เช็กรายละเอียด "คลินิกแก้หนี้" ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ


คลินิกแก้หนี้

          คลินิกแก้หนี้ ดีเดย์ 1 มิถุนายน 2560 ช่วยลูกหนี้ที่มีหนี้ธนาคารหลายแห่งปลดหนี้ได้ภายใน 10 ปี พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรน 4-7% มาเช็กรายละเอียดต่าง ๆ กันเลย

          ถือเป็นข่าวดีของลูกหนี้ที่มีหนี้สินกับธนาคารพาณิชย์ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้บริหารสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สถาบันการเงิน และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM เปิดตัวโครงการ "คลินิกแก้หนี้" เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนทั่วไปอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย ให้มีความสามารถในการชำระหนี้ได้มากขึ้น ไม่กลายเป็นหนี้เสียค้างชำระดังเช่นปัจจุบัน

          เชื่อว่าโครงการนี้น่าจะได้รับความสนใจจากมนุษย์เงินเดือนที่มีหนี้สินไม่น้อย กระปุกดอทคอม จึงนำข้อมูลและรายละเอียดของโครงการ "คลินิกแก้หนี้" มาแจกแจงให้ทราบกัน และจะได้ตรวจสอบด้วยว่าเรามีสิทธิ์เข้าโครงการนี้ด้วยหรือไม่

คลินิกแก้หนี้

คลินิกแก้หนี้ คืออะไร เริ่มเมื่อไร

          คลินิกแก้หนี้ หรือ "โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน" เป็นนโยบายของภาครัฐที่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนรายย่อยที่มีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งให้มีโอกาสปลดหนี้ โดยมีบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) หรือ SAM เป็นตัวกลางในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายให้ได้ข้อยุติในคราวเดียว เหมือนกับ One Stop Service ที่ลูกหนี้แค่มาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียวก็เหมือนกับได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกราย เรียกได้ว่า "หนี้บัตรทบ จบที่เดียว"

          ทั้งนี้โครงการนำร่องจะเริ่มต้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2560 โดยจะช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีหนี้กับธนาคารหลายแห่งก่อน เนื่องจากพบว่าบุคคลกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งลูกหนี้จะผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งปรับอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิมที่เคยจ่ายประมาณ 20-25% จะเหลือเพียง 4-7% ตามช่วงรายได้

คลินิกแก้หนี้

สินเชื่อประเภทไหนบ้างที่เข้าร่วมโครงการได้

          ต้องเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ลูกหนี้มีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ สามารถนำยอดหนี้บัตรเครดิตเฉพาะบัตรที่เป็นหนี้เสียทุกใบมาเข้าร่วมโครงการได้ แต่ต้องมียอดหนี้เงินต้นคงค้างไม่เกิน 2 ล้านบาท

          กรณีเป็นหนี้นอกระบบจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

ธนาคารอะไรบ้างที่เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

          มีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ 17 ธนาคาร ได้แก่

          - ธนาคารกรุงเทพ
          - ธนาคารไทยพาณิชย์
          - ธนาคารกสิกรไทย
          - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
          - ธนาคารกรุงไทย
          - ธนาคารทหารไทย
          - ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
          - ธนาคารไอซีบีซี
          - ธนาคารเกียรตินาคิน
          - ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
          - ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)
          - ธนาคารธนชาต
          - ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย
          - ธนาคารทิสโก้
          - ธนาคารยูโอบี
          - ซิตี้แบงก์
          - แบงค์ออฟไชน่า

คลินิกแก้หนี้ ใครมีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการได้

          ลูกหนี้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

          - ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ประจำ
          - ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี (ต้องไม่เกินตลอดอายุที่อยู่ในโครงการ)
          - มีหนี้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ค้างชำระเกิน 3 เดือน (90 วัน) กับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไปก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2560
          - ไม่เป็นผู้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดี
          - ยอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท

          * ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ บสส. โดยผู้สมัครจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงการวิเคราะห์ รายได้ รายจ่าย แล้วมีเงินสดคงเหลือเพียงพอในการผ่อนชำระตามเงื่อนไข

เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

          - ลูกหนี้ต้องไม่ก่อหนี้ใหม่เพิ่มในระยะเวลา 5 ปี
          - พร้อมเรียนรู้การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี
          - เสียดอกเบี้ยเฉลี่ย 4-7% ต่อปี (ตามช่วงรายได้) ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี

อัตราดอกเบี้ยการผ่อนชำระตามช่วงรายได้

          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน ไม่เกิน 30,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 4%
          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 30,000–50,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 5%
          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 50,000–100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 6%
          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 7%

คลินิกแก้หนี้

สมัครโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ที่ไหน

          ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ 4 ช่องทางคือ

          1. ทางเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ www.debtclinicbysam.com

          2. ติดต่อที่สำนักงานโครงการ เลขที่ 333 อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 12 ซอยเฉยพ่วง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

          3. ติดต่อที่ สาขาของ บสส. 4 สาขา
          – สาขาสุราษฎร์ธานี 213/17 หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
          – สาขาขอนแก่น 381/46-47 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ  ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
          – สาขาพิษณุโลก 5/16-17 หมู่ 5 ถนนสิงหวัฒน์ ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
          – สาขาเชียงใหม่ 109/4 ถ.เชียงใหม่-ลำปาง (ท.ล.11) กม.98.7 เทศบาลตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300

          4. ทาง Call Center 02-610-2266 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. (เว้นวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย)

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

          - ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com  หรือ Call Center (โทร. ติดต่อ) 02-610-2266

          - ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร และยืนยันข้อมูลผ่านเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป (ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่)

          - ขั้นตอนที่ 3 : รอเจ้าหน้าที่โครงการติดต่อกลับ เพื่อนัดหมาย วัน เวลา เข้าพบที่สำนักงาน (โดยปกติจะติดต่อกลับไม่เกิน 1 วันทำการ แต่หากไม่ได้รับการติดต่อกลับ ให้โทร. มาสอบถามเพิ่มเติมที่ Call Center 02-610-2266)

          - ขั้นตอนที่ 4 : จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบการพิจารณา

          - ขั้นตอนที่ 5 : พบเจ้าหน้าที่โครงการที่สำนักงานโครงการ เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้

          - ขั้นตอนที่ 6 : เจ้าหน้าที่โครงการจะนัดหมาย เพื่อลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อได้รับการยืนยันจากธนาคารเจ้าหนี้ให้เข้าร่วมโครงการ

คลินิกแก้หนี้

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา

          1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ
          2. สำเนาทะเบียนบ้าน
          3. ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
          4. เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร
          5. สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3 เดือน
          6. เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) อย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลัง
          7. บัตรเงินบำนาญ (กรณีเป็นข้าราชการ)
          8. ใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (กรณีเป็นข้าราชการ)
          9. หลักฐานการแสดงรายได้อื่น เช่น สัญญาให้เช่า สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ
          10. ใบแจ้งหนี้/เอกสารแสดงความเป็นหนี้
          11. หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลเครดิตบูโร

          สามารถตรวจสอบตัวอย่างเอกสารได้ที่ debtclinicbysam.com 

ตรวจสอบเครดิตบูโรได้อย่างไร

          สามารถตรวจสอบเครดิตบูโรได้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) หรือที่ธนาคารพาณิชย์ และที่สำนักงาน บสส. ค่าธรรมเนียมครั้งละไม่เกิน 150 บาท อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ ทำความรู้จัก เครดิตบูโร คืออะไร เช็กได้ที่ไหน  

ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจากโครงการคลินิกแก้หนี้

          - ไม่ถูกทวงถามหนี้จากเจ้าหนี้หลายราย
          - ลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน เพราะชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรนไม่เกิน 7% ตามช่วงรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10 ปี
          - เป็นการรวมหนี้ และผ่อนชำระในที่เดียว
          - รู้จักวางแผนทางการเงินที่ดี

          ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องชำระค่างวดให้ตรงตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ และไม่สามารถก่อหนี้ใหม่ได้ภายใน 5 ปี ซึ่งหากผิดสัญญาจะมีผลให้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลง และต้องออกจากโครงการ หากใครสนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com  หรือ Call Center (โทร. ติดต่อ) 02-610-2266

คลินิกแก้หนี้

คลินิกแก้หนี้



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
คลินิกแก้หนี้.com, เฟซบุ๊ก ธนาคารแห่งประเทศไทย


หุ้นไทยวันนี้

ราคาทองวันนี้

วันที่ 21 ต.ค. 2560 , 09:07 น.
  • รับซื้อขายออก
  • ทองแท่ง20,050.0020,150.00
  • ทองรูปพรรณ19,692.8420,650.00
เช็กรายละเอียด "คลินิกแก้หนี้" ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ โพสต์เมื่อ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:43:59 181,221 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เช็กรายละเอียด "คลินิกแก้หนี้" ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP