอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิตในวัยสูงอายุ ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุ 24% ไม่มีเงินออม ทำให้รัฐต้องจัดสรรงบประมาณประจำปี 2560 ถึง 241,149.1 ล้านบาท หรือ 8.8% ของเงินงบประมาณทั้งหมด ใช้ไปในการดูแลผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริมการออมให้กับคนในประเทศ

          สำหรับการส่งเสริมการออมมี 2 อย่าง คือ ออมภาคสมัครใจ ผ่านกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 20 ล้านคน แต่ทำให้เพียง 6-7 แสนคนเท่านั้น อีกวิธีคือ การออมภาคบังคับ โดยกระทรวงการคลังกำลังคิดว่าจะมีมาตรการอย่างไร เบื้องต้นอาจใช้วิธีหักภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 1% เก็บไว้ในธนาคาร เมื่อถึงอายุ 60 ปีแล้ว ค่อยนำเงินตรงนี้ไปใช้ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีเงินออม 30% ของรายได้สุดท้าย เมื่อคำนวณจาก VAT ที่รัฐเก็บได้ในปีงบประมาณ 2560 จำนวน 751,819 ล้านบาท ถ้าหักออกมา 1% ก็จะได้เงินประมาณ 107,402 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้สูงอายุในแต่ละปี

สังคมผู้สูงอายุ

          ขณะเดียวกันคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ก็ได้เสนอ 4 แนวทางให้รัฐบาลเพื่อรองรับ "สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์" ได้แก่

          1. ขยายเกษียณอายุราชการ จาก 60 ปี เป็น 63 ปี
          2. การกำหนดนโยบายช่วยเหลือผู้สูงอายุ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำ
          3. แก้ไขบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ให้ผู้สูงอายุสามารถรับงานเป็นชิ้นงาน โดยไม่ต้องทำงานเต็มเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน
          4. ขับเคลื่อนคลังปัญญาผู้สูงอายุและโรงเรียนผู้สูงอายุ เช่น ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต โรงเรียนผู้สูงอายุ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุมีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น


          ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุราว 20% ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับวัยเด็กและวัยแรงงานที่มีสัดส่วนลดลง โดยวัยเด็กมีสัดส่วนคิดเป็น 16% วัยแรงงานอยู่ที่ 64% ขณะที่ในปี 2579 สังคมไทยจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากถึง 30% และมีวัยเด็กลดเหลือ 14% วัยแรงงานเหลือ 56%


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชงรัฐอุ้มผู้สูงอายุ ! หัก VAT 1% เป็นเงินออมหลังเกษียณ โพสต์เมื่อ 19 เมษายน 2561 เวลา 13:04:17 1,744 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP