x close

คลินิกแก้หนี้ 2563 อัปเดตเงื่อนไขใหม่ ช่วยลูกหนี้ COVID-19 อยากปลดหนี้มาทางนี้ !

         คลินิกแก้หนี้ อัปเดตเงื่อนไขใหม่ ช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ใครมีหนี้เสีย ผ่อนไม่ไหว มาเช็กรายละเอียดต่าง ๆ กันเลย

คลินิกแก้หนี้

          หากใครกำลังประสบปัญหามีหนี้สินที่กลายเป็นหนี้เสียแล้ว ไม่รู้จะผ่อนชำระต่ออย่างไรดี หรือมีเจ้าหนี้หลายราย อยากปรับโครงสร้างหนี้ แนะนำให้มาสมัครเข้าโครงการ "คลินิกแก้หนี้" ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สถาบันการเงิน และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM จัดทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนอย่างเป็นระบบ

         ทั้งนี้ ล่าสุดในปี 2563 ได้เดินหน้าโครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 3 แล้ว โดยปรับเงื่อนไขบางอย่างให้ครอบคลุมลูกหนี้มากขึ้น พร้อมกับขยายความช่วยเหลือให้ลูกหนี้ที่กลายเป็น NPL ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วย วันนี้เรานำข้อมูลและรายละเอียดมาแจกแจงให้ทราบกัน และจะได้ตรวจสอบด้วยว่าเรามีสิทธิ์เข้าโครงการนี้ด้วยหรือไม่

คลินิกแก้หนี้ คืออะไร

          คลินิกแก้หนี้ หรือ "โครงการแก้ไขปัญหาหนี้ส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน" เป็นนโยบายของภาครัฐที่มีขึ้น เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้ค้างชำระอยู่กับสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ให้มีโอกาสปลดหนี้ได้ โดยมีบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นตัวกลางในการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินกับสถาบันการเงินหลาย ๆ แห่ง ให้ได้ข้อยุติในคราวเดียว เหมือนกับ One Stop Service ที่ลูกหนี้แค่มาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียวก็เหมือนกับได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกราย เรียกได้ว่า "หนี้บัตรทบ จบที่เดียว"

          ปัจจุบัน คลินิกแก้หนี้ ปี 2563 เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว โดยที่ผ่านมามีการปรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการหลาย ๆ อย่าง เพื่อขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมลูกหนี้หลายกลุ่ม

สินเชื่อประเภทไหนบ้างที่เข้าร่วมโครงการได้

         - ต้องเป็นหนี้ส่วนบุคคล เช่น หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน กับธนาคาร, non-bank และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ร่วมโครงการ

         - ต้องเป็นหนี้ที่ไม่ได้ชำระหรือไม่ได้ชำระขั้นต่ำเป็นระยะเวลาติดต่อกันมากกว่า 91-120 วัน และเป็นหนี้เสียก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 (เป็นการปรับเกณฑ์ใหม่ เพื่อช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19)

       - มีหนี้เสียกับเจ้าหนี้เพียง 1 ราย หรือเจ้าหนี้หลายรายก็เข้าร่วมโครงการได้

        - มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยสามารถนำยอดหนี้บัตรเครดิตเฉพาะบัตรที่เป็นหนี้เสียทุกใบมาเข้าร่วมโครงการได้

        - หากผ่อนขั้นต่ำอยู่จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

        - หนี้นอกระบบจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 3

         มีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ 17 ธนาคาร ได้แก่
          - ธนาคารกรุงเทพ
          - ธนาคารกรุงไทย
          - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 
          - ธนาคารกสิกรไทย
          - ธนาคารเกียรตินาคิน
          - ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ.
          - ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
          - ธนาคารธนชาต
          - ธนาคารทิสโก้
          - ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย
          - ธนาคารไทยพาณิชย์
          - ธนาคารธนชาต
          - ธนาคารยูโอบี
          - ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
          - ธนาคารแห่งประเทศจีน
          - ธนาคารไอซีบีซี
          - ธนาคารออมสิน

          ผู้ประกอบการ non-bank ทั้งหมด 18 ราย ที่เข้าร่วมด้วย ดังนี้
          - บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) : จี แคปปิตอล
          - บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด : เจ มันนี่
          - บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด : บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน
          - บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด : ซัมมิท แคปปิตอล
          - บริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด : สินเชื่อซิตี้คอร์ป
          - บริษัท เทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด : บัตรเทสโก้ 
          - บริษัท นครหลวง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) : นครหลวง แคปปิตอล
          - บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด : บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา
          - บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด : พรอมิส
          - บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) : เมืองไทย แคปปิตอล
          - บริษัท แมคคาเล กรุ๊พ จำกัด (มหาชน) : แมคคาเล กรุ๊พ
          - บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) : ศักดิ์สยามลิสซิ่ง
          - บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด : กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
          - บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) : บัตรอิออน
          - บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) : ยูเมะพลัส
          - บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) : เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง
          - บริษัท ไอทีทีพี จำกัด : สินเชื่อ ไอทีทีพี
          - บริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) : เอ มันนี่

คลินิกแก้หนี้ ใครมีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการได้

          ลูกหนี้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

          - เป็นบุคคลธรรมดา
          - มีรายได้ประจำ หรือประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีรายได้ประจำก็ได้
          - ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี (ต้องไม่เกินตลอดอายุที่อยู่ในโครงการ)
          - มีหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ
          - เป็นหนี้ NPL ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือนมิถุนายน 2563 มีสถานะค้างชำระ 91-120 วันขึ้นไป ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563
          - เป็นผู้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดี ถูกฟ้องดำเนินคดีแล้วแต่ยังไม่มีคำพิพากษา หรือถูกฟ้องดำเนินคดีและมีคำพิพากษาแล้วก็ได้ (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ บสส. โดยผู้สมัครจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงการวิเคราะห์ รายได้ รายจ่าย แล้วมีเงินสดคงเหลือเพียงพอในการผ่อนชำระตามเงื่อนไข)
          - ยอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท

เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

          - ลูกหนี้ต้องไม่ก่อหนี้ใหม่เพิ่มในระยะเวลา 5 ปี ยกเว้นว่าหากลูกหนี้สามารถผ่อนชำระเงินต้นได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ก็สามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ก่อนครบกำหนด 5 ปี
          - พร้อมเรียนรู้การสร้างวินัยทางการเงินที่ดี
          - ชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรน เฉลี่ย 4-7% ต่อปี (ตามช่วงรายได้) ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี

อัตราดอกเบี้ยการผ่อนชำระตามช่วงรายได้

          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 4%
          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 30,000-50,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 5%
          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 50,000-100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 6%
          - ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือน 100,000 บาทขึ้นไป เสียดอกเบี้ยปีละ 7%

          ตัวอย่างการคำนวณผ่อนชำระเบื้องต้น หากเป็นการผ่อนชำระ 10 ปี (120 งวด) ที่อัตราดอกเบี้ย 4%
          ยอดหนี้ 50,000 บาท : ผ่อนชำระขั้นต่ำเดือนละ 583 บาท
          ยอดหนี้ 100,000 บาท : ผ่อนชำระขั้นต่ำเดือนละ 1,167 บาท


          เมื่อผ่อนชำระเสร็จสิ้นตามสัญญาจะยกดอกเบี้ยค้างชำระให้ทั้งหมด

          สามารถคำนวณการผ่อนชำระเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ที่ debtclinicbysam.com

          อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ผ่อนขั้นต่ำอยู่จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้



          สำหรับในช่วงสถานการณ์ COVID-19 หากสมัครเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ ช่วงเดือนตุลาคม 2563 - มิถุนายน 2564 จะได้ปรับลดดอกเบี้ยลง 1-2% ต่อปี ดังนี้

         - ชำระค่างวดเฉลี่ย 40-79.9% ในช่วง 9 เดือน (ตุลาคม 2563- มิถุนายน 2564) ลดดอกเบี้ย 1%
         - ชำระค่างวดเฉลี่ย 80% ขึ้นไป ในช่วง 9 เดือน (ตุลาคม 2563- มิถุนายน 2564) ลดดอกเบี้ย 2%

       ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยจ่ายจริงจะอยู่ที่ขั้นต่ำ 2-3% ต่อปีเท่านั้น โดยดอกเบี้ยที่ลดจะนำไปตัดเงินต้น ทำให้หมดหนี้เร็วขึ้น

          ส่วนคนที่สมัครคลินิกแก้หนี้ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถจ่ายหนี้ไหว จะได้รับการช่วยเหลือ ดังนี้

          - สูตร 1 กรณีจ่ายหนี้ไม่ไหว ให้เลื่อนกำหนดจ่ายจนถึงเดือนมิถุนายน 2564 โดยไม่ผิดนัด ไม่เสียประวัติ สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ได้ที่นี่ 

          - สูตร 2 จ่ายเท่าที่ไหว และจ่ายต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 - มิถุนายน 2564 จะได้ลดดอกเบี้ยอีก 1-2% (จ่ายค่างวดเฉลี่ย 80% ขึ้นไป ลดดอกเบี้ย 2% และถ้าจ่ายค่างวดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 40% ลดดอกเบี้ยให้ 1%)

สมัครโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ที่ไหน

          ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตามช่องทางนี้

          1. ทางเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ www.debtclinicbysam.com

          2. ติดต่อที่สำนักงานโครงการ เลขที่ 333 อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 12 ซอยเฉยพ่วง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 (กรุณาลงทะเบียนเพื่อขอรับบริการล่วงหน้าทางออนไลน์ คลิก)

          3. ติดต่อที่สาขาของ บสส. 4 สาขา
          - สาขาสุราษฎร์ธานี 213/17 หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
          - สาขาขอนแก่น 381/46-47 หมู่ 17 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
          - สาขาพิษณุโลก 5/16-17 หมู่ 5 ถนนสิงหวัฒน์ ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
          - สาขาเชียงใหม่ 109/4 ถ.เชียงใหม่-ลำปาง (ท.ล.11) กม.98.7 เทศบาลตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300

          4. ทาง Call Center 02-610-2266 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น. (เว้นวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย)

          5. ทาง LINE @debtclinicbysam

          6. คลินิกแก้หนี้สัญจร ซึ่งจะเดินสายไปเปิดบูธตามสถานที่ต่าง ๆ ติดตามตารางอัปเดตได้ที่ เฟซบุ๊ก คลินิกแก้หนี้

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

          - ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ Call Center (โทร. ติดต่อ) 02-610-2266

          - ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร และยืนยันข้อมูลผ่านเว็บไซต์ (ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่)

          - ขั้นตอนที่ 3 : รอเจ้าหน้าที่โครงการติดต่อกลับ เพื่อนัดหมายวัน เวลา เข้าพบที่สำนักงาน (โดยปกติจะติดต่อกลับไม่เกิน 1 วันทำการ แต่หากไม่ได้รับการติดต่อกลับ ให้โทร. มาสอบถามเพิ่มเติมที่ Call Center 02-610-2266)

          - ขั้นตอนที่ 4 : จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง สำหรับประกอบการพิจารณา

          - ขั้นตอนที่ 5 : พบเจ้าหน้าที่โครงการที่สำนักงานโครงการ เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้

          - ขั้นตอนที่ 6 : เจ้าหน้าที่โครงการจะนัดหมาย เพื่อลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อได้รับการยืนยันจากธนาคารเจ้าหนี้ให้เข้าร่วมโครงการ

คลินิกแก้หนี้2563
 
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา

          จัดเตรียมเอกสารประกอบพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ดังนี้

          1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
          2. สำเนาทะเบียนบ้าน
          3. เอกสารการตรวจสอบภาระหนี้จากเครดิตบูโรของผู้สมัคร
          4. เอกสารแสดงรายได้
             - กรณีพนักงานประจำ : สลิปเงินเดือน 6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน+รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
             - กรณีอาชีพอิสระ : รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน และเอกสารการแสดงการเสียภาษีเงินได้ 50 ทวิ (ถ้ามี)


          เอกสารอื่น ๆ ที่อาจต้องใช้ (ขึ้นอยู่กับกรณี)

          - ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
          -  บัตรเงินบำนาญ (กรณีเป็นข้าราชการ)
          - ใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (กรณีเป็นข้าราชการ)
          - หลักฐานการแสดงรายได้อื่น เช่น สัญญาให้เช่า สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ
          - ใบแจ้งหนี้/เอกสารแสดงความเป็นหนี้

          สามารถตรวจสอบตัวอย่างเอกสารได้ที่ debtclinicbysam.com

ตรวจสอบเครดิตบูโรได้อย่างไร

           สามารถตรวจสอบเครดิตบูโรได้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ธนาคารพาณิชย์ บริการโทรศัพท์มือถือ ที่ทำการไปรษณีย์ โดยมีค่าธรรมเนียมครั้งละไม่เกิน 150 บาท นอกจากนี้หากมาตรวจสอบที่สำนักงาน บสส. เพื่อร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ จะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม


ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจากโครงการคลินิกแก้หนี้

          - ไม่ถูกทวงถามหนี้จากเจ้าหนี้หลายราย
          - ลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน เพราะชำระเฉพาะเงินต้นค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรนไม่เกิน 7% ตามช่วงรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 10 ปี
          - เป็นการรวมหนี้และผ่อนชำระในที่เดียว
          - รู้จักวางแผนทางการเงินที่ดี

          ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องชำระค่างวดให้ตรงตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งหากผิดสัญญาจะมีผลให้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลง และต้องออกจากโครงการ หากใครสนใจสามารถสอบถาม Call Center (โทร. ติดต่อ) 02-610-2266

***หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 26 ตุลาคม 2563

 
ขอบคุณข้อมูลจาก
คลินิกแก้หนี้, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย  

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
คลินิกแก้หนี้ 2563 อัปเดตเงื่อนไขใหม่ ช่วยลูกหนี้ COVID-19 อยากปลดหนี้มาทางนี้ ! อัปเดตล่าสุด 26 ตุลาคม 2563 เวลา 16:20:15 476,574 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP